หลังจากที่ฉุดกระชากลากถูกกันจนมาถึงรถ สุดท้ายฟานก็โดนจับยัดใส่รถจนได้
“ถ้ายังดื้อจะลงจากรถ เฮียจะจูบฟานโชว์กลางโรงพยาบาล ปัง !”
ธาวินพูดเสียงดุก่อนปิดประตูรถอย่างแรง รีบเดินอ้อมมานั่งฝั่งคนขับ สตาร์ทรถเพื่อคุยกับอีกฝ่ายให้เข้าใจ
“โอ้ย !!!! มันเจ็บนะไอ้เฮีย”
ฟานเบ้ปากนิดๆ เมื่อก้นไปกระแทกกับเบาะรถเต็มแรง เขาแหกปากโวยวายเสียงดังลั่นรถด้วยความโมโห ไม่รู้ว่าแรงคนหรือแรงควาย ผลักมาได้จุกฉิบหาย
“ไม่เรียกไอ้เหี้ยเลยละ”
ธาวินถามกลับอย่างขำขัน มองใบหน้าหล่อที่กำลังบูดบึ้งของอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี
“อย่าท้านะไอ้…อื้ออออออ”
ยังไม่ทันที่ฟานจะได้พูดจบ ใบหน้าหล่อก็ถูกมือหนาของธาวินล็อกไว้แน่นไม่ให้ขยับหนี ตามด้วยริมฝีปากหนาบดจูบลงมาอย่างรุนแรง ฟันคมขบกัดไม่เบานักทำให้เขาต้องเปิดปากรับลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้ามา คำพูดทั้งหมดกลืนหายไปในลำคอเมื่อร่างสูงตักตวงความหวานอย่างหยาบโลน มือเรียวที่เคยผลักไสในตอนนี้ทำได้เพียงแค่ขย้ำเสื้อเชิ้ตของธาวินเอาไว้
ฟานปล่อยให้อีกฝ่ายจูบจนพอใจเพราะไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีทางชนะได้ด้วยกำลัง สู้ไปก็มีแต่แพ้กับแพ้ แต่พอเขาเลิกดิ้นรนขัดขืนรสจูบที่เฮียธาวินมอบให้มันดูนุ่มนวลและอ่อนโยนลงจนหัวใจของเขาสั่นระรัว ความรู้สึกเสียววูบวาบแผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อมือหนาลูบไล้ไปตามหน้าขาของตน เขาเริ่มคล้อยตามการชักนำของร่างสูง รสจูบดูดดื่มซาบซ่านค่อย ๆ ทวีความเร่าร้อนในเวลาต่อมา
“ตุบๆ ตุบๆ”
ฟานกำหมัดแน่นเมื่อรู้สึกว่าตัวเองนั้นกำลังจะหมดลมหายใจ เขาใช้กำปั้นทุบอกแกร่งซ้ำ ๆ เพื่อเป็การประท้วง ราวกับว่าอีกฝ่ายจะฆ่าให้ตายในจูบเดียว
ไม่คิดเลยว่าเฮียธาวินจะจูบเก่งถึงขนาดนี้ เมื่อครู่เหมือนอีกฝ่าย้าสั่งสอนเขาผ่านรสจูบที่แสนดูดดื่มเท่านั้น
“อ่าาาา”
เสียงหวานครางออกมาเมื่อริมฝีปากเป็อิสระ เขารีบกอบโกยออกซิเจนเข้าปอดอย่างเหนื่อยหอบ คิ้วเรียวขมวดมุ่น ตวัดสายตามองร่างสูงด้วยความโกรธเคืองที่มากขึ้น แต่ก็ต้องชะงักนิ่ง หัวใจสั่นระรัวอีกครั้งเมื่อนิ้วยาวเกลี่ยเช็ดคราบน้ำลายที่หกเลอะตรงมุมปากช้า ๆ
ั์ตาคมมองเด็กหนุ่มด้วยความเอ็นดู มุมปากหนายกยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี ไม่รู้สึกสะทกสะท้านต่อสายตาที่มองมาสักนิด รู้ดีว่าอีกฝ่ายคงกำลังก่นด่าเขาอยู่ในใจ
“เลิกดื้อแล้วฟังเฮียอธิบาย”
ธาวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมอยู่อย่างสงบไม่คิดด่าทออะไรเขาอีก
“เฮียมีอะไรก็พูดมา เดี๋ยวฟานมีเรียน”
ฟันคมกัดริมฝีปากเอาไว้แน่นอย่างอดกลั้น ก่อนจะถอนหายใจออกมาแรง ๆ เพื่อระงับอารมณ์ เพราะความรู้สึกแปลก ๆ ที่กำลังก่อตัว จึงทำให้เขาไม่อยากสบสายตาคู่คมที่มองมา ฟานเลือกที่จะหันใบหน้าไปทางกระจกด้านข้างของตัวรถแทน
“เื่ของเฮียกับกวินมันไม่ได้มีอะไรเลย”
“ไม่มีอะไรได้ไง ก็ฟานเห็น”
ฟานเถียงกลับอย่างไวพร้อมหันหน้าไปมอง มาถึงขนาดนี้แล้วอีกฝ่ายยังเลือกที่จะโกหก มันน่าผิดหวังจริง ๆ
“ฟังก่อน เฮียพูดไม่จบ เฮียไม่เคยคิดจะแย่งคนรักของเพื่อน ที่สำคัญกวินเป็น้องชายแท้ ๆ ของเฮีย น้องชายที่คลานตามกันมา เรามีสายเืเดียวกัน”
ธาวินยกยิ้มออกมาบาง ๆ ให้กับความใจร้อนของอีกฝ่าย เขาคว้ามือเรียวมากอบกุม ลูบไล้หลังมืออย่างแ่เบา
“ไม่จริง ทำไมฟานไม่รู้”
ฟานพูดออกมาเสียงแ่ มันจะเป็ไปได้ยังไงกัน ทำไม่เขาไม่รู้เื่นี้มาก่อน เขารู้ว่าเฮียมีน้องชาย แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็เพื่อนสนิทของตัวเอง
“แล้วฟานมั่นใจมากแค่ไหนว่ารู้จักเพื่อนตัวเองดี ?”
ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น คิ้วเรียวขมวดจนแทบชนกันอย่างใช้ความคิด หน้าตาของไอ้กวินไม่มีส่วนไหนคล้ายคลึงกับเฮียธาวินสักนิด มีเพียงคำลงท้ายชื่อเล่นที่เหมือนกันเท่านั้น นามสกุลที่ใช้ก็ไม่ใช่นามสกุลเดียวกัน
“แล้วทำไมไอ้กวินมันต้องบิดบัง ?”
“กวินแค่อยากเล่นสนุก น้องแค่อยากมีเพื่อนที่จริงใจแบบฟานไง ไม่จำเป็ต้องคบกันด้วยฐานะ”
“มันเลยเข้าเรียนด้วยการสอบชิงทุน ?”
“เฮียไม่รู้ เื่นี้ฟานต้องไปถามกวินเอง ตอนนี้เข้าใจเฮียแล้วใช่ไหม ?”
“แล้วทำไมหน้าไม่เหมือนกัน นามสกุลก็ไม่ใช่”
“เฮียหล่อกว่าใช่ไหม ?”
ธาวินถามด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม ยกยิ้มหล่อพร้อมมองเด็กหนุ่มอย่างมีเลศนัย
“หลงตัวเอง” ฟานจิปากอย่างขัดใจก่อนต่อว่าอีกฝ่ายกลับไป
“ก็อยากให้ฟานหลงเฮียเหมือนกัน สนใจไหมครับ ?”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างมีเสน่ห์ ร่างสูงมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเป็ประกายก่อนจะยกมือเรียวขึ้นจูบ
“ไม่ !!!”
ฟานปฏิเสธเสียงดังลั่นพร้อมสะบัดมือออกจากมือหนา ใครจะไปอยากหลงคนชั่ว ๆ แบบเฮียกัน
“ส่วนเื่นามสกุล กวินเลือกใช้นามสกุลของเก่าของคุณยายซึ่งเป็นามสกุลก่อนที่ท่านจะแต่งงาน”
“อืม เข้าใจแล้ว ปลดล็อกรถสิฟานจะไปเรียน”
ใบหน้าหล่อของฟานขยับขึ้นลงเบา ๆ ถ้าทั้งหมดคือเื่จริงเขาคงต้องไปถามกับเพื่อนสนิทด้วยตัวเอง
“วันนี้เฮียขอไปส่ง”
“ไม่ ฟานเอารถมา ไปเรียนเองได้”
“แต่เฮียอยากไปส่ง ถ้าฟานดื้อเฮียจะพาเข้าโรงแรมแทนไปส่งมหาวิทยาลัย เลือกเอาละกันว่าจะเอาแบบไหน ?”
“เฮียแม่ง !”
“น้องฟานจะเอาแบบไหนดีครับ หรือให้เฮียเป็คนเลือก?”
“เออ ไปส่งที่มหาวิทยาลัย”
ฟานว่าจบก็สะบัดหน้าหนี เขานั่งกอดอกทำหน้าบึ้งจนถึงจุดหมาย แอบเห็นร่างสูงลอบมองมาอยู่บ่อยครั้ง ไม่รู้ทำไมอีกฝ่ายต้องยิ้มบ่อยนักทั้งที่เขาหงุดหงิดใจ รถจอดนิ่งแต่เฮียธาวินก็ยังไม่ยอมให้เขาลง คิ้วเรียวขมวดแน่น หันไปมองอย่างไม่เข้าใจ
“ค่ามาส่ง ?”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์ มาส่งทั้งทีก็ต้องมีค่าตอบแทนกันบ้าง แม้ว่าเขาจะเป็ฝ่ายอยากมาส่งเองก็ตาม
“ขอบคุณครับ”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้นฟานจึงยกมือขึ้นไหว้อีกฝ่ายด้วยความเคยชิน
“นั่นมันเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว”
คำพูดของธาวินทำให้เด็กหนุ่มเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ก็ขอบคุณแล้ว อีกฝ่ายยัง้าอะไรจากเขาอีก
“เฮียอยากได้คำขอบคุณแบบนี้ครับ / อื้ออออออ”
ธาวินพูดจบก็รั้งใบหน้าหล่อของอีกฝ่ายมาประกบริมฝีปากจูบอย่างดูดดื่ม ริมฝีปากของฟานก็เหมือนสารเสพติดที่เขาหลงมัวเมา ยากเกินกว่าจะถอนตัวหรือหักห้ามใจ เขาบดจูบซ้ำ ๆ จนริมฝีปากบางเริ่มบวมเจ่อ แอบขบกัดทิ้งท้ายก่อนผละออก นิ้วยาวกดปลดล็อกรถก่อนที่หมัดเล็ก ๆ จะต่อยเข้าที่หน้า
“ไอ้เหี้ย ! ปัง !”
ต่อยเสร็จฟานก็รีบพาตัวเองลงจากรถหรู สบถด่าอย่างหัวเสียและปิดท้ายด้วยการปิดประตูรถเสียงดังลั่น ไม่แคร์สายตาเพื่อนนักศึกษาที่มองมาอย่างสนใจ เจ็บใจตัวเองที่ยอมให้อีกฝ่ายจูบได้ง่าย ๆ เขายกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากไปมา ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำของตึกคณะเพื่อล้างปากด้วยความขยะแขยง
“หึ หมัดหนักดี”
ทางด้านของธาวินกลับยกยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี ทั้งยังเอ่ยชมเด็กหนุ่มแม้ว่าจะมีคราบเือยู่ตรงมุมปากก่อนจะขับรถกลับบริษัทเพราะอีกไม่นานก็จะถึงเวลาที่เด็กน้อยของเขาจะต้องฝึกงาน ถึงตอนนั้นเขาจะจัดห้องทำงานรออีกฝ่ายอย่างดี
……………………………………………….
