บทที่ 161 กฎปีศาจ
“แบบนี้ดีมาก!” ฉินชูเหวี่ยงแขนทีหนึ่ง
เหตุใดถึงบอกว่าดีมาก? เพราะองค์หญิงน้อยแห่งเผ่าศักดิ์สิทธิ์ัเขียว คือสตรีที่บิดามารดาของเขาเคยหมั้นหมายไว้ให้เขา แม้บัดนี้เขาจะไม่คู่ควรกับนางแล้ว แต่ก็ไม่อยากให้นางโดนคนของตระกูลคู่อริได้ตัวไป
“ท่านตื่นเต้นอะไรกัน แต่นี่ถือเป็เื่ใหญ่อย่างแท้จริง การกระทำขององค์หญิงน้อยแห่งเผ่าศักดิ์สิทธิ์ัเขียวก็เหมือนตบหน้าของราชวงศ์วายุประจิม และผู้อยู่เื้ัราชวงศ์วายุประจิมก็คือเผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาว ตอนนี้ต้องรอดูว่าเผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวจะทนความอัปยศนี้ได้หรือไม่” เชียนสวินกล่าว
“หรือว่าหากนางไม่ยอมแต่ง เผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวจะเปิดศึกหรืออย่างไร? แบบนั้นไร้ยางอายเกินไปแล้ว” ฉินชูกล่าว
เชียนสวินเอ่ยเสียงเย็น สีหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน “เผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวเคยมียางอายที่ไหนกัน ในอดีตที่เผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงยังอยู่ เผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวเชื่องราวกับแมวก็มิปาน แต่พวกมันคิดไม่ซื่อ ไปสมคบคิดกับเผ่าศักดิ์สิทธิ์อัสนีเดชและคนส่วนหนึ่งจากเผ่าศักดิ์สิทธิ์เต่านิล แล้วร่วมมือกันเล่นงานเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง”
“ถูกตามที่เ้ากล่าว เผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวค่อนข้างต่ำช้าไม่น้อย แต่คงไม่ถึงขั้นเปิดศึกเพียงเพราะอีกฝ่ายปฏิเสธการแต่งงาน” ฉินชูคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าว
“เผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวย่อมไม่กล้าสู้อย่างเปิดเผย พลังความสามารถไม่แข็งแกร่งพอ ทั้งหมดเพราะศึกต่อสู้กับเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง อดีตหัวหน้าเผ่าของพวกมันถูกฮูหยินน้อยแห่งเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงสังหาร ทั้งยังเสียผู้าุโอีกหลายคน บัดนี้จะสู้ต่อหน้า พวกมันย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเผ่าศักดิ์สิทธิ์ัเขียว แต่พวกมันเป็พวกไร้ยางอาย อาจสมคบคิดกับกลุ่มอิทธิพลอื่นเพื่อเปิดศึกได้” เชียนสวินกล่าว
“อดีตหัวหน้าเผ่าของเผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวถูกฮูหยินน้อยแห่งเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงสังหาร?” ฉินชูหันมองเชียนสวินด้วยสีหน้าที่เหลือเชื่อ
“ใช่แล้ว ฮูหยินน้อยแห่งเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงมาจากเผ่าศักดิ์สิทธิ์เต่านิล เป็ผู้ฝึกฝนที่มีสายเืศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันย์ และมีกระดูกศักดิ์สิทธิ์ หากไม่ใช่เพราะให้กำเนิดคุณชายน้อยแล้วอยู่ใน่อ่อนแอ เผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวและเผ่าศักดิ์สิทธิ์อัสนีเดชย่อมไม่กล้าสู้ เฮ้อ เื่พวกนี้อย่าให้เอ่ยถึงเลย จากนี้ก็รอดูว่าเผ่าศักดิ์สิทธิ์เสียหน้าขนาดนี้ พวกเขาจะกู้หน้าเช่นไร จะกู้ได้หรือไม่ ตรงนี้น่าสนใจทีเดียว” เชียนสวินกล่าว
“สู้กันเลย! ถ้าจะให้ดีก็สู้กันให้ตายไปข้าง” ฉินชูเอ่ยปาก เขาคิดว่ามีแต่ต้องให้เผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวเสียหายอย่างหนักเท่านั้น เผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงถึงจะมีโอกาสฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง
“ลูกพี่ใหญ่ ท่านไม่เกรงว่าใต้หล้าจะวุ่นวายหรืออย่างไร ทุกครั้งที่กลุ่มอิทธิพลใหญ่ปะทะกัน ผลคือผู้คนล้มตาย ยามนี้อาณาบริเวณของเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงอยู่ในความสงบ นั่นเป็เพราะบารมีของเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงยังคงอยู่ กลุ่มอิทธิพลภายในอาณาบริเวณก็ค่อนข้างสามัคคีกลมเกลียว จึงถูกกลุ่มอิทธิพลอื่นเข้ายึดครองและฆ่าล้างได้ยาก แต่หากเป็พื้นที่อื่นคงไม่ไหว ลองให้เผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวล้มลงเป็อย่างไร? กลุ่มอิทธิพลในอาณาเขตไม่ถูกฆ่าล้าง ไม่ถูกถล่มจนย่อยยับสิถึงจะแปลก แบบนั้นจะมีคนตายมากเท่าไรกัน” เชียนสวินมองฉินชูพร้อมกล่าว เขารู้สึกว่าความคิดของฉินชูนั้นไม่ถูกต้อง
“ที่เ้ากล่าวก็ถูก การปะทะระหว่างกลุ่มอิทธิพลใหญ่ ผู้รับเคราะห์คือผู้ฝึกฝนและชาวบ้านทั่วไป เราไม่คุยเื่นี้จะดีกว่า แล้วเ้าล่ะ จากนี้จะทำเช่นไร?” ฉินชูมองเชียนสวินพร้อมเอ่ยถาม
“ข้าขอพักผ่อนก่อน ส่วนท่านไม่ต้องรีบร้อนเข้าไปในเขตเขาเทียนเจี้ยนหรอก การขัดเกลาเจตจำนงกระบี่ต้องมีขีดจำกัด พวกเราต้องปล่อยเจตจำนงกระบี่ที่ใช้จิตใจ หาใช่พลังปราณ หากไปฝึกฝนโดยไม่มีการควบคุม จะทำให้สภาวะจิตใจเสียหายโดยไม่รู้ตัว แบบนั้นอาจส่งผลกระทบต่อความสำเร็จในภายภาคหน้า” เชียนสวินกล่าวตอบฉินชู
“นี่ก็ถูกของเ้า การปล่อยเจตจำนงกระบี่ เพื่อขัดเกลาเจตจำนงกระบี่อยู่ตลอดเวลา ทำให้จิตใจเหนื่อยล้ามากจริงๆ แต่เช่นนั้น ต่อจากนี้จะทำสิ่งใดเล่า? มีหนทางหาทรัพยากรบ้างหรือไม่ พวกเราควรฝึกฝนพลังปราณไปพลาง หาทรัพยากรไปพลาง ปรับสภาพสักระยะหนึ่งค่อยเข้าเขตเขาเทียนเจี้ยนอีกครั้งจะดีกว่า” ฉินชูมองเชียนสวินพลางเอ่ยถาม
“ไปทำภารกิจรับทรัพยากรที่สมาคมอาจารย์หลอมโอสถ หรือจะไปรับภารกิจที่ป้อมปีศาจก็ได้” เชียนสวินกล่าว
“ป้อมปีศาจคือสิ่งใด?” ฉินชูเอ่ยถาม
เมื่อได้ฟังคำถามของฉินชู เชียนสวินตบหน้าผากตัวเองไปทีหนึ่ง “ลูกพี่ใหญ่ คงไม่ใช่ว่าท่านไม่รู้จักกระทั่งป้อมปีศาจกระมัง ตอนพวกเราผ่านเขตจวนเ้าเมือง ท่านเห็นหรือไม่ว่ามีสิ่งปลูกสร้างที่คล้ายป้อมปราการอยู่หลังหนึ่ง มีเศียรปีศาจแขวนอยู่ทั้งสามด้าน นั่นก็คือป้อมปีศาจ เหตุที่สิ่งปลูกสร้างนั้นสูงกว่าจวนเ้าเมือง นั่นเป็เพราะป้อมปีศาจเชื่อว่า พวกเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าจวนเ้าเมือง และความแข็งแกร่งนี้ จวนเ้าเมืองก็ยอมรับเช่นกัน”
“เชียนสวิน เ้าหมายความว่า ป้อมปีศาจเก่งกาจยิ่งกว่าจวนเ้าเมืองหรือ?” แววตาฉินชูเต็มไปด้วยประกายผิดคาด
“ถูกต้อง! ป้อมปีศาจเก่งกาจยิ่งกว่าจวนเ้าเมือง สถานที่ที่มีป้อมปีศาจ ระดับความสูงของมันย่อมสูงกว่าจวนเ้าเมือง จนถึงบัดนี้ก็ไม่มีผู้ใดสามารถท้าทายความน่าเกรงขามของป้อมปีศาจได้” เชียนสวินกล่าวกับฉินชู
จากคำอธิบายของเชียนสวิน ฉินชูจึงเข้าใจว่าป้อมปีศาจเป็เช่นไร
ป้อมปีศาจเป็กลุ่มอิทธิพลของทั้งแผ่นดินยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็องค์กรหนึ่งเช่นกัน หากมีเื่ใดที่ไม่สามารถจัดการแก้ไขได้ ก็สามารถไปตั้งภารกิจ ขอเพียงตั้งภารกิจอย่างสมเหตุสมผล ขอเพียงป้อมปีศาจรับไว้ เช่นนั้นย่อมมีคนช่วยทำภารกิจให้สำเร็จ ผู้ฝึกตนสามารถไปที่นั่นเพื่อตั้งภารกิจ หรือรับภารกิจได้เช่นเดียวกัน เงื่อนไขการรับภารกิจคือต้องเป็นักล่าปีศาจก่อน แน่นอนว่าจะเป็นักล่าปีศาจก็ต้องผ่านบททดสอบ ใช่ว่าป้อมปีศาจจะรับคนทุกประเภท
เงื่อนไขการเป็นักล่าปีศาจ ข้อแรกคือห้ามทำให้ป้อมปีศาจเสียผลประโยชน์ มิเช่นนั้นจะกลายเป็คนชั่วในสายตาทุกคน คนในใต้หล้าจะล่าสังหาร นี่หาใช่ถ้อยคำล้อเล่น หากทรยศป้อมปีศาจ เพียงป้อมปีศาจตั้งภารกิจ นักล่าปีศาจทั่วหล้าก็พร้อมจัดการคนผู้นั้น
นักล่าปีศาจมีทั้งแบบเปิดเผยและแบบลับ บางทีสหายคนสนิทข้างกายอาจเป็นักล่าปีศาจก็เป็ได้ แล้วนักล่าปีศาจก็มิอาจถูกผู้อื่นกีดกัน เนื่องจากภารกิจของป้อมปีศาจจะไม่ทำอะไรที่เกินกว่าเหตุ
พวกเขาไม่รับภารกิจสังหารหมู่ ภารกิจที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรมพวกเขาก็ไม่รับเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นภารกิจลอบสังหาร หากให้สังหารผู้ฝึกตนที่มีความประพฤติเหมาะสม พวกเขาจะรับ แต่จะรับด้วยราคาที่สูงลิ่ว อาจทำให้ผู้ตั้งภารกิจเห็นแล้วต้องหงายหลัง แน่นอนว่าหากผู้ตั้งภารกิจยอมจ่ายด้วยราคาสูง ป้อมปีศาจก็รับไว้ เพราะหากมีเหตุผลเพียงพอ ที่ว่าเ้าจะประพฤติตนเหมาะสม แต่ยังคงล่วงเกินผู้อื่น หากไร้ซึ่งต้นสายปลายเหตุ อีกฝ่ายคงไม่จ่ายค่าว่าจ้างราคาแพงเพื่อให้เ้าตาย
หากเป็การลอบสังหารผู้ประพฤติตนเลวทราม เช่นนั้นราคาจะต่ำลงมาก ส่วนภารกิจหาวัตถุดิบ ภารกิจคุ้มครอง ป้อมปีศาจจะรับทั้งหมด แม้กระนั้น ราคาก็หาใช่ระดับที่ผู้ฝึกตนทั่วไปจะแบกรับไหว
“เชียนสวิน เ้าเป็นักล่าปีศาจหรือไม่?” ฉินชูหันมองเชียนสวินพลางเอ่ยถาม
“ข้าก็อยากเป็ แต่ไม่มีโอกาส พลังฝึกฝนของข้าไม่ถึงขั้นสี่ ไม่มีคุณสมบัติเป็นักล่าปีศาจ แต่ลูกพี่ใหญ่ไปลองได้” เชียนสวินมองฉินชูพร้อมกล่าว
“เหมาะสมหรือ หากถูกผู้อื่นรู้เข้าว่าข้าเป็นักล่าปีศาจ ญาติมิตรของผู้ฝึกตนที่เคยถูกนักล่าปีศาจสังหาร จะไม่มาสังหารข้าหรือ?” ฉินชูคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าว
“น่าจะไม่เป็เช่นนั้น หากแตะต้องนักล่าปีศาจด้วยความแค้นส่วนตัวก็ไม่เป็อะไร แต่หากปองร้ายนักล่าปีศาจเพราะป้อมปีศาจเอง แบบนั้นจุดจบคงน่าเวทนานัก คนผู้นั้นจะถูกฆ่าล้างสำนักทันที เื่แบบนี้ในอดีตเคยเกิดขึ้นแล้ว นี่คือกฏปีศาจ” เชียนสวินกล่าว
เมื่อได้ฟังเื่นักล่าปีศาจจากเชียนสวิน ฉินชูรู้สึกว่านักล่าปีศาจน่าสนใจมากทีเดียว
