:: ขับพิษ (R15+) ::
"แมงป่องหางแดง"
ดวงตาคมกล้าเบิกอย่างใเมื่อเห็นเ้าตัวที่ทิ้งร่องรอยไว้บนข้อมือหลันจินเยว่
เดิมทีแมงป่องตามธรรมชาติจะเป็ตัวสีดำขลับทั้งตัว พิษของมันก็แค่ปวดบวม หากผู้ใดแพ้จะมีไข้ไม่นานก็หาย
แต่เ้าแมงป่องหางแดงตัวนี้มีลักษณะที่เด่นชัดเลยคือตัวเล็กกว่าแมงป่องธรรมดาที่โตเต็มไวถึงสองส่วน หางที่ใช้จู่โจมศัตรูจะมีสีแดงคล้ายสีของเื เป็สัตว์มีพิษที่ประหลาด คนที่โดนต่อยเข้าไปจะมีอาการเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวจนสุดท้ายธาตุในร่างกายแปรปรวนยุ่งเหยิงสิ้นใจในทันที
"ข้ามิได้ตั้งใจแช่งเ้า"
นึกถึงเื่เมื่อครู่ที่เผลอโมโหหลันจินเยว่ที่โยนเสื้อตนทิ้งทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมา
"ร้อน ร้อนจัง ร้อนมากเลย"
สองมือเรียวสวยดึงทึ้งเสื้อตัวเองจนแทบจะหลุดรุ่ย เดือดร้อนไปถึงบุรุษรูปงามที่นั่งกัดฟันกรอด ๆ หงุดหงิดให้กับความไม่รู้จักระมัดระวังแถมยังถือดีท้าอะไรไม่เข้าท่าต้องจับสองมือแน่งน้อยให้ออกจากเสื้อผ้าที่เกือบจะหลุดเห็นผ้าพันอก
"อยู่นิ่ง ๆ" เสียงกังวาลสั่งขึ้น
"ข้าจักทำอันใดกับเ้าดี"
บุรุษผู้รู้วิธีรักษาพิษจากแมงป่องหางแดงดีถึงกับครุ่นคิดหนัก
ในตำราแพทย์ที่เคยศึกษามามีเพียงวิธีรักษาด้วยการขับเอาพิษออกจากรูขุมขนเท่านั้นถึงจะปลอดภัย
"ถ้ามีอ่างแช่น้ำอุ่นคงดี"
ใช่! หากโดนต่อยที่จวนเขาคงไม่ลำบากใจเช่นนี้ เพียงแค่นำนางลงน้ำอุ่น ๆ เพิ่มระดับความร้อนให้มากหน่อยก็สามารถขับพิษออกมาทางเหงื่อได้จนหมดสิ้น
แต่สถานการณ์ตอนนี้คือในถ้ำ แถมยังเป็การติดถ้ำที่ด้านนอกฝนยังคงตกส่งผลให้อากาศในนี้ยิ่งอับชื้น การจะขับพิษออกทางรูขุมขนแทบจะเป็ไปได้ช้า ไม่รู้ว่าสตรีนางนี้จะแข็งใจได้นานเพียงใด
หมับ!
กำลังครุ่นคิดถึงวิธีช่วยชีวิตสหายขององครักษ์ข้างกายกลับถูกอีกคนดึงแขนลงไปทับคร่อมนางไว้
"เ้าจะทำอันใด"
ดวงหน้าคมคร้ามราวเทพเซียนอยู่ห่างจากดวงหน้าใสหวานแก้มนวลเพียงแค่ความบางใบไผ่กั้น
หลันจินเยว่ที่นอนกระสับกระส่ายไม่สบายตัวเพราะถูกพิษควานมือปัดป่ายไปทั่ว จับแตะสิ่งใดได้นางก็คว้าสิ่งนั้นเข้ามากอดเมื่อร่างกายรู้สึกหนาวจัด หากพอกอดนานไปก็ผลักไสเมื่อข้างในร่างกายร้อนระอุราวมีไฟมาสุมกองมหาศาล
ตงเปียนอ๋องผู้ที่ไม่เคยใกล้ชิดสตรีนางใดมากเช่นนี้ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาแทบจะลืมไปว่าต้องหายใจทางไหนเมื่อใบหน้าทั้งสองคนอยู่องศาเดียวกัน ปลายจมูกเฉียดกัน ริมฝีปากเอิบอิ่มฉายเด่นในสายตาคู่คมสีเหล็กกล้าของเขา
เสียงกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัวของตงเปียนอ๋องดังขึ้น เมื่อจู่ ๆ ดวงตาดั่งกวางน้อยที่เคยสุกใสค่อย ๆ ลืมขึ้นช้า ๆ
"หยางของฉัน"
ประโยคราวคนเพ้อดังขึ้น คนได้ฟังขมวดคิ้วไม่เข้าใจว่านางกำลังเรียกใคร จะบอกว่าอู่ชิงหรงก็มิใช่เพราะทั้งสองสนิทกันั้แ่สิบขวบรู้ดีว่ารองแม่ทัพของเขาไม่เคยเปลี่ยนชื่อแซ่
...หรือว่านางมีคนในดวงใจอยู่แล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น ร่างกำยำจึงเตรียมลุกขึ้นจากการคร่อมทับอีกคน ทว่าไม่รู้ว่าเขาอ่อนแรงหรือสตรีนางนี้มีแรงมหาศาลมาจากไหน ผลักเขาให้เป็ฝ่ายนอนราบกับแท่นหินแล้วขึ้นคร่อมทับเขาแทน
หลันจินเยว่ที่ตอนนี้แทบจะไม่มีสติทำไปตามภาพลวงตาของพิษแมงป่องที่โดนเข้าไป ตอนนี้นางคิดว่าตนเองกำลังฝันถึงบุรุษรูปงามที่คลั่งไคล้ในซีรีส์ยุคของตนจึงใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดหมายข่มเหงคนที่คิดว่าคือภาพมายาในความฝัน
จมูกโค้งงุ้มปลายเล็กน้อยบ่งบอกความดื้อรั้นเอาแต่ใจค่อย ๆ ไต่แตะไปตามใบหน้าของคนที่อยู่ใต้อาณัติ
"บังอาจ!"
"ชู่ว!?"
นิ้วเรียวรีบวางแนบริมฝีปากหยักลึกของคนที่ถูกลวนลามเพื่อหวังให้เขาหยุดขัดขืน
'นี่ความฝันฉันนะ! สามีมโนห้ามขัดใจเด็ดขาด'
"หยางจ๋าอย่าขัดขืนเยว่เยว่สิคะ"
เยว่เยว่?
สตรีนางนี้ช่างบังอาจเยี่ยงนักกล้าแทนตนสนิทสนมกับเขา เล่นไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริง
ครั้นกำลังจะใช้เรี่ยวแรงที่มีผลักสตรีที่คร่อมทับ้าออกไปด้วยโทสะ สิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดกับตนด้วยก็เกิดขึ้น
ฉึก!
ความเจ็บแปล๊บ ๆ เหมือนถูกฝังเข็มแหลมคมเพียงครั้งเดียวเกิดขึ้นที่ลำคอ ครั้นใช้มือที่ว่างอยู่คว้าตัวต้นเหตุจึงเห็นว่ามันคือตัวเดียวกับที่ทำให้คนบนร่างกลายร่างเป็สตรีไร้ยางอายเช่นนี้
แมงป่องหางแดงเ้าปัญหาถูกตงเปียนอ๋องเฟยหลงบีบจนแหลกเหลวคามือด้วยความเกรี้ยวโกรธ แผนการในหัวคือต้องหยุดพิษพวกนี้ไม่ให้วิ่งวุ่นทั่วร่างกลับถูกสะกัดไว้ด้วยริมฝีปากเอิบอิ่มของสตรี้าอย่างไม่ทันตั้งตัว
หลันจินเยว่จุมพิตลงบนกลีบปากตงเปียนอ๋องอย่างไม่สนใจอีกคนทักท้วงเพราะตอนนี้เขาคือภาพมายาของคนแซ่หยางที่นางคิดว่าฝันอยู่
แรงบดจูบจากสตรีที่สั่งสมประสบการณ์มาจากการดูซีรีส์อย่างโชกโชนเริ่มขึ้น
ริมฝีปากนุ่มเหมือนเต้าหู้ขาวบดขยี้กับริมฝีปากบุรุษรูปงานเพื่อให้อีกฝ่ายเผยอกลีบปากแยกออกจากกันรองรับเรียวลิ้นที่กำลังสอดแทรกเข้าสู่โพรงปากอีกคนอย่างหยอกเอินสลับรัวเร็ว
บุรุษกายกำยำเริ่มสับสนในการเรียบเรียงความคิด เขาต้องยับยั้งพิษในร่างและหยุดการกระทำหยาบโลนของสตรี้าแต่เหมือนร่างกายบุรุษไม่ตอบสนองความคิดของเขาเท่าไรนัก
สาบเสื้อค่อย ๆ ถูกมือแน่งน้อยสอดล้วงเข้าไปลูบคลำอกหนัดแน่นเรียกเืลมภายในตีรวนส่งผลไปยังส่วนที่อยู่ต่ำกว่าสะโพกให้ขยับขยายขึ้น
"เฟิงเยว่ซิน เ้าต้องตั้งสติ"
เท่าที่เขาศึกษาตำรามา ในนั้นไม่ได้บอกว่าพิษแมงป่องหางแดงจะทำให้คนที่โดนต่อยมีอาการเหมือนโดนผงกำหนัดเช่นนี้
หรือว่าสตรีผู้นี้เป็คนวิปลาสจิตสกปรกเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว
"อืม... อกแน่นมาก ขอขยำให้หนำใจหน่อยนะ"
เสียงหัวเราะชอบใจมาพร้อมมือนุ่มที่ล้วงเข้าไปจนััผิวกายของอีกคน ลึกขึ้น ต่ำลง จนตงเปียนอ๋องเบิกตากว้างแทบลืมหายใจเมื่อร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองกับัันั้นยิ่งกว่าเดิม
ลมหายใจเขาร้อนจนแทบจะแผดเผาผิวกายที่โผล่พ้นอาภรณ์ทำบุรุษอกสามศอกกลืนน้ำลายอึกแล้วอึกเล่าอย่างลืมตัว
'เหตุใดข้าไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้'
ทุกอย่างผิดแผกไปจากตำราที่เคยศึกษามาทั้งนั้น ร่างกายเขาในเวลานี้เหมือนถูกสะกัดจุดให้ขยับไปมาไม่ได้จนไม่อาจขัดขืนสตรีไร้ยางอายที่สายตาบ่งบอกความรู้สึกกระหายราคะมากเพียงใด
"หยางจ๋า ตัวนายหอมมาก"
ว่าจบริมฝีปากสีซีดเพราะถูกพิษเริ่มพรมจูบไปทั่วแผงอกที่ไร้อาภรณ์ใดขวางกั้น
ั้แ่เมื่อไรกันที่เครื่องนุ่งห่มของเขาถูกสตรีนางนี้ปลดทิ้งอย่างง่ายดาย
"เฟิงเยว่ซิน เ้าตั้งสติหน่อย!"
