“พวกเราต้องเรียกกระจกบานที่สิบนั่นออกมาและทำลายมันซะ ทำลายกระจกคำสาปที่กักเก็บิญญาพวกเราไว้นั่นซะ พวกท่านโปรดส่งิญญาข้าเข้าสู่ภพฝันนามธรรม เมื่อข้าสิ้นใจ กระจกบานที่สิบจะต้องปรากฏ ข้าจะรอโจมตีมันจากฝั่งภพนามธรรม และให้เฟยเฟยจัดการมันจากฝั่งรูปธรรม เท่านี้ถ้าข้าเดาไม่ผิด” เ้าวั่งซูเอ่ย
“แต่ร่างกายของพวกท่านจะยังไม่ตายสนิท นอกจากใช้จักรา “มรรคาไร้ลมหายใจ”
“อื้ม ข้าใช้วิชานั้นเป็ ร่างนี้ต้องดับสลายอย่างชัดเจน พวกเราจะได้แน่ใจว่ากระจกสุสาส์นบานที่สิบนั่นจะออกมาแน่นอน”
“แล้ววั่งซูจะ ยังใช้พลังจักราได้ไม๊เมื่อเข้าไปในความฝัน” ฮวาเฟยฟาเอ่ยถาม
“ภพฝันคือภพของพวกเรา พวกเราสามารถกำหนดให้พวกท่านมีพลังหรือไม่มีพลังก็ได้ มีเพียงสิ่งเดียวที่เข้าไปด้านในภพนามธรรมนั่นแล้วข้าไม่สามารถควบคุมได้คือ ภวังคจิต ทำได้แค่ควบคุมพลังมันไม่ให้ขยายวงกว้าง” ถูหลันกล่าว
“ถ้างั้นเริ่มเลย “มนต์มรรคาไร้ลมหายใจ” เ้าวั่งซูประสานมือเป็สามเหลี่ยมกลางอก เดินดับชีพจรทั้งหมดร่างเข้าสู่ไร้ลมหายใจ เม้งเซี๊ยะหยิบถุงละอองฝันขนแกะเงินออกมา พร้อมละอองแกะสีทองของถูหลัน ทั้งสองหว่านละอองฝันใฝ่ร่างวั่งซู
“มนต์ถอดิญญา” ิญญาวั่งซูลอยออกจากร่างหายวับไปในภพฝันนามธรรม
“ตัวข้าจักรออยู่กับร่างนี้เพื่อให้กระจกปรากฏ” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
ผ่านไปหลายชั่วยาม หลังจากที่กายหยาบเ้าวั่งซูแน่นิ่ง และเริ่มเย็นแข็ง กระจกสุสาส์นบานที่สิบนั่นก็ปรากฏขึ้นสองบานทั้งใน ภพฝันรูปธรรม และ ภพฝันนามธรรม เ้าวั่งซูที่อยู่ในนามธรรมใช้มือประสานเข้ากับกระจกบานที่สิบนั่น และฮวาเฟยฟาก็ทำเหมือนกันจากอีกฝั่ง ความทรงจำแห่งภพชาติมากมายวิ่งเข้ามาในหัว ทั้งรัก โลภ โกรธ หลง เศร้า เสียใจ น้ำตา พลัดพราก เกิด ดับ ตายจาก ทุกความรู้สึกระหว่างทั้งสองที่ผ่านมาเป็หมื่นชาติหลั่งไหลเข้ามา
ทั้งสองถูกดูดเข้าในกระจก ข้างในปรากฏนิมิตมากมายในการครองคู่ของทั้งสองที่ผ่านมาหลายหมื่นชาติ ทั้งสองประจันหน้ากับ เื่ราวในนิมิต และ ดวงิญญาในอดีตของตัวเองมากมาย มีหลายชาติภพที่พวกเค้าทำพลาด ต้องเข่นคร่ากัน หรืออีกคนสละชีวิตเพื่ออีกคน ภาพและเื่ราว เสียงหัวเราะ ร้องไห้ น้ำตา ความสุข ความทุกข์ความแค้นมากมายพรั่งพรูมาไม่หยุด
“นี่คือ” สุสาส์นราคะ” ที่เราสองคนสร้างขึ้นมาเองกว่าหมื่นแสนภพชาติ” น้ำตาหลั่งออกจากดวงตาคนทั้งคู่มากมาย ทั้งคู่ต่าง นอบน้อมยอมรับ ขอโทษ ให้อภัย ให้อิสระ ปลดปล่อยกับทุกดวงิญญาในอดีตชาติของตนที่เคยทำผิดพลาดมาในอดีต
เมื่อได้อภัยและปลดปล่อย พลังแห่งการยึดมั่นถือมั่นยึดตรึงเริ่มโอนอ่อนผ่อนลง พลังแห่งการเวียนว่ายเริ่มแข็งแรงขึ้น กระจกทั้งสองฝั่งเริ่มเกิดรอยแตกร้าว เมื่อทั้งคู่เริ่มสะสาง และยอมรับและอภัยต่อบาป และ ความผิดที่ตนเคยทำ โดยที่ไม่กลัวความเ็ปในหัวใจ และปล่อยทุกอย่างเป็อดีต แสงสว่างปรากฏขึ้นด้านหน้าทั้งสอง “กระบี่สัจจะนิรันดร์” ทั้งคู่จับดาบมือประกบกันจากคนละด้านคู่ขนานของตัวภพฝัน เส้นแสงแห่งดาบมากมายทอประกายเจิดจ้า ทั้งคู่รู้ในบัดดล คว้าดาบแยกออก และตั้งท่าฟันจากคนละฝั่ง พลังแห่งการฟาดฟันจากดาบสัจจะนิรันดร์ทั้งสองฟากของภพ กระจกแตกออกทั้งฝั่งรูปธรรมและนามธรรม
ดวงิญญาเ้าวั่งซู และ ฮวาเฟยฟามากมาย หลุดลอยออกจากระจกลอยขึ้นฟ้า พร้อมหมู่ผีเสื้อราตรีที่ปรากฏขึ้นหลายชั่วยามก่อนหน้าเพื่อรอนำทางสู่ความตาย ิญญามากมายหันมาที่ทั้งสอง และอมยิ้ม พร้อมทำความเคารพ เ้าวั่งซู และ ฮวาเฟย ก่อนจะกลายเป็ละอองสีทองล่องลอยไปตามเส้นทางที่ผีเสื้อราตรีนำสู่ท้องฟ้า พร้อมกับการคืนพลังจักรามากมาย คความทรงจำ และความสามารถหลากหลายจากชีวิตทั้งหมื่นชาติกลับให้ ทั้งสองในร่างปัจจุบัน เ้าวั่งซู และ ฮวาเฟยฟาในร่างปัจจุบันลอยขึ้นจากพื้นและรับพลังจากตนเองในชาติก่อนที่หลั่งไหลพรั่งพรูเข้ามาอย่างมากมาย จนพลังจักราที่ไหลในร่างกายนั้นมากมายเหลือคณานับในทุกอณู วั่งซูออกจากฝันกลับเข้าร่างเดิมพร้อมกับการรับรู้ถึงพลังมากมายที่วิ่งอยู่ในร่างกาย
“จบกันสักที คำสาปแห่งโชคชะตาที่วนซ้ำของเราสองคน และกระจกสุสาส์นราคะ ที่ถูกสร้างขึ้นจากความรัก ราคะ พันธสัญญาของเราสองคนเอง พวกเราเป็คนผูกมันขึ้นมาเองทั้งหมด ทั้งคำสาป ทั้งสุสาส์นราคะ ตอนนี้พวกเราคือเรา เฟยเฟย เราสองคนจะอยู่กับปัจจุบันและทำให้ดีที่สุดในทุกวัน” เ้าวั่งซูเอ่ยพร้อมโอบคนรักเข้ามาแนบบ่า ทั้งคู่มองไปทางดวงจันทร์จิ้งจอกัของภพฝันแห่งความเงียบงัน และมองตามละอองิญญาของตนในอดีตเดินทางสู่ฟ้าไกล หายเข้าไปในหมู่ดาว โดยที่เชื่อว่าพระแม่แห่งจิติญญาจะต้องโอบรับิญญามากมายของพวกเค้าในอดีต และ พวกเราไว้ด้วยความเมตตาอย่างแน่นอน
“ไปกันเถอะ! พวกข้าพร้อมแล้วสำหรับภวังคจิตดวงที่สาม” เม่งเซี๊ยะและถูหลันหันมองหน้าและพยักรับ
