เยี่ยนหรงชิวเพิ่งจะถอดเสื้อคลุมเพื่อนำไปคลุมตัวิหยวน ก็มีชายหนุ่มสองคนเดินเข้ามาด้วยท่าทีรีบร้อน "ไจ้เฉิน เหตุใดเ้าถึงมานอนหลับอยู่ที่นี่?"
เสียงนั้นดังพอที่จะปลุกหมีที่กำลังจำศีลได้เลย
ิหยวนลืมตาขึ้น ลุกขึ้นยืนพลางจัดเสื้อผ้า “สหายเยี่ยน สหายเฉาทั้งสอง พวกท่านมาแล้วหรือ?”
เยี่ยนหรงชิวช่วยปัดฝุ่นที่หลังของิหยวน เขาเรียนอยู่ชั้นปีเดียวกับิหยวน แต่เรียนคนละสาขาวิชา ครั้งนี้ได้มาทำงานด้วยกัน ตอนแรกเห็นว่าิหยวนคงเป็คนพูดจาตรงไปตรงมาเหมือนตอนอยู่บนเวทีโต้วาที แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็คนอ่อนโยน เยี่ยนหรงชิวเป็คนชอบลงมือทำมากกว่า จึงปล่อยให้ิหยวนเป็คนจัดการดูแล “เ้าให้ข้าไปดูว่ากระท่อมหลังใหม่สร้างเสร็จหรือยัง ข้าเพิ่งไปดูมา หากเร่งงานอีกหน่อย พรุ่งนี้เช้าก็น่าจะเสร็จ”
“ดีมากเลย รบกวนท่านไปดูอีกครั้งพรุ่งนี้เช้า เน้นย้ำเื่ความปลอดภัย ส่วนอื่นๆ ไม่เป็ไร ที่สำคัญคือเสาต้องแข็งแรง หากมันพังทับผู้ลี้ภัยจนได้รับาเ็หรือเสียชีวิต จะยิ่งกลายเป็เื่ใหญ่”
“ตกลง” เยี่ยนหรงชิวพยักหน้า “แต่เ้าคิดอย่างไร? จะให้ผู้ลี้ภัยจากชิงโจว หรือสฺวีโจวย้ายเข้าไปก่อน?”
“ข้าเองก็ยังตัดสินใจไม่ได้ พวกท่านว่าอย่างไร?”
“นี่แหละ เื่ที่ข้าสองคนจะมาคุยกับเ้า” เฉาเหอถือสมุดเล่มหนึ่ง เดินเข้ามาพร้อมกับเฉาผิง น้องชายของเขา ทั้งสองเป็ศิษย์สำนักศึกษาหลวงที่เพิ่งสอบผ่านจากเมืองเจียงโจว ตั้งใจมาเมืองหลวงเพื่อศึกษาเล่าเรียน ไม่คาดคิดว่าจะมาถึงก็เกิดเื่ การเรียนการสอนถูกระงับ พวกเขาจึงมาช่วยงานราชสำนัก แม้ทั้งสองจะเคยเป็สหายร่วมชั้นกับิหยวน เรียนที่สำนักศึกษาตระกูลิเหมือนกัน แต่เพราะเข้าสำนักศึกษาหลวงทีหลัง ิหยวนจึงกลายเป็รุ่นพี่ไปโดยปริยาย“พวกข้าคิดหาวิธีแก้ไขได้ จึงมาหารือกับเ้า ไม่รู้ว่าใช้ได้หรือไม่?”
“ดีเลย ว่ามาสิ” ิหยวนดีใจ รีบเชิญทั้งสามคนนั่งลง รินน้ำชาให้ เขาเพิ่งเริ่มทำงาน จึงยังสับสน เพิ่งรู้ว่าการบริหารบ้านเมืองกับการดูแลความเป็อยู่ของประชาชนนั้นแตกต่างกัน ต่อมาเขาได้หารือกับสหายร่วมชั้น รวบรวมความคิดเห็น ขอคำแนะนำจากขุนนางาุโ เรียนรู้วิธีการทำงานของอีกฝ่าย จากนั้นจึงค่อยๆ เข้าใจ รู้ซึ้งถึงความจริงที่ว่าทุกสิ่งล้วนเชื่อมโยงกัน เขาชอบรับฟังความคิดเห็นของทุกคน ไม่ว่าจะเป็เพื่อนร่วมชั้น ขุนนาง หรือแม้แต่ผู้นำผู้ลี้ภัย ตราบใดที่เป็ความคิดที่ดี เขายินดีรับฟัง จึงไม่แปลกที่ทุกคนมักนำเื่ใหม่ๆ มาหารือกับเขา เช่นเดียวกับพี่น้องตระกูลเฉาในวันนี้
“ยิ่งเกิดา ผู้ลี้ภัยก็ยิ่งหลั่งไหลเข้ามา อีกทั้งยังอพยพมาทั้งหมู่บ้าน หากจัดสรรที่พักให้พวกเขาอยู่รวมกัน เกรงว่าจะควบคุมได้ยาก แต่หากแยกพวกเขาออกจากกันก็ไม่สะดวกในการจัดการ นี่คือสิ่งที่เ้ากังวลใจอยู่ใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้ว พวกท่านมีวิธีแก้ไขที่ดีกว่านี้หรือไม่?”
เฉาผิงถือม้วนภาพวาด ยืนอยู่ด้านซ้าย เฉาเหอถือสมุดเล่มหนึ่ง ยืนอยู่ด้านขวา ทั้งสองกางภาพวาดและเฉาเหอเปิดสมุดในมือ “ข้าคิดว่าอย่างนี้ เราไม่สามารถจัดสรรที่พักให้พวกเขาอยู่รวมกันได้ แต่ก็ไม่สามารถแยกพวกเขาออกจากกันโดยสิ้นเชิง เราอาจใช้วิธีการแบบเดียวกับราชวงศ์ก่อน แบ่งเป็ห้าครอบครัวต่อหนึ่งหน่วย ให้ผู้าุโสูงสุดเป็หัวหน้าหน่วย หนึ่งหลังคาเรือนมีสี่หน่วย อาจมาจากแคว้นเดียวกันได้ แต่ห้ามมาจากเมืองเดียวกัน จากนั้นจึงเลือกหัวหน้ากระโจม ให้ทุกคนมารายงานตัวทุกวัน นี่คือแบบแปลนบ้านที่ข้าเพิ่งวาด ตามที่เ้าบอก ผู้ลี้ภัยทั้งหมดถูกย้ายออกไปอยู่นอกเมืองแล้ว วันนี้พวกเราเพิ่งลงทะเบียนเสร็จ พรุ่งนี้เราจะแต่งตั้งหัวหน้ากระโจมและหัวหน้าหน่วย จากนั้นก็ใช้วิธีการลงโทษแบบ 'กลุ่ม'”
“ลงโทษแบบ 'กลุ่ม'? ทำได้หรือ?” เยี่ยนหรงชิวใ “ระวังจะถูกด่าเอานะ”
“ยามคับขันเช่นนี้ ต้องใช้วิธีการที่เด็ดขาด” เฉาเหอไม่เห็นด้วย
“ถูกต้อง! ยามาต้องใช้วิธีการที่เด็ดขาด! ใครด่าก็ตัดหัวเสีย!” ิเยี่ยเดินเข้ามาด้วยท่าทีโกรธเคือง ใบหน้าบูดบึ้ง เขาถอดเสื้อคลุมออก ขยำเป็ก้อนแล้วโยนลงบนพื้น “พวกชาวบ้านพวกนั้น! ทำให้ข้าโมโหจริงๆ! แค่ข้าวต้มชามเดียว พวกเขากล้าทะเลาะกัน แล้วยังกัดหูขาด! มีสิ่งใดน่าแย่งกันนักหนา ใช่ว่าไม่มีให้กินเสียเมื่อไหร่!”
ิหยวนเห็นน้ำชาที่ตนยังไม่ได้แตะถูกิเยี่ยแย่งไปดื่มจนหมด จึงได้แต่ยิ้มแห้งๆ รินน้ำชาให้ใหม่ “เ้าใจเย็นๆ ก่อน ค่อยๆ ดื่ม”
“เ้าคงมิได้ฆ่าคนจริงๆ ใช่หรือไม่?” ิหยวนกังวล “พวกเขาลำบากเดินทางมาจากชิงโจว อดอยากมานาน เห็นของกินก็อดใจไม่ไหว เ้าอย่าไปถือสาพวกเขา ระวังจะกลายเป็เื่ใหญ่”
“ข้าไม่กล้าหรอก หากข้าทำเช่นนั้น เ้าคงฆ่าข้าก่อนที่ท่านผู้ดูแลเมืองหลวงจะทำ” ิเยี่ยดื่มน้ำชาจนหมด ก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง
ิหยวนนึกขึ้นได้ “มีข่าวของสือชีหรือไม่?”
วันนั้นที่สำนักศึกษาหลวง ิหยวนกล่าวโต้วาทีแทนหม่านสือชี สุดท้ายหัวหน้าอาจารย์จึงตัดสินใจให้หม่านสือชีลดชั้น เรียนซ้ำชั้น ไม่ไล่ออก ทุกคนต่างดีใจกับผลสรุป ทว่าเมื่อกองทัพเป่ยฉีรุกราน หยางจวินต้องกลับไปเป่ยฝู่ ส่วนหม่านสือชีกลับโดยไม่แม้แต่จะร่ำลา ทิ้งจดหมายไว้ฉบับหนึ่ง จากนั้นก็ไปสมทบกับหยางจวิน ทำเอาเฉาอู๋จิ่วโกรธจนไม่ยอมพูดถึงคนผู้นี้อีกเลย
เมื่อพูดถึงหยางจวิน ิหยวนก็อดกังวลไม่ได้ สนามรบโหดร้าย ชวนให้ใจหาย
“ครั้งก่อนมีคนที่กลับจากเมืองกว่างหลิงบอกว่า เหมือนจะเคยเห็นเขา แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีข่าวคราว ตอนนี้การเดินทางลำบาก เขาคงทุ่มเทให้กับการรบ คงไม่มีเวลานึกถึงพวกเราหรอก”
“เอาเถิด ไม่พูดถึงเขาแล้ว มาคุยเื่ของเรากันต่อ ข้าว่าวิธีการของสหายเฉาน่าสนใจมาก พวกท่านลงทะเบียนผู้ลี้ภัย นับเป็บุญคุณอย่างยิ่ง ไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้ ไปแจ้งให้ผู้ลี้ภัยแต่ละเมืองทราบตอนนี้เลย พรุ่งนี้เช้าจะได้จัดกลุ่มรับข้าวต้ม” เฉาเหอและเฉาผิงดีใจมากที่ิหยวนเห็นด้วย ิหยวนหันไปมองิเยี่ย “เ้าเองก็อย่ามัวแต่นั่ง ไปดูกับพวกเราหน่อยสิ”
“ข้าเพิ่งจะได้นั่งนะ!”
“เช่นนั้นเ้าก็นั่งอยู่ที่นี่แหละ พวกเรากลับก่อน” ิหยวนส่ายหัว ลุกขึ้นยืน
ิเยี่ยเห็นอีกฝ่ายกำลังจะออกไป จึงรีบลุกขึ้น “นี่ รอข้าด้วย! ข้าไป! ข้าไปด้วย!”
-----
