บทที่ 89 กลืนบุปผา
บรรดาผู้ฝึกตนที่บินหนีแตกกระเซิงราวกับมดแมลง ปีศาจโบราณกาลไม่ได้สนใจแต่อย่างใด ทำเพียงตบศิษย์าไม่กี่คนที่อยู่ตรงหน้าจนตายอย่างง่ายดาย หรือไม่ก็หยิบเข้าปากกินไปเสีย จากนั้นย่อตัวลงและดีดตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ร่างใหญ่ั์ะโลงพื้นห่างออกไปราวพันจั้งทันที ทั่วพื้นดินพลันสั่นไหว ูเาไฟที่อยู่ไกลออกไปถูกแรงสั่นะเือันเลือนลั่นเขย่าจนแทบปะทุ
เหล่าศิษย์าที่แยกย้ายกันหนีรู้สึกได้ถึงเงามืดดำเหนือศีรษะทันที สัตว์อสูรตัวั์ผู้น่าพรั่นพรึงถึงกับทะยานผ่านพวกเขาไปด้วยการะโไม่กี่ครั้งไล่ตามไปไกลยิ่งกว่าเดิม...
“บ้าน่า... ” ผู้คนมองอย่างตะลึงงันไปยังทิศทางที่อสูรั์ผู้น่าพรั่นพรึงมุ่งไป เงาร่างผอมบางที่โดยสารสมบัติบินได้หน้าตาเหมือนกันกระดานไม้แผ่นหนึ่งกำลังหลบหนีอย่างยากลำบาก ปรากฏว่าเป็เ้าหนุ่มที่ล่อขบวนคลื่นสัตว์อสูรลาวามานั่นเอง เพียงแต่ครั้งนี้เ้าหนูไม่ได้ดึงดูดขบวนคลื่นอสูรลาวา แต่เป็ปีศาจโบราณกาลที่น่ากลัวยิ่งกว่าขบวนคลื่นสัตว์อสูรลาวาทั้งขบวนเสียอีก
“เ้าเด็กนั่นไปทำเื่อะไรให้์โกรธแค้นหรือ? ” ในใจของบางคนอดได้แต่ตั้งคำถามและสงสารลั่วถูที่ต้องหนีเอาชีวิตรอดสุดชีวิตด้วยหัวอกเดียวกัน... แม้แต่จินหยินซิน เยี่ยเชียนชิวและคนอื่นที่มองจากที่ไกลก็มึนงงไปตามๆ กัน ปีศาจโบราณกาลตัวนี้ไม่ไล่ตามพวกเขา แต่กลับไล่ตามลั่วถูที่หนีไปไกลคนเดียว อย่างกับเสือไล่จับแมลงวัน กรงเล็บขนาดใหญ่ตบซ้ายทีขาวที ส่วนร่างผอมบางของลั่วถูทำได้เพียงหลบซ้ายหลบขวาราวกับใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว
“เ้าหนูนั่นต้องมีสมบัติล้ำค่าแน่... ” ในใจของเยี่ยลั่วเหิงมีความคิดที่สลัดออกไปไม่หลุดผุดขึ้นมา หันไปมองจินหยินซินและเยี่ยเชียนชิวอีกครั้ง พบว่าท่าทีของทั้งสองคนก็ไม่ต่างกัน พวกเขาคิดได้ว่าการที่เ้าเด็กนี่เป็คนล่อขบวนคลื่นสัตว์อสูรลาวามา จากนั้นปลุกปีศาจโบราณกาลให้ตื่นจากการหลับใหลได้ เื่ทั้งหมดต้องไม่ใช่เื่บังเอิญแน่นอน พอคิดได้แบบนี้ ในใจของพวกเขาถึงกับกระสับกระส่ายด้วยความใคร่รู้ พวกเขาอยากจะรู้นักว่าเ้าเด็กตระกูลซูแห่งเทียนหนิงมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่ ถึงได้ดึงดูดสิ่งมีชีวิตน่าขนลุกขนพองให้ตามล่าไม่หยุดขนาดนี้...
ในใจของลั่วถูแทบแหลกสลายแล้ว เดิมทีเขาหนีออกจากเขาลูกนั้นก่อนใคร เพราะในใจของเขาสังหรณ์ไม่ดีอย่างไรสาเหตุ นี่คือความรู้สึกที่ตอบสนองต่ออันตราย เขาถึงได้เลือกหนีโดยไม่ลังเลสักนิด ไม่สนใจว่าในรอยแยกจะมีพลังิญญาแบบไหน เขายังคงเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง ทั้งที่เร่งความเร็วของปีก์สุดแรงั้แ่ออกตัวแท้ๆ ไม่คิดว่าตัวเขาที่เพิ่งบินออกมาได้ไม่กี่สิบลี้ พลันรู้สึกได้ว่าทั้งพื้นดินกำลังสั่นสะท้าน จากนั้นปีศาจโบราณกาลตัวใหญ่ราวกับูเากลับไม่แยแสทุกคนเอาแต่ไล่ตามตัวเขาแต่เพียงผู้เดียวด้วยร่างกายที่ใหญ่โตดั่งขุนเขาและการะโ เพียงะโไม่กี่ครั้งก็ไล่หลังเขามาแล้ว ไอความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาราวกับจะแทรกซึมเข้าสู่ิญญาของเขาแทบทำให้เขาเสียสติอยู่รอมร่อ
“อาหวู่... ” เสียงคำรามจากปีศาจโบราณกาลดังขึ้นจากนั้นัเพลิงขนาดมหึมาหลายตัวปรากฏตัวขึ้นและแผดเผาสรรพสิ่งที่อยู่ในระยะห่างเื้ัของลั่วถูในเสี้ยววินาที แม้กระทั่งก้อนหินยังถูกเผาไหม้ โชคดีที่ไม่ได้ร่วงใส่ลั่วถู
“มารดามันเถอะ ข้าไม่ได้เรียกเ้า ไม่ได้ไปยุ่งกับเ้า นี่เ้าจะมาเล่นบ้าเล่นบออะไรกันนักหนา... ” ลั่วถูก่นด่าออกมาครั้งใหญ่ สภาพจิตใจย่ำแย่ถึงขีดสุด
“เวรเอ๊ย เป็เพราะดอกเซวี่ยหั่วหุน... ” ลั่วถูคิดอย่างโมโห ที่พวกอสูรลาวาไล่ตามเขาเป็เพราะดอกเซวี่ยหั่วหุน แต่ตอนนี้อสูรลาวาล่าถอยไปแล้ว แต่เ้าปีศาจโบราณกาลกลับถูกปลุกขึ้นมาเสียแทน เกรงว่าคงเป็เพราะดอกเซวี่ยหั่วหุนอีกเช่นกัน อย่างไรเสียก็เป็ความคิดไปเรื่อยของลั่วถูเท่านั้น
“ต่อให้ต้องตายก็ช่างมัน มารดาเ้าเถอะ ต่อให้ข้าต้องตายก็ไม่ให้ดอกเซวี่ยหั่วหุนกับเ้าแน่... ” คิดได้ถึงตรงนี้ ลั่วถูพลันกัดฟันแน่น เร่งบินให้เร็วขึ้นไปอีกจากนั้นนำดอกเซวี่ยหั่วหุนออกมา ใช้ฝ่ามือเดียวบีบกล่องหยกจนแตกกระจายเหลือเพียงเศษหยก
พลังของดอกเซวี่ยหั่วหุนสูงเกินไป กล่องหยกเหมันต์นี้ถึงแม้จะเป็ของชั้นเลิศ ทว่ายังคงไม่อาจปิดบังกลิ่นอายของดอกเซวี่ยหั่วหุนทั้งหมดได้ ผู้ฝึกตนธรรมดาอาจไม่ได้กลิ่นนี้ ทว่าอสูรลาวาที่อาศัยอยู่ในลาวามานานปีย่อมััถึงมันได้อย่างรวดเร็ว
“ต่อให้ข้าตายก็ไม่ยอมแพ้เ้าแน่... ” ลั่วถูะโสุดเสียง จากนั้นยัดดอกเซวี่ยหั่วหุนกลืนเข้าปากไปทั้งก้าน กินลงท้องไปโดยไม่สนใครหน้าไหนทั้งสิ้น
เมื่อดอกเซวี่ยหั่วหุนแรกผลิบาน มันร้อนดั่งลาวา แต่ในตอนนี้หลังจากผ่านไปสิบกว่าชั่วยาม อุณหภูมิก็ลดลงจนเป็ปกติตั้งนานแล้ว ไม่ได้สร้างาแแสบร้อนให้แก่ปากและลิ้นของลั่วถูแต่อย่างใด ในวินาทีที่ดอกเซวี่ยหั่วหุนลงสู่กระเพาะ ลั่วถูรู้สึกได้ว่ามีเปลวเพลิงอันน่าหวาดกลัวดวงหนึ่งแผดเผาอยู่ในร่างของเขา
“ตูม... ” เสื้อผ้าที่ลั่วถูสวมใส่ะเิออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดูราวกับผีเสื้อติดไฟบินละล่อง เปลวไฟลุกเป็ดวงกระจายออกจากร่างกายของเขา ลั่วถูรู้สึกราวจิติญญาของตนถูกเผาจนไหม้ และกลายเป็ดวงไฟส่องพราวพร่างกระจายออกไฟทั่วทุกบริเวณอย่างรวดเร็ว...
“อ๊าก... ” ลั่วถูกรีดร้องอย่างน่าเวทนา เปลวไฟสายหนึ่งถึงกับกระอักออกจากปากของเขา...
“ฟู่... ” ทันใดนั้นเองลาวาด้านหลังสาดเข้าหาลั่วถูราวกับห่าฝน เป็ปีศาจโบราณกาลนั่นเองที่พ่นออกมา เพียงแต่ครั้งนี้ลาวาที่ถูกร่างของลั่วถู กลับไม่ทำให้เขากระดูกละลายแต่อย่างใด แต่กลับทำให้ลูกไฟที่กระจัดกระจายออกจากร่างของลั่วถูอ่อนแอลง
“นี่ข้าจะตายแล้วหรือ... ” ในใจของลั่วถูคล้ายจะคิดออกเพียงเดียว ฤทธิ์ของดอกเซวี่ยหั่วหุนรุนแรงเกินไป ต่อให้คนที่เป็ยอดฝีมือจากโลกชั้นสูง ก็ไม่มีใครกล้ากินเข้าไปทั้งก้านอย่างลั่วถู อย่างมากก็เพียงเด็ดกลีบดอกทีละใบมาปรุงเป็ยาเท่านั้น
ดอกเซวี่ยหั่วหุนไม่ว่าจะเป็กลีบหรือก้านดอก ล้วนมีสรรพคุณต่างกันไป แม้เพียงนิดเดียวก็นับเป็วัตถุดิบหลักอันล้ำค่าแล้ว เกรงว่าลั่วถูคงเป็คนแรกที่กินดอกเซวี่ยหั่วหุนเข้าไปทั้งก้านแบบนี้ แถมยังกินทั้งกลีบทั้งก้านดอกไปพร้อมกันอีก ผลลัพธ์จะออกมาเป็อย่างไรกันแน่นั้น มีเพียง์เท่านั้นที่ล่วงรู้ แต่ลั่วถูไม่สนใจแล้ว เขารู้ว่าต่อให้เขาไม่กินเข้าไปก็ต้องตายด้วยน้ำมือของปีศาจโบราณกาลอยู่ดี เพราะฉะนั้นหากต้องตาย เขาก็จะไม่ยอมมอบของสิ่งนี้ให้ปีศาจโบราณกาลแน่
“ตูม... ” ลั่วถูรู้สึกได้ว่าร่างกายสั่นสะท้าน กรงเล็บขนาดั์ฟาดเข้าใส่จนทั้งตัวเขาทั้งปีก์ร่วงลงพื้นอย่างรุนแรง แรงกดดันอันหนักหน่วงกับแรงสั่นะเืกลับทำให้จิติญญาและสติของเขาแจ่มชัดขึ้นเล็กน้อย
“สบายมาก... ” ลั่วถูครางออกมาอย่างอดไม่อยู่ เขารู้สึกว่าเปลวไฟอันน่าหวาดกลัวที่เดือดพล่านอยู่ในกายของเขาเมื่อปะทะเข้ากับพลังที่น่าหวาดกลัวเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนจะอ่อนแรงลงเล็กน้อย ความเ็ปที่ฉีกกระชากและแผดเผาทำลายก็ลดน้อยลงไปมาก
ร่างกายของลั่วถูร่วงพื้นราวกับดาวตก แต่ร่างกายกลับไม่แหลกสลาย เปลวไฟที่ลุกไหม้ออกจากร่างล้อมตัวของเขาเอาไว้ราวกับไข่เพลิง ถึงขั้นช่วยให้ร่างกายของเขาไม่ได้รับาเ็ได้ด้วย
“ตูม... ” ฝ่ามือตะปบลงมาอีกครั้ง กรงเล็บที่ติดไฟขนาดั์ของปีศาจโบราณกาลฟาดใส่เปลวไฟบนร่างของลั่วถูอีกครั้ง เสียจนร่างของลั่วถูถูกตบจมลึกลงไปในดินได้แต่ครางออกมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้ เขาพบว่าตัวเองได้หลุดเข้าไปในโลกที่ลึกลับที่สุด จิตที่เดิมทีสับสนกลับเป็ระเบียบมากขึ้นภายใต้การโจมตีทั้งสองครั้ง ภาพแสงดาราเพลิงบนศิลากำเนิดเทพถูกแบ่งออกเป็ภาพอันนับไม่ถ้วน ราวกับมีม่านแสงเป็ริ้วๆ ปรากฏขึ้นในสมองของเขา ภายใต้การเคลื่อนที่ของแสงดวงดาวแต่ละดวง เขารู้สึกได้ว่าเพลิงนรกต้นกำเนิดที่อยู่ส่วนลึกของิญญากำลังเดือดพล่าน จากนั้นราวกับความร้อนในร่างค้นพบเส้นทางของมัน อย่างกับถูกหลุมดำดูดเข้าหาเพลิงนรกต้นกำเนิด และรากิญญาเพลิงของเขาเป็เหมือนต้นหญ้าท่ามกลางลมพายุ ลู่ลมไปมาอย่างอ่อนแอท่ามกลางกระแสเพลิงที่หมุนเวียนอยู่ ความเ็ปมหาศาลทำให้รากิญญาอื่นๆ ราวกับถูกฉีกขาดอย่างไรอย่างนั้น เมื่อใช้จิตมองดูลั่วถูก็พบว่ารากิญญาที่ตนเปิดิญญาอย่างยากลำบากกลับดูไม่เหมือนรากิญญาเอาเสียเลย แต่ดูเหมือนเอ็นวัวที่ถูกดึงจนยืด บ้างก็ยืดจนยาวออก บ้างก็ดีดกลับคืน ทำให้รากิญญาหลักที่สงบนิ่งของเขาจนสั่นไหวไม่หยุด พลังเปลวไฟที่น่าพรั่นพรึงเป็สายๆ ไหลไปตามรากิญญาเพลิงที่เชื่อมต่อกับรากิญญาหลัก และเข้าไปในรากิญญาหลัก ราวกับถูกค้อนขนาดใหญ่นับหมื่นนับพันกระหน่ำทุบลงไปบนรากิญญาหลักที่สงบนิ่งมากโดยตลอด
ความเ็ปนี้ช่างเหนือคำบรรยาย ทว่าภายใต้การดูดกลืนของเพลิงนรกต้นกำเนิดในจิติญญา ที่ไม่ยอมให้เขาสลบไป รู้สึกราวทั้งร่างถูกเปลวไฟที่น่าหวาดกลัวแผดเผาจนกลายเป็ขี้เถ้า จากนั้นสร้างร่างกายขึ้นจากขี้เถ้าอีกครั้ง และถูกเผาจนกลายเป็เถ้าถ่านอีกครั้ง ซ้ำไปซ้ำมาเช่นนี้... มีเพียงการถูกกรงเล็บั์ของปีศาจโบราณกาลฟาดใส่ร่างของเขา เขาถึงจะรู้สึกสบายตัวขึ้นได้บ้างอย่างไร้สาเหตุ
ผู้ฝึกตนใจกล้าที่มองอยู่ไกลๆ จนพวกเขาแทบต้องกลั้นลมหายใจ ทว่าเมื่อพวกเขาได้เห็นเื่ทั้งหมดกลับต้องถอนหายใจเสียอย่างนั้น แม้พวกเขาจะไม่ได้เห็นสถานการณ์ทั้งหมด แต่ก็คาดเดาได้ว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าใครก็แทบไม่มีทางรอดชีวิตได้ทั้งนั้น พวกเขามองกรงเล็บของปีศาจโบราณกาลฟาดลงไปตั้งหลายครั้ง ไม่ต้องพูดถึงศิษย์าตัวเล็กตัวน้อยเลย เกรงว่าต่อให้เป็ระดับปรมาจารย์ก็คงกลายเป็เนื้อบดแน่นอน เพียงแต่ช่างน่าแปลกนักทั้งที่กลายเป็เนื้อบดไปแล้ว แต่ปีศาจโบราณกาลตัวนี้กลับยังไม่ยอมปล่อยไป มันต้องแค้นเคืองเพียงไหนถึงได้ตั้งหน้าตั้งตาจัดการศิษย์าตัวเล็กๆ ได้ขนาดนี้!
ร่างกายและิญญาราวกับจมอยู่กับความเ็ปราวถูกฉีกกระชาก เปลวไฟที่ลุกขึ้นบนร่างของเขา ไม่เพียงแผดเผาร่างกายและิญญาของเขา แต่ราวกับเป็การกลั่นร่างกายและิญญาของเขาไปด้วย ลั่วถูรู้ดีว่าถ้าไม่ใช่เพราะเขามีรากิญญาเพลิงแถมยังฝังเพลิงต้นกำเนิดอีกดวงหนึ่งไว้ในิญญาของเขาอีกต่างหาก เกรงว่าไม่ต้องถูกปีศาจโบราณกาลตัวนี้ทรมาน เขาคงกลายเป็ขี้เถ้าไปนานแล้ว ทว่าการถูกปีศาจโบราณกาลทุบตีเขากลับกลายเป็การช่วยเหลืออีกแรง ที่ทำให้ร่างกายของเขาถูกทุบตีอยู่ตลอด ถูกเคี่ยวกร่ำอยู่ภายใต้เพลิงโบราณประหลาด และก่อร่างกลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
แหลกสลาย ก่อร่างขึ้นมา แหลกสลาย ก่อร่างขึ้นมา... จู่ๆ เขากลับรู้สึกว่ารากิญญาเพลิงของเขากำลังคลายออก ราวกับพร้อมจะแยกออกจากรากิญญาหลักของเขาได้ตลอดเวลา พลังเพลิงอันบ้าคลั่งสายเมื่อรวมกับแรงโจมตีจากปีศาจโบราณกาล ทำให้รากิญญาหลักของเขาแข็งแกร่งขึ้นเช่นเดียวกับเหล็กที่ถูกตีเพื่อขึ้นรูป... โดยรากิญญาเพลิงของเขาคือส่วนประกอบที่อยู่บนเหล็กชิ้นนี้ เมื่อผ่านกระบวนการทุบตีอย่างต่อเนื่องจึงค่อยๆ คลายตัวออก แต่ทั้งหมดนี้สำหรับลั่วถูดูจะไม่ได้สำคัญสักเท่าไร ร่างกายของเขากำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่หยุด กำลังแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก ทว่าต่อหน้าปีศาจโบราณกาล ทั้งหมดล้วนเป็เพียงสายลมก้อนเมฆที่พัดผ่าน เขารู้ว่าพลังเปลวเพลิงอันน่าหวาดกลัวที่อยู่ในร่างของเขามาจากดอกเซวี่ยหั่วหุน ตอนนี้เขาถึงเพิ่งพบว่า ปีศาจโบราณกาลไม่ได้สนใจดอกเซวี่ยหั่วหุนดอกนั้นสักเท่าไร ไม่เช่นนั้นมันคงไม่ทุบตีตัวเขาไม่หยุดเช่นนี้ ทั้งที่แค่จับตัวเขากลืนลงคอไปก็จบแล้ว!
ลั่วถูเชื่อว่าปีศาจโบราณกาลต้องมีสติปัญญาแน่ ทั้งยังรู้จักประโยชน์ของดอกเซวี่ยหั่วหุนเป็อย่างดี ทว่ามันกลับยังทุบตีตัวเขาไม่หยุด ราวกับจะช่วยให้ตัวเขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก เป็เพราะอะไรกันแน่นั้น ตอนนี้เขายังคงไม่อาจเข้าใจได้
