ไม่รู้ว่าเผ่าค้ำ์ถูกสยบอยู่ในูเาไฟมานานเท่าไหร่แล้ว เมื่อฟื้นคืนก็เปิดมหันตสังหาร กินจอมยุทธ์ทุกคนที่อยู่ในบริเวณจนหมดสิ้น
นางพญาเหมันต์มองเผ่าค้ำ์ก้าวเข้ามาทีละก้าวด้วยความหวาดผวา “เ้า้าอะไร?”
เผ่าค้ำ์แสยะยิ้ม “ของดีต้องเก็บไว้กินเป็อย่างสุดท้ายสิ”
“ฟึ่บ!” นางพญาเหมันต์หรือจะยอมนั่งรอความตาย กระบี่น้ำแข็งแกร่งประจักษ์มาดหมายแทงทะลวงหัวใจเผ่าค้ำ์
“อ่อนแอ มนุษย์ในตอนนี้อ่อนแอมาก!” เผ่าค้ำ์เหยียดยิ้มพลางส่ายศีรษะ หอกเขี้ยวัจรัสแสงเร็วกว่ากระบี่ของนางพญาเหมันต์หลายเท่า
เผ่าค้ำ์อ้าปากกว้างกลืนนางพญาเหมันต์ลงไปในคราเดียว เขาแลบลิ้นเลียคราบเืที่ติดอยู่ตรงปากแล้วยิ้มด้วยความพึงพอใจ
เขาถูกสยบมานานจนเกือบดับสิ้นวายชีวา ้าเืเนื้อจำนวนมากเพื่อฟื้นคืนขั้นบำเพ็ญเพียรของตัวเอง ซึ่งการกินมนุษย์เป็วิธีที่เร็วที่สุด
ถึงเขาจะยังอ่อนแออยู่ แต่เมื่อเทียบกันแล้ว มนุษย์พวกนี้อ่อนแอยิ่งกว่าหลายเท่า
“เ้าจะซ่อนอยู่อีกนานแค่ไหน ทักษะในการเอาตัวรอดของเ้ายอดเยี่ยมมาก แต่คิดว่าจะหลบสายตาข้าพ้นอย่างนั้นรึ?” เผ่าค้ำ์แสยะยิ้ม
จูชิงลุกขึ้นยืนจากกองหิน เขาเองก็เข้าใจว่าการใช้วิธีนี้ซ่อนตัวจากผู้แข็งแกร่ง ทว่าความคิดนั้นมันไร้เดียงสาเกินไปหน่อย
“ขั้นสั่งสมหนึ่งชั้นฟ้า กุ้งโคลนยังเทียบไม่ได้” เผ่าค้ำ์เบะปาก ลมปราณของขั้นสั่งสมไม่เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงร่างกายของเขา
“ข้ามีลมปราณแค่น้อยนิด ไม่คู่ควรกับท่าน ข้าจะรีบไปไม่อยู่ให้ขวางหูขวางตา” จูชิงเหยียดเท้าถอยเร่งรีบ
“หยุดซะ ข้าบอกตอนไหนว่าให้เ้าไป?” เผ่าค้ำ์แค่นเสียง ยื่นเหยียดฝ่ามือข้างหนึ่ง
“ท่าน...” จูชิงตะลึงงัน ถ้าเผ่าค้ำ์้าจะฆ่าเขา เขาจะต่อต้านได้อย่างไร
ถึงต่อต้านไม่ได้ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องนั่งรอความตาย แสงสีขาวสว่างวาบในดวงตา หญ้าแห้งพวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า!
“หืม น่าสนใจไม่เบา!” เผ่าค้ำ์ถูกเจตจำนงกระบี่หญ้าแห้งฟันมือ
เจตจำนงกระบี่หญ้าแห้งแข็งแกร่งเฉกเช่นนั้น กลับทำได้แค่ทิ้งรอยแผลตื้นๆ ไว้บนฝ่ามือของเผ่าค้ำ์เท่านั้น!
“ฟู่!” ลมปราณของจูชิงสั่นะเื คุนเผิงตัวใหญ่นับร้อยจั้งประจักษ์ กระพือปีกทั้งสองบินหายไปไกลหลายร้อยลี้
“คิดไม่ถึงว่าจะมีมนุษย์ที่สามารถกลืนกินิญญาอสูรของคุนเผิง เดิมทีนึกว่าเป็กุ้งโคลน แต่ดูแล้วน่าจะอร่อยไม่เบา!” เผ่าค้ำ์ยิ้มเล็กน้อย เขาไม่ได้กังวลว่าจูชิงจะหนี ใครก็ตามที่ถูกเขาหมายหัวไม่มีทางหนีรอดจากเงื้อมมือของเขาไปได้
“ต้นกำเนิดของเผ่าค้ำ์มีความเป็มาเช่นไรกันแน่ เหตุใดถึงอำมหิตเหี้ยมเฉกเช่นนี้?” จูชิงคิดในใจอย่างอดไม่ได้
ไม่นานนัก จูชิงก็ต้องตะลึงงัน ในวินาทีนั้นเผ่าค้ำ์ปรากฏตัวตรงหน้า ความเร็วนี่มันอะไรกัน?
“เ้าจะลองดูอีกครั้งก็ได้ ทว่าเ้ามีโอกาสแค่ครั้งเดียว!” สื่อฮั่วยิ้มเยาะ
จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วกระพือปีกบินไปทางอื่น
“ไม่รู้จักยอมแพ้บ้างเลยหรือไร เมื่อเผชิญกับพลังนิรันดร์ ไม่ว่าจะดิ้นรนเพียงใดก็เปล่าประโยชน์!” สื่อฮั่วยิ้ม
“เ้าไม่มีทางหนีพ้น!” สื่อฮั่วอ้าปากกว้าง
“จิตบัวคำสาปผลาญโลหิต!” ทันใดนั้นจูชิงคืนร่างเป็มนุษย์ ั์ตาแปรเปลี่ยนเป็สีโลหิต พลังของคำสาปแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของสื่อฮั่วแล้ว!
“วิชามหาอำนาจพร์!” สื่อฮั่วใมาก เขาััได้ว่าลมปราณกำลังแผดเผา
“ความรู้สึกนี้อีกแล้ว!” จิติญญาของเด็กสาวผู้นั้นสั่นสะท้าน สายตาจับจ้องมองไปยังแดนไกลอย่างเหลือเชื่อ
สือฮั่วขมวดคิ้ว ลมปราณของเขาเดือดพล่านสุดแสน ครั้งนี้เขาพลาดไป ไม่คิดเลยว่าเด็กมนุษย์นี่จะมีวิชามหาอำนาจพร์
ถ้าไม่รีบหนีตอนนี้เห็นทีจะไม่ทันกาล จูชิงเปลี่ยนร่างเป็คุนเผิงแล้วบินหนีเร็วที่สุดเท่าที่เร็วได้!
แม้ว่าจะฉวยโอกาสระหว่างที่สื่อฮั่วกำลังได้ใจแทรกซึมพลังของจิตบัวคำสาปผลาญโลหิตเข้าไปในร่าง แต่อีกฝ่ายเป็สัตว์ประหลาด ฆ่าได้กระทั่งขั้นมหันต ถึงจิตบัวคำสาปผลาญโลหิตจะแข็งแกร่งเพียงใด ทว่าจูชิงก็ไม่มั่นใจว่าจะฆ่าสื่อฮั่วได้
สื่อฮั่วแค่นเสียง ทันใดนั้นเปลวเพลิงในกายาก็ค่อยๆ ดับลง นี่เป็ครั้งแรกที่มีคนยับยั้งพลังของจิตบัวคำสาปผลาญโลหิตได้
ใบหน้าของสื่อฮั่วแปรเปลี่ยนเป็อัปลักษณ์ เขาถูกสยบเอาไว้นานเกินไป ลมปราณในกายาแห้งเหือดแทบหมดสิ้น ต้องกินมนุษย์หลายคนเพื่อฟื้นคืนลมปราณ ทว่ากลับถูกจิตบัวคำสาปผลาญโลหิตเผาหายไปครึ่งหนึ่ง ทำให้ยามนี้สื่อฮั่วอ่อนแอยิ่งกว่าตอนที่ตื่นมาตอนแรกเสียอีก
นอกจากจูชิงแล้ว คนอื่นๆ ในเอกภพฟ้าดินไม่มีใครรู้ว่าเผ่าค้ำ์อำมหิตเหี้ยมตื่นขึ้นแล้ว เปิดมหันตล่าสังหารหมู่ชน
“ทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้!” จูชิงมองทางเข้าที่หายไป หน้ากลายเป็สีขาวซีด!
ทางเข้าระหว่างเอกภพฟ้าดินกับโลกภายนอกถูกปิด คนข้างนอกเข้าไม่ได้ คนข้างในเองก็ออกไปไม่ได้เช่นกัน
เอกภพฟ้าดินที่มีสัตว์ประหลาดอย่างสื่อฮั่วอยู่ เดาว่าใช้เวลาเพียงไม่นาน คนที่อยู่ในเอกภพฟ้าดินจะต้องโดนกินจนหมดแน่ ขืนอยู่ต่อมีแต่ต้องตายสถานเดียว
แสงสีแดงชาดลอยเหนือศีรษะของจูชิง แสงนั่นดึงดูดความสนใจของจูชิงเป็อย่างมาก ซึ่งตอนที่สื่อฮั่วตื่นขึ้น ดูเหมือนจะมีแสงเฉกเช่นนี้หลายเส้นแสง
“ฟึ่บ!” จูชิงคว้าแสงสีแดงชาด เมื่อเพ่งพิศมองก็พบว่าลักษณะคล้ายกับตะปูเหล็ก มีอักขระรูปร่างประหลาดสลักอยู่ทั่วทั้งตะปู เหมือนกับอักขระิญญา ทว่าแตกต่างกับอักขระิญญาที่จูชิงรู้จักโดยสิ้นเชิง
ถ้าจูชิงจำไม่ผิด ณ เวลานั้น มีลำแสงสีชาดทั้งหมดเจ็ดเส้นพุ่งออกมาจากูเาไฟ หรือแสงเ่าั้อาจเป็ตะปูเหมือนกับที่อยู่ในมือของเขา
เมื่อสื่อฮั่วตื่นขึ้น อีกฝ่ายคล้าย้าคว้าตะปูพวกนี้ ทว่ามันกลับบินหนีหายไปจนหมด
“แทงจิต!” อักษรเล็กๆ สองตัวสลักอยู่บนตะปู เดาว่าน่าจะเป็ชื่อเรียกของมัน
ซูเก๋ออยู่นอกเอกภพฟ้าดินขมวดคิ้วแน่น เขารู้สึกว่าเอกภพฟ้าดินนี้แปลก แต่ก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไม
เขาััได้ถึงกลิ่นอายของเผ่าค้ำ์จากในเอกภพฟ้าดิน ทว่าไม่ใช่แค่หนึ่งกลิ่น แต่มีถึงสอง กลิ่นหนึ่งให้ความรู้สึกเงียบสงบ ทว่าอีกกลิ่นหนึ่งเต็มไปด้วยความโกลาหลและการทำลายล้าง
“มันคืออะไรกัน เหตุใดข้าถึงรู้สึกไม่สบายใจเฉกเช่นนี้?” ซูเก๋อคิดวกวนไปมาอยู่ในใจ เขารู้สึกเหมือนว่าลืมเื่สำคัญ
ทันใดนั้น ม่านตาของซูเก๋อก็หดเล็กเท่ารูเข็ม “สื่อฮั่ว...คนที่ถูกมหาปุโรหิตของเผ่าค้ำ์กำราบ!”
ในที่สุดซูเก๋อก็นึกออกว่ากลิ่นอายแห่งหายนะนั่นคืออะไร มันคือกลิ่นอายของสื่อฮั่ว ศัตรูที่น่าพรั่นพรึงที่สุดของเผ่าค้ำ์
แม้ว่าสื่อฮั่วจะเป็เผ่า์ แต่กลับคิดทำลายเผ่า์ ท้ายที่สุดจึงถูกมหาปุโรหิตกำราบ หลังจากานั้น มหาปุโรหิตก็หายตัวไปและเผ่าค้ำ์ก็เสื่อมลงั้แ่นั้นมา
ความจริงแล้ว สื่อฮั่วคือผู้ที่เผ่าค้ำ์ตั้งความหวังเอาไว้ั้แ่เกิด กระทั่งมหาปุโรหิตยังคิดว่าสื่อฮั่วแข็งแกร่งยิ่งกว่าตน อาจเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของเผ่าค้ำ์
แต่เมื่อกลับมาจากการเดินทาง สื่อฮั่วก็เปลี่ยนไป ทั้งอำมหิตเหี้ยม ทั้งกระหายเืกับเผ่าพันธุ์เดียวกันก็ไม่เว้น มีเผ่าค้ำ์หลายคนตายด้วยน้ำมือของสื่อฮั่ว มหาปุโรหิตทนไม่ไหวจึงต้องลงมือกำราบเขา
คิดไม่ถึงว่า คนทรยศที่อำมหิตเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ของเผ่าค้ำ์จะปรากฏตัวอีกครั้ง ในเอกภพฟ้าดินแห่งนั้น
ซูเก๋อฟังคำสั่งสอนของมหาปุโรหิตมาั้แ่ยังเล็ก ความศรัทธา ความเลื่อมใสที่มีต่อมหาปุโรหิตหยั่งรากฝังลึกถึงไขกระดูก ถ้าสื่อฮั่วไม่เป็ฏ มหาปุโรหิตก็คงไม่หายไป แล้วถ้ามหาปุโรหิตไม่หายไป บางทีเผ่าค้ำ์ก็คงไม่มีสภาพเช่นทุกวันนี้
“ครืนน!” ซูเก๋อพุ่งเข้าใส่เอกภพฟ้าดินอย่างบ้าคลั่ง
ทางเข้าปิดไปแล้ว ไม่ว่าซูเก๋อจะทำอย่างไร หรือจะพยายามพุ่งเข้าชนแรงแค่ไหนก็เข้าไปในเอกภพฟ้าดินไม่ได้!
หมู่ชนที่อยู่ข้างนอก มองซูเก๋อที่พุ่งเข้าชนเอกภพฟ้าดินไม่หยุดยั้งด้วยความประหลาดใจ พวกเขาไม่รู้ว่าชาวเผ่าค้ำ์ผู้นี้เป็อะไร จู่ๆ ถึงได้คลุ้มคลั่งเช่นนี้!
“ต้องนำเื่นี้ไปบอกมหาปุโรหิต!” ซูเก๋อไม่สนใจเื่อื่นอีกต่อไปแล้ววิ่งไปจากที่นี่
ณ เอกภพฟ้าดิน
สื่อฮั่วแทงหอกทะลวงร่างขั้นนิพพานเก้าชั้นฟ้าแล้วกัดลงไปคำหนึ่ง ลมปราณที่อัดแน่นทั่วทุกมวลกล้ามเนื้อนั้น ทำให้สือฮั่วมีความสุขสุดแสน ลมปราณที่ถูกจูชิงผลาญหายไปครึ่งหนึ่งฟื้นคืนกลับมา ทั้งยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าเก่า
แต่สื่อฮั่วก็ยังไม่ลืมเด็กมนุษย์บัดซบนั่น มนุษย์น่ารังเกียจบังอาจผลาญเผาลมปราณในกายา มันสมควรตาย!
“ถ้าไม่ใช่เพราะตาแก่นั่นขัดขวางข้า กำราบข้าไว้ในเอกภพฟ้าดิน ข้าก็คงกลายเป็ราชันของเผ่าค้ำ์ได้รับโลหิตศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าค้ำ์!” เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น เพลิงโทสะลุกโชนโชติ่ทั่วสรรพางค์กาย
ตราบใดที่เขาได้โลหิตศักดิ์สิทธิ์หยดนั้น เขาก็จะสามารถทะลวงผ่านขั้นมหันต เข้าสู่ขั้นพลังใหม่ ทว่ามหาปุโรหิตกลับลงมือสยบเขา!
เขาเป็ศิษย์ของมหาปุโรหิต โลหิตศักดิ์สิทธิ์นั่นควรเป็ของเขา นอกจากเขาแล้วจะมีใครที่คู่ควรกับโลหิตศักดิ์สิทธิ์?
“รอก่อนเถอะ เอกภพฟ้าดินของเ้าขังข้าไม่ได้หรอก ถ้าข้าฟื้นคืนพลังกลับคืนมาสองส่วน ข้าจะทำลายเอกภพฟ้าดิน ข้าอยากรู้นักว่าเผ่าค้ำ์จะมีใครขัดขวางข้าได้อีก!” สื่อฮั่วคำรามดังลั่นฟ้า
“ครืนน!” สื่อฮั่วหน้าเปลี่ยนสี ลมปราณกลับมาแปลกประหลาดอีกครั้ง
“มนุษย์นั่นเป็ใคร เหตุใดวิชามหาอำนาจพร์ของมันถึงได้ยุ่งยากน่ารำคาญขนาดนี้!” สื่อฮั่วแค่นเสียง แล้วสยบจิตบัวคำสาปผลาญโลหิตอีกครั้ง
นี่เป็ครั้งที่ห้าแล้ว ทุกครั้งที่สื่อฮั่วคิดว่ากำจัดจิตบัวคำสาปผลาญโลหิตหมดสิ้นแล้ว มันก็จะสำแดงพลังสร้างปัญหาใหม่
