นี่เป็ครั้งที่สองของหานอวิ๋นซีในการเข้าคุก
อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่แล้ว ครั้งนี้นางถูกขังอยู่ในห้องมืดเล็กๆ
ทันทีที่ประตูเหล็กปิดลง ทั้งห้องก็มืดมิดมองไม่เห็นสิ่งใด นางไม่รู้ว่าห้องนี้ใหญ่แค่ไหน มีอะไรอยู่ในห้องบ้างหรือมีใครอยู่อีกบ้าง
ความมืดเป็ตัวแทนของความไม่รู้ ไม่ว่าผู้คนจะกล้าหาญเพียงใดต่างก็กลัวมัน จะบอกว่าไม่กลัวก็คงโกหก
หานอวิ๋นซีคลำไปที่ขอบกำแพง นั่งลงริมกำแพงแล้วขดตัว
ข้างนอกจวนจะรุ่งสางแล้ว สถานการณ์ในวังตอนนี้เป็อย่างไรนะ?
อี้ไท่เฟยกับหลงเฟยเยี่ยจะรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง? ท่าทีของพวกเขาจะเป็อย่างไร? แล้วท่าทีของฮ่องเต้เทียนฮุยเป็อย่างไร?
เมื่อไรนางจะถูกสอบสวน? ใครจะเป็คนตัดสิน?
หานอวิ๋นซีรออย่างใจจดใจจ่อ แต่ใครจะรู้ว่ารอมาสามวันสามคืนแล้ว ใน่สามวันสามคืนนี้ ผู้คุมก็นำน้ำมาให้นางเป็ระยะๆ เท่านั้น ไม่มีอาหารใดๆ และใน่สามวันสามคืนนี้ ไม่มีใครมาเยี่ยมนางเลย
ไม่มีข่าวใดๆ ถือเป็ข่าวที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม การไม่รู้อะไรเลยแบบนี้นั้น สำหรับหานอวิ๋นซีแล้วน่ากลัวยิ่งกว่าห้องมืดเสียอีก ยิ่งหานอวิ๋นซีรอนานเท่าไร นางก็ยิ่งกระวนกระวายใจมากเท่านั้น องค์หญิงฉางผิงเสียชีวิตก่อนที่นางจะได้วินิจฉัยสารพิษในศพอย่างละเอียด และมันไม่มีทางที่จะคาดเดาได้
สิ่งเดียวที่นางรู้คือนี่ไม่ใช่การวางแผนทำร้าย ไม่มีใครในวังกล้าเอาชีวิตองค์หญิงฉางผิง ดังนั้นความจริงมีเพียงสองประการ หนึ่งคือฆาตกรวางยานาง และอีกประการคือองค์หญิงฉางผิงมีาแบนร่างกายและไปััสิ่งที่มีพิษบางอย่าง
หาก้าตรวจสอบให้แน่ชัด ก็ต้องเริ่มจากพิษที่พบบนศพ
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้นางไม่มีโอกาสแม้แต่จะแก้ต่างให้ตัวเอง หากยังยืดเยื้อต่อไปเช่นนี้ พิษในศพจะเปลี่ยนไปหลังจากผ่านไปนาน หากตรวจไม่เจอ คนที่น่าสงสัยมากที่สุดจะไม่เป็นางได้อย่างไร?
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ หานอวิ๋นซีก็รีบไปเคาะประตู “ปัง ปัง ปัง” อย่างเสียงดังทันที แต่นางเคาะอยู่นาน กลับไม่มีใครสนใจนางเลย
ใครจะรู้ว่าแม้กระทั่งคนส่งน้ำก็ไม่มาด้วยซ้ำ และมันก็ผ่านไปอีกสองวันสองคืน
ในที่สุดหานอวิ๋นซีก็รู้สึกกลัว นางขดตัวอยู่ในมุมมืด ทั้งกระหายน้ำทั้งหิว ร่างกายเย็นเฉียบ จิตใจเองก็ว้าวุ่น
ด้านนอก เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ไม่มีใครสนใจนางจริงๆ หรือ?
หานอวิ๋นซีรู้ว่าคนที่จะช่วยนางได้ในตอนนี้มีเพียงอี้ไท่เฟยและหลงเฟยเยี่ย นางไม่ได้คาดหวังอะไรกับอี้ไท่เฟยอยู่แล้ว แต่หลงเฟยเยี่ย...
ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่? เขาก็มาช่วยนางไม่ได้เหมือนกันหรือ? หรือ...เขาไม่คิดจะมาช่วยนาง?
คำพูดที่น่าใของหลงเฟยเยี่ยในงานเลี้ยงอาหารค่ำครอบครัวในวันส่งท้ายปีเก่ายังคงก้องอยู่ในหูของนาง นางยอมรับว่า นางมีความคาดหวังอยู่ในใจ
ในที่สุด เช้าวันที่ห้า ประตูเหล็กก็ถูกเปิดออก!
เมื่อเห็นแสงส่องเข้ามาจากภายนอก หานอวิ๋นซีก็ลุกขึ้นยืนทันที ไม่ว่าจะแสบตาเพียงใด นางก็ไม่หลับตา แสงนั้นแสดงถึงความหวัง แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่นางเห็นคือใบหน้าที่ดุร้ายและเต็มไปด้วยน้ำตาของฮองเฮา!
องครักษ์สองสามคนเข้ามาพร้อมกับตะเกียงในมือ ในไม่ช้าห้องเล็กทั้งห้องก็สว่างขึ้น ในเวลานี้หานอวิ๋นซีจึงจะสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ในห้องได้อย่างชัดเจน
ในห้องไม่มีอะไรเลยนอกจากหม้อเหล็กขนาดใหญ่ที่ใหญ่พอที่จะใส่ผู้ใหญ่ลงไปได้ และมีกองฟืนอยู่ใต้หม้อเหล็ก หานอวิ๋นซีแค่เหลือบมองไปที่มัน โดยไม่ได้คิดอะไรมาก สายตาก็จับจ้องไปที่ฮองเฮา
คนที่ฮองเฮาพามาล้วนแต่เป็องครักษ์ ไม่ใช่ผู้คุมห้องขัง ดูเหมือนว่าทุกคนในศาลต้าหลี่จะถูกไล่ออกไป
ฮองเฮาเดินเข้ามา องครักษ์ก็ก้าวไปข้างหน้าเพื่อจับกุมหานอวิ๋นซีทันที
รอยยิ้มอันขมขื่นปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของหานอวิ๋นซี นางไม่ขัดขืนใดๆ นางรอมาห้าวันและรอเพียงให้ฮองเฮามา นางรู้ตัวดีว่าดวงนางถึงคราวที่ยากจะพ้นเคราะห์แล้ว
“หานอวิ๋นซี ฉางผิงยังไม่ถูกบรรจุลงในโลงศพ” น้ำเสียงที่ไร้ชีวิตชีวาของฮองเฮาทำให้ผู้คนรู้สึกไม่สบายใจ
“ยังไม่ทราบสาเหตุการตายที่แน่ชัด หากบรรจุลงโลงไปง่ายๆ เช่นนั้น ฉางผิงจะต้องตายตาไม่หลับอย่างแน่นอน” น้ำเสียงของหานอวิ๋นซีก็ราบเรียบเช่นกัน
นางคิดว่าการที่ผ่านมาห้าวันแล้ว แต่ยังไม่ได้เอาศพใส่โลง อย่างน้อยก็หมายความว่าฆาตกรตัวจริงยังไม่ถูกระบุและนางก็ยังมีความหวัง
ใครจะคิดว่าจู่ๆ ฮองเฮาก็ะเิความโกรธออกมา และพุ่งเข้ามาตบหานอวิ๋นซี “ทั้งหมดนี้เป็เพราะเ้า ถ้าเ้าไม่ตาย ฉางผิงเองก็คงตายตาไม่หลับ!”
มือของหานอวิ๋นซีถูกมัด นางจึงไม่สามารถขยับได้ ใบหน้าที่หันไปตามทิศทางการตบ พร้อมกับเืที่ไหลออกมาและสายตาราวกับคมมีดมองไปที่ฮองเฮา
“ข้าจะพูดเป็ครั้งสุดท้าย ฉางผิงไม่ได้ถูกข้าฆ่า!”
“เ้าฆ่านาง! เป็เ้าที่วางยาพิษ!”
ฮองเฮาถอยกลับในขณะที่ดุด่า และออกคำสั่งด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “ทหาร จุดไฟเดี๋ยวนี้ วันนี้ข้าต้องทำให้นังนี่สารภาพให้ได้!”
จุดไฟ?
หานอวิ๋นซีหันกลับไปมองและเห็นองครักษ์จุดฟืนใต้หม้อเหล็กขนาดใหญ่ จากนั้นจึงเริ่มเทน้ำมันลงไป
นี่...นี่จะทำอะไร?
ถ้าฮองเฮา้าคำสารภาพ ก็ควรนำตัวนางไปที่ห้องปะาไม่ใช่หรือ? จุดไฟเพื่ออะไรกัน?
ยิ่งหานอวิ๋นซีมองมากเท่าไร นางก็ยิ่งกระวนกระวายใจมากขึ้นเท่านั้น นางมองไปที่ฮองเฮา แต่ฮองเฮากลับยิ้มให้นางอย่างเ็า หานอวิ๋นซีรู้สึกว่าสภาพจิตใจของฮองเฮาไม่ปกติราวกับว่านางเป็คนวิกลจริต
“พวกเ้าจะทำอะไร?” หานอวิ๋นซีถามเสียงดัง
ฮองเฮากลับยิ้มอย่างเย้ยหยัน ก้มลงมองนางและไม่ตอบอะไรใดๆ
ในที่สุด น้ำมันในหม้อเหล็กขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างหลังก็เดือด ลมร้อนก็แผ่ออกมา ทำให้อุณหภูมิและความชื้นของห้องสูงขึ้น กลิ่นควันในอากาศก็น่าขยะแขยงมากขึ้นเรื่อยๆ
หานอวิ๋นซีมองไปที่มันและเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้ สีหน้าค่อยๆ ซีดเซียวและส่ายหัวครั้งแล้วครั้งเล่า
“ทหาร จับนางแขวนขึ้นไป!” ในที่สุดฮองเฮาก็พูดขึ้น
ตอนนี้ หานอวิ๋นซีเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าแม้ว่านางจะไม่เคยเห็นการลงโทษประเภทนี้มาก่อน แต่นางก็มั่นใจว่าจะต้องเป็การลงโทษที่น่ากลัวที่สุดของทั้งหมดอย่างแน่นอน!
“ปล่อยนะ! ปล่อยข้า!”
“ฮองเฮา จุดประสงค์ของการทรมานของท่านคืออะไร หากท่านหาฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าฉางผิงไม่เจอ ต่อให้ฉางผิงจะถูกฝังไปแล้วนางก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี!”
หานอวิ๋นซีะโ แต่หลังจากได้ยินคำพูดของนาง ฮองเฮาไม่เพียงไม่คิดไตร่ตรอง แต่ยังโมโหมากขึ้นอีกด้วย นางะโอย่างบ้าคลั่งว่า “หุบปาก! คนที่ฆ่าฉางผิงคือเ้า ต้องเป็เ้าอย่างแน่นอน! ตราบใดที่เ้าตาย นางก็จะสบายใจ!”
หากหานอวิ๋นซีให้ความสนใจอย่างจริงจังในเวลานี้ นางจะพบว่าจิตใจของฮองเฮาผิดปกติอย่างแน่นอน แต่นางก็ไม่มีเวลาที่จะมาสนใจ
นางถูกมัดและแขวนไว้บนหม้อเหล็กใบใหญ่ที่กำลังเดือดด้วยน้ำมันร้อนๆ เท้าของนางอยู่เหนือน้ำไม่ถึงครึ่งฉื่อ นางต้องงอขาขึ้นเพื่อไม่ให้โดนความร้อนลวก
มีเพียงเชือกเส้นเดียวที่อยู่ด้านหลังซึ่งถูกควบคุมโดยองครักษ์ที่อยู่ด้านข้างคอยช่วยชีวิตนางเอาไว้ ตราบใดที่เชือกคลายออก ร่างทั้งร่างของนางก็จะตกลงไปในหม้อน้ำมันที่ร้อนจัด อุณหภูมิแบบนี้ พอจะทอดนางให้สุกได้ในทันทีเลยใช่หรือไม่?
น้ำมันในหม้อเหล็กใบใหญ่ก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างของนางจมลงไปได้ทั้งตัว นางไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าหากตนร่วงลงไปจะเป็อย่างไร นางกัดฟันแน่น ทว่าก็ไม่สามารถควบคุมอาการสั่นเทาไว้ได้
น่ากลัวเหลือเกิน!
ใครก็ได้มาช่วยนางที!
เมื่อมองหานอวิ๋นซีที่ตัวสั่นเทาห้อยตัวอยู่บนหม้อน้ำมันร้อน อารมณ์ของฮองเฮาก็สงบลงไม่น้อย
“หานอวิ๋นซี เ้าเป็คนฆ่าองค์หญิงฉางผิงใช่หรือไม่?” นางถามเสียงดัง
หานอวิ๋นซีตัวสั่นเทาตลอดเวลา นางไม่ได้มองไปที่ฮองเฮาแต่จ้องมองที่น้ำมันร้อน และไม่ได้ส่งเสียงเป็เวลานาน
“ตอบคำถามข้ามา!” เสียงของฮองเฮาดังขึ้น
อย่างไรก็ตาม หานอวิ๋นซียังคงไม่ตอบ ริมฝีปากล่างของนางมีเืไหลออกมาจากฟันของนาง
“ดี เ้าจะไม่สารภาพใช่หรือไม่?”
ฮองเฮาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินเข้าไปและทันใดนั้นก็กระชากเชือกจากมือขอองครักษ์ เชือกก็ลดลงต่ำไปอีกระดับหนึ่งทันที
“อ๊า...ช่วยด้วย...”
หานอวิ๋นซีกรีดร้องขึ้นมาด้วยเสียงที่เสียดแทงหัวใจ! เข่าของนางงอจนถึงหน้าอก น่องของนางเกือบจะแตะน้ำมันร้อน แค่อีกนิดเดียวเท่านั้นนางก็จะแตะน้ำมันร้อนแล้ว
หัวใจนางเต้นเร็วจนหายใจไม่ออก นางไม่กล้าแม้แต่จะมอง หลับตาแน่น ในสมองคิดอยู่อย่างเดียวว่าใครจะมาช่วยนาง!
ฮองเฮาที่กำลังดึงเชือก บนใบหน้าก็ดูเหมือนจะมีความสุข นางมองด้วยความสนใจและพูดช้าๆ ว่า “หานอวิ๋นซี ข้าจะให้โอกาสเ้าเป็ครั้งสุดท้าย เ้าจะสารภาพ...หรือ...ไม่สารภาพ?”
จะสารภาพหรือไม่สารภาพ?
อยู่หรือตาย?
เื่ที่ไม่ได้ทำ จะให้นางสารภาพได้อย่างไร? สารภาพไป ก็ต้องตาย!
ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือถ้าไม่สารภาพก็จะตายอย่างเ็ป!
ทันใดนั้น ฮองเฮาก็พูดอย่างเคร่งขรึมว่า “หานอวิ๋นซี ตอบคำถามของข้า!”
ใครจะคิดว่าหานอวิ๋นซีลืมตาขึ้นและมองฮองเฮาอย่างโเี้ พร้อมกับตอบอย่างโกรธเคืองว่า “ไม่! ข้าไม่ได้ทำ! ท่านใส่ร้ายข้า ท่านทรมานเพื่อให้ข้าสารภาพ เป็ท่านที่ทำให้ฉางผิงตายอย่างไร้สาเหตุ และตายตาไม่หลับ! ชีวิตนี้ท่านจะไม่มีวันเป็สุขอย่างแน่นอน!”
“หานอวิ๋นซี เ้าไปตายเสียเถอะ!”
ฮองเฮาเองที่โกรธเกรี้ยวเช่นกัน เชือกในมือของนางก็เริ่มลดลงทีละน้อย อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้หานอวิ๋นซีไม่ได้ดิ้นรนหรือขดตัว
เื่ที่นางทำ นางกล้ายอมรับ!
เื่ที่ไม่ได้ทำ ต่อให้ตายนางก็ไม่มีวันยอมรับมัน!
นางมองน้ำมันร้อนอย่างเงียบๆ พร้อมกับยกยิ้มอย่างกล้าหาญราวกับยอมตายโดยไม่ยี่หระใดๆ ทั้งสิ้น เป็ท่าทีที่เ็าแต่ก็ยังงดงาม
จะสารภาพหรือไม่สารภาพ อย่างไรก็ต้องตาย จะประนีประนอมและทำลายความศักดิ์ศรีของตัวเองทำไม? ทำไมไม่ตายอย่างตรงไปตรงมาและสง่างามล่ะ?
หลักการบางอย่าง ความสูงส่งบางอย่าง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามไม่สามารถปล่อยวางได้
เมื่อเชือกค่อยๆ ลดลงทีละนิด มุมกระโปรงก็เริ่มหนักขึ้นและมุมของกระโปรงก็โดนน้ำมันร้อนไปแล้วเรียบร้อย อีกไม่ช้า มันกำลังจะมาถึงน่องของนาง
นางบอกตัวเองว่า หานอวิ๋นซี เ้าเป็คนกล้าหาญ!
“หานอวิ๋นซี คนอย่างเ้า ข้าจะให้เ้าได้ลองชิมรสชาติของน่องที่ถูกทอดว่าเป็อย่างไร!”
ฮองเฮาะโด้วยความโกรธและทันใดนั้นก็ปล่อยเชือก!
ตกลงไปทันที!
อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกันก็มีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาราวกับลูกธนูที่แหลมคม
ตึง!
ร่างที่ตกลงของหานอวิ๋นซีหยุดกะทันหัน จากนั้นร่างของนางก็ถูกดึงให้สูงขึ้น
หานอวิ๋นซีลืมตาขึ้นทันทีและเห็น...หลงเฟยเยี่ยยืนอยู่ที่ขอบหม้อน้ำมันขนาดใหญ่ มือข้างหนึ่งถือเชือกที่อยู่บนศีรษะนางไว้และอีกมือหนึ่งจับเชือกไว้ข้างหลังนาง
เขาสวมชุดสีขาวและยืนตัวตรงเหมือนต้นสน ทว่ากลับสง่างามราวกับเทวดาที่ตก์ ใบหน้าเฉยเมยของเขายังคงสงบเช่นเคย แต่ดวงตาที่ลึกล้ำคู่นั้นแฝงไปด้วยความโกรธอย่างมหันต์!
หลงเฟยเยี่ย ท่านต้องเป็เทพที่คอยปกป้องข้าใช่หรือไม่?
หลงเฟยเยี่ย ห้าวัน...ในที่สุดท่านก็มาเสียที
หานอวิ๋นซีที่หวาดกลัวยิ้มอย่างอธิบายไม่ได้ โดยไม่รู้ว่าหางตาของตัวเองเปียก
ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าหลงเฟยเยี่ยจะปรากฏตัวในเวลานี้ ฮองเฮาที่ใมากที่สุด นางปล่อยเชือกและถอยหลังไปจนชิดกำแพง
หลงเฟยเยี่ย เข้ามาที่นี่ได้อย่างไร?
ไท่เฮาได้ออกคำสั่งไว้แล้วว่าห้ามผู้ใดเข้าเยี่ยมโดยไม่ได้รับอนุญาต นางมาที่นี่วันนี้ ไม่เพียงเพื่อไท่เฮาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงฮ่องเต้ด้วย!
แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าฆาตกรคือหานอวิ๋นซี แต่ฮ่องเต้ก็พูดเป็นัยหลายครั้งว่าหานอวิ๋นซีเป็ผู้ต้องสงสัยมากที่สุด หากไม่พบหลักฐาน ก็ทำได้เพียงสอบสวนหานอวิ๋นซีเท่านั้น
เนื่องจากคำพูดของหลี่ซื่อก่อนที่จะเสียชีวิต ฮ่องเต้จึงมองว่าหานอวิ๋นซีและฉินอ๋องเป็เสี้ยนหนามในสายตาของเขามานานแล้ว ถ้าเขาไม่สามารถกำจัดฉินอ๋องได้ อย่างน้อยเขาก็ต้องฆ่าหานอวิ๋นซีก่อน
ฮองเฮาที่สงบลงถามทันทีว่า “ฉินอ๋อง ไม่มีคำสั่งของไท่เฮา ใครอนุญาตให้เ้าเข้ามา?”
หลงเฟยเยี่ยถามกลับอย่างเ็า ฮองเฮา แล้วใครอนุญาตให้ท่านลงโทษเพื่อเค้นคำสารภาพเช่นนี้ล่ะ?”
ในขณะที่เขาพูด ก็อุ้มหานอวิ๋นซีและพาออกจากหม้อน้ำมัน...
