อสูรสามเศียรกล่าวว่าหอคอยน้อยนั้นเป็มรดก สิ่งของในหอคอยน้อยนั้นเป็ความรับผิดชอบ มันแสดงถึงภารกิจที่ยากลำบาก
ตอนนี้ที่กล่าวว่าขับไล่ความมืดมิด ต่อสู้อีกครั้งในโลกมนุษย์ยังคงดังก้องอยู่ในใจของหนิงเทียน ซึ่งทำให้เขาตระหนักได้ว่าสิ่งที่เรียกว่าประกายไฟนี้อาจจะเต็มไปด้วยความหลงใหลและความปรารถนาของสิ่งมีชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วน
นี่คือเหตุและผลที่เชื่อมโยงหนิงเทียนเข้ากับความมืด
เพียงแต่หนิงเทียนยังไม่ทราบว่าชีวิตนิรันดร์ในกองไฟหมายความว่าอย่างไร
เมื่อเปลวเพลิงลุกลามเข้าสู่จิตใจ ข้อมูลจำนวนมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามา หนึ่งในนั้นคือต้นกำเนิดของเปลวเพลิง
เพลิงนี้มีชื่อว่าเทียนหลิวหลีซึ่งเป็เปลวเพลิงที่พลุ่งพล่านออกมาจากความสับสนวุ่นวายเมื่อครั้งถือกำเนิดฟ้าดิน ว่ากันว่าไม่มีการเกิดและไม่มีความตาย มันจะดำรงอยู่ตลอดไป ดังนั้นมันจึงสื่อถึงชีวิตนิรันดร์ในกองไฟ
ก้อนไฟแห่ง์นี้ผสานเข้ากับความลุ่มหลงอันแน่วแน่ของสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วน มีพลังสูงสุดที่สลักสัญลักษณ์ของมันลงบนเปลวเพลิงนี้ และนี่คือเสียงที่ดังจากก้นบึ้งหัวใจของหนิงเทียน
เทียนหลิวหลีประกอบด้วยความหมายอันลึกซึ้งของชีวิตนิรันดร์ หนิงเทียนยังไม่สามารถเข้าใจมันได้ แม้แต่ร่างกายของเขาก็ยังไม่อาจทานทน แต่กล้วยไม้เซียนเก้าชีวิตสามารถทำได้
ตอนนี้กล้วยไม้เซียนเก้าชีวิตมีสี่ใบ ใบแรกมีสัญลักษณ์ที่เรียกว่าตราหัวใจสรรพสิ่งซึ่งมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับหมื่นสรรพสิ่งในใจ
ตอนนี้บนใบที่สองของกล้วยไม้เซียนเก้าชีวิต มีตราเปลวเพลิงปรากฏขึ้น ซึ่งบรรจุไว้ด้วยเพลิงชีวิตนิรันดร์อย่างเทียนหลิวหลี
ตราหัวใจสรรพสิ่งและตราเพลิงชีวิตนิรันดร์มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ทั้งยังเสริมซึ่งกันและกัน ร่างกายของหนิงเทียนเริ่มเปล่งประกายภายใต้การแนะนำของกล้วยไม้เซียนเก้าชีวิต หอคอยพลังทั้งห้าในตัวเต็มไปด้วยแสงแห่งความโกลาหลและไฟความร้อนสูง สะท้อนถึงอวัยวะภายใน กล้ามเนื้อ เอ็น และกระดูก ทำให้ทุกส่วนในร่างกายตื่นตัวมากขึ้น ทั้งยังเสริมสร้างเยื่อหุ้มิัที่แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย
ในหัวใจของหนิงเทียนมีเปลวเพลิงนิรันดร์ที่ชำระโลหิตของเขาให้บริสุทธิ์และปรับปรุงคุณภาพทุกขณะ แต่ก็มีเสียงโบราณปรากฏอยู่บ้างเป็ครั้งคราว
มีทั้งคำภาวนา ความปรารถนา คำสาปแช่ง และความโกรธ
เสียงเหล่านี้กำลังรบกวนเขา เช่นนี้จะกำจัดมันออกไปได้อย่างไร?
จำเป็ต้องทำสัญญาบางอย่างให้เสร็จสิ้น หรือให้สัญญาอะไรสักอย่างหรือไม่?
หนิงเทียนลองพยายาม และเมื่อเขาให้สัญญาว่าจะขับไล่ความมืดและต่อสู้อีกครั้งในโลกมนุษย์ เสียงิญญาที่สะท้อนอยู่ในใจของเขาราวกับได้รับการปลอบโยนและจากไปพร้อมกับสายลม
ในขณะนั้นหนิงเทียนรู้สึกอย่างแท้จริงว่า เทียนหลิวหลีได้รวมเข้ากับส่วนลึกของจิติญญาของเขาแล้ว
การเต้นของหัวใจที่รุนแรงนั้นแข็งแกร่งและทรงพลัง ทั้งยังมีมนต์ขลังแห่งเต๋าที่อธิบายไม่ได้ ดูเหมือนจะมีมรดกบางอย่าง แต่ก็ยากที่จะเข้าใจ
หลังจากใช้ยุทธศาสตร์ครอง์ บงกชสีมรกต ต้นไม้แห้งเหี่ยว หญ้าน้อย และเถาวัลย์สีเขียวก็ปรากฏขึ้นด้านนอกร่างกายของหนิงเทียน ซึ่งสอดคล้องกับหอคอยพลังทั้งสี่ในร่างกายของเขา และปล่อยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
เขาใช้ประตูสู่์เพื่อควบคุมดอกไม้ หญ้า ต้นไม้ และเถาวัลย์ภายใต้ขอบเขตผนึกดาราขั้นห้า ทำให้เขาสามารถก้าวะโในทุ่งพืชแห่งจิติญญาได้ ทักษะการควบคุมจิติญญาได้รับการปรับปรุงอย่างมาก พลังการต่อสู้ของเขาในยามนี้ยากเกินหยั่งรู้ได้
อสูรสามเศียรให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของหนิงเทียน ชายผู้แข็งแกร่งที่น่าเกลียดพูดกับตัวเองว่า “เด็กคนนี้ประหลาดยิ่งนัก การผสานรวมของเขาราบรื่นกว่าที่คาดไว้ ดูเหมือนรากบ่มเพาะของเขาจะพิเศษมาก”
การเปลี่ยนแปลงของหนิงเทียนกำลังจะสิ้นสุดลง ระดับพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เขายังคงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย เขาจึงพยายามปรับตัวให้เข้ากับการพัฒนาของตนเองต่อไป
เมื่อลืมตาและลุกขึ้นยืน พลังของหนิงเทียนก็พุ่งทะยานสูงมากจนดูเหมือนอสูรร้ายโบราณ กลิ่นอายของเขาช่างน่าสะพรึงกลัว แม้กระทั่งอสูรสามเศียรก็ยังรู้สึกได้ถึงภัยคุกคามอย่างแ่เบา
“ถือว่าพอใช้ได้”
“ให้รางวัลข้าหน่อยสิ”
“ข้าจะตอบแทนเ้าด้วยกุญแจ แต่ข้าจะให้เ้าเห็นลักษณะของความมืดก่อน”
หนิงเทียนถามอย่างสับสนว่า “เ้าหมายถึงอะไร?”
“เดี๋ยวก็รู้”
อสูรสามเศียรคว้าแขนของหนิงเทียน พลังนั้นแข็งแกร่งมาก เขาไม่มีที่ว่างให้ขัดขืนเลย
อสูรสามเศียรพาร่างของหนิงเทียนลอยขึ้นไปบนท้องนภาเพียงการเตะขาครั้งเดียว
“เ้าบ้าไปแล้ว นี่คือหอคอย...”
หนิงเทียนยังพูดไม่จบ ระลอกความผันผวนของเวลาและพื้นที่ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา ราวกับเขากำลังเดินทางผ่านห้วงมิติเวลา และมาปรากฏเหนือเจดีย์โดยตรงโดยไม่ชนยอดเจดีย์
ความมืดปกคลุมโลก เสาแสงเบ่งบานจากยอดเจดีย์ ก่อตัวเป็โล่แสงที่กระจายออกเพื่อปกป้องเมืองขนาดั์
อสูรสามเศียรดึงหนิงเทียนผ่านโล่แสง และพาเขาไปปรากฏตัวท่ามกลางความมืดเหนือเมืองั์
เสียงกรีดร้องที่รุนแรงทุกชนิด เสียงคำรามที่น่าสะพรึงกลัว เสียงครวญครางเย้ายวน และเสียงร้องน่าเศร้าหลั่งไหลเข้าสู่หัวใจของหนิงเทียนราวกับกระแสน้ำ
ในขณะนี้หนิงเทียนถึงได้ตระหนักว่าหมื่นสรรพสิ่งในใจมีข้อเสีย การอ่อนไหวเกินไปไม่ใช่เื่ดี มีเสียงมากมายที่เขาไม่อยากได้ยินซึ่งจะดังก้องอยู่ในหูเสมอ
อสูรสามเศียรเปล่งแสงและแผ่คลื่นความร้อนออกมาจนดูราวกับเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ
ความมืดในบริเวณใกล้เคียงก็เหมือนกระแสน้ำเช่นกัน มันปะทะกับแสงจากร่างของอสูรสามเศียรจนทำให้เกิดเสียงแตก
หนิงเทียนมองไปรอบๆ ด้วยความสับสน เขาไม่เคยคิดเลยว่าอสูรสามเศียรจะนำเขาเข้าสู่ความมืดมิด นี่ไม่ใช่การมองหาความตายหรือ?
ครั้งหนึ่งหนิงเทียนเฝ้าดูสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดอยู่ภายในโล่แสง แต่เขามองเห็นได้เพียงโครงร่างคร่าวๆ และไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าจริงๆ แล้วพวกมันเป็อย่างไร
มายามนี้หนิงเทียนออกมาด้านนอกโล่แสงแล้ว ทั้งยังเข้าสู่พื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยความมืด โลกมืดมิดราวกับหมึก เสียงแห่งความโกลาหลดังไม่หยุดหย่อน คลื่นพลังจิตอันลึกลับมากมายกวาดผ่านแนวสายตาคลื่นแล้วคลื่นเล่า ภายในคลื่นนั้นมีบางลูกที่ซัดสาดใส่ร่างของเขา
ดวงตาของหนิงเทียนแดงก่ำ ขณะที่เขามองเข้าไปในความว่างเปล่า สิ่งที่เขาเห็นนั้นน่าใแต่ก็ยากจะยอมรับ
หมอกดำเปรียบเสมือนทะเลลูกคลื่นที่ซัดสูงๆ ต่ำๆ มีสิ่งมีชีวิตแปลกๆ ทุกชนิดที่ปลดปล่อยกลิ่นอายยิ่งใหญ่และดุร้ายราวกับล่องลอยอยู่ในทะเล
ในน้ำมีเรือประหลาดที่ถูกสร้างขึ้นจากโครงกระดูก ซึ่งมองเห็นได้แต่โครงเรือเท่านั้น มองไม่เห็นแผ่นไม้ของเรือ แต่เรือเหล่านี้ไม่มีวันจม
มีโครงกระดูกในชุดขาดๆ อยู่บนเรือ มีกะลาสีในชุดเกราะสีดำ นอกจากนี้ยังมีขุนนางที่แต่งกายอย่างมั่งคั่ง
สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกับมนุษย์ พวกมันเผชิญหน้ากับลมและคลื่นในทะเล ต่อกรกับท้องทะเล ทว่าเสียงที่เกิดขึ้นจากสิ่งเหล่านี้ช่างแปลกประหลาด และหนิงเทียนไม่สามารถเข้าใจมันได้เลย
“ดูตรงนั้น”
ทันใดนั้นอสูรสามเศียรก็พูดขึ้น หนิงเทียนมองตามนิ้วของมัน ก่อนจะเห็นเกาะแห่งหนึ่งท่ามกลางมหาสมุทรสีฟ้า ซึ่งมีลักษณะเหมือนงู
บนเกาะแห่งนั้นมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่ยืนตระหง่าน มันมีลำตัวเหมือนวัว คอเหมือนกวาง หัวเหมือนงู และมีดวงตาสีแดงเข้มคู่หนึ่งที่เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ลอยเด่นบนท้องฟ้า กำลังก้มมองต่ำลงมาตรงจุดที่หนิงเทียนและอสูรสามเศียรยืนอยู่
รูปลักษณ์นั้นช่างน่ากลัวยิ่งนัก มันปล่อยแสงอันมหาศาลราวกับกระบี่อันคมกริบแทงทะลุหัวใจ ทำให้หัวใจของหนิงเทียนแตกสลายและชาไปทั้งตัว
“มันเป็อสูรประเภทไหนกัน?”
หนิงเทียนกระสับกระส่าย รู้สึกเหมือนว่าเขากำลังตกเป็เป้าหมายของความตาย
อสูรสามเศียรพูดอย่างสงบ “นั่นคือสมาชิกกองทัพอสูรแนวหน้าของศาลทมิฬ ซึ่งคล้ายกับทหารจักรวรรดิธรรมดาจากโลกของเ้า”
หนิงเทียนตกตะลึง ศาลทมิฬอยู่ที่ใด?
ั์นั่นน่ากลัวมาก ทว่าพวกมันกลับมีฐานะเทียบเท่ากับทหารธรรมดาของจักรวรรดิเชียนซานเท่านั้น
เช่นนั้นผู้แข็งแกร่งที่สุดในศาลทมิฬจะไม่ทรงพลังจนเกินจินตนาการหรอกหรือ?
“ทำไมโลกมืดถึงเป็มหาสมุทร”
เมื่อมองไปรอบๆ ก็พบเพียงมหาสมุทรอันกว้างในค่ำคืนมืดมิด สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดทุกชนิดมีทั้งรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์ คล้ายสัตว์ ไปจนถึงที่มีรูปลักษณ์พิสดาร
“นี่เป็เพียงหยดหนึ่งในมหาสมุทรแห่งความมืด อย่าปล่อยให้ดวงตาถูกหลอกลวง ดููเาสิ มันไม่ใชู่เาด้วยซ้ำ มีแต่ทะเลหมอกเท่านั้น เมื่อมองทะเลก็ไม่ใช่ทะเล มีเพียงหมอกดำที่ครอบคลุมความเวิ้งว้าง”
อสูรสามเศียรดับไฟบนตัวของมัน จากนั้นกลิ่นอายที่เ็าและชั่วร้ายก็เข้ากดดันหนิงเทียนทันที ก่อนจะเริ่มบุกรุกเข้าสู่ร่างกายของเขา บังคับให้เขาต่อต้านอย่างสุดกำลัง แสงสีทองรอบตัวเริ่มเปล่งประกาย ปลดปล่อยเป็แสงและความร้อนออกมา
สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดจำนวนมากััได้ถึงกลิ่นอายของหนิงเทียน พวกเขาจึงพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เสียงแตรดังก้องท่ามกลางมหาสมุทร และเรือกระดูกขนาดใหญ่แล่นตามลมและคลื่น พุ่งเข้ามาเร็วราวกับสายฟ้า
อสูรร่างดำทะมึนยืนอยู่บนหัวเรือ มันมีหัวเหมือนพยัคฆ์ ลำตัวเหมือนวัว ทั้งร่างดำราวสีหมึก และมีหัวเล็กเท่าฝ่ามืออยู่บนหาง มันมีดวงหน้าคล้ายเด็กในวัยสองหรือสามขวบ ดวงตาสีฟ้าจ้องมองหนิงเทียน ก่อนรอยยิ้มชั่วร้ายจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า
หนิงเทียนเกลียดการกดข่มของพลังอันเยือกเย็นเช่นนั้น มันให้ความรู้สึกราวกับว่าเขากำลังถูกยมทูตจ้องมองอย่างอยากจะกลืนเขาตลอดเวลา
ดิน ไฟ น้ำ และลมปรากฏขึ้นภายนอกร่างกายหนิงเทียน เนตรเพลิงเก้าสีนั้นมีความสว่างเพิ่มเป็สี่สีและมืดอีกห้าสี ซึ่งหมายความว่าทักษะเก้าเนตร์ของเขาเข้าสู่ระดับสี่แล้ว
หอคอยพลังหมุนวนปลดปล่อยแสงแห่งความโกลาหลและไฟจากเทียนหลิวหลี กลิ่นอายที่ปล่อยออกมานั้นตรงกันข้ามกับความมืดและความหนาวเย็นโดยสิ้นเชิง ไม่ต่างจากน้ำที่ไม่อาจเข้ากับไฟได้
ขณะที่ไฟภายในปะทุขึ้น หนิงเทียนก็ััได้ถึงความอบอุ่นและความสบายใจ
แต่ในขณะนี้ อสูรั์บนเกาะดูเหมือนจะััได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง ดวงตาที่เผยให้เห็นกลิ่นอายสังหารอันไร้ขอบเขตของมันจ้องมองมายังร่างของหนิงเทียน
ดวงตาสีแดงเข้มราวกับกระบี่ที่มาจาก์ตัดผ่านท้องฟ้า ท่ามกลางความว่างเปล่าอันมืดมิดที่กำลังบิดเบี้ยวและพังทลายลง
อสูรั์โกรธเกรี้ยว ดวงตาที่ราวกับจะฆ่าคนได้จับจ้องอยู่ที่หนิงเทียน
อสูรสามเศียรคำราม แขนข้างหนึ่งกำหมัดแล้วเหวี่ยงออกไปโดยใช้ความแข็งแกร่งสูงสุด พลังขั้นสูงสุดพัฒนาไปสู่พลังศักดิ์สิทธิ์สูงสุด หมัดสีแดงทำลายคลื่นสังหารในดวงตาของอสูรั์ลงในพริบตา
เรือกระดูกขนาดมหึมานั้นเปรียบเสมือนคุนเผิง[1]กลางทะเล อสูรสีดำบนหัวเรือยกกีบเท้าทั้งสี่ของมันแล้วพุ่งออกมา มันพุ่งตรงเข้าหาหนิงเทียนราวกับสายฟ้าทมิฬ ก่อนจะกระแทกกีบฟาดเข้าใส่ร่างของเขา
อสูรสามเศียรสะบัดนิ้ว ชิ้นส่วนเกราะเกล็ดลอยออกมาจากร่างกายของมัน จากนั้นจึงโยนหนิงเทียนออกไป
“เอาเลย กำจัดอสูรตัวน้อยนี้แล้วเ้าจะได้กุญแจที่จะออกไป”
ทะเลสีดำนั้นไร้ขอบเขตในโลกอันมืดมน หลังจากเกล็ดของอสูรสามเศียรลอยออกไป มันก็ขยายใหญ่ขึ้นถึงหมื่นเท่าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลายเป็ลานประลองที่ยอดเยี่ยม
“เ้าบ้า อสูรตัวนี้มีขอบเขตสูงกว่าข้านะ...”
หนิงเทียนสบถ นี่ไม่ได้หมายความว่าเขากำลังจะตายใช่หรือไม่?
อสูรสามเศียรเปลี่ยนศีรษะ ก่อนหญิงงามจะส่งยิ้มพร้อมพูดว่า “ไม่ต้องกังวล ชุดเกราะของข้าสามารถระงับความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ให้อยู่ในขอบเขตผนึกดาราได้”
“มันจะทำงานแน่ใช่หรือไม่?”
หนิงเทียนรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย ขอบเขตของเขาพัฒนาขึ้นมาก และเขาก็กำลังมองหาใครสักคนที่จะฝึกฝนทักษะอยู่พอดี เพียงแต่ว่าอสูรตัวนี้ที่มีหัวเป็พยัคฆ์และตัวเป็วัวดูเหมือนจะยากที่จะรับมือ
กีบเท้าของวัวหัวพยัคฆ์พลาดเป้า อีกทั้งสภาพแวดล้อมโดยรอบยังเปลี่ยนแปลงไป ลานประลองเกราะขนาดใหญ่ปลดปล่อยพลังแห่งการยับยั้งขอบเขต ก่อนจะพันรอบร่างของมัน และระงับความแข็งแกร่งของมันจนเหลือเพียงจุดสูงสุดของขอบเขตผนึกดารา
อสูรั์คำราม ใบหน้าเล็กๆ บนหางแสดงความโกรธ ก่อนจะส่งคลื่นเสียงอันน่าสยดสยองออกไป ซึ่งทำให้แก้วหูของหนิงเทียนแทบแตก และทำให้เขาต้องถอยออกไปหลายก้าว
ครู่ต่อมา วัวหัวพยัคฆ์ก็พุ่งเข้าหาเขา มันยกกีบหน้าขึ้นแล้วกระแทกใส่ร่างของหนิงเทียน โดยที่บนกีบนั้นมีคลื่นกระแทกที่เย็นจัดและไม่อาจหยุดยั้งได้
ประสาทััทั้งหกของหนิงเทียนเฉียบคม เขาจับการเคลื่อนไหวของอสูรตนนี้ได้ในทันที และเผชิญหน้ากับมันอย่างตรงไปตรงมา
“ทะลวงพันชั้น!”
หมัดเดียวที่ปล่อยออกมาแข็งแกร่งเทียมเสาพลัง และหอคอยพลังทั้งห้าหมุนพร้อมกัน ก่อนจะพ่นพลังอันรุนแรงออกมาเหมือนกับอุกกาบาตที่พุ่งชนพื้นโลก ระดมโจมตีใส่กีบเท้าวัว
ตูม!
เสียงดังสนั่นกับเสียงคำรามแหลมคมฉีกผ่านความว่างเปล่า คลื่นแสงที่แผ่กระจายบดขยี้ทุกสิ่ง พลังหยินและหยางเข้ากันไม่ได้ไม่ต่างจากน้ำกับไฟ พร้อมกับคลื่นแห่งการทำลายล้างท่วมท้นออกมาจากร่างของหนิงเทียน
อสูรคำรามและถอยกลับอย่างรุนแรง เส้นสีดำบนกีบหน้าของมันกะพริบวาบวับ มั่นคงและไร้รอยขีดข่วน
หนิงเทียนถอยกลับไป ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความใ หมัดของเขาไม่อาจชิงความได้เปรียบมาได้เลยสักนิด
---------------------------------------
[1] คุนเผิง (鲲鹏) คือปลาที่กลายเป็นกในปรัชญาของจวงจื่อ หรืออาจสื่อถึงความหมายที่ว่าสามัญชนย่อมไม่เข้าใจความคิดของผู้ยิ่งใหญ่
