ลู่เต้ายืนนิ่งอยู่กับที่เพราะถูกเข็มเงาตอกตรึงเอาไว้ หลังจากหูต้าเซียนสูบพลังิญญาลู่เต้าจนหมดสิ้นก็พลันรู้สึกวิงเวียน หน้ามืดคล้ายแผ่นดินถล่มจนเกือบยืนไม่อยู่
จินเลี่ยงผู้เป็ศิษย์เห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปถามไถ่ “ท่านอาจารย์!”
คิ้วดกดำของหูต้าเซียนขมวดมุ่น ใบหน้าเหลืองซีดปรากฏรอยดำแวบหนึ่ง ดวงตาจ้องมองลู่เต้าด้วยความโกรธแค้นพลางกัดฟันกรอด “เ้าเด็กนี่ ก่อนจะหมดสติไป ยังไม่ลืมที่จะรวบรวมพิษไว้ในร่างอีก!”
สองศิษย์อาจารย์ถูกกลลวงด้วยวิธีเดียวกัน ทว่าพิษเจ็ดก้าวมรณานั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อหูต้าเซียนมากนัก เพียงสูดลมปราณเล็กน้อยก็ขับพิษออกมาจากปลายนิ้วได้แล้ว
เมื่อหยดเืพิษหยดลงบนพื้น พรรณพืชโดยรอบในระยะเจ็ดก้าวก็เหี่ยวเฉาตายในทันที สีหน้าของหูต้าเซียนดีขึ้นเล็กน้อย จินเลี่ยงเดินไปหาลู่เต้าที่หมดสติอยู่ แล้วตบหน้าเขาสองฉาด “เ้าแมลงพิษตัวน้อย กล้าดียังไงถึงมาอาละวาดบนูเาเซียน!”
หลังจากจินเลี่ยงชี้หน้าด่าลู่เต้าด้วยคำพูดผรุสวาทอีกหลายประโยค ก็ล้วงหาของในย่ามเอวของลู่เต้า สุดท้ายก็คว้าน้ำเต้าลูกกวาดออกมาได้ เขาเดินไปหาอาจารย์ด้วยสีหน้าตื่นเต้น “ศิษย์ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ช่วยชีวิต!”
หูต้าเซียนถาม “เ้าบอกว่าเขามีโอสถวิเศษด้วยใช่หรือไม่”
“ใช่ขอรับ! ศิษย์เห็นกับตาว่าเขาฟื้นขึ้นมาจากความตาย! มิเช่นนั้นศิษย์คงต้องพ่ายแพ้แน่!” จินเลี่ยงยิ้มพลางเขย่าน้ำเต้าในมือ เสียงลูกกวาดกลิ้งไปมาดังมาจากข้างใน “ศิษย์กล้าพนันเลยว่า โอสถวิเศษต้องอยู่ในน้ำเต้านี้แน่!”
หูต้าเซียนโบกมือเร่งเร้า “ยังไม่เทออกมาดูอีก!”
“ขอรับ!” จินเลี่ยงเปิดฝาขวดลูกกวาด แล้วเทมันลงบนฝ่ามือ
ในวินาทีที่เทออกมา จินเลี่ยงเบิกตากว้างด้วยความคาดหวังในใจ “มาแล้ว!”
ถึงแม้จะได้ยินเสียงกึกกักจากในขวดลูกกวาด แต่ไม่ว่าจินเลี่ยงจะออกแรงเทมากแค่ไหน ก็ไม่มีแม้แต่ผงน้ำตาลร่วงลงมาสักเม็ด เขาจึงยื่นหน้าไปมองดูในขวดด้วยสีหน้าฉงน “แปลก มีเสียงอยู่แท้ๆ!”
เมื่อหูต้าเซียนเห็นดังนั้นจึงเอ่ย “ขวดน้ำเต้านี้น่าจะเป็ของวิเศษ! รวมถึงสิ่งนี้ด้วย…”
เขาหยิบขลุ่ยสีเขียวขึ้นมาพิจารณา แล้วคิดในใจ ‘ของวิเศษชิ้นนี้น่าจะเป็ศัสตราวุธิญญาหายากประเภท ‘สองทักษะ’! แน่ น่าเสียดายที่ไม่รู้วิธีใช้’
หูต้าเซียนเปลี่ยนใจ เขาตัดสินใจไว้ชีวิตลู่เต้าไว้ก่อน ก่อนจะถามถึงวิธีใช้ของวิเศษทั้งสองชิ้น แล้วค่อยลงมืออีกครั้ง เขายกมือข้างหนึ่งอุ้มลู่เต้าที่หมดสติอยู่ อีกมือหนึ่งงอคล้ายกรงเล็บดึงคว้าเข็มเงาบนพื้นขึ้นมาด้วย เสียงดัง “ฟึ่บ” เข็มเงาก็ลอยมาอยู่ในมือเขาอย่างนิ่มนวล
หูต้าเซียนโยนลู่เต้าให้จินเลี่ยงพลางกล่าว “พาเขาไปด้วย! กลับถ้ำหมอก์!”
ลู่เต้าล้มลงไปในอ้อมแขนของจินเลี่ยงราวกับก้อนโคลน ในเวลานี้ จินเลี่ยงเหลือบไปเห็นกระบี่อสูรที่อยู่บนหลังลู่เต้า เขาจึงปลดออกมาดู และพบว่าเป็กระบี่เล่มทื่อหักงอก็อดหัวเราะเยาะไม่ได้ “มิน่าเล่าเ้าถึงไม่ยอมชักกระบี่ออกมา ที่แท้ก็เป็กระบี่ชั้นยอดนี่เอง! ฮ่าๆๆๆ!”
เสียงหัวเราะของจินเลี่ยงเล็กแหลมเหมือนผู้หญิงนัก หูต้าเซียนได้ยินก็ขมวดคิ้วมุ่น หันไปเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ถือกระบี่หักๆ ไว้ทำอะไร รีบทิ้งไปสิ!”
“ขอรับ!” จินเลี่ยงรีบทิ้งกระบี่อสูรไปอย่างลนลานเหมือนเด็กที่ทำผิด ก่อนจะแบกลู่เต้าไว้บนบ่า แล้วเดินตามอาจารย์ไป
“ท่านอาจารย์ พวกชั้นต่ำที่เชิงเขานั่นคงจะใช้ชีวิตสุขสบายเกินไปแล้ว ไม่รู้จักความเคารพยำเกรง! ไม่เพียงแต่ไม่ส่งหญิงพรหมจรรย์มาตามข้อตกลง แถมยังส่งผู้ฝึกตนมาปราบพวกเราอีก!” จินเลี่ยงกัดฟันกรอด “ศิษย์คิดว่าต้องสั่งสอนพวกชั้นต่ำพวกนั้นบ้าง เพื่อรักษาเกียรติของสำนักูเาเซียน!”
หูต้าเซียนที่กำลังเล่นขลุ่ยสะกดมารอยู่หาได้สนใจสิ่งอื่นใดไม่ เขาเพียงแค่เหลือบมองศิษย์แวบหนึ่ง แล้วเอ่ยอย่างใจเย็น “ข้ากลับคิดว่าครั้งนี้พวกมันมอบของขวัญล้ำค่าให้แก่ข้า”
หลังจากอาจารย์ศิษย์คู่นี้เดินจากไปแล้ว ก็มีเสียงกรอบแกรบดังขึ้นจากพุ่มไม้ ปลายกระบี่อสูรที่หักงอค่อยๆ โผล่ออกมาจากใบไม้ ก่อนจะเหาะต่ำๆ ตามรอยเท้าของศิษย์อาจารย์คู่นั้นไป
*****
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ลู่เต้าก็รู้สึกตัว เขาเปิดตาขึ้น และพบว่าตัวเองอยู่ในคุกใต้ดินอันชื้นและมืดมิด มีลูกกรงเหล็กกั้นเขาไว้ในห้องขังเล็กๆ
มองผ่านลูกกรงเหล็กออกไปเห็นทางเดิน แสงสว่างเพียงแหล่งเดียวในห้องขังมาจากเทียนไขบนผนังหินของทางเดิน
ภายใต้แสงเทียนอันริบหรี่ ลู่เต้ามองเห็นสภาพในห้องขังอย่างชัดเจน บนพื้นมีกองฟางแห้งส่งกลิ่นอับชื้น โถส้วมเหม็นๆ ที่มุมห้องเป็เครื่องเรือนชิ้นเดียวภายในนี้
‘ที่นี่...ที่ไหนกัน’ ลู่เต้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองหมดสติไป เพราะหูต้าเซียนสูบพลังิญญาไปจนหมด บัดนี้ถึงแม้จะฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกอ่อนแรงไปทั้งตัว
ทันใดนั้นเขาก็เหมือนใ ก้มหน้าลงคลำทั่วร่าง ไม่เพียงแต่ขลุ่ยสะกดมารจะหายไปเท่านั้น แม้แต่กระบี่อสูรและขวดน้ำเต้าก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
“คงถูกหูต้าเซียนยึดไปแล้ว แต่เชื่อว่าพวกมันคงไม่รู้วิธีใช้” ลู่เต้ากล่าว “ที่ไว้ชีวิตข้าแล้วพากลับมา คงเป็เพราะอยากรู้วิธีใช้ของพวกมัน”
ลู่เต้าเดินไปที่ลูกกรงเหล็ก แล้วออกแรงเขย่าพยายามจะพังออกไป หากเป็ปกติ เขาพังลูกกรงเหล็กเช่นนี้ได้อย่างง่ายดาย แต่หลังจากลู่เต้าออกแรงทั้งหมดแล้ว กลับพบว่ามันไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ส่วนตัวเขากลับมีพลังิญญาเหลือเฟือ แต่กลับใช้ไม่ได้เช่นกัน
เมื่อลู่เต้าใช้พลังจิตสำรวจภายในร่าง ก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าทะเลิญญาถูกห่อหุ้มด้วยแสงใสรูปทรงคล้ายเปลือกไข่! เนื่องจากทะเลิญญาถูกผนึก ไม่ว่าเขาจะรวบรวมพลังปราณอย่างไร แสงนั้นก็ยังขังทะเลิญญาเอาไว้ เขาควบคุมพลังิญญาไม่ได้ ตอนนี้ไม่ต่างจากคนทั่วไปแม้แต่น้อย
ที่แท้หูต้าเซียนก็เตรียมการไว้แล้ว ตอนที่ดูดพลังิญญาของลู่เต้าไปจนหมด ก็ผนึกทะเลิญญาของเขาเอาไว้ด้วย เพื่อให้กักขังได้ง่ายขึ้น เขาเขย่าลูกกรงเหล็กด้วยความโกรธ แต่ลูกกรงก็ยังคงแข็งแกร่งเช่นเดิม ไม่ระคายเคืองเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าไม่อาจใช้กำลังหนีออกมาได้ ลู่เต้าจึงได้แต่นั่งลงบนกองฟางแห้ง แล้วส่งเสียงเรียกในร่างเบาๆ “นี่! ไป๋เสีย! เกิดเื่ใหญ่แล้ว!”
เขาส่งเสียงเรียกอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไร้เสียงตอบรับ ลู่เต้าที่เริ่มร้อนใจจึงะโเรียกอีกครั้ง “รีบตื่นขึ้นมา! ข้าไม่ได้ล้อเล่น! ข้าถูกตาแก่ชั่วร้ายจับขังไว้!”
ไป๋เสียไม่ตอบสนองราวกับไม่ได้ยิน ลู่เต้ารู้สึกแปลกใจ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตบหัวตัวเองแล้วร้องออกมา “แย่แล้ว!” ิญญาของไป๋เสียอาศัยอยู่ในทะเลิญญา บัดนี้ทะเลถูกแสงผนึกเอาไว้ ไม่เพียงแต่พลังิญญาจะไหลออกมาไม่ได้ แม้แต่เสียงของเขาก็ส่งไปไม่ถึงด้วย!
บัดซบ! ลู่เต้าร้อนใจเป็อย่างยิ่ง ไม่นึกเลยว่าหูต้าเซียนจะผนึกอาวุธลับที่สำคัญที่สุดของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ลู่เต้าเดินวนไปมาอยู่ในห้องขังแคบๆ พลางใคร่ครวญหาวิธี
ด้วยร่างกายของคนธรรมดาเช่นนี้ เขาไม่สามารถพังลูกกรงเหล็กได้แน่ ส่วนผนังโดยรอบเป็หินแข็งๆ ยิ่งเป็ไปไม่ได้ที่จะขุดด้วยมือเปล่า
“ปล่อยข้าออกไป!!!” ลู่เต้าที่โกรธจัดคว้าลูกกรงเหล็กเขย่าไม่หยุด เสียงโลหะกระทบกันดังกึกก้อง เสียงะโกลายเป็เสียงสะท้อนดังไปมาในทางเดินแคบๆ
ในขณะที่ลู่เต้ากำลังแผดเสียงด้วยความโกรธ ทันใดนั้นก็มีเสียงไขกุญแจดังมาแต่ไกล ตามมาด้วยเสียงเอี๊ยดอ๊าดของประตูที่เป็สนิมถูกผลักเปิดออก จากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น เสียงนั้นค่อยๆ ย่างเข้ามาใกล้ห้องขังที่ลู่เต้าอยู่ทีละก้าว
