“เรือนงามซ่อนเมีย? หมายความว่าอย่างไร?”
หลงเทียนอวี้ขลุกอยู่กับกองหนังสือั้แ่ยังเด็ก
ถูกขนานนามว่าผู้มีความรู้ความสามารถแต่ถึงแม้เขาจะรอบรู้มากสักเพียงไหนทว่าวันนี้กลับถูกพระชายาของตนเองทำให้ชะงักงัน
“อันที่จริงเื่นี้เป็เพียงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยภายในราชวงศ์เพคะมีฮ่องเต้องค์หนึ่งนามว่าหลิวจื้อ ได้รับแต่งตั้งเป็ฮ่องเต้แห่งเจียวตงั้แ่ตอนพระชนมายุได้สี่พรรษาอยู่มาวันหนึ่งได้พูดกับป้าของตนเองว่าหากได้อภิเษกสมรสกับพี่อาเจียวเขาจะสร้างวังทองเพื่อมอบให้กับนาง”
ทว่าสุดท้ายเฉินอาเจียวถูกปลดจากตำแหน่งและไปตั้งรกรากอยู่ที่พระราชวังจ่างเหมิน
“เช่นนั้นแสดงว่าฮ่องเต้เจียงตงผู้นั้นคงจะมิได้จริงใจใช่หรือไม่?”
คิดไม่ถึงเลยว่านี่จะเป็คำตอบหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งของหลงเทียนอวี้
หลินเมิ้งหยามองหลงเทียนอวี้ ทั้งที่เป็เพียงเื่ตลกเื่หนึ่งที่นางเล่าเท่านั้นแต่เขากลับจริงจังเสียเหลือเกิน
“เหตุใดท่านอ๋องจึงคิดเช่นนั้นหรือเพคะ เมิ้งหยาอยากรู้เหลือเกิน”
หลงเทียนอวี้เดินออกจากสวนทั้งสองเดินนำหน้าตามหลังกันมาจนถึงถนนใหญ่
“ในราชวงศ์หาได้มีความจริงใจไม่ เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากน้าฮ่องเต้เจียวตงจึงเอ่ยเช่นนั้น ท่านป้าซ่างหยูจ่างของข้าเป็ที่รักของเสด็จพ่อหากไม่ใช่เพราะพระธิดาพระองค์โตตก่อนวัยอันควรเกรงว่าพี่น้องของข้าเองก็คงกลายเป็ฮ่องเต้เจียวตงเช่นกัน”
ทุกราชวงศ์ล้วนเหมือนกันทั้งสิ้น
หลินเมิ้งหยามองดูตลาดบนถนนที่ทอดยาวอันแสนคึกคักั์ตาปรากฏร่องรอยแห่งความสับสน
สถิตบนโลกที่ไม่รู้จัก เพื่อหลินเมิ้งหยาคนก่อนนางจำเป็ต้องอาศัยสถานะพระชายาอวี้เพื่อเอาชีวิตรอดต่อไป
แต่คิดไม่ถึงเลยว่ายิ่งนานวันเข้าก็ยิ่งถลำลึก
หรือชั่วชีวิตของนางจะต้องอยู่แต่เพียงจวนอวี้เท่านั้นจากนั้นกลายเป็เครื่องมือในศึกชิงบัลลังก์?
เพียงคิดได้ว่าตนเองอาจกลายเป็ฮองเฮาที่ต้องขจัดคนทุกผู้ที่พยายามทำตัวเป็เสี้ยนหนามหัวใจของนางอดที่จะหนาวสั่นไม่ได้
แล้วแต่บุญแต่กรรมเถิด นางไม่มีทางลืมความตั้งใจแรกไม่ว่าอย่างไรนางจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อปกป้องคนของนาง
“ท่านอ๋องสามารถรับปากข้าหนึ่งเื่ได้หรือไม่?”
จู่ๆ ชายเสื้อก็ถูกมือเล็กๆ สองข้างจับเอาไว้ เขาหมุนตัวจ้องมองใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่สวยงามของหลินเมิ้งหยาท่าทางจริงจังอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“เื่อะไร?”
เขาเลิกคิ้วขึ้น ตอนแรกคิดว่านางจะร้องขออะไรประหลาดๆ อีกแต่คิดไม่ถึงเลยว่านางจะเอ่ยเช่นนี้
“ท่านอ๋องเพคะ หากวันใดเมิ้งหยาไร้ประโยชน์ต่อท่านแล้วละก็ได้โปรดออกจดหมายยุติการเป็คู่สามีภรรยาให้กับหม่อมฉัน และปล่อยให้หม่อมฉันพาเสี่ยวอวี้กับป๋ายจื่อไปได้หรือไม่เพคะ?”
นางพูดด้วยท่าทางจริงจัง น้ำเสียงยังคงอ่อนโยนแ่เบา ทว่าเมื่อหลงเทียนอวี้ได้ยินหัวใจของเขารู้สึกหนักอึ้ง
“เพราะเหตุใด?”
หรือว่า...นางจะยังมิพึงพอใจกับตำแหน่งพระชายาอวี้?
หรือว่า...นางอยากได้อะไรที่มากกว่านั้น?
“หม่อมฉันไม่อยากเป็นกน้อยในกรงทองเหตุเพราะท้องฟ้าสูงใหญ่สุดแต่นกจะบิน ผืนน้ำกว้างขวางสุดแต่ปลาจะว่ายหม่อมฉันอยากออกไปเผชิญโลกภายนอกหม่อมฉันไม่อยากปล่อยเวลาทั้งชีวิตอยู่กับการต่อสู้ โลกหล้ามิได้เกี่ยวข้องอันใดกับหม่อมฉันหม่อมฉันจึงอยากใช้ชีวิตตามใจของตนเอง”
ดวงตาสีดำจับจ้องใบหน้านวลไม่ไหวติง
หลงเทียนอวี้สับสน นาง...เป็พระชายาของตนเองจริงหรือ?
หากเอ่ยว่า อยู่ๆ คนโง่เขลาสติเลอะเลือนคนหนึ่งก็เปลี่ยนไปกะทันหันสติสัมปชัญญะกลับมาอย่างฉับพลัน อีกทั้งอุปนิสัยยังเปลี่ยนไปราวกับฟ้าและดิน
ทว่า อุปนิสัยใจคอกว้างขวางและร่าเริงเช่นนี้อย่าว่าแต่ผู้หญิงตัวเล็กๆ เพียงคนเดียวเลย แม้แต่ตนเองก็เกรงว่าจะทำไมได้
“ตกลงเ้า...”
“ท่านอ๋อง พวกเรารีบกลับกันเถิดเพคะ อย่าทำให้คนผู้นั้นสงสัยเลยมิเช่นนั้นพวกเราคงถูกจับได้”
หลงเทียนอวี้คิดอยากถามนางว่า...ตกลงเ้าเป็ใคร
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับจับมือของหลงเทียนอวี้ ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ไปทางจวนอวี้
มองร่างบางตรงหน้า ก้มหน้าดูมือที่กำลังจับกุมัันุ่มนิ่มอบอุ่น นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตของหลงเทียนอวี้ที่รู้สึกสับสนเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง
ร่างกายของหลินเมิ้งหยาเก็บซ่อนปริศนามากมายเอาไว้แม้ตนเองจะพยายามเข้าไปไขปริศนามากสักเพียงไหน แต่ก็ไม่อาจค้นพบความจริงใดๆ
มีเพียงสิ่งเดียวที่เขามั่นใจ ผู้หญิงคนนี้...ไม่คิดร้ายกับตนเอง
อีกทั้งนางยังกลายเป็กำลังหลักของเขาอีกด้วย
เขาพลิกมือ กุมมืออันแสนบอบบางเอาไว้แน่น
ความลุ่มลึกจากั์ตาแผ่ซ่านไปถึงหัวใจ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขาไม่มีทางปล่อยคนที่มีประโยชน์กับตัวเองไปง่ายๆ
หากว่าหลินเมิ้งหยาคิดจะจากไป เช่นนั้นเขาไม่เสียใจเลยที่จะแลกทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อรั้งนางเอาไว้
เช่นเดียวกับที่เขาโน้มน้าวป๋ายหลี่อู๋เจียนและซื้อความจริงใจจากจูเฉียง
แล้วแบบนี้จะยอมปล่อยให้ขาดหมากที่เหมาะสมกับเกมได้อย่างไร?
ทั้งสองเดินกลับไปยังจวนเงียบๆเห็นได้ชัดว่ามิได้กลายเป็จุดสังเกตของผู้อื่น
แสร้งทำท่าทีประหนึ่งเพิ่งกลับจากการเดินเล่นหลินเมิ้งหยากลับไปยังสวนหลิวซินของตนเอง
สาวใช้ทั้งหมดถูกสั่งให้ออกไป ดวงตาของหลินเมิ้งหยาเปล่งประกายทว่านางกลับได้เห็นชิงหูกำลังเขย่าขาด้วยท่าทางหยิ่งผยองอยู่ในศาลาเล็กอีกทั้งกำลังลิ้มรสเพลิดเพลินกับชาหอมของนาง
“เ้าจิ้งจอกเ้าเล่ห์ ช่างกล้านักนะเ้าไม่กลัวถูกจับไปถลกหนังหรืออย่างไร?”
ไม่เกรงใจ นางเหวี่ยงขาเข้าไปเตะชิงหูให้ออกจากตั่งตัวสวยของตนเอง
ได้เห็นเ้าเด็กหนุ่มตั้งใจเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นด้วยท่าทางเกียจคร้านอีกทั้งยังจงใจส่งสายตาน่าสงสารมาให้นาง
หลินเมิ้งหยาเหล่มองเขาด้วยสายตาเ็า จากนั้นหยิบชาบนโต๊ะแต่กลับถูกชิงหูแย่งไปขณะเอื้อมหยิบ
“เหยียต้องกลัวสิ่งใด?มีสาวงามจวนไหนบ้างที่ไม่คิดอยากเปลื้องผ้าของเหยีย?แต่เหยียหาได้สนใจพวกนางเ่าั้ไม่ แต่หากเป็เ้าละก็เหยียก็ยินดีมอบกายถวายตัวให้กับเ้า”
เขาดื่มชาที่แย่งมาจากมือของหลินเมิ้งหยาด้วยท่าทางเย้ยหยันทว่าเด็กสาวตรงหน้าไม่เพียงไม่โกรธ แต่กลับหยักยิ้มตาหยีขึ้นอีกด้วย
ขณะเดียวกัน ชิงหูเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดี
“ไอ้หยา ป๋ายจีรีบไปยกข้าวเหนียวกับน้ำมาให้ข้าทีข้าลืมล้างมือไปเลย!”
เสียงของชิงหูสั่นเครือ สีหน้าขาวซีด ก่อนจะเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง
“เ้า...เด็กน้อย...เ้า...เ้าไปทำอะไรมา?”
“ข้าเหรอ?”หลินเมิ้งหยายกมือคู่สวยของตนเองขึ้น ก่อนจะเอ่ยเน้นทีละคำ “ไม่มีอะไรหรอกเมื่อครู่ข้าไปชำแหละศพขึ้นอืดมา ไอ้หยา เ้าอย่าเพิ่งอ้วกสิ! ป๋ายซ่าวรีบพาตัวเขาออกไป อย่าทำให้ดอกไม้ในสวนข้าต้องแปดเปื้อน”
หลังจากเอาคืนชิงหูเล็กน้อยแล้วหลินเมิ้งหยาล้างมือทั้งสองข้างจนสะอาดก่อนจะพาสาวใช้ทั้งสามและหลินจงอวี้ออกไปนั่งเล่นรับลมที่ศาลาเล็ก
ชิงหูที่อ้วกจนเกือบหมดไส้หมดพุงนั่งนิ่งเงียบสายตาที่มองทางหลินเมิ้งหยาเต็มไปด้วยโทสะแต่กลับไม่กล้าที่จะเอื้อนเอ่ยท่าทางน่าสงสารมากเพียงพอที่จะอธิบายความขมขื่นในใจ
ชิ สมน้ำหน้า
หลินเมิ้งหยาแอบขำในใจ นางไม่มีทางยอมรับหรอกว่าตัวเองจงใจกลั่นแกล้งชิงหู
“นายหญิง ท่านไป...ไอ้หยา นี่มันเป็เื่อัปมงคล!”
ใบหน้าของป๋ายจื่อยับยู่ยี่ประหนึ่งซาลาเปา
หลินเมิ้งหยาอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าไปลูบไล้ อืม ััไม่เลว
“อัปมงคลที่ไหนกัน พวกเ้าลองคิดดูเถิด ผอจื่อคนนั้นต้องตายฟรีหากข้าช่วยแก้แค้นแทนนางได้นั่นเท่ากับว่านั่นเป็การแสดงความเคารพสูงสุดต่อนางมิใช่หรือ”
หลินเมิ้งหยาอธิบายสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยค นางเล่าเพียงว่าผอจื่อถูกผลักตกบ่อน้ำส่วนเื่อื่นมิได้เปิดเผยแต่อย่างใด
“ข้าคิดว่าพี่สาวพูดถูกแล้ว” หลินจงอวี้กลับตั้งใจฟังเป็อย่างมากใบหน้าเรียวเล็กหล่อเหลาเจือไว้ซึ่งความสงสัย
“ข้าเองก็คิดว่านายหญิงพูดถูกแต่เื่บางเื่ก็ควรระมัดระวังให้ดี จริงสิเ้าคะนายหญิง ท่านบอกว่านำศพของผอจื่อไปเก็บไว้ที่โรงน้ำชาเลื่องชื่อว่าผีดุข้างถนนแบบนี้จะไม่เป็การไม่เหมาะสมหรือเ้าคะ?”
แม้ป๋ายจีจะมีความเห็นเป็กลางแต่นางกลับเชื่อเื่ภูตผีิญญาเป็อย่างมาก
“โอ้?ไม่เหมาะสมอย่างไร?”
หลินเมิ้งหยาเลิกคิ้วขึ้น สายตาพลันเหลือบมองป๋ายจี
“ที่แห่งนั้นน่ากลัวชวนขนหัวลุก อีกทั้งยังมีเสียงผีโหยหวนออกมาให้ได้ยินเสมอหนู่ปี้เคยได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าหากนำศพไปไว้ที่นั่นแล้วทำไม่ดี..จะ...จะถูกสิง!”
ป๋ายจีกดเสียงต่ำลง สีหน้าหวาดกลัว
เมื่ออยู่ท่ามกลางบรรยากาศชวนขนหัวลุกป๋ายซ่าวที่มักจะองอาจกล้าหาญเสมออดไม่ได้ที่จะหดตัวเล็กลง
ส่วนคนที่มีความกล้าเพียงน้อยนิดอย่างป๋ายจื่อพุ่งตัวเข้าหาอ้อมกอดของหลินเมิ้งหยา
“มีเสียงผีร้องโหยหวนเสียที่ไหนล้วนเป็มนุษย์หลอกมนุษย์ด้วยกันเองทั้งนั้น เหยียอยู่ในเจียงหูมานานหลายปีคนตายเพราะฝีมือเหยียเป็ร้อยเป็พัน แต่ก็ไม่เคยเจอผีเ่าั้มาทวงแค้นเลย!”
ชิงหูหัวเราะเยาะ ใบหน้ารูปไข่แฝงไว้ซึ่งความเ้าเล่ห์อีกทั้งยังดูแคลนพวกเขา
หลินเมิ้งหยากลับแสดงสีหน้าฉงน สายตามองทางชิงหูทว่ากลับลังเลที่จะพูด
“หากข้าพูด เ้าอย่ากลัวล่ะ”
หลินเมิ้งหยาดันตัวป๋ายจื่อออกจากอ้อมกอด เดินเข้าไปยืนข้างกายชิงหูก่อนจะกระซิบที่ข้างหูของเขา
“เ้าเด็กน้อย คิดจะทำให้เหยียกลัวอย่างนั้นหรือ? มีอะไรก็พูดออกมา หากข้ากลัวข้าก็คงมิใช่พี่ใหญ่ชิงหูของเ้าแล้ว”
หลินเมิ้งหยาหยักยิ้มแปลกประหลาด ก่อนจะลูบไล้ปกเสื้อของชิงหู
“คืนนี้ข้ารับรองเลยว่ามันจะเป็ค่ำคืนที่ยากจะลืมเลือนของเ้า วางใจเถิดคืนนี้ข้าจะไล่ทุกคนในสวนของข้าออกไปให้หมด เ้ามิต้องกังวลไป”
จู่ๆ กลิ่นหอมบางอย่างก็ลอยเข้ามาเตะจมูกชิงหูรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย
ทว่าคำพูดถัดมาของหลินเมิ้งหยาทำให้สัญชาตญาณของชิงหูร้องเตือนขึ้นมาในใจโดยเฉพาะเมื่อได้อยู่ใกล้กับใบหน้าทรงเสน่ห์แต่กลับมีเลศนัยของหลินเมิ้งหยาเขารีบกระโจนออกไปไกลถึงสามฟุต
“เ้า...เ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?”
ยังไม่ทันที่หลินเมิ้งหยาจะได้พูดอะไรชิงหูรู้สึกได้ว่าท้องไส้ของตนเองกำลังปั่นป่วน
ใบหน้าเ้าเล่ห์พลันขาวซีด ท่าทางไม่น่ามองก่อนที่เขาจะรีบวิ่งไปทางห้องน้ำ
“ปาโต้ว1ที่ถูกนำมาผสมกับชาสรรพคุณทำให้ไส้ของเ้าถูกล้างจนสะอาดอย่างไรเล่า”
ยิ่งได้เห็นใบหน้าขาวซีดของเด็กหนุ่ม หลินเมิ้งหยาปรบมือ ใบหน้ารูปไข่เรียวเล็กประดับไว้ซึ่งรอยยิ้มกว้างประหนึ่งดอกไม้บาน
“คุณหนู พ่อบ้านเติ้งบอกว่าเตรียมการเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ”
ป๋ายจีที่เคยมีสีหน้าหวาดกลัวเมื่อครู่เข้ามายืนสงบนิ่งด้านหลังของหลินเมิ้งหยา
“คิดไม่ถึงเลยป๋ายจีว่าเ้าจะมีทักษะทางการแสดงที่โดดเด่นเช่นนี้”
“ป๋ายจีจะมีความสามารถเช่นนั้นได้อย่างไรเ้าคะแต่เพราะพ่อบ้านเติ้งและองครักษ์หลินสั่งสอนหม่อมฉันมากกว่าสองชั่วโมงป๋ายจีจึงสามารถทำเช่นนี้ได้”
ใบหน้าของป๋ายจีแดงระเรื่อ แม้นางจะเป็คนสงบนิ่งแต่ถึงอย่างนั้นกลับเป็สาวใช้ที่ฉลาดที่สุดในสามคน
หลินเมิ้งหยามองป๋ายจีด้วยความชื่นชมั์ตาเผยให้เห็นแผนการบางอย่าง
เบ็ดถูกเหวี่ยงไปแล้ว ไม่รู้ว่าคืนนี้ปลาตัวใหญ่จะติดเบ็ดหรือไม่!
***************************
1 ปาโต้วคือสมุนไพรชนิดหนึ่งมีฤทธิ์เหมือนสลอด