ตอนที่ 7 เมล็ดพันธุ์แห่งความหวังและพินัยกรรมสุดท้าย
ตัวเลขสีทองที่ลอยเด่นอยู่ในมโนสำนึกของ หลินชิงเซวียน เริ่มเปลี่ยนเป็สีแสดหม่นประหนึ่งพระอาทิตย์อัสดงที่กำลังจะลับขอบฟ้า เสียงเข็มนาฬิกาที่ดัง "กริ๊ก... กริ๊ก..." ในโสตประสาทแต่ละครั้งประหนึ่งจังหวะการสับไพ่ของเทพเ้าแห่งโชคชะตา
[ 3 วัน : 08:15:30 ]
หลินชิงเซวียนครุ่นคิดในใจว่า... แม้เธอจะกักตุนเสบียงกรังและยารักษาโรคไว้จนล้นคลังมิติ ทว่าของเ่าั้ย่อมมีวันหมดสิ้น หากไร้ซึ่งต้นกำเนิด ที่สามารถงอกเงยใหม่ได้ด้วยตัวเอง ในยุค 70 ที่ดินฟ้าอากาศคือผู้กำหนดความเป็ตายของเกษตรกร เมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการคัดสรรอย่างดีคือสมบัติล้ำค่ายิ่งกว่าเพชรนิลจินดา
เช้าวันนั้น หลินชิงเซวียนขับรถสปอร์ตคันหรูมุ่งหน้าไปยัง สถาบันวิจัยพฤกษศาสตร์เทคโนโลยีชีวภาพ ที่ตั้งอยู่ชานเมืองนครจงหนาน เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อรักษาคน แต่มาเพื่อซื้ออนาคต
"อาจารย์หลิน! ลมอะไรหอบคุณมาถึงที่นี่ครับ?" ดร.ถัง หัวหน้าทีมวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมพืชรีบออกมาต้อนรับด้วยความประหลาดใจ ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉยของ ดร.ถัง เขากำลังกรีดร้องด้วยความทึ่ง...
“ศัลยแพทย์มือหนึ่งระดับโลกมาทำอะไรที่ห้องแล็บเกษตร? หรือว่าเธอแอบวิจัยยาอายุวัฒนะจากพืชสมุนไพรได้สำเร็จแล้วจริงๆ?”
"ดร.ถัง ฉัน้าเมล็ดพันธุ์พืชอาหารและสมุนไพรหายาก" หลินชิงเซวียนเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจ
"แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็เมล็ดพันธุ์ดั้งเดิม ที่ไม่ได้ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมและสามารถเก็บเมล็ดไปปลูกต่อได้ไม่จำกัดรุ่น"
ดร.ถังขมวดคิ้ว
"คุณหมอครับ เมล็ดพันธุ์พวกนั้นดูแลยากและให้ผลผลิตช้ากว่าสายพันธุ์ลูกผสมสมัยใหม่มากนะครับ ทำไมถึง..."
"ในยามที่โลกกลับคืนสู่ความเรียบง่าย สายพันธุ์ที่อึดและทนทานต่อโรคด้วยตัวเองต่างหากคือทางรอด" หลินชิงเซวียนกล่าวพลางถอดถุงมือหนังออก เผยให้เห็นจี้หยกมรกตที่เริ่มเปล่งประกายล้อแสงไฟ
"ฉัน้าเมล็ดข้าวหอมทุกสายพันธุ์ ธัญพืช ผักสวนครัว ผลไม้เมืองหนาว และที่สำคัญที่สุด... หัวพันธุ์โสมคน ถั่งเช่า และหลินจือเกรดจักรพรรดิ"
สายตาของ ดร.ถัง ฉายแววเคลือบแคลงขณะที่คิดว่า...
“นี่มันไม่ใช่การเตรียมตัวทำฟาร์ม แต่มันเหมือนการเตรียมตัวหนีโลกไปสร้างอารยธรรมใหม่บนเกาะร้างเสียมากกว่า!”
"ผมจะจัดเตรียมชุด คลังเมล็ดพันธุ์สำรองแห่งชาติ รุ่นส่งออกให้ครับ มีครบทั้งเทคโนโลยีการบรรจุสุญญากาศที่เก็บได้นานร้อยปี"
"ดี... ฉัน้าอย่างละหนึ่งหมื่นชุด และปุ๋ยชีวภาพสกัดเข้มข้นอีกห้าพันตัน"
ขณะที่ทีมงานกำลังลำเลียงลังไม้บรรจุเมล็ดพันธุ์ขึ้นรถบรรทุก จิติญญาของเธอประหนึ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นพร้อมคำถามที่ว่า... ดินสีดำขลับในมิติที่ว่างเปล่านั้นจะงดงามเพียงใดเมื่อถูกปกคลุมด้วยสีเขียวของสมุนไพรหายาก? ลึกเข้าไปในมโนสำนึก... เธอเห็นภาพตัวเองในยุค 70 กำลังประคองต้นกล้าเล็กๆ ท่ามกลางสายตาดูแคลนของชาวบ้าน ก่อนที่ต้นกล้านั้นจะเติบโตเป็ป่าโอสถที่ช่วยชีวิตคนทั้งหมู่บ้าน
"เมี๊ยว~ (เ้านาย! อย่าลืมซื้อต้นแคทนิปและกัญชาแมวสายพันธุ์ยุโรปไปเผื่อข้าด้วยนะ! ข้าไม่อยากลงแดงตายท่ามกลางทุ่งนาสีเทาๆ นั่น!)" เสี่ยวไป๋ ที่แอบมุดอยู่ในกระเป๋าแบรนด์เนมโผล่หัวออกมาประท้วง
"เ้าแมวขี้ยา" หลินชิงเซวียนพึมพำพลางหัวเราะเบาๆ ความน่ารักของเสี่ยวไป๋ช่วยชะล้างความตึงเครียดในอกได้ชั่วครู่
"ฉันสั่งต้นกล้าสมุนไพรสำหรับสัตว์ไปแล้วสิบเอเคอร์ พอใจหรือยัง?"
"เมี๊ยว! (รักเ้านายที่สุด! ข้าจะช่วยตรวจจับแมลงศัตรูพืชในมิติให้เป็การแลกเปลี่ยน!)"
เวลา 14:00 น. ณ คฤหาสน์เก่าแก่ของตระกูลหลิน
นี่คือภารกิจสุดท้ายที่เธอต้องทำในโลกปัจจุบัน... การสะสางพันธะแห่งสายเื หลินชิงเซวียนเดินเข้าสู่ห้องโถงบรรพบุรุษที่มีเหล่าญาติสายรองนั่งรออยู่ด้วยสีหน้าถมึงทึง
"หลินชิงเซวียน! เธอทำบ้าอะไรลงไป?" หลินเจิ้น ลุงใหญ่ของเธอตะคอกเสียงดังจนหนวดกระดิก
"อาสะใภ้บอกว่าเธอเทขายหุ้นโรงพยาบาลและอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดเพื่อไปซื้อ ข้าวสารกับผ้า? เธออยากจะเปลี่ยนตระกูลหลินให้กลายเป็ตระกูลชาวนาหรือไง!"
หลินชิงเซวียนนั่งลงบนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างใจเย็น ท่วงท่าสง่างามดุจนางพญาหงส์ที่มองดูฝูงเป็ดเดินดิน บทพูดของเธอนั้นคม บาดลึก และมีน้ำหนักประหนึ่งค้อนเหล็กที่ทุบลงบนทื่อ...
"คุณลุงใหญ่คะ..." เธอเอ่ยพลางยกน้ำชาขึ้นจิบ
"โรงพยาบาลและหุ้นเ่าั้ ฉันเป็คนสร้างมันมาด้วยสมองและมีดผ่าตัดของฉันเอง ในวันที่ฉันทำงานหนักจนเืตากระเด็น พวกคุณทำอะไรอยู่? อ้อ... กำลังเลือกซื้อรถหรูและไปช้อปปิ้งที่ปารีสด้วยเงินปันผลจากหยาดเหงื่อของฉันสินะคะ?"
"แก... นังเด็กสามหาว!" หลินเหม่ยเหลียน อาสะใภ้รองกรีดร้อง
"ทรัพย์สินตระกูลหลินต้องเป็มรดกส่วนรวม!"
"ผิดแล้วค่ะ" หลินชิงเซวียนวางถ้วยชาลงเสียงดัง กึก จนทุกคนสะดุ้ง
"ตามกฎหมาย ทรัพย์สินเ่าั้เป็ชื่อของฉันร้อยเปอร์เซ็นต์ และพินัยกรรมที่ฉันเพิ่งเซ็นต่อหน้าทนายเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนระบุไว้ชัดเจน... ทรัพย์สินที่เหลือทั้งหมดของฉัน ไม่ว่าจะเป็เงินสดในบัญชีต่างประเทศ หรืออสังหาฯ ที่ยังขายไม่หมด ฉันขอยกให้กับสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าและมูลนิธิวิจัยโรคมะเร็งทั้งหมด!"
ความเงียบงันปะทุขึ้นในห้องโถงประหนึ่งพายุทอร์นาโดที่เพิ่งสงบลง สายตาของเหล่าญาติฉายแววเคียดแค้นคลุ้มคลั่งขณะที่คิดว่า...
“นังแพศยา! เธอยอมยกเงินหลายพันล้านให้คนนอก ดีกว่าแบ่งให้ญาติพี่น้องอย่างนั้นรึ? นี่มันคือการฆ่าพวกเราทั้งเป็ชัดๆ!”
"ทำไมทำแบบนี้... ชิงเซวียน หลานไม่ห่วงพวกเราเลยรึ?" ลุงใหญ่ถามด้วยเสียงสั่นเครือ
"ห่วงสิคะ..." หลินชิงเซวียนลุกขึ้นยืน แววตาเ็าจนน่าขนลุก
"ห่วงว่าถ้าให้เงินพวกคุณไปมากกว่านี้ พวกคุณจะลืมไปว่ามือและเท้ามีไว้ทำงาน ไม่ใช่มีไว้แค่แบรับทาน... ซานเหรินสิง ปี้โหย่วหวั่วซือแยง - เดินทางสามคน ต้องมีหนึ่งคนเป็ครูได้ แต่สำหรับพวกคุณ... ต่อให้เดินผ่านคนนับหมื่น ก็คงไม่มีใครสอนให้รู้จักคำว่า หิริโอตตัปปะได้"
เธอก้าวออกจากคฤหาสน์ตระกูลหลินโดยไม่หันกลับไปมองเสียงสาปแช่งที่ดังตามหลังมา ในมุมมืดของความคิด หลินชิงเซวียนกลับรู้สึก... เบาสบายราวกับได้สลัดโซ่ตรวนที่พันธนาการเธอมาทั้งชีวิตทิ้งไป
ยามค่ำคืนที่แสนโดดเดี่ยวในคอนโดมิเนียมหรู
หลินชิงเซวียนนั่งอยู่ริมระเบียง มองดูแสงไฟมหาศาลของเมืองหลวงเป็ครั้งสุดท้าย หัวใจของเธอพลันตั้งคำถาม... เธอใช้ชีวิตเป็เครื่องจักรผ่าตัด มานานเพียงใด? ความมั่งคั่งในโลกนี้ให้ความสุขเธอได้จริงหรือ?
ลึกๆ ในใจของเธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่า... หัวใจของเธอได้ล่วงหน้าไปอยู่ที่หมู่บ้านหมอกเมฆานั่นแล้ว ไปอยู่กับเด็กสามคนที่เรียกเธอว่า แม่ และชายหนุ่มที่เฝ้ารอเธออยู่ที่ริมลำธาร
เธอยื่นมือออกไปในอากาศ ััความเย็นของหยดฝนที่เริ่มโปรยปราย จิติญญาของเธอประหนึ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นพร้อมคำถามที่ว่า... หากนี่คือเดิมพันสุดท้ายของชีวิต เธอพร้อมจะเทหมดหน้าตักหรือยัง?
"กู้เยี่ยนเฉิน..." เธอพึมพำ แววตาสั่นไหวด้วยอารมณ์ที่ลึกซึ้ง
"ความยุติธรรมที่โลกนี้มอบให้ฉันไม่ได้... ฉันจะไปทวงคืนมันจากโลกใบนั้นเอง"
เธอเรียกมิติออกมาอีกครั้ง กองกระสอบเมล็ดพันธุ์นับหมื่นและปุ๋ยชีวภาพถูกดูดหายเข้าไปในที่ดินสีดำขลับทันที หลินชิงเซวียนเริ่มลงมือปลูกต้นโสมและสมุนไพรล้ำค่าด้วยตัวเองภายในมิติ เธอใช้น้ำจากน้ำพุวิเศษรดลงบนดินดำ
ทว่าทำไมกัน? ทันทีที่น้ำััเมล็ดพันธุ์ ต้นโสมพลันงอกเงยและแผ่กิ่งก้านออกมาในพริบตา แสงสีเขียวนวลจากต้นไม้วิเศษอาบไล้ร่างของเธอจนความเหนื่อยล้ากลายเป็ความแข็งแกร่งมหาศาล
[ 2 วัน : 23:59:59 ]
"เหลือเวลาอีกสองวัน..." เธอยืนขึ้น เสื้อผ้าพริ้วไหวตามแรงลม
"พรุ่งนี้คือการกว้านซื้อ ความบันเทิงและเทคโนโลยีสื่อสารยุคเก่า หนังสือ ตำราเรียน และแผ่นเสียง... ฉันจะไม่ยอมให้ลูกๆ ของฉันเติบโตขึ้นมาอย่างโง่เขลาในยุคที่ความรู้ถูกปิดกั้น!"
เสี่ยวไป๋ะโขึ้นมาหมอบบนไหล่ แสงจากจี้หยกมรกตสะท้อนในดวงตาแมวและดวงตามนุษย์เป็ประกายเดียวกัน... ประกายแห่งการปฏิวัติโชคชะตา!
