เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นสามีแสนดีในปี 1982

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

เสียงกึกกักที่ดังอย่างสม่ำเสมอของเครื่องจักรทอผ้าภายใน โรงงานทอผ้าที่ 3 แห่งมณฑลจิ่งเหอ แสดงให้เห็นถึงความรุ่งโรจน์ของรัฐวิสาหกิจในปี 1985 ยุคสมัยที่เข็มนาฬิกาของประเทศกำลังหมุนไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ซูชิง หญิงสาววัยสะพรั่งกำลังตั้งอกตั้งใจเก็บของใช้ใส่กระเป๋าสะพายเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านหลังจากที่ตรากตรำทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน วันนี้เธอสวมชุดคนงานสีน้ำเงินเข้มที่แม้จะผ่านการซักจนสีซีดจางมาแล้วหลายครั้งแต่ยังดูสะอาดเรียบร้อยดี ใบหน้าเรียวรูปไข่มีหยดเหงื่อผุดพรายขึ้นมาตามไรผม หน้าตาของเธอดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่อาจบดบังความงามของเธอได้เลยแม้แต่น้อย

ซูชิงเป็๲สาวชนบท ปีนี้อายุสิบเจ็ดแล้ว หนุ่มๆ ในโรงงานเดียวกันมักจะชอบมาพูดจาเกี้ยวพาราสีเธออยู่เป็๲ประจำ ทว่าในหัวใจของซูชิงกลับมีเพียงชายหนุ่มที่ชื่อ หลินอวี้คนเดียวเท่านั้นที่ได้กุมหัวใจของเธอ

หลินอวี้เพิ่งเข้ามาทำงานในฝ่ายบริหารเมื่อไม่นานมานี้ หน้าตาของชายหนุ่มหล่อเหลาเป็๞อย่างมาก ทุกๆ วันเขามักจะสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ดูสะอาดสะอ้านไร้รอยยับ อีกทั้งยังสวมแว่นตากรอบหนาขับเน้นให้บุคลิกของเขาดูเหมือนชายหนุ่มผู้มีการศึกษาแตกต่างจากชายฉกรรจ์ในโรงงานที่เนื้อตัวเปื้อนคราบน้ำมันของเครื่องจักร เขาเป็๞ลูกชายคนเดียวของหัวหน้าโรงงาน จึงมีหญิงสาวมากหน้าหลายตามาชอบพอในตัวเขา ซูชิงมักจะแอบนำเงินที่มีเพียงน้อยนิดของตนเองไปซื้อขนมปังห่อเล็กๆ มามอบให้กับเขา แล้วยังใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน ปักผ้าเช็ดหน้าเพื่อมอบให้กับเขาอีกด้วย

หลินอวี้เองก็มอบรอยยิ้มที่อบอุ่นดั่งแสงตะวันในฤดูใบไม้ผลิให้แก่เธอเสมอ และยังดีกับเธอมากเหลือเกิน เขาบอกว่าเขาชอบเธอและจะต้องแต่งงานกับเธออย่างแน่นอน ซูชิงดีใจมาก ถึงขนาดวาดฝันว่าอีกไม่นานตนเองจะได้แต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันกับเขา

วันนี้ก็เหมือนกับทุกวัน ซูชิงได้มาพบกับหลินอวี้ตามที่ได้นัดหมายกันเอาไว้ หญิงสาวเดินมาที่ด้านหลังโรงงานซึ่งมีต้นไม้ขึ้นรายล้อมและยังมีโรงเก็บผ้าเก่าของโรงงานตั้งตระหง่านบดบังทัศนวิสัยจากโดยรอบ ค่อนข้างปราศจากผู้คนเป็๞อย่างมาก เมื่อมาถึงเธอก็พบว่าหลินอวี้กำลังยืนรอเธออยู่พอดี

“พี่หลินอวี้”

ซูชิงส่งเสียงเรียกเขาอย่างอ่อนโยน หลินอวี้หันมามองก่อนจะส่งยิ้มที่แสนอบอุ่นให้กับเธอเหมือนเช่นทุกวัน

“มาแล้วเหรอ”

“พี่รอนานไหม ฉันเพิ่งเลิกงานน่ะ เลยออกมาช้า ขอโทษด้วยนะ”

หลินอวี้ได้ฟังก็ส่ายหน้าไปมาพร้อมกับยิ้มให้ซูชิง ซูชิงที่เห็นว่าหลินอวี้ไม่โกรธก็พอจะเบาใจลงไปได้บ้าง ก่อนที่เธอจะยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้กับเขา

“ฉันนั่งปักทั้งคืนเลยนะ เห็นพี่บอกว่าทำผ้าผืนเก่าหาย ฉันเลยตั้งใจปักผืนใหม่มาให้พี่”

“ขอบใจมากนะ”

หลินอวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แล้วจึงจ้องมองซูชิงด้วยแววตาที่หลงใหล หญิงสาวตรงหน้าเขาผู้นี้หน้าตาสะสวยมากจริงๆ ชายหนุ่มยื่นมือไปลูบใบหน้าของซูชิง ทำเอาเธอหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย

“วันนี้เธอสวยมาก”

“พี่พูดอะไรน่ะ ฉันเพิ่งเลิกงาน มอมแมมขนาดนี้จะเอาอะไรมาสวยกันเล่า”

เธอเฉไฉตอบอย่างขัดเขิน ทว่าในใจกลับลิงโลดอย่างบอกไม่ถูก หลินอวี้ค่อยๆ ยื่นหน้าเข้ามาหมายจะจูบหน้าผากของซูชิง แต่อยู่ๆ กลับได้ยินเสียงของใครบางคนเอ่ยขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน

“ชิงชิง แม่เธอบอกว่าให้ฉันมารับเธอกลับบ้าน เธอกำลังทำอะไรอยู่น่ะ”

เมื่อซูชิงหันไปมองก็พบว่าเป็๲ เฉินเฮ่อ เพื่อนรักของเธอนั่นเอง เฉินเฮ่อนั้นอายุรุ่นราวคราวเดียวกับซูชิงและยังสนิทกันมา๻ั้๹แ๻่ยังเด็ก

หลินอวี้และซูชิงรีบผละออกจากกันทันที เขาบอกเธอว่าขอตัวกลับไปสะสางงานที่เหลือก่อน จากนั้นก็เดินจากไปทันที ก่อนไปยังปรายตามองเฉินเฮ่อแวบหนึ่ง

“นายรีบมาทำไมตอนนี้ ยังไม่หกโมงเย็นเลยนะ!”

เมื่อหลินอวี้จากไปแล้ว ซูชิงจึงหันมาเอ่ยกับเฉินเฮ่ออย่างไม่พอใจเท่าใดนัก เฉินเฮ่อคือเพื่อนรักของเธอ เขาทำงานเป็๞ช่างซ่อมเครื่องจักรอยู่ในโรงงานเดียวกันกับเธอ คนทั้งสองสนิทกันมากเพราะบ้านอยู่ใกล้กันและยังเติบโตมาด้วยกัน๻ั้๫แ๻่เด็กๆ

ทางด้านเฉินเฮ่อที่ถูกซูชิงชักสีหน้าใส่กลับไม่ได้รู้สึกโกธรเลยแม้แต่น้อย

“ก็แม่เธอให้มาตาม ชิงชิง หากแม่เธอรู้ว่าเธอนัดพบผู้ชายหลังโรงงาน เธอโดนตีแน่ๆ”

“นายก็อย่าไปบอกสิ สัญญาแล้วนะ”

“ทำผ้าเช็ดหน้ามาให้ฉันผืนหนึ่งสิ ค่าปิดปาก”

ซูชิงได้ยินก็ถลึงตาใส่เฉินเฮ่อ ก่อนจะรับปากอย่างไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่ เฉินเฮ่อฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะบอกให้ซูชิงรีบมาซ้อนท้ายจักรยานของเขา จากนั้นคนทั้งสองก็ปั่นจักรยานมุ่งหน้ากลับบ้านไปพร้อมกัน

เวลานี้เพิ่งจะเป็๞ยามเย็น แสงอาทิตย์บนท้องฟ้าส่องแสงอาบย้อมต้นหญ้าสองข้างทางจนเกิดประกายวูบไหว มองดูแล้วให้ความรู้สึกงดงามและเงียบเหงาในเวลาเดียวกัน ซูชิงที่ซ้อนท้ายรถจักรยานของเฉินเฮ่อ สอดส่ายสายตามองสองข้างทางไปโดยรอบเหมือนเช่นทุกวัน บนถนนตอนนี้มีรถจักรยานของคนในโรงงานขี่ผ่านไปผ่านมาเป็๞ระยะๆ บ้างก็เอ่ยทักทายกันตามประสาเพื่อนร่วมงาน

บ้านของเธอและเฉินเฮ่ออยู่ในตรอกเล็กๆ ไม่ไกลจากโรงงานมากเท่าไหร่ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็ถึงบ้านแล้ว เฉินเฮ่อจอดจักรยานที่หน้าบ้านของซูชิง แล้วจึงพูดกำชับกับเธอ

“อย่าลืมนะ ผ้าเช็ดหน้า ค่าปิดปาก”

“รู้แล้วน่า นายก็ห้ามปากโป้งเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่คุยกับนายแล้ว”

“รู้แล้วๆ รีบๆ เข้าบ้านไปเถอะ”

ซูชิงพยักหน้ารับคำ แล้วรีบกลับเข้าไปในบ้านทันที เมื่อเข้ามาในบ้านก็พบว่าตอนนี้พ่อกับแม่กำลังนั่งรอเธอกินมื้อเย็นอยู่ ซูชิงไม่รอช้า รีบนำเต้าหู้ผัดซอสที่ได้มาจากโรงอาหารของโรงงานมาให้พ่อกับแม่ได้กิน ครอบครัวของเธอค่อนข้างยากจน และเธอก็เป็๲ลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้าน ชีวิตในแต่ละวันค่อนข้างผ่านไปอย่างยากลำบากไม่น้อยเลย ซูชิงต้องกินใช้อย่างประหยัด และมักจะนำอาหารจากโรงงานติดไม้ติดมือมาฝากพ่อกับแม่ของตนเองอยู่บ่อยครั้ง

“ชิงชิง อาเฮ่อมาส่งลูกอีกแล้วเหรอ

แม่สอบถามเธอด้วยความสนใจ ซูชิงพยักหน้าเล็กน้อย เมื่อหันไปเห็นว่าพ่อและแม่กำลังส่งยิ้มแปลกๆ มาให้เธอก็รีบส่ายหน้าทันที

“พ่อกับแม่หยุดคิดเ๹ื่๪๫น่ากลัวเสียที หนูกับเขาเป็๞แค่เพื่อนกัน ไม่มีทางเป็๞อย่างอื่นแน่นอนค่ะ”

“แต่แม่ว่าเขานิสัยดีมากเลยนะ ทั้งขยัน เอาการเอางาน อีกอย่างฐานะก็เหมาะสมกับพวกเรา”

“หนูหิวข้าวแล้ว”

ซูชิงพูดตัดบทอย่างไม่ใส่ใจ หลังจากกินข้าวอิ่มแล้ว เธอก็มานั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้อง

ซูชิงมีความฝันอย่างหนึ่งคือเธออยากเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย จากนั้นก็เปิดร้านตัดเสื้อผ้าเป็๞ของตัวเอง ไม่ต้องเป็๞ลูกน้องใคร และไม่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ แต่อย่างไงมันก็คงเป็๞ได้แค่เพียงความฝัน เพราะครอบครัวของเธอนั้นยากจนถึงเพียงนี้ จะเอาเงินที่ไหนมาส่งเธอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยกัน

หญิงสาวตัดใจไม่คิดเ๱ื่๵๹ไร้สาระอีก จึงนั่งอ่านหนังสือต่ออีกครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเข้านอนเพราะพรุ่งนี้เช้าต้องไปที่โรงงานแต่เช้าตรู่ ก่อนนอนเธอยังล้วงหยิบลูกอมกระต่ายขาวที่หลินอวี้มอบให้ขึ้นมาดูก่อนนอน เขามอบให้เธอเมื่อไม่กี่วันแล้ว แต่เธอกลับตัดใจกินไม่ลงเสียที ทำได้เพียงเอามาวางไว้ใต้หมอน หวังว่าจะได้นอนฝันถึงเขาทุกคืน

 

 

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้