“ฟู่ ในที่สุดก็ออกมาจากที่บ้าๆ นั่นได้สักที!”
หลังจากกระโจนหลบหนีออกมาจากเขตอาคมป้องกันเอกภพได้ เยี่ยเฉินเฟิงก็พบว่าตัวเองกลับมาที่จุดสูงสุดของยอดเขาปิงหลิงเหมือนเดิม และเบื้องหน้าของตนที่ไม่ไกลออกไปมากนัก เป็โพรงถ้ำแห่งหนึ่งที่ถูกน้ำแข็งหนาวเหน็บปิดผนึกเอาไว้ มืดมิดจนยื่นมือออกไปยังมองไม่เห็นนิ้วของตัวเอง
“ทลาย!”
เยี่ยเฉินเฟิงคำรามลั่น เพิ่มระดับพละกำลังจนถึงขีดสุด แกว่งกระบี่หนักพานหลงในมือฟาดฟันน้ำแข็งอย่างรุนแรง อาศัยเพียงพลังกายเพียงอย่างเดียวก็สามารถทำลายน้ำแข็งอันหนาวเหน็บลงได้ ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปภายในโพรงถ้ำอันมืดมิด
“หนาวชะมัด!”
เมื่อเดินเข้ามาด้านใน เยี่ยเฉินเฟิงััได้ว่าอุณหภูมิลดต่ำลงมาก ปราณเหมันต์ที่เย็นเยือกเสียดแทงกระดูกรวมตัวกันจนเป็ชั้นน้ำแข็งบางๆ เกาะอยู่ทั่วร่างของเขา แต่ก็ถูกเขาใช้พลังิญญาหลอมละลายจนหมด
“หวังว่าคนที่ลงเขตอาคมป้องกันเหล่านี้ไว้ จะออกไปจากที่นี่นานแล้วนะ”
เยี่ยเฉินเฟิงไม่เหลือทางให้ถอยกลับแล้ว จึงต้านทานความหนาวเหน็บจากปราณเหมันต์ เดินหน้าต่อเข้าไปภายในถ้ำด้วยความระมัดระวังและจิตใจที่ไม่เป็สุข
“แสงสว่าง”
เมื่อเดินต่อไปเรื่อยๆ เยี่ยเฉินเฟิงก็พบแสงสว่างนวลอ่อนส่องมาจากด้านหน้า เพียงไม่นานเขาก็ข้ามผ่านโพรงถ้ำอันมืดมิดและมาถึงยังใจกลางธารน้ำแข็งรูปทรงน้ำเต้าแห่งหนึ่ง แสงสีฟ้าประหลาดหลายสายสาดส่องผ่านชั้นน้ำแข็ง้าลงมาและส่องสว่างไปทั่วธารน้ำแข็ง
เยี่ยเฉินเฟิงที่ยืนทอดสายตามองอยู่ตรงปากทางเข้าธารน้ำแข็ง พบว่าใจกลางของธารน้ำแข็งมีสระน้ำเย็นจัดขนาดกว้างราวๆ สองเมตรและมีไอเย็นสีขาวลอยวนอยู่บนผิวน้ำ ตรงกลางของสระน้ำมีของเหลวลักษณะคล้ายหินโมราอายุนับพันปีสีขาวขุ่นลอยอยู่
“น้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์”
เมื่อเห็นว่าภายในสระน้ำมีน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์หลอมรวมอยู่ เยี่ยเฉินเฟิงก็เผยรอยยิ้มออกมาในทันที รีบพุ่งทะยานเข้าไปที่ริมสระ ใช้มือวักน้ำเย็นเยียบถึงกระดูกจากในสระขึ้นมา แล้วซดดื่มน้ำที่มีน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์ผสมอยู่ลงท้องไป
“เป็พลังิญญาที่บริสุทธิ์มาก”
เมื่อดื่มน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์ลงไปหนึ่งอึกแล้ว เยี่ยเฉินเฟิงก็รู้สึกถึงความผ่อนคลายทั่วทั้งร่าง พลังิญญาที่หลอมรวมมากับน้ำพุแล่นผ่านเส้นลมปราณภายในกายของเขาอย่างเชื่องช้า จนชุ่มฉ่ำไปทั่วทั้งตัวตน
“น้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์มีผลต่อการหลอมกายจริงเสียด้วย หากมีน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์ภายในสระนี้อยู่ บางทีข้าอาจจะฝึกฝนเทพดาราหกชีพจรจนสำเร็จถึงขั้นสี่หรือระดับหลอมเส้นเอ็นเลยก็ได้”
เยี่ยเฉินเฟิงนั่งขัดสมาธิลงที่ข้างสระน้ำเพื่อหาอะไรกินรองท้องและปรับสภาพร่างกายอีกเล็กน้อย ก่อนจะถอดชุดที่สวมอยู่ออกทั้งหมดแล้วะโลงไปในสระน้ำเย็นเฉียบจนเกือบเยือกแข็ง โคจรเคล็ดวิชาเทพดาราหกชีพจร ดูดซับน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์กลั่นหลอมร่างกาย
หลังจากน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์ปริมาณมากแทรกผ่านรูขุมขนของเขาและไหลซึมเข้าสู่ร่างกาย เยี่ยเฉินเฟิงก็รู้สึกได้ว่าอวัยวะภายในดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก ลมหายใจหนักแน่นมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ พลังิญญาภายในร่างกายค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นจนอยู่ในระดับเต็มเปี่ยม
“หืม ต้นไม้เทพโกลาหลกำลังดูดซับน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์อยู่”
ในขณะที่เยี่ยเฉินเฟิงกำลังดูดซับน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์อย่างเอาเป็เอาตายเพื่อฝึกฝนเทพดาราหกชีพจร เตรียมจะทะลวงผ่านสู่เขตแดนจอมพลอสูรโลการะดับหนึ่งอยู่นั้น เขากลับพบเื่น่าประหลาดใจบางอย่าง ต้นไม้เทพโกลาหลที่นอนสงบนิ่งอยู่ภายในชีพจรของเขามาโดยตลอด กำลังดูดกลืนน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์ภายในร่างของเขาอยู่
“หรือว่าน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์สามารถกระตุ้นพลังชีวิตของต้นไม้เทพโกลาหลได้?”
เมื่อได้ทราบเื่นี้แล้ว เยี่ยเฉินเฟิงก็ยินดีปรีดาเป็อย่างมาก หากว่าต้นไม้เทพโกลาหลสามารถดูดซับน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์และแตกรากออกใบได้ ประโยชน์ที่เขาจะได้รับคงมีมากมายจนพูดไม่หมดเชียวล่ะ
“ดูดซับ”
เมื่อััได้ว่าความเร็วในการดูดซึมน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์ของต้นไม้เทพโกลาหลเพิ่มสูงขึ้น เยี่ยเฉินเฟิงจึงเร่งความเร็วในการดูดซับของตัวเองเช่นกัน น้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์จำนวนมากไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเขา และถูกต้นไม้เทพโกลาหลและเทพดาราหกชีพจรดูดซับไปใช้
เพียงไม่นาน รอบกายของเยี่ยเฉินเฟิงก็ก่อร่างเป็กระแสน้ำวน ปลุกสระน้ำเย็นเฉียบที่เงียบสงบให้เกิดคลื่นกระเพื่อมอย่างรุนแรง
หลังจากดูดกลืนน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์จำนวนมากเข้าไป ในที่สุดพลังิญญาในร่างของเยี่ยเฉินเฟิงก็เต็มเปี่ยม ทว่าในขณะที่เขากำลังจะทะลวงสู่เขตแดนจอมพลอสูรโลการะดับหนึ่งนั้น ก็พลันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบางอย่างขึ้น
ปราณเหมันต์เยือกแข็งกระแสหนึ่งพุ่งออกมาจากใต้ก้นสระน้ำ ก่อนจะยิงเข้าใส่เยี่ยเฉินเฟิงที่ลอยตัวอยู่บนผิวน้ำราวกับเกาทัณฑ์ที่ออกจากคันศร
เมื่อถูกปราณเหมันต์อันน่าตื่นตระหนกโจมตีอย่างกะทันหัน ประสาทััอันเฉียบแหลมของเยี่ยเฉินเฟิงก็ตรวจจับได้อย่างทันท่วงที อำนาจกระบี่อันน่าหวาดกลัวขุมหนึ่งพรั่งพรูออกมาจากร่างของเขา และฟาดฟันเข้าใส่ปราณเหมันต์ที่พุ่งจู่โจมเข้ามา
“เพล้ง!”
ทันทีที่อำนาจกระบี่สะท้านฟ้าััโดนปราณเหมันต์ ก็ถูกพลังของอีกฝ่ายแช่แข็งจนกลายเป็ก้อนน้ำแข็ง โดยที่ยังไม่ทันจะได้แสดงพลังอำนาจใดใด
“ซวยละ!”
เยี่ยเฉินเฟิงไม่คิดว่าปราณเหมันต์จะน่ากลัวมากถึงเพียงนี้ มันสามารถแช่แข็งอำนาจกระบี่ที่ตนสร้างขึ้นได้อย่างง่ายดาย หัวใจกระตุกวูบ ในเสี้ยวพริบตาที่ใช้อำนาจกระบี่มาต้านทาน เขาจึงรีบพลิ้วกายหลบหนีการโจมตีของปราณเหมันต์อย่างว่องไว
“นั่นมันอะไรกัน?”
หลังจากรับรู้ว่าที่ก้นสระน้ำมีอันตรายที่ไม่อาจล่วงรู้ได้แอบแฝงอยู่ เยี่ยเฉินเฟิงจึงปลดปล่อยพลังิญญาอันแกร่งกล้าออกไปตรวจสอบในทันที ก่อนจะพบว่าที่ด้านล่างของสระน้ำ มีก้อนน้ำแข็งโปร่งใสแวววาวขนาดใหญ่ราวหนึ่งเมตรกว่าๆ ลอยอยู่
ภายในก้อนน้ำแข็งนั้นมีร่างของหญิงสาวสวมชุดสีขาว ดวงตาปิดสนิท ไร้ซึ่งลมหายใจถูกปิดผนึกเอาไว้
“ผู้หญิงนี่ ทำไมด้านล่างของสระน้ำถึงมีร่างของหญิงสาวถูกปิดผนึกเอาไว้ล่ะ”
เยี่ยเฉินเฟิงพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นใ และรู้สึกว่าที่แห่งนี้มันแปลกประหลาดเข้าไปทุกทีแล้ว
ในขณะที่เขากำลังตื่นตะลึงอยู่นั้น ข้างกายของสตรีที่ถูกปิดผนึกก็ปรากฏหยดน้ำที่รูปร่างคล้ายกับศีรษะของมนุษย์ ปราณเหมันต์อีกหนึ่งระลอกถูกยิงออกมาจากสิ่งที่รูปร่างคล้ายปากของมันราวกับลูกธนู พุ่งเข้าโจมตีใส่เยี่ยเฉินเฟิง
เพียงแต่ในคราวนี้เยี่ยเฉินเฟิงรับรู้ได้ล่วงหน้า จึงเคลื่อนไหวร่างกายภายในสระน้ำที่เย็นะเื หลบหนีการโจมตีของปราณเหมันต์ไปได้
เมื่อเยี่ยเฉินเฟิงสามารถหลบการโจมตีได้อีกครั้ง หยดน้ำรูปร่างคล้ายศีรษะมนุษย์จึงกรีดร้องใส่เยี่ยเฉินเฟิงด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร เพื่อข่มขู่ให้เขาล่าถอยออกไปจากสระน้ำ
“อย่าบอกนะว่ามันคือวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับ มันอยู่มีจริงหรือเนี่ย”
เยี่ยเฉินเฟิงแสดงสีหน้าตื่นตะลึงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าหยดน้ำดังกล่าวมีสติปัญญาและความนึกคิด เขาจึงพอจะตัดสินได้ว่าหยดน้ำรูปร่างศีรษะมนุษย์ตรงนั้น น่าจะเป็วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับที่ถือกำเนิดขึ้นจากฟ้าดิน และถูกบันทึกเอาไว้ในคัมภีร์หนังแกะ
หลังจากค้นพบวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับแล้ว เยี่ยเฉินเฟิงก็เกิดความคิดจะถอยหนีในทันที เพราะเขาเพิ่งจะรู้ว่าวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับที่อยู่เบื้องหน้าน่าสะพรึงกลัวกว่าที่จินตนาการเอาไว้ ถึงขนาดคุกคามความปลอดภัยในชีวิตของเขาได้ทีเดียว
อีกทั้งจิตสังหารที่มันมีต่อเขาก็เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย
“นงยูงสามเนตร”
ในระหว่างที่เยี่ยเฉินเฟิงกำลังจะหนีออกไป สายตาของเขาพลันเหลือไปเห็นบางอย่างเข้าโดยบังเอิญ นกยูงตัวหนึ่งปรากฏขึ้นที่ด้านล่างของสระน้ำพร้อมกับแสงสีทองเจิดจ้า มันมีตาทั้งหมดสามดวงและสูงราวๆ ห้าเมตรกว่า รำแพนหางที่มีขนหลากสีสัน พุ่งเข้าโจมตีวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับอย่างกะทันหัน
พลังิญญารุนแรงและดุดันหลายสายพุ่งกระจายออกมาจากขนหางหลากสีสัน ราวกับพายุฝนที่โหมกระหน่ำ จู่โจมใส่วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับอย่างต่อเนื่อง
“พลังิญญาสีทอง สตรีนางนั้นยังไม่ตาย แล้วนางยังเป็ถึงยอดฝีมือขั้นบรรพชนอสูรลี้ลับอีกด้วย!”
เมื่อเห็นแสงสีทองเจิดจ้าแผ่ซ่านออกมาจากนกยูงสามเนตรที่อยู่ไกลออกไป ในใจของเยี่ยเฉินเฟิงก็เกิดคลื่นลูกใหญ่ซัดโถม
สมองกลืนเทวะสามารถแบ่งแยกพลังิญญาของแต่ละเขตแดนได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ ผู้ใช้อสูริญญาจะมีพลังิญญาสีขาว ปรมาจารย์อสูรมายาจะมีพลังิญญาสีเขียว จอมพลอสูรโลกาจะมีพลังิญญาสีฟ้า เซียนอสูร์จะมีพลังิญญาสีม่วง บรรพชนอสูรลี้ลับจะมีพลังิญญาสีทอง และในทวีปโต้วหุนแห่งนี้ ผู้ที่ถูกเรียกขานว่าราชันย์จะมีพลังิญญาสีแดง ผู้ที่ถูกเรียกขานว่าจักรพรรดิจะมีพลังิญญาสีดำ
“ที่ก้นบึ้งของสระน้ำแห่งนี้ มีร่างของยอดฝีมือบรรพชนอสูรลี้ลับถูกผลึกเอาไว้เรอะ นี่มันจะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว”
เยี่ยเฉินเฟิงเห็นจิตอสูรนกยูงสามเนตรที่กำลังต่อสู้กับวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับอย่างดุเดือด ก็รู้สึกหมดแรงใจในการต่อสู้ขึ้นมาทันที จึงคิดจะรีบหนีออกไปจากสถานที่อันตรายแห่งนี้อย่างไร้ซึ่งความลังเลใดใด
“เดี๋ยวก่อน ไม่ทราบว่าเ้าพอจะยื่นมือช่วยเหลือข้าได้หรือไม่ ช่วยข้าต่อกรกับวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับที” ในตอนนั้นเอง กระแสเสียงอันทรงอำนาจของสตรีคนนั้นก็ดังขึ้นกระทบโสตประสาท
“ผู้าุโ ข้ายังอ่อนด้อยเกินไป เกรงว่าคงจะช่วยเหลืออะไรท่านไม่ได้” เยี่ยเฉินเฟิงทราบได้ทันทีว่ากระแสเสียงนั้นเป็ของสตรีที่ถูกผนึกเอาไว้ จึงกล่าวปฏิเสธอย่างนอบน้อม
“เ้ารู้หรือไม่ว่าวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับคิดจะสังหารเ้าั้แ่แรกแล้ว หากไม่ใช่เพราะข้าคอยปรามมันเอาไว้ เ้าคงถูกมันปลิดชีพภายในเสี้ยววินาที” สตรีที่ถูกผนึกในก้อนน้ำแข็งส่งกระแสเสียงมาอย่างต่อเนื่อง
“แต่ว่านะท่านผู้าุโ ด้วยพลังที่แท้จริงของข้า หากเผชิญหน้ากับวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับโดยตรง เกรงว่าจะถูกมันสังหารในเสี้ยวพริบตาอยู่ดี”
“ข้าไม่ได้จะให้เ้าเผชิญหน้ากับวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับโดยตรง เ้าแค่หาหนทางตัดกำลังของมันให้ลดลงก็พอ เื่อื่นยกให้เป็หน้าที่ของข้าเอง”
“เื่นั้น...”
“จำไว้นะ นี่เป็ทางเดียวที่เ้าจะมีชีวิตรอดออกไปได้ หากเ้าไม่ยอมร่วมมือกับข้า เ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน” สตรีที่ถูกผนึกอยู่ในน้ำแข็งหมดสิ้นกำลังและอับจนหนทางตั้งนานแล้ว การปรากฏตัวของเยี่ยเฉินเฟิงเป็ดั่งเศษเสี้ยวแห่งความหวังที่จะพลิกฟื้นของนาง
“เอาอย่างนั้นก็ได้ ข้าจะลองพนันกับผู้าุโดูสักตั้ง”
ห้วงสมองของเยี่ยเฉินเฟิงปรากฏความคิดขึ้นนับไม่ถ้วน ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ตัดสินใจที่จะเสี่ยงดูสักตั้ง ช่วยเหลือสตรีที่ถูกผนึกในก้อนน้ำแข็งต่อกรกับวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับ
แม้ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะอันตรายเป็อย่างมาก ทว่าเขาไม่เห็นหนทางที่ดีไปกว่านี้แล้วจริงๆ ถ้าหากวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับไม่ถูกสตรีในก้อนน้ำแข็งเหนี่ยวรั้งเอาไว้ การจะสังหารเขาทิ้งคงเป็เื่ที่ง่ายดายยิ่งนัก
“ดี พวกเรามาร่วมมือกัน!”
หลังจากเยี่ยเฉินเฟิงรับปาก สตรีที่ถูกผนึกในก้อนน้ำแข็งก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด กลุ่มก้อนพลังิญญาพรั่งพรูออกมาจากก้อนน้ำแข็งหนาวเหน็บและหลอมรวมเข้ากับนกยูงสามเนตร จิตอสูรนกยูงสามเนตรที่ได้รับพลังเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวก็พุ่งเข้าต่อสู้กับวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับอย่างดุเดือด
