"แน่อยู่แล้ว เหมืองนี้มีผลผลิตอุดมสมบูรณ์มาก ผมจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยามาสำรวจแล้ว เดิมทีถ้าเขายอมพูดคุยดีๆ ร่วมลงทุนกับเขาก็ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้
แต่ใครจะไปคิดว่าเขาโลภมาก อยากจะฮุบเหมืองนี้ไว้คนเดียว ผมก็เลยไม่ยอม สุดท้ายโดนลูกน้องเขาทำร้าย โชคดีที่ตอนนี้เื่ทุกอย่างจบลงด้วยดี"
คังอิงรู้ว่าเหมืองถ่านหินเป็ธุรกิจที่ทำเงินมากที่สุด ตำบลตงหยางของอำเภอหลี่ว์เป็แหล่งผลิตถ่านหินคุณภาพดี คนในตำบลตงหยางมากมายกลายเป็เศรษฐี เพราะการทำเหมืองถ่านหิน ภายในพื้นที่นั้นน่าจะมีเศรษฐีเงินสิบล้านคนแรกๆ ของอำเภอหลี่ว์ คิดไม่ถึงเลยว่าสือเจียงหย่วนจะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ ดูท่าภูมิหลังของเขาคงไม่ธรรมดาจริงๆ
ถึงอย่างไรสือเจียงหย่วนก็มีความสามารถ แน่นอนว่าเป็ความสามารถของครอบครัวเขาด้วย ร่วมทางไปกับเถ้าแก่เหมืองแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าตาคนนี้คงไม่ต้องกังวลเื่เงินทองอีก
คังอิงที่เห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจึงบอกว่า “พวกเราออกเดินทางกันเถอะค่ะ”
สือเจียงหย่วนพยักหน้ารับ แล้วหยิบกุญแจรถขึ้นมาสตาร์ตรถจี๊ปทันที
คังอิงกลับหันหลังเดินเข้าไปในบ้าน สือเจียงหย่วนนั่งรอเธอในรถอยู่พักใหญ่ คังอิงจึงปรากฏตัวพร้อมกับสะพายกระเป๋าคู่ใจที่มักพกติดตัวเวลาออกไปข้างนอก เธอยังถือกระติกน้ำทหารสองใบมาด้วย ที่แท้เธอก็ไปเติมน้ำมานี่เอง
สือเจียงหย่วนมองดูคังอิงที่กำลังปิดประตูเหล็ก พอเธอก้าวขึ้นรถ เธอกลับไม่นั่งข้างคนขับ แต่ไปนั่งที่เบาะหลังแทน พอนั่งเรียบร้อยแล้ว เธอก็วางกระติกน้ำใบหนึ่งลงบนเบาะข้างคนขับพลางบอกกับสือเจียงหย่วนว่า
“ฉันเอาน้ำชามาด้วย เผื่อรถติดระหว่างทาง กระติกน้ำใบนี้ฉันเจอในตู้ของน้ารองคุณ ฉันล้างมันจนสะอาดแล้วค่ะ”
สือเจียงหย่วนมองดูกระติกน้ำทหารที่สีลอก แล้วหัวเราะพลางบอกว่า “นี่เป็กระติกน้ำที่ผมกับพวกลูกพี่ลูกน้องชายหญิงเคยใช้ด้วยกัน ผมไม่เห็นมันนานโขแล้ว คิดว่าคงถูกโยนทิ้งไปไหนแล้วเสียอีก ไม่คิดเลยว่าน้าเขสจะยังเก็บมันไว้”
คังอิงพยักหน้ารับ “กระติกน้ำทหารแบบนี้ใช้ดีมากเลยค่ะ ใส่น้ำได้เยอะมากด้วย เวลาออกไปข้างนอกตอนอากาศร้อนๆ แบบนี้ หากไม่ได้พกน้ำติดตัวไปคงกระหายตายแน่ๆ”
สือเจียงหย่วนคิดในใจ ‘ถ้าหิวน้ำก็ซื้อน้ำกินก็ได้นี่’ แต่พอนึกดูอีกที คังอิงนั้นช่างใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แถมยังเอาชามาเผื่อเขาด้วย ซึ่งเขารู้สึกดีใจไม่น้อยที่เธอเอาใจใส่เขา
สือเจียงหย่วนเป็ผู้ชายที่พึ่งพาตัวเองมาโดยตลอด ั้แ่ลาพักจากงานประจำเพื่อมาทำธุรกิจ เขาก็เดินทางไปทั่วเป็เวลาเกือบสองปี เขาได้พบเห็นผู้หญิงเก่งมากมายในวงการธุรกิจ
‘คังอิงเองก็น่าจะเป็ผู้หญิงเก่งคนหนึ่ง’ สือเจียงหย่วนคิด แต่เธอดูแตกต่างจากคนอื่น เธอไม่ใช่คนก้าวร้าว แต่ทุกครั้งที่เธอทำอะไร เธอจะทำมันอย่างมั่นใจ ทำให้คนอื่นๆ อดไม่ได้ที่จะคล้อยตามความคิดของเธอ เื่ครองใจคนนั้นถือว่าคังอิงถือว่ามีฝีมือจริงๆ
สือเจียงหย่วนรู้สึกว่าเขาชื่นชมผู้หญิงคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
แต่เขาก็สงสัยนิดหน่อย ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไรที่สามารถทำให้คังอิงจนมุมได้ แต่ทำไมถึงได้หย่าร้างหลังจากแต่งงานกับฟู่ซินหลางมาสามปีล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่คังอิงทะเลาะกับฟู่ซินหลาง สือเจียงหย่วนรู้ว่าคังอิงถูกกดขี่ใน่ชีวิตสมรส
คังอิงทั้งฉลาดและน่ารักขนาดนี้ ทำไมถึงจัดการฟู่ซินหลางกับเหมยเหนียงไม่ได้ตลอดสามปีที่ผ่านมานะ?
การเดินทางจากอำเภอหลี่ว์ไปยังเมืองฉวี่เจียงนั้นใช้เวลานานพอสมควร ระหว่างขับรถ สือเจียงหย่วนก็ชวนคังอิงคุย
“คุณเองก็จบมัธยมปลาย เคยคิดจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยไหม?”
คังอิงไม่รู้ว่าทำไมสือเจียงหย่วนถึงได้นึกถึงเื่นี้ บางทีเขาอาจคิดว่าคังอิงฉลาดขนาดนี้ หากมีโอกาส เธอจะต้องอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยแน่ๆ
“ไม่ค่ะ ฉันจบมัธยมปลายมานานแล้ว ความรู้ที่เคยเรียนมาก็ลืมไปเกือบหมดแล้ว ฉันคิดว่าจะศึกษาหาความรู้จากมหาวิทยาลัยแห่งชีวิตจริงมากกว่า” คังอิงบอกอย่างตรงไปตรงมา บนใบหน้าของเธอไม่ได้มีแววเสียดายแต่อย่างใด
จริงๆ แล้วหลังจากหย่าร้าง คังอิงก็เคยคิดว่าเธอควรจะไปเรียนซ้ำชั้นหนึ่งปีเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย จะได้มีวุฒิการศึกษาเผื่อไว้ใช้สมัครงานในภายหลัง
แต่ไม่นานเธอก็ล้มเลิกความคิดดังกล่าว นั่นเพราะเธอเชี่ยวชาญในความรู้ระดับมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว การไปเรียนมหาวิทยาลัยอีกครั้งก็แค่ไปทบทวนความรู้เดิมเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น มหาวิทยาลัยในยุคสมัยนี้ ถึงจะเป็มหาวิทยาลัยเดียวกัน คณะเดียวกัน สาขาเดียวกัน สิ่งที่อาจารย์สอนก็คงไม่ล้ำหน้าไปกว่าสิ่งที่เธอรู้ เพราะอย่างไรเสียเธอก็มาจากโลกอนาคต
คังอิงวางแผนว่าจะทำธุรกิจให้มั่นคงก่อน หลังจากนั้นรอให้ยุคสมัยพัฒนาไปกว่านี้ แล้วมีเทคนิคใหม่ๆ เกิดขึ้น ค่อยกลับไปศึกษาเพิ่มเติม
เพราะแบบนี้พอสือเจียงหย่วนถามเื่นี้ คังอิงจึงปฏิเสธอย่างหนักแน่น เพราะด้วยความสามารถในตอนนี้ของเธอ มหาวิทยาลัยไม่อาจสอนอะไรได้อีกต่อไปแล้ว
สือเจียงหย่วนประหลาดใจเป็อย่างมาก เขารู้สึกแปลกๆ แต่ก็ยิ้มพลางบอกว่า “ผมคิดว่าคุณน่าจะไปเรียนมหาวิทยาลัยนะ คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับ่ชีวิตแสนมหัศจรรย์และเต็มไปด้วยสีสัน”
คังอิงรู้สึกซาบซึ้งกับความหวังดีของเขา ก่อนบอกว่า “ฉันไม่ได้คิดว่าการเรียนไม่มีประโยชน์นะคะ ตรงกันข้าม ฉันคิดว่าการเรียนมีประโยชน์มาก เพียงแต่ว่าสำหรับฉันแล้ว มหาวิทยาลัยแห่งชีวิตจริงสอนอะไรฉันได้มากกว่า”
คังอิงไม่อาจบอกกับสือเจียงหย่วนได้ว่า ความรู้ในมหาวิทยาลัยสมัยนี้ล้าสมัยไปสำหรับเธอ สำหรับคนที่จบปริญญาโทด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์มาแล้วแบบเธอ สิ่งที่เธอควรทำก็คือคว้าโอกาสทองในการทำเงินนี้ แล้วเริ่มต้นทำธุรกิจแต่เนิ่นๆ ใช่ไหมล่ะ?
สือเจียงหย่วนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็รู้สึกว่าเป็เช่นนั้นจริงๆ คนเรามักมีความคิดที่แตกต่างกัน คังอิงจบมัธยมปลายมาสามปีแล้ว ถ้าจะบังคับให้เธอกลับไปเรียนต่อก็คงเป็เื่ลำบากใจ เขาจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่รู้สึกเสียดายแทน
รถจี๊ปวิ่งไปบนถนนลาดยางที่ขรุขระเหมือนกับเรือลำเล็กๆ ที่ลอยอยู่กลางทะเล แรงสั่นะเืแบบนี้ทำให้คังอิงรู้สึกง่วงนอน
เมื่อคืนนี้เธอต้องดูแลสือเจียงหย่วน ทำให้เข้านอนดึกไปชั่วโมงกว่าๆ แถมต้องตื่นแต่เช้าตรู่ คังอิงเผลอหลับไปโดยที่เอาหัวพิงกระจกหน้าต่าง
สือเจียงหย่วนไม่ได้ยินเสียงของคังอิง พอหันกลับไปมอง เขาก็เห็นว่าเธอกำลังหลับอยู่ เขาจึงจับพวงมาลัยให้แน่นแล้วพยายามหลีกเลี่ยงถนนขรุขระเป็หลุมเป็บ่อ โดยเลือกขับไปบนถนนที่สภาพดีกว่า
ถนนจากอำเภอหลี่ว์ไปยังเมืองฉวี่เจียงอยู่ระหว่างการปูพื้น เดิมถนนสายนี้เป็ถนนลาดยางมะตอย แม้ว่าจะมีเ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงคอยดูแลซ่อมแซมอยู่ทุกวัน แต่ถนนก็ยังคงเป็หลุมเป็บ่อ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ฝนตก เมื่อฝนเทลงมา บนถนนจะมีแอ่งน้ำมากมาย พอมีน้ำขังทำให้คนขับมองไม่เห็นสภาพของถนน จนต้องขับรถขึ้นๆ ลงๆ แอ่งน้ำพวกนั้น จนความเร็วของรถช้าลงมาก
‘อยากร่ำรวย ต้องสร้างถนนก่อน’ คำขวัญนี้ดังก้อง และถูกนำไปใช้ทั่วทุกพื้นที่
จนถึงตอนนี้ถนนสายนี้สร้างเสร็จไปครึ่งทางแล้ว พอเข้าเขตอำเภออันหนานก็จะเห็นถนนคอนกรีตที่ทอดยาวมาจากเมืองฉวี่เจียง
ถนนคอนกรีตนี้สร้างขึ้นมาใหม่บนรากฐานของถนนสายเก่า เพื่อให้รถยนต์สามารถสัญจรไปมาได้ พวกเขาจึงสร้างได้เพียงแค่ครึ่งทางก่อน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งยังคงใช้เส้นทางเดิม
หากถนนคอนกรีตสายนี้สร้างเสร็จแล้ว เวลาในการเดินทางก็จะลดลงอย่างมาก จากอำเภอหลี่ว์ไปยังตัวเมืองฉวี่เจียงจะใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น
สือเจียงหย่วนเห็นว่าการจราจรข้างหน้าติดขัดหยุดนิ่งจริงๆ เพราะว่าถนนข้างๆ กำลังเทคอนกรีต จึงมีเพียงแค่ครึ่งทางที่เปิดให้รถสัญจร ทำให้รถติดยาวเหยียดทั้งสองฝั่งของถนน พวกเขาจึงต้องสลับกันปล่อยให้รถผ่านไปฝั่งละยี่สิบนาที
ตอนนี้ถึงตาของรถฝั่งตรงข้ามแล้ว สือเจียงหย่วนจึงต้องจอดรถต่อแถวรอ
