หลังจากที่ได้รับลูกบาศก์ที่เคยหายไปกลับคืนมา จิ้งหยวนมีความสุขมากๆ ใน่แรก แต่ความสุขก็กลับกลายเป็ความสับสน
ปรากฏว่าจิ้งหยวนคนเดิมผู้นี้เป็คนที่มีนิสัยดื้อดึงดุร้ายมาั้แ่เด็ก เขามักจะออกไปเที่ยวกับเพื่อนจอมเสเพลเป็ชีวิตประจำวัน ทั้งไปยังสถานที่รื่นรมย์ หอคณิกา ชนจิ้งหรีด หยอกเย้าสตรีแอบดูสาวๆ แม่หม้ายอาบน้ำ
ร้ายแรงก็ถึงขึ้นต่อสู้ทะเลาะเบาะแว้งหาเื่ไปทั่ว ดีหน่อยที่เ้าตัวไม่ได้ปล่อยไข่ทิ้งเชื้อ นี่จึงเป็สาเหตุที่ทำให้คนหลายคนในเมืองหลวงรังเกียจ ที่เขาทำตัวไม่สมคนที่ได้รับตำแหน่งโหวเลย
ครั้งหนึ่งจักรพรรดิอู่เิหลี่ ได้ส่งจิ้งหยวนไปยังมณฑลโจวเพื่อดำรงตำแหน่งเป็นายอำเภอ แต่มันก็เกิดเื่ที่ไม่คาดคิด เพราะเขาดันไปสร้างความขุ่นเคืองใจกับคนในท้องถิ่น
การปกครองของต้าชวีใช้ระบอบอ๋องและหัวเมือง จนขุนนางและเ้าหน้าที่ท้องถิ่นทนไม่ไหว พากันไปเกลี้ยกล่อมให้จิ้งหยวนหยุดก่อเื่และมาทำงาน
แต่แทนที่จะสำนึก จิ้งหยวนในฐานะโหวกลับโกรธเคืองต่อคนเหล่านี้ แล้วทำการไล่ทุบตีขุนนางและเ้าหน้าที่อย่างโหดร้าย
ด้วยตำแหน่งกิตติมศักดิ์ เป็ยศโหวที่มือปราบและทหารธรรมดาไม่สามารถจับเขาไปลงโทษได้ เพราะสิทธิ์ที่จะสั่งและลงโทษตำแหน่งนี้มีแต่องค์จักรพรรดิเพียงคนเดียว จนทำให้จิ้งหยวนไม่เคยเกรงกลัวต่อใคร
ทำให้ขุนนางและเ้าหน้าที่ท้องถิ่นรวมตัวเขียนคำร้องฎีการายงานความผิดให้ฝ่าารับเื่มาพิจารณา
สำหรับฐานะและความใกล้ชิดของจิ้งหยวนกับราชวงศ์ คนรุ่นก่อนๆ ที่ร่วมสร้างอาณาจักรต้าชวี พวกเขาค่อนข้างเข้าใจเื่ดังกล่าว เื้ัไม่ใช่เพราะน้าสาวของเขาได้เป็พระสนมขวาอู่เฟย แต่เพราะบิดาของจิ้งหยวนเป็สหายร่วมสาบานกับฝ่าาในสมัยที่ทำศึกยังไม่ได้ขึ้นเป็จักรพรรดิ
ในศึกสุดท้าย บิดาของจิ้งหยวนยอมสละชีพถ่วงเวลาเพื่อให้จักรพรรดิอู่เิหลี่หนีจากวงล้อมของข้าศึก แม้จะได้กองกำลังเสริมกลับมา แต่จักรพรรดิก็กลับมาช่วยบิดาของจิ้งหยวนไว้ไม่ทัน
หากไม่มีเขาก็ไม่มีจักรพรรดิอู่เิหลี่ และถ้าไม่มีอู่เิหลี่ก็จะไม่มีแผ่นดินต้าชวี
คุณงามความดีนี้ยิ่งใหญ่หนักเท่าแผ่นดิน แต่บุตรชายของสหายร่วมสาบานกลับทำตัวเหลวแหลก จนจักรพรรดิต้องตวาดจิ้งหยวนอย่างรุนแรงเพื่อเตือนสติ
แต่เมื่อถูกจักรพรรดิผู้เป็ลุงดุด่าต่อหน้าขุนนางมากมาย จิ้งหยวนดันเกิดความรู้สึกที่ไม่ดี เต็มไปด้วยความโกรธและน้อยใจ เมื่อเขากลับมาที่จวน เขาก็เลยพยายามหาวิธีมาประชดองค์จักรพรรดิ เที่ยวย่านโคมเขียวหอนางโลมทั้งวันทั้งคืนก่อนจะถึงวันเกิดเหตุ แล้วิญญาของจิ้งหยวนคนใหม่ก็ค่อยเข้ามาแทนจิ้งหยวนคนเดิม
ปัจจุบัน
จิ้งหยวนคนใหม่ก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับสถานการณ์ในปัจจุบันนี้อย่างไรดี ก่อนหน้านี้ เขาพึ่งจะเป็นักศึกษาจบใหม่ที่อยากจะหางานทำสร้างตัวเก็บเงินสักก้อน แต่อยู่ๆ ในชั่วพริบตา เขาก็ถูกจับพัดจับพลูอยู่ในร่างคุณชายผู้สูงศักดิ์
แน่นอนว่าหากให้เขาเลือก เขาก็อยากจะเป็คนร่ำรวยมีฐานะและหน้าตาดีอยู่แล้ว แถมเขายังสามารถใช้ความสามารถของลูกบาศก์มิติ เดินทางผ่านอุโมงค์อวกาศไปมาระหว่างโลกสมัยใหม่กับโลกโบราณใบนี้ได้
หากเขาใช้โอกาสนี้ออกไปหาประโยชน์และผลกำไร แค่คิดอย่างลับๆ ดวงตาของเขาก็แทบจะฉายแสงออกมาเป็เม็ดเงิน
“ฉันรวยยย”
“ก๊ากก กั๊กๆๆๆ”
เมื่อคิดถึงเื่นี้ จิ้งหยวนซึ่งนั่งอยู่บนเตียงก็หัวเราะออกมาเหมือนไก่ตัวผู้ที่พยายามขัน น้ำลายของเขาเอ่อล้นออกมาเต็มปาก ท่าทางของจิ้งหยวนแต่เดิมที่นั่งนิ่งๆ ก็ดูงี่เง่าอยู่แล้ว
ตอนนี้ เขายังจะมายิ้มหัวเราะด้วยเสียงบ้าๆ ออกมาอีก ลางสังหรณ์ร้ายๆ ก็เลยผุดขึ้นในใจขององค์ชายสาม
ว่าตกลงแล้วอาการของญาติผู้พี่คนนี้มันมีอาการที่ดีขึ้นหรือว่าแย่ลง
“เอ่อ..พี่ใหญ่”
“ข้าก็ไม่อยากละลาบละล้วงท่านหรอกนะ”
“แน่ใจใช่หรือไม่ว่าท่านยังคงสบายดี”
“อยากจะให้หมอหลวงตรวจอาการอีกสักสองสามรอบดีหรือเปล่า?”
อู่เค่อเป็องค์ชายที่เกิดจากพระสนมอู่เฟย มีฐานะเป็พระมาตุจฉาน้าสาวของจิ้งหยวน คำพูดของเขาค่อนข้างทรงพลัง เมื่อเสียงอันแ่เบาเปล่งถามออกมา หมอหลวงที่ได้ยินจึงรู้สึกใรีบคุกเข่าลงพื้น พูดออกมาด้วยอาการสั่นเทาแตกตื่น กลัวเป็อย่างมากว่าเขาจะถูกโบยเพราะทำการรักษาผิด
“อะ..องค์ชายสาม อาการของท่านโหวปกติดีพ่ะย่ะค่ะ แต่อาจจะเป็เพราะท่านโหวตได้รับาเ็ที่ศีรษะ... มีโอกาสมากที่จะประสบเป็โรคความจำเลอะเลือน..ชะ..ชั่วคราว....”
หมอหลวงไม่กล้าที่จะพูดคำสุดท้ายของประโยค จนเสียงแ่เบาเกือบจะไม่ได้ยิน แต่ทุกคนก็สามารถเข้าใจความหมายนี้เป็อย่างดี
ในค่ายทหารม้าที่มีการฝึกรบจริง มักเกิดอุบัติเหตุจากการตกจากหลังม้าอยู่บ่อยๆ ซึ่งในบรรดาผู้ที่ได้รับาเ็ที่ศีรษะ พวกเขาก็มักมีปัญหาเื่ความจำและการนึกคิด ดังนั้นทุกคนจึงเข้าใจความหมายที่หมอหลวง้าจะสื่อ
โดยเฉพาะเมื่อเห็นรูปลักษณ์ของจิ้งหยวนที่ดูบ้าๆ บอๆ มันก็ยิ่งทำให้องค์ชายสามมั่นใจมากๆ ว่าพี่ชายคนนี้น่าจะมีปัญหาด้านสมองจริงๆ
“โถ่ววว พี่ใหญ่”
“นี่ข้ากำลังจะมีพี่ชายปัญญาอ่อนเพิ่มหรือเนี่ย”
“ทำไม์ถึงรังแกสกุลจิ้งแบบนี้”
องค์ชายอู่เค่อน้ำตานองอีกครั้ง บิดาเสียในสนามรบ มารดาเองก็ตรอมใจสิ้นลมตาม ดูท่าวันนี้เส้นทางของสกุลจิ้งคงสิ้นสุด แม้เขาจะไม่ใช่ทายาทโดยตรง แต่เขาก็มีสายเืตระกูลจิ้งไหลเวียนอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่เขาในฐานะองค์ชายก็ไม่อาจลดฐานะลงมาสืบสกุลจิ้งแทนญาติผู้พี่ได้
จนจิ้งหยวนที่เริ่มเห็นท่าไม่ดีเื่เริ่มบานปลายไปกันใหญ่ เขาก็แสร้งไอปรับตัวเล็กน้อยเพื่อลดความกังวลของทุกคน
“อ่ะแฮ่ม”
“องค์ชายสาม กระหม่อมไม่เป็อันใดมาก พระองค์หยุดร้องไห้ได้แล้ว”
เมื่อเขาเห็นบรรยากาศที่ค่อนข้างผิดปกติ จิ้งหยวนก็รีบพูดออกมาเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ ก่อนที่คำพูดเหล่านี้จะทำให้องค์ชายสามที่อายุน้อยกว่า ค่อยๆ ปาดน้ำตาแล้วกระโจนหวังจะเข้ามากอด แต่ก็โดนเท้าของจิ้งหยวนยันหน้าเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายพุ่งเข้ามา
“หยุดเลย”
“กระหม่อมไม่ชอบให้บุรุษใดมากอดหรอกนะ”
“...”
ในโลก คงจะมีแค่จิ้งหยวนเท่านั้นที่กล้าเอาเท้าขึ้นมาสูง แถมเหล่าข้ารับใช้ในห้องก็ไม่ได้แปลกใจกับท่าทางของผู้เป็นาย เพราะขนาดองค์ชายสองกับองค์ชายสี่ที่ไม่ค่อยจะถูกขี้หน้า ท่านโหวผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ก็ฉะกันมาก่อนแล้ว แต่หากเป็คนอื่นก็คงโดนตัดคอทิ้งในข้อหาลบหลู่เกียรติเชื้อพระวงศ์
“พี่ใหญ่ ข้ากลัวอย่างยิ่งว่าท่านจะตาย อนาคตอย่าทำเื่โง่ ๆ เช่นนี้อีก การเที่ยวก็ลดลงบ้าง ไม่งั้นสตรีที่ใดจะกล้าแต่งเข้าเรือนสกุลจิ้ง”
โลกนี้ บุรุษที่อายุ 16 ปี จัดว่าเป็วัยปักปิ่นถือเป็ผู้ใหญ่ที่ออกเรือนได้ แม้แต่องค์ชายสามก็มีสนมข้างกายสองสามคน แต่ด้วยการทำตัวเหลวแหลกตลอดเวลา จึงไม่แปลกเลยที่จิ้งหยวนจะโสดมานานลากยาวจนอายุมากถึง 21 ปี เป็เ้าพ่อแห่งจอมเสเพลแต่กำเนิด จนไม่มีตระกูลไหนกล้ารับใบเทียบเชิญที่ส่งไป
แค่รู้ว่าใบเชิญตระกูลจิ้งส่งมาถึงหน้าบ้าน ผู้หลักผู้หใญ่และลูกสาวตระกูลนั้นก็ถึงกลับยกเค้าขึ้นบ้านใหม่จ้างหมอผีคนทรงมาทำพิธีปัดรังควาน ออกบวชชีถือศีลกินเจเจ็ดวันเจ็ดคืน บ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าทุกคนหวาดกลัวชื่อเสียงของจิ้งหยวนสุดๆ
ที่น่าตลกอีกอย่าง คือแม่บ้านคนไหนอยากจะให้บุตรหยุดร้องไห้ พวกนางก็ถึงกับยกคำขู่ว่าถ้าไม่หยุดเดี๋ยวจิ้งหยวนจะมาจับ ลูกคนไหนเอาแต่เล่นไม่ยอมกินข้าวกินปลา ก็จะถูกขู่ว่าท่านโหวจะมากินตับควักไส้ในตอนกลางคืน ทำเอาเด็กๆ หวาดกลัวตัวสั่นหยุดร้อง ยอมนั่งนิ่งๆ ให้แม่ป้อนข้าวเป็ผลชะงัก จนกลายเป็เื่ขำขันที่น่าทึ่งระดับตำนานประจำเมือง
“...”
“...”
