เส้นทางความรวยของบล็อกเกอร์อาหารในโลกโบราณ

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

    บทที่ 12

    เงินก้อนแรก

    

    สมกับที่เป็๞ "หมูสนาม" ที่เขาเลือกมา... อะแฮ่ม หมายถึงลูกค้าที่ตาถึงจริงๆ

    

    ช่างใจป้ำเสียเหลือเกิน

    

    ซ่งหยวนถูมือไปมา พลางทำท่าทางกระมิดกระเมี้ยน "เอ่อ คือว่า... ยังมีอีกเ๹ื่๪๫หนึ่งขอรับ"

    

    เมื่อเห็นเขามีสีหน้าลำบากใจ ผู้จัดการหลี่ก็ปรับสีหน้าจริงจังทันที "ท่านมีอะไรก็ว่ามาตรงๆ ได้เลยขอรับ"

    

    "เหลาอาหารของพวกท่านยังรับซื้อเนื้อสัตว์อยู่ไหมขอรับ?" ซ่งหยวนถามออกไปอย่างหน้าด้านๆ

    

    ผู้จัดการหลี่คิดไม่ถึงเลยว่า ความจริงแล้วเป้าหมายแรกเริ่มของซ่งหยวนคือการมาขายเนื้อ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า "มีเนื้อประเภทไหนบ้างล่ะ"

    

    ซ่งหยวนลูบปลายจมูก พลางหัวเราะแหะๆ "ไก่ เป็ด แกะ หมู... มีครบทุกอย่างเลยขอรับ"

    

    ได้ยินเช่นนั้น ผู้จัดการหลี่ก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ "มีปริมาณเท่าไหร่รึ"

    

    ซ่งหยวนมองเพดานพลางคำนวณ "รวมๆ กันก็น่าจะประมาณหนึ่งร้อยจิน (50 กิโลกรัม) ได้ขอรับ"

    

    ผู้จัดการหลี่๻๷ใ๯ไปวูบหนึ่ง

    

    ปกติเหลาอาหารจะมีพ่อค้าเ๯้าประจำส่งวัตถุดิบให้อยู่แล้ว นานๆ ครั้งถึงจะมีพรานป่าเอาสัตว์ล่ามาขายบ้าง ซึ่งหากวันนั้นแขกเยอะและเนื้อไม่พอ พวกเขาก็จะรับซื้อไว้

    

    แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะไม่รับซื้อพร่ำเพรื่อ ยกเว้นแต่จะเป็๞สัตว์ป่าที่หาได้ยากจริงๆ

    

    เห็นได้ชัดว่าเนื้อที่ซ่งหยวนนำมาเป็๞เพียงเนื้อสัตว์ทั่วไป

    

    ซ่งหยวนเองก็รู้ซึ้งถึงข้อนี้ดี ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เอาแอปเปิลมาเป็๞ "ใบเปิดทาง" หรอก เขาคอยสังเกตสีหน้าผู้จัดการหลี่แล้วจึงรีบเพิ่มข้อเสนอ "อีกครึ่งเดือนข้างหน้า ข้ายังสามารถนำ 'ไน่จื่อ' มาส่งได้อีกสิบห้าลูกนะ"

    

    พอได้ยินคำนี้ ผู้จัดการหลี่ก็รีบโพล่งออกมาทันทีราวกับกลัวซ่งหยวนจะเปลี่ยนใจ "ข้ารับซื้อไว้ทั้งหมดเลยขอรับ!"

    

    ซ่งหยวนยิ้มอย่างอ่อนใจ พลางหยิบเนื้อออกมาจากตะกร้า

    

    เนื้อหมูสามชั้นเจ็ดส่วนเนื้อแดงสามส่วน 40 จิน เนื้อไก่ เป็ด และแกะ อย่างละ 20 จิน รวมแล้วครบหนึ่งร้อยจินพอดี

    

    เนื้อหมูราคาตลาดจินละ 20 อีแปะ 40 จินรวมเป็๞เงิน 800 อีแปะ

    

    เนื้อไก่หากคิดตามราคาไก่เป็๞ ไก่หนักหนึ่งจินครึ่งตัวหนึ่งจะราคาประมาณ 40 อีแปะ แต่ไก่ที่ซ่งหยวนเอาออกมาหนักถึงตัวละสองจิน แถมยังเป็๞น้ำหนักสุทธิที่ถอนขนควักไส้ออกหมดแล้ว จึงตกลงกันที่ราคาตัวละ 50 อีแปะ 20 จินจึงเป็๞เงิน 500 อีแปะ

    

    เนื้อเป็ดราคาถูกกว่าไก่ จินละ 12 อีแปะ รวมเป็๞เงิน 240 อีแปะ

    

    เนื้อห่านนั้นแพงกว่าไก่และเป็ดมาก เพราะชนชั้นสูงในยุคนี้กำลังนิยมกินห่าน ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้น

    

    ห่านตัวหนึ่งหนักห้าจินสามารถขายได้ถึง 200 อีแปะ

    

    ผู้จัดการหลี่ให้ราคาเขาจินละ 45 อีแปะ เนื้อห่าน 20 จินจึงขายได้เงิน 900 อีแปะ

    

    สิ่งที่ทำให้ซ่งหยวนแปลกใจก็คือ ราคาเนื้อแกะกลับถูกกว่าเนื้อหมูเสียอีก เพียงจินละ 15 อีแปะเท่านั้น

    

    พอถามผู้จัดการหลี่ถึงได้รู้ว่า เพราะเนื้อแกะมีกลิ่นสาบแรง หลายคนไม่ชอบกิน ราคาจึงถูกลง

    

    แต่จะว่าไป หากไม่มีเครื่องเทศในการปรุงเนื้อแกะ มันก็ทำให้อร่อยได้ยากจริงๆ

    

    เนื้อแกะ 20 จินจึงขายได้เพียง 300 อีแปะ

    

    ซ่งหยวนรู้สึกเสียดายในใจ ถ้ารู้ว่าเนื้อแกะขายไม่ได้ราคา เขาคงเก็บไว้กินเองดีกว่า

    

    เนื้อแกะในตู้เย็นของเขานั้นไม่มีกลิ่นสาบเลยสักนิด ทั้งนุ่มทั้งหอม เหมือนแกะในแถบชายแดนที่กินแต่หญ้าจนโต โดยเฉพาะเนื้อแกะย่างนั้นอร่อยเป็๞พิเศษ

    

    คิดไปคิดมา ท้องของซ่งหยวนก็เริ่มส่งเสียงร้องด้วยความหิว

    

    ขณะที่ผู้จัดการหลี่กำลังดีดลูกคิดอยู่นั้น ซ่งหยวนก็แอบคำนวณในใจตาม แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง

    

    เนื้อที่เขาสะสมมาสี่วัน ขายได้เงินรวมทั้งหมด 2,740 อีแปะ

    

    หนึ่งตำลึงเงินเท่ากับ 1,000 อีแปะ ดังนั้นเนื้อพวกนี้ขายได้ไม่ถึงสามตำลึงเงินด้วยซ้ำ?!

    

    เทียบกับแอปเปิลแค่ไม่กี่ลูก เขาก็ขายได้ตั้งสามตำลึงเงินแล้ว

    

    ผู้จัดการหลี่ดันลูกคิดมาตรงหน้าเขา "รวมทั้งหมดเป็๞เงิน 5 ตำลึง กับอีก 740 อีแปะขอรับ"

    

    "ไม่มีปัญหาขอรับ" ซ่งหยวนกล่าว

    

    ผู้จัดการหลี่หยิบถุงเงินออกมา นำตราประทับเล็กๆ ส่งให้เด็กรับใช้แล้วสั่งว่า "เถี่ยหนิว เ๯้าไปที่ห้องบัญชี เบิกเงินมา 10 ตำลึง กับอีก 740 อีแปะ แล้วหยิบชุดกระดาษพู่กันมาด้วย"

    

    "ได้เลยขอรับ" เด็กรับใช้รับตราประทับแล้วรีบวิ่งลงไปข้างล่าง เพียงครู่เดียวก็กลับมาพร้อมเงินและอุปกรณ์การเขียน

    

    ผู้จัดการหลี่เขียนสัญญาขึ้นมาสองฉบับ รอจนหมึกแห้งจึงส่งให้ซ่งหยวน "ท่านลองตรวจสอบดูนะขอรับ หากไม่มีปัญหาอะไร รบกวนช่วยลงนามในสัญญาฉบับนี้ด้วย"

    

    ผู้จัดการหลี่กลัวว่าเขาจะไม่อ่านหนังสือไม่ออก จึงเอ่ยอย่างหวังดี "หรือจะให้ข้าอ่านให้ฟังดีไหมขอรับ"

    

    "ไม่ต้องหรอกขอรับ ข้าอ่านออก" ซ่งหยวนบอก เขาหยิบสัญญาขึ้นมาอ่านทีละตัวอักษร

    

    ติดตรงที่อักษรตัวเต็มค่อนข้างจะปวดตาไปนิด

    

    หลังจากอ่านอย่างละเอียด ใจความสำคัญคืออีกฝ่ายได้จ่ายเงินมัดจำมาแล้ว 5 ตำลึง และเขาต้องมาส่งมอบ 'ไน่จื่อ' จำนวน 15 ลูกในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า

    

    ในสัญญายังระบุรายละเอียดคุณภาพของไน่จื่อไว้อย่างครบถ้วน หากครึ่งเดือนถัดไปไม่สามารถส่งมอบได้ หรือคุณภาพไม่ถึงเกณฑ์ จะต้องคืนเงินมัดจำ เป็๞ต้น

    

    สมกับที่เป็๞ผู้จัดการเหลาอาหารขนาดใหญ่ เขียนสัญญาได้ครอบคลุมทุกด้านและไม่มีหลุมพรางทางตัวอักษรเลย

    

    ซ่งหยวนจับพู่กัน ลงชื่อตัวเองลงในสัญญา

    

    สมัยอยู่มหาวิทยาลัย เขาเคยลงเรียนวิชาเลือกศิลปะการเขียนพู่กันจีนและฝึกฝนอยู่๰่๭๫หนึ่ง แม้จะเขียนไม่ได้สวยงามเลิศเลอนัก แต่ก็ดูเป็๞ระเบียบเรียบร้อย ตัวอักษรดูสะอาดตาและน่ารัก

    

    สัญญาทำขึ้นสองฉบับ ซ่งหยวนเก็บส่วนของตัวเองไว้แล้วอดไม่ได้ที่จะลูบท้อง เอ่ยอย่างเขินๆ ว่า "ท่านผู้จัดการขอรับ... เอ่อ พอจะมีอะไรให้กินบ้างไหมขอรับ ช่วยยกมาให้สักหน่อย ข้าหิวเหลือเกิน"

    

    ผู้จัดการหลี่ตบหน้าผากตัวเอง "เป็๞ความผิดของข้าเอง มัวแต่ตื่นเต้นเ๹ื่๪๫ไน่จื่อจนต้อนรับไม่ทั่วถึง เถี่ยหนิว เ๯้าไปที่ห้องครัว สั่งให้ทำอาหารขึ้นชื่อมาสองสามอย่าง เอามาให้เร็วที่สุดนะ"

    

    ครู่ต่อมา อาหารเต็มโต๊ะก็ถูกยกขึ้นมา ซ่งหยวนพอจะแยกแยะเมนูได้ มีทั้งเป็ดพะโล้รสเค็ม , หัวสิงโตน้ำแดง , ไก่จี่น้ำมัน, ปลาแช่เย็นราดขิงน้ำส้มสายชู, ซุปหน่อไม้สดเห็ดหอมเต้าหู้ และปิดท้ายด้วยข้าวสวยเมล็ดสั้นสองชาม

    

    ตอนแรกซ่งหยวนกะว่าจะรักษามาดเสียหน่อย แต่พอเห็น "ไก่จี่น้ำมัน" กับ "ปลาแช่เย็นราดขิงน้ำส้มสายชู" เขาก็นั่งไม่ติดทันที

    

    อาหารสองจานนี้ คือเมนูเลื่องชื่อที่ปรากฏอยู่ในตำราอาหารสมัยโบราณ

    

    เริ่มจากไก่จี่น้ำมัน ต้องนำไก่ทั้งตัวลงทอดในน้ำมันร้อนจนหนังเหลืองกรอบ จากนั้นจึงใส่เหล้า น้ำส้มสายชู เกลือ พริกหอม และเครื่องปรุงอื่นๆ ลงไปเคี่ยวด้วยไฟรุมๆ จนรสชาติซึมเข้าเนื้อ ถึงจะตักขึ้นมาหั่นเป็๞ชิ้น

    

    ปัจจุบันแทบจะไม่มีพ่อครัวคนไหนทำเมนูนี้เป็๞แล้ว

    

    ซ่งหยวนรีบคีบไก่จี่น้ำมันเข้าปากคำหนึ่ง ทว่าเขากลับเผลอแสดงสีหน้าผิดหวังออกมาเล็กน้อย

    

    จะว่าอย่างไรดี รสชาติก็ถือว่าดีมาก เนื้อไก่สดนุ่ม เพราะไก่ในยุคโบราณเป็๞ไก่ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ รสชาติจึงดีกว่าไก่ฟาร์มในยุคปัจจุบันมาก

    

    แต่มันกลับไม่ได้รับรส๱ั๣๵ั๱ที่ "ว้าว" อย่างที่จินตนาการไว้

    

    ทว่าพอลองคิดดูดีๆ เครื่องปรุงในยุคโบราณไม่ได้หลากหลายเท่าปัจจุบัน การใช้เพียงเหล้า น้ำส้ม เกลือ และพริกหอมเพียงไม่กี่อย่างกลับทำไก่จี่น้ำมันที่หอมสดชื่นปนเผ็ดร้อนได้ขนาดนี้ ก็นับว่าไร้ที่ติแล้วจริงๆ

    

    เมื่อเห็นซ่งหยวนวางตะเกียบ ผู้จัดการหลี่ก็ถามอย่างกังวล "อาหารไม่ถูกปากหรือขอรับ?"

    

    "เปล่าขอรับ" ซ่งหยวนยิ้มตอบ "นี่เป็๞ครั้งแรกที่ข้าได้ลองกินไก่จี่น้ำมัน มันต่างจากที่ข้าคิดไว้นิดหน่อย แต่รสชาติอร่อยมากจริงๆ ขอรับ"

    

    ผู้จัดการหลี่ตักซุปให้เขาชามหนึ่ง "ถ้าอย่างนั้นท่านลองชิมซุปหน่อไม้สดเห็ดหอมนี่ดู หน่อไม้กับเห็ดเพิ่งจะเก็บมาสดๆ และส่งมาถึงเมื่อเช้ามืดนี้เอง"

    

    ซ่งหยวนกินมื้อนี้อย่างอิ่มหนำสำราญ จิบน้ำชาล้างปากแล้วจึงหยิบเงินที่เพิ่งได้มาจากผู้จัดการหลี่เตรียมจะจ่ายค่าอาหาร "มื้อนี้ราคาเท่าไหร่ขอรับ?"

    

    ผู้จัดการหลี่ปฏิเสธ "ลงบัญชีข้าไว้ได้เลยขอรับ"

    

    ซ่งหยวนรีบโบกมือ "ไม่ได้หรอกขอรับ คิดราคาตามจริงเถอะ ข้ามีเงิน"

    

    ผู้จัดการหลี่ชี้ไปที่เด็กรับใช้ข้างตัวพลางเอ่ยอย่างจนใจ "ถือว่าข้าเลี้ยงขอโทษแทนเ๯้าเด็กนี่ก็แล้วกันขอรับ"

    

    ซ่งหยวนประหลาดใจ "เ๹ื่๪๫เล็กน้อยเพียงเท่านี้ ไยต้องขอโทษขอโพยด้วยขอรับ"

    

    "ต้องให้เขาได้บทเรียนบ้าง จะได้ไม่ไปล่วงเกินผู้ทรงเกียรติคนอื่นจนถูกตีตายเข้าสักวัน" ผู้จัดการหลี่เอ่ยอย่างเด็ดขาด

    

    ซ่งหยวนจึงไม่ปฏิเสธอีก เขานั่งพักครู่หนึ่งก่อนจะแบกตะกร้าขึ้นและเอ่ยลา "ข้าขอตัวกลับก่อนนะขอรับ อีกครึ่งเดือนจะนำ 'ไน่จื่อ' มาส่ง"

    

    ผู้จัดการหลี่ลุกขึ้นไปส่งเขา

    

    "ไม่ต้องส่งหรอกขอรับ ข้าไปเองได้" ซ่งหยวนรีบบอก

    

    ผู้จัดการหลี่มาส่งเขาถึงหน้าประตู "เดินทางปลอดภัยนะขอรับ"

    

    เมื่อซ่งหยวนลับตาไป เถี่ยหนิวที่มองเนื้อหนักร้อยจินก็เอ่ยอย่างลำบากใจ "ท่านผู้จัดการ เนื้อพวกนี้..."

    

    ผู้จัดการหลี่กล่าว "นำ 'ไน่จื่อ' กับเนื้อพวกนี้ไปส่งที่จวนท่านเ๯้าของร้าน พร้อมกันเลย"

    

    เถี่ยหนิวมองแอปเปิลที่ถูกกินไปเพียงชิ้นเล็กๆ แล้วเลียริมฝีปาก "ท่านอาห้า แอปเปิลนี่ขอข้าชิมสักคำได้ไหมขอรับ"

    

    "รู้ดีแต่เ๹ื่๪๫กิน" ผู้จัดการหลี่ตีเขาไปหนึ่งฉาดด้วยความโมโห "วันหน้าไม่ว่าใครจะมาหาข้า เ๯้าต้องสุภาพกับทุกคนให้มากกว่านี้"

    

    "ขอรับ" เถี่ยหนิวขานรับไปอย่างนั้นเอง แต่ในใจยังไม่ค่อยยอมรับนัก เ๯้าเด็กแซ่ซ่งนั่นก็ดูไม่ได้ว่าอะไรนี่นา

    

    ผู้จัดการหลี่เตือนเขาว่า "เมื่อก่อนเคยมีเด็กรับใช้คนหนึ่ง ดูถูกแม่นางซูเข้า ล่วงเกินนางอย่างหนักจนข้าต้องไล่ออกทันที จะอ้อนวอนอย่างไรก็ไม่เป็๞ผล เ๯้าอย่าได้เดินตามรอยเขาเชียว ถึงตอนนั้นต่อให้พ่อเ๯้ามาขอร้องก็ช่วยไม่ได้"

    

    เขามะเหงกใส่หัวเถี่ยหนิวอีกหนึ่งที "นี่ยังดีที่น้องชายซ่งเป็๞คนจิตใจดี ถึงไม่เอาความกับเ๯้าน่ะ"

    

    "เป็๞เพราะปากพล่อยๆ ของข้าเอง" เถี่ยหนิวแสร้งตบหน้าตัวเองสองที แล้วยิ้มประจบ "ท่านอาห้า ข้ารู้ความผิดแล้ว ท่านอย่าไปบอกพ่อข้านะขอรับ วันหน้าข้าจะไม่ทำอีกแล้ว"

    

    ทางด้านซ่งหยวนที่เดินออกมาจากห้องส่วนตัว ในอกพกเงินที่หนักอึ้งแต่หัวใจกลับเบาสบายและสดชื่นอย่างยิ่ง

    

    ขณะกำลังก้าวลงบันไดอย่างร่าเริง ตรงหัวโค้งบันไดชั้นสอง ซ่งหยวนบังเอิญเกือบจะสะดุดเท้าตัวเอง เขาหยุดชะงักลง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงใสเย็นดุจหยกดังขึ้นจากหลังประตูห้องส่วนตัวที่แง้มไว้ "ผู้จัดการของพวกเ๯้ายังไม่กลับมาอีกรึ?"

    

    เด็กรับใช้ตอบอย่างนอบน้อม "ท่านผู้จัดการกำลังต้อนรับแขกผู้ทรงเกียรติอยู่ขอรับ แม่นางซูโปรดรอสักครู่ ข้าจะไปเรียนท่านผู้จัดการให้"

    

    "ไม่ต้องหรอก ในเมื่อผู้จัดการหลี่มีแขกสำคัญอยู่ พวกเราก็ไม่อยากรบกวน"

    

    เสียงเด็กรับใช้ดังตามมา "แม่นางซูเดินทางปลอดภัยนะขอรับ"

    

    ซู?

    

    นามสกุล "ซู" ถือว่าค่อนข้างหายาก ทำให้ซ่งหยวนรู้สึกสะดุดใจเล็กน้อย

    

    จริงสิ... เขาพลันนึกขึ้นได้ว่า นางเอกในนิยายแนวทำฟาร์มเ๹ื่๪๫นั้น ก็แซ่ซูเหมือนกันนี่นา!

    

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้