ตวนมู่เหยามาเยี่ยมจริงหรือ?
เื่การหมั้นหมายระหว่างจวนผิงเป่ยโฮ่วและจวนฉินอ๋องเป็ที่ทราบกันไปทั่วเมือง ตวนมู่เหยาเลือกมาเยี่ยมวันนี้ มันจะไม่พอดีไปหน่อยหรือไร?
อย่างไรก็ตาม นางยังบังเอิญมาในตอนที่ผู้มาหมั้นหมายออกไปแล้วเสียด้วย
หานอวิ๋นซีอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าสตรีผู้นี้คงคาดว่าหลงเฟยเยี่ยจะอยู่ที่จวน และเลือกเวลาที่เหมาะสมที่จะมา นางแค่้าพบศิษย์พี่ของนาง แค่นั้นเองหรือ?
“ไอ้หยา เหยาเหยา ในที่สุดเ้าก็มาสักที!”
อี้ไท่เฟยผู้ไม่ยิ้มั้แ่เมื่อคืนก็ยิ้มออกมาในที่สุด คำว่า “เหยาเหยา” แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างนางกับตวนมู่เหยา
หานอวิ๋นซีอดไม่ได้ที่จะคิดว่า หากตวนมู่เหยาอภิเษกเข้าจวนฉินอ๋อง เช่นนั้นก็คงเป็หญิงงามชายเก่งที่แท้จริง เป็คู่ที่เหมาะสมกัน
บรรยากาศในวันอภิเษกจะเป็อย่างไรกันนะ? จะต้องใหญ่เป็สองเท่าของจวนผิงเป่ยโฮ่วในวันนี้ อี้ไท่เฟยกับหลงเฟยเยี่ยก็คงมาต้อนรับที่ประตูก่อนเวลาอย่างแน่นอน
แม้ว่านางจะพยายามอย่างมากในการลดช่องว่างความสัมพันธ์กับอี้ไท่เฟยแต่ แต่เมื่อตวนมู่เหยามา ก็สามารถทำลายทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย อี้ไท่เฟยชอบลูกสะใภ้ที่ทำให้นางมีหน้ามีตา
นึกไปถึงฉากที่ตนเองเข้าประตูวันนั้นก็อดรู้สึกขมขื่นไม่ได้
ก่อนที่อี้ไท่เฟยจะพูดต่อ หลงเฟยเยี่ยก็โบกมือเป็สัญญาณให้กุ้ยมามาเชิญนางเข้ามา
หานอวิ๋นซีชำเลืองมองเขา แล้วหันหลังกลับเดินออกไปโดยไม่มีเสียง จะพูดว่านางเป็คนขี้ขลาดก็ได้ นางไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เอาเสียเลย นางแค่อยากจะมีที่อยู่เท่านั้นและไม่้าต่อสู้อะไรทั้งสิ้น
ใครจะรู้ว่ายังไม่ทันที่จะออกไปนอกประตู อี้ไท่เฟยก็พูดขึ้นมาว่า “อวิ๋นซี เ้าจะไปไหน?”
“จู่ๆ ข้าก็รู้สึกปวดหัวเล็กน้อย อยากจะกลับไปพักผ่อนเพคะ” หานอวิ๋นซีไม่อยากแม้แต่จะหันกลับมา และหาข้อแก้ตัวไปเรื่อย
ขณะเดียวกัน อยู่ๆ หลงเฟยเยี่ยก็พูดขึ้นมาว่า “ในเมื่อปวดหัว ก็ไปพักผ่อนเถอะ จะได้ไม่เสียมารยาท”
เสียมารยาท?
หานอวิ๋นซีชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มออกมาโดยไม่มีเหตุผล เขาไม่้าให้นางปฏิบัติต่อตวนมู่เหยาเหมือนนายหญิงของบ้านใช่หรือไม่?
เขาไม่ต้องกังวลไปหรอก นางยังมีสติ ไม่มีทางพูดเื่ไร้สาระอย่างแน่นอน
อี้ไท่เฟยพูดอย่างจริงจังว่า “เหยาเหยาไม่ใช่คนนอก ไม่มีอะไรเสียมารยาทหรอก อีกอย่าง ต่อไปก็เป็ครอบครัวเดียวกัน ควรจะคุ้นเคยกันไว้เสียดีกว่า”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา หานอวิ๋นซีรู้สึกเพียงว่ามีบางอย่างกระแทกนางอย่างแรง จนศีรษะมึนงงและรู้สึกใจไม่ดีเล็กน้อย
เป็ไปได้หรือไม่ว่าเื่ของตวนมู่เหยาที่จะอภิเษกเข้าจวนฉินอ๋องไม่ใช่ข่าวลือ และได้รับการยอมรับจากอี้ไท่เฟยแล้ว?
สุดท้ายหานอวิ๋นซีก็หันกลับไปมองที่หลงเฟยเยี่ย และในขณะเดียวกัน หลงเฟยเยี่ยก็มองมาที่นางเช่นกัน
หลงเฟยเยี่ยไม่ตอบสนองต่อคำพูดของอี้ไท่เฟย
“อวิ๋นซี เ้ามานี่สิ” อี้ไท่เฟยกวักมือเรียก หานอวิ๋นซีจึงทำได้เพียงเดินไปนั่งข้างนาง
“เหยาเหยาเป็ศิษย์น้องของเฟยเยี่ย นางเป็สตรีที่มีความสามารถและมีชื่อเสียง ภายภาคหน้าหากมีโอกาสอยู่ด้วยกัน เ้าก็เรียนรู้เพิ่มเติมจากนางได้” อี้ไท่เฟยพูด
หานอวิ๋นซีหัวเราะเยาะอยู่ในใจ อี้ไท่เฟยทำงานหนักทั้งวันทั้งคืนเพื่อมู่หรงหว่านหรู เดาว่านางยังไม่รู้เื่อื่นๆ ที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงเหมยฮวา จะให้นางเรียนรู้เพิ่มเติมจากคนที่พ่ายแพ้ให้นางได้อย่างไรกัน?
นางหัวเราะในใจและไม่อธิบายอะไร
นางรู้ว่าอี้ไท่เฟยชอบตวนมู่เหยา ไม่ใช่เพราะความสามารถของนาง แต่เป็เพราะภูมิหลังที่โดดเด่นของนาง
องค์หญิงคนแรกแห่งราชวงศ์ซีโจว ศิษย์หญิงผู้เก่งกาจของสำนักกระบี่เทียนซาน ลูกสะใภ้แบบนี้เป็หน้าเป็ตาอย่างมาก เช่นนี้ก็จะไม่มีใครพูดว่าฉินอ๋องอภิเษกกับคนธรรมดา กับคนไร้ประโยชน์
ไม่ใช่เื่ง่ายกว่าที่จะกำจัดเ้าดอกบัวขาวอย่างมู่หรงหว่านหรูได้ แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีตวนมู่เหยาตามมาในตอนหลังอีก
นางไม่สู้ แต่ใครจะยอมให้นางเข้ามาแทนที่ตำแหน่งในจวนของตัวเองกัน? ใครจะยอมให้นางครองตำแหน่งครึ่งหนึ่งของฉินหวังเฟยกัน?
ในไม่ช้า ตวนมู่เหยาก็มาถึง นางมาคนเดียว กุ้ยมามาเดินตามหลังด้วยความเคารพและถือของขวัญสามชิ้น คนที่ไม่รู้คงคิดว่ากุ้ยมามาเป็คนรับใช้ที่นางพามาด้วย
วันนี้ตวนมู่เหยายังคงสวมชุดยาวสีขาวราวกับหิมะที่มีลายดอกไม้สีแดงที่มุมกระโปรง นางเกิดมาไร้ที่ติและดูเหมือนนางฟ้า บวกกับชุดผ้าไหมสีขาวนี้ทำให้นางดูเหมือนนางฟ้ามากยิ่งขึ้น
นางก้าวเข้าไปและคำนับอี้ไท่เฟยทันทีเพื่อทำความเคารพ พลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ถวายบังคมไท่เฟยเพคะ”
“ไม่ต้องพิธีรีตองขนาดนั้นก็ได้ มาๆ ให้ข้าดูหน่อยสิ ไม่ได้เจอกันนานหลายปีแล้ว” หมอกควันในใจของอี้ไท่เฟยถูกพัดหายไป มีเพียงความรักที่นางมีต่อตวนมู่เหยา
ตวนมู่เหยาเดินเข้าไปโดยไม่แม้แต่จะมองหานอวิ๋นซี ทั้งยังเบียดระหว่างนางกับอี้ไท่เฟย ที่นั่งหลักสามารถรองรับได้สูงสุดสองคน ขณะที่หานอวิ๋นซีกำลังลุกขึ้น อี้ไท่เฟยพูดอย่างเป็กันเองว่า “อวิ๋นซี เ้าไปนั่งด้านข้าง”
หานอวิ๋นซีแอบกลอกตา นางก็จะไปอยู่แล้วอย่างไรล่ะ?
รอยยิ้มเ้าเล่ห์ฉายวาบในดวงตาของตวนมู่เหยา และถามว่า “ศิษย์พี่ ครั้งก่อนที่ข้าขอให้ท่านทักทายไท่เฟยแทนข้า ท่านคงไม่ได้ลืมใช่หรือไม่?”
“ลืมไปแล้ว” หลงเฟยเยี่ยตอบอย่างเฉยเมย
“ั้แ่เด็กจนโตท่านก็เป็แบบนี้!” ตวนมู่เหยามองเขา รีบอธิบายกับอี้ไท่เฟยทันที “อี้ไท่เฟย ทันทีที่เหยาเหยามาถึงเมืองหลวง ข้าอยากจะมาเข้าเฝ้าท่านทันที แต่น่าเสียดายที่มีเื่บางอย่าง เลยต้องมาวันนี้แทน เหยาเหยากลับมาคราวนี้ มีของพิเศษมาให้ท่านด้วยเพคะ!”
ขณะที่นางพูด กุ้ยมามาก็ส่งของขวัญชิ้นใหญ่ให้
“นี่คือเหอโส่วอู[1] ที่ใหญ่ที่สุดที่เก็บเกี่ยวในเขาเทียนซานในปีนี้ ช่วยให้ผมดำสลวยและบำรุงร่างกาย เพียงกินมันเล็กน้อยทุกวัน ต่อให้ผ่านไปอีกสิบปี ท่านอาจจะไม่มีผมขาวสักเส้นเลยก็ได้”
อี้ไท่เฟยชอบอย่างมาก “เ้านี่มันจิตใจดีเสียจริง!”
“เห็นข้อดีของข้าแล้วใช่หรือไม่เพคะ?” ตวนมู่เหยาพูดอย่างหยอกล้อ คนที่ไม่รู้คงคิดว่านางเป็บุตรสาวของอี้ไท่เฟย
“ส่วนอันนี้ สำหรับหว่านหรู เื่ของนาง...” ตวนมู่เหยาอ้ำๆ อึ้งๆ ที่จะพูดออกมา ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เฮ้อ นางไปที่ห้องด้านข้างเพียงเพราะเป็ห่วงพี่สะใภ้ของนางเท่านั้น แต่น่าเสียดาย...”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา หานอวิ๋นซีก็เงยหน้าขึ้นมองทันที ดีจริงๆ ตวนมู่เหยา ยังไม่ได้อภิเษกเข้าจวนด้วยซ้ำ ก็เริ่มสร้างความบาดหมางต่อกันเสียแล้ว ในภายภาคหน้ามันจะเป็อย่างไรกัน?
อี้ไท่เฟยขมวดคิ้วและมองไปที่หานอวิ๋นซี ถอนหายใจเบาๆ และไม่พูดอะไรมาก
“เื่มาถึงขนาดนี้แล้ว อี้ไท่เฟยควรจะวางใจได้แล้ว อย่าทำร้ายนางเลย โชคดีที่จวนผิงเป่ยโฮ่วยังเป็ตระกูลใหญ่ น้องหว่านหรูแต่งงานไป ก็ไม่สูญเสียสถานะ ทั้งยังมีท่านกับท่านอ๋องคอยหนุนหลังอยู่ ไม่มีทางเสียเปรียบอย่างแน่นอน!”
ตวนมู่เหยาเก่งในการโน้มน้าวใจผู้คนจริงๆ ทุกประโยคสามารถแก้ปมในใจของอี้ไท่เฟยได้
“เอาล่ะๆ อย่าไปพูดถึงเื่นี้เลย แค่เ้ามา ข้าก็สบายใจขึ้นมาแล้ว” อี้ไท่เฟยยิ้มเบาๆ
“เช่นนั้นเหยาเหยาจะฉลองปีใหม่เป็เพื่อนท่าน ดีหรือไม่?” ตวนมู่เหยาถือโอกาสถาม
อี้ไท่เฟยดีใจอย่างมาก “เ้าอย่าทำให้ข้าดีใจเก้อนะ”
“นั่นขึ้นอยู่กับว่าศิษย์พี่จะเห็นด้วยหรือไม่” ตวนมู่เหยาถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เบะปากและมองไปที่หลงเฟยเยี่ย
อี้ไท่เฟยเองก็มองไปเช่นกัน มีเพียงหานอวิ๋นซีที่ก้มศีรษะลงและมองถ้วยชาในมือ
หลงเฟยเยี่ยเหลือบมองไปที่หานอวิ๋นซี เมื่อเห็นความเฉยเมยของนาง เขาก็รู้สึกหงุดหงิดโดยไม่มีเหตุผล และตอบอย่างเ็าว่า “เสด็จแม่ตัดสินใจจะดีกว่า”
อี้ไท่เฟยงุนงง คิดไม่ถึงว่าบุตรชายจะคุยได้ง่ายขนาดนี้ หลายปีก่อนหน้านั้นนางรู้ว่าบุตรชายมีศิษย์น้อง นางจึงตั้งตารอการอภิเษกของพวกเขาทั้งสอง แต่สถานะของเหยาเหยานั้นพิเศษ นางจึงไม่กล้าพูดว่าเื่นี้เป็เล็กน้อย
ไม่คาดคิดวันนี้ซีโจวจะมีความตั้งใจจริงที่จะอภิเษก และฮ่องเต้เทียนฮุยก็อยู่ภายใต้แรงกดดัน ดังนั้นจึงทำได้เพียงทำตามความตั้งใจของซีโจวในการเลือกคู่อภิเษก
ด้วยวิธีนี้ ทุกอย่างเป็ไปอย่างราบรื่น แต่น่าเสียดายที่บุตรชายเป็อุปสรรคด่านสุดท้ายและไม่ง่ายที่จะผ่าน
นางพยายามหลายครั้งหลายคราแล้ว แต่บุตรชายก็ปฏิเสธอยู่เสมอ
เมื่อไม่นานมานี้ ได้ยินมาว่าบุตรชายใช้เวลาเที่ยวเล่นกับเหยาเหยาทั้งวัน ในวังเองก็ยังมีข่าวลือมากมาย ดูจากตอนนี้แล้ว เหมือนจะมีเื่สนุกเกิดขึ้นแล้วจริงๆ!
อี้ไท่เฟยรู้สึกมีความสุขอย่างมาก จับมือตวนมู่เหยา “พูดแบบนั้นแล้ว ปีนี้เ้าก็...อยู่ฉลองปีใหม่ที่จวนก็แล้วกัน”
ตวนมู่เหยามีความสุขจนปิดไม่อยู่ นางเองก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าศิษย์พี่จะพูดง่ายขนาดนี้
หลงเฟยเยี่ยไม่คัดค้าน หานอวิ๋นซีเองก็ยังคงก้มหน้า ทั้งคู่ยังคงเงียบ
ในเวลานี้ ตวนมู่เหยาลงมาและนั่งข้างหลงเฟยเยี่ย พร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย “ศิษย์พี่ ของขวัญชิ้นสุดท้ายสำหรับท่าน! ท่านลองเดาสิว่ามันคืออะไร?”
“ข้าไม่รู้” แม้ว่าน้ำเสียงของหลงเฟยเยี่ยจะเฉยเมย แต่อย่างไรเขาก็ตอบกลับไป
ตวนมู่เหยารู้สึกดีใจอีกครั้ง ต้องรู้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางมักจะหาข้ออ้างเพื่อที่จะมอบสิ่งของให้ศิษย์พี่อยู่เสมอ แต่ศิษย์พี่ก็ตอบนางกลับมาด้วยคำเพียงสองคำว่า “ไม่เอา”
วันนี้ศิษย์พี่ตอบนางแบบนี้ เป็ไปได้หรือไม่ที่ศิษย์พี่เต็มใจที่จะยอมรับนางแล้ว?
ต้องรู้ว่า ั้แ่ศิษย์พี่ไปกับนางในวันนั้น นางก็ไม่เคยพบเขาอีกเลย ถ้าไม่ใช่เพราะวันนี้จวนฉินอ๋องมีเื่น่ายินดี เดาว่านางก็คงไม่ได้พบเขา
“ศิษย์พี่ ท่านเดาสิ นี่เป็บางอย่างจากเขาเทียนซานของเรา ท่านอาจารย์และผู้เฒ่าคนอื่นๆ ที่เห็นมัน ต่างบอกว่าท่านจะต้องชอบมันอย่างแน่นอน!” ตวนมู่เหยาพูดอย่างมีความสุข
“ข้าเดาไม่ออก” หลงเฟยเยี่ยตอบอย่างเฉยเมย
ตวนมู่เหยาเข้าไปใกล้และแสดงท่าทางออดอ้อน “ศิษย์พี่ ท่านลองเดาสักครั้งนะ แค่ครั้งเดียว!”
ในขณะเดียวกัน หานอวิ๋นซีก็เงยหน้าขึ้นมองพวกเขาในที่สุด คนหนึ่งเงียบ อีกคนทำตัวออดอ้อน คนหนึ่งหล่อเหลาราวกับเทพบุตร คนหนึ่งก็งดงามราวกับนางฟ้า นางรู้สึกจากใจจริงว่าทั้งสองคนเหมาะสมกันอย่างมาก เรียกได้ว่าคู่์สร้าง
หานอวิ๋นซีมองอย่างว่างเปล่า และหลงเฟยเยี่ยก็เดาออกมาจริงๆ ว่า “เสวี่ยจิ่ว”
ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา ตวนมู่เหยาก็ร้องด้วยความประหลาดใจ และกอดแขนของเขาทันที “ศิษย์พี่ ท่าน! ท่านยังจำได้จริงๆ ด้วย! ผ่านมาสิบปีแล้ว คิดไม่ถึงว่าท่านจะยังจำได้!”
ขณะที่นางพูด นางก็รีบปล่อยและหยิบไหเสวี่ยจิ่วออกมาทันที “ข้าฝังมันให้ท่านเมื่อสิบปีก่อน ข้าคิดว่าท่านจะลืมมันไปแล้ว”
สิบปี…
ที่แท้ก็รู้จักกันมานานแล้วสินะ!
หานอวิ๋นซีนึกถึงประโยคหนึ่งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ชีวิตมีเพียงครั้งเดียว หากพลาดโอกาสที่จะพบท่านไปหนึ่งวินาที ชีวิตก็จะได้พบท่านน้อยลงอีกหนึ่งวินาที และในชาติหน้าเราก็อาจไม่ได้พบกันอีก
เจอกันเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว จำเื่เมื่อสิบปีที่แล้วได้ ดีจริงๆ...
หานอวิ๋นซีแอบถอนหายใจ และจิบชาอย่างสบายๆ
หลงเฟยเยี่ยพูดไปแบบส่งๆ ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะถูกต้อง เขามองไปที่หานอวิ๋นซีโดยไม่ได้ตั้งใจและเห็นว่าหานอวิ๋นซีกำลังก้มหน้าดื่มชาอีกครั้ง ราวกับว่ารู้สึกผ่อนคลายมาก
ในที่สุด ใบหน้าที่เ็าอยู่แล้วของเขาก็เ็าขึ้นไปอีก
เขาไม่เข้าใจว่าหานอวิ๋นซีเป็คนอย่างไร ในตอนแรกไร้ยางอายแทบตาย เตะคานเกี้ยวด้วยตัวเองเพื่อที่จะได้อภิเษกกับเขา แต่ตอนนี้กลับทำตัวเหมือนไม่สนใจโลก
สตรีผู้นี้คิดอย่างไรกับเขากัน?
หากอยากปีนให้สูงก็ปีนขึ้นมาสิ ถ้าไม่อยากเล่นแล้วก็ถอยออกไปเลยได้หรือไม่? นางทำแบบนี้ไปทำไมกัน? ใช้ชื่อฉินหวังเฟยเพื่อความสนุกอย่างนั้นหรือ?
“ศิษย์พี่ ทำไมท่านไม่ลองชิมดูล่ะ สิบปีเลยนะ!” ตวนมู่เหยาจมอยู่ในความสุข
“ไว้เปิดมื้อค่ำคืนนี้ก็แล้วกัน เ้าเองก็อยู่ทานอาหารกันก่อน” นี่เป็ครั้งแรกที่หลงเฟยเยี่ยเอ่ยปากให้อยู่
“ได้สิ!” ตวนมู่เหยารีบพยักหน้าทันที ด้วยกลัวว่าหลงเฟยเยี่ยจะเสียใจ หัวใจของนางพองโต อี้ไท่เฟยเองก็มีความสุขยิ่งกว่า รีบสั่งให้กุ้ยมามาจัดอาหารเย็นทันที
อย่างไรก็ตาม หานอวิ๋นซีลดสายตาลงและคิดในใจว่า เห็นแบบนี้แล้ว ปีหน้าหลงเฟยเยี่ยคงจะไม่ออกเดินทางแล้วล่ะ และปีหน้าคงจะมีงานมงคลใหญ่สองงานในจวนฉินอ๋อง
เมื่อเห็นว่าหานอวิ๋นซียังคงเงียบ ตวนมู่เหยาก็มองอย่างเหยียดหยาม แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยนางไปง่ายๆ
“จริงสิ หวังเฟย ข้ารีบมาเลยไม่ได้เตรียมของขวัญให้เ้า เ้าคงไม่โกรธข้าใช่หรือไม่?” นางถามอย่างจริงจัง
เช่นนี้หานอวิ๋นซีจึงเงยหน้าขึ้น ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเฉยเมย “ไม่”
นางไม่อยากจะเสวนาด้วย
ใครจะรู้ว่าตวนมู่เหยากลับยั่วโมโหอีกครั้ง “หวังเฟย เมื่อครู่ข้าลืมถามเ้า ข้าจะอยู่ฉลองปีใหม่ที่นี่ เ้าจะว่าอะไรหรือไม่?”
----------------------------
[1] เหอโส่วอู (何首乌) คือรากหัวแห้งของพืช เป็สมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง
