แล้วเ้าจะรู้ว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่เพียงใด!
นักปรุงยาเจิ้งสะบัดมือ พลังปราณปกคลุมวัตถุดิบหกชนิดทันที หลังจากนั้นก็โยนวัตถุดิบทั้งหมดลงไปในหม้อปรุงยา นักปรุงยาเจิ้งอยู่ในระดับยอดยุทธ์ขั้นเก้า ถึงแม้พลังในการต่อสู้จะธรรมดาแต่ก็เพียงพอสำหรับใช้ในการปรุงยา
ในการหลอมกลั่นวัตถุดิบหกชนิดนักปรุงยาจะต้องแบ่งจิตเป็หกส่วน ไม่เท่านั้นยังต้องคำนึงถึงอุณหภูมิของเปลวเพลิง แต่สิ่งที่สำคัญคือวัตถุดิบแต่ละชนิดต้องใช้อุณหภูมิที่ต่างกันอีกด้วย
เซี่ยหมางที่อยู่ด้านข้างเมื่อเห็นนักปรุงยาเจิ้งลงมือใบหน้าของเขาก็เผยรอยยิ้มออกมาทันที
อีกด้านหนึ่งการเคลื่อนไหวของถังเหล่ยค่อนข้างช้า สาเหตุหลักเป็เพราะถังเหล่ยในตอนนี้ยังไม่ได้ทะลวงระดับผู้ทรงยุทธ์ แม้แต่ปลดปล่อยปราณแท้ออกมายังทำไม่ได้ เขาจึงทำได้เพียงใส่วัตถุดิบเข้าไปทีละชิ้น
หนึ่งชิ้น สองชิ้น สามชิ้น สี่ชิ้น...สิบเอ็ด สิบสอง…
ถังเหล่ยใส่วัตถุดิบเข้าไปในหม้อปรุงยาอย่างต่อเนื่อง จนท้ายที่สุดภายใต้สายตาของทุกคน เขาก็ใส่วัตถุดิบเข้าไปจนครบ จากนั้นสายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันของถังเหล่ยก็มองไปทางนักปรุงยาเจิ้ง
วัตถุดิบในการปรุงยาปีศาจคลั่งนอกจากแก่นอสูรแล้ว มีวัตถุดิบทั้งหมดยี่สิบชนิด ถังเหล่ยใส่วัตถุดิบสิบสองชนิดเข้าไปในครั้งเดียว ความเร็วการปรุงยาของเขาจึงเร็วกว่านักปรุงยาเจิ้งมาก นี่มันเป็ไปไม่ได้!
นักปรุงยาเจิ้งถึงกับอ้าปากค้าง เด็กอายุสิบกว่าปีคนหนึ่งต่อให้มีพร์ด้านการปรุงยามากขนาดไหนก็ไม่มีทางแบ่งจิตเป็สิบสองส่วนได้ ยิ่งไปกว่านั้นนี่คือการปรุงยาระดับสี่แต่การใส่วัตถุดิบของถังเหล่ยมีผู้คนเห็นเป็พยาน ต่อให้นักปรุงยาเจิ้งคิดจนหัวะเิก็คงคิดไม่ถึงว่าถังเหล่ยสามารถทำได้จริงๆ
“เ้ากำลังทำอะไรอยู่!”
เซี่ยหมางตำหนิทันที เมื่อเห็นนักปรุงยาเจิ้งยืนตัวแข็งทื่อ จะปล่อยให้ถังเหล่ยได้หน้าไปคนเดียวได้อย่างไร ต้องกดถังเหล่ยให้จมดิน!
นักปรุงยาเจิ้งกัดฟัน สะบัดแขนเสื้อใส่วัตถุดิบอีกหกชิ้นเข้าไปในหม้อปรุงยา การแบ่งจิตสิบสองส่วนนี่แทบจะเป็ขีดจำกัดของเขาแล้ว ยังดีที่ปรุงยาระดับสี่ อีกทั้งยังเป็ยาปีศาจคลั่งที่เขาค่อนข้างคุ้นเคยด้วย ทว่านักปรุงยาเจิ้งเพิ่งใส่วัตถุดิบอีกหกชนิดเข้าไป ยังไม่ทันได้เช็ดเหงื่อที่หน้าผากก็เห็นถังเหล่ยใส่วัตถุดิบลงไปอีกครั้ง สิบสามชนิด สิบสี่ชนิด…
เมื่อถังเหล่ยใส่วัตถุดิบชิ้นสุดท้ายเข้าไป สีหน้าของนักปรุงยาเจิ้งกลายเป็สีแดงก่ำ
นี่มันอยู่เหนือความเข้าใจเื่การปรุงยาของนักปรุงยาเจิ้งไปแล้ว เขารู้สึกว่าประสบการณ์ปรุงยาร้อยกว่าปีของเขาเหมือนเป็ของปลอม!
ใบหน้าของถังเหล่ยยังคงเผยรอยยิ้มจางๆ ทำให้เซี่ยหมางอยากจะพุ่งเข้าไปฉีกหน้าถังเหล่ยทันที
“นักปรุงยาเจิ้ง!” เซี่ยหมางขบฟันกล่าว
ไม่ว่าถังเหล่ยจะใส่วัตถุดิบเข้าไปมากน้อยเท่าไรนักปรุงยาเจิ้งล้วนต้องทำตาม ห้ามให้ถังเหล่ยข่มเด็ดขาด! นักปรุงยาเจิ้งที่น่าสงสารยังไม่ทันเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ขีดจำกัดของเขาคือแบ่งจิตเป็สิบสองส่วน ถ้าใส่วัตถุดิบเข้าไปพร้อมกันยี่สิบชิ้น เช่นนั้นเขาจะไม่อาจรับประกันได้ว่าจะปรุงยาสำเร็จ อีกทั้งนี่ยังเป็สิ่งที่เขาไม่เคยลองทำมาก่อน
ทว่าเมื่อััถึงสายตาที่ราวกับลูกศรของเซี่ยหมาง นักปรุงยาเจิ้งยังคิดจะสู้ต่อ ในมือปรากฏยาเม็ดหนึ่ง หลังจากนักปรุงยาเจิ้งกินยาเข้าไป พลังจิตที่ถูกใช้ไปก็ถูกฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
“ไร้ยางอาย!” เมื่อตี้เชียนเสวี่ยเห็นนักปรุงยาเจิ้งหยิบยาออกมากิน ชัดเจนว่านี่เป็การโกงชัดๆ จึงก่นด่าออกมาอย่างห้ามไม่ได้
แต่เซี่ยหมางกับนักปรุงยาเจิ้งทำท่าราวกับไม่ได้ยินอย่างไรทั้งนั้น จากนั้นนักปรุงยาเจิ้งกัดฟัน เอาวัตถุดิบทั้งแปดชนิดที่เหลือใส่เข้าไปในหม้อทั้งหมด
“นักปรุงยาเจิ้ง ถ้าคิดว่าฝืนเกินไปก็ไม่ต้องอดทนแล้ว” ถังเหล่ยปรุงยาไปด้วย พูดคุยกับนักปรุงยาเจิ้งที่เหงื่อไหลท่วมตัวไปด้วย
“เ้าหนู วันนี้ข้าจะทำให้เ้าได้เห็นความเก่งกาจของนักปรุงยาเชื้อพระวงศ์จักรวรรดิต้าเซี่ย!” ฝ่ามือของนักปรุงยาเจิ้งจับหม้อปรุงยาไว้แน่น เขากัดฟันพยายามควบคุมวัตถุดิบยี่สิบชิ้นที่อยู่ในหม้อ แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วฝั่งถังเหล่ยดูสบายกว่าอย่างชัดเจน แทบจะไม่มีเหงื่อไหลแต่อย่างใด
ความจริงแล้วหากถังเหล่ยแบ่งจิตเป็ยี่สิบส่วนก็อาจจะทำให้เสียพลังจิตไปมาก สาเหตุหลักเป็เพราะระดับพลังของเขาในปัจจุบันยังต่ำเกินไป ยังดีที่การประลองครั้งนี้เป็การปรุงยาปีศาจคลั่ง หากปรุงยาชนิดอื่นบางทีเขาอาจจะต้องใช้ยาเสริมพลังเช่นกัน
แต่ในขณะนี้ตี้เหยียนที่เป็พยานในการประลองของนักปรุงยาทั้งสองคน กลับมีลางสังหรณ์ขึ้นภายในใจว่าถังเหล่ยผู้นี้มีโอกาสชนะมากกว่า เนื่องจากตอนนี้เขายังมีท่าทางสบายๆ ซึ่งแตกต่างจากนักปรุงยาเจิ้งลิบลับ
อีกด้านหนึ่งตี้เหยียนก็ต้องตะลึงกับความสามารถของถังเหล่ย ในเวลาเดียวกันความสงสัยก็เพิ่มมากเช่นกัน เนื่องจากถังเหล่ยดูอายุน้อยมาก หากอีกฝ่ายแก่ชรามีเครายาวเขาคงทุ่มเงินมหาศาลเพื่อให้ถังเหล่ยอยู่เป็นักปรุงยาส่วนตัวของเขาแล้ว แต่เมื่อเห็นนักปรุงยาอายุน้อยจึงทำให้เขารู้สึกลังเล
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งก้านธูป วัตถุดิบของถังเหล่ยหลอมกลั่นออกมาเกือบทั้งหมดแล้ว และในเวลาเดียวกันเขาก็คาดว่าฝั่งนักปรุงยาเจิ้งก็น่าจะใกล้เสร็จแล้วเช่นกัน
อย่างไรก็ตามถังเหล่ยก็ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงอีกครั้ง เขาหยิบแก่นอสูรระดับสี่ออกมา! ทันทีที่เห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่ายสีหน้าของนักปรุงยาเจิ้งก็ซีดเผือดทันที อีกฝ่ายถึงกับจะใส่แก่นอสูรเข้าไปเลยหรือ?
“เป็อย่างไรบ้างนักปรุงยาเจิ้ง เ้ายังไหวหรือไม่? ถ้าไม่ไหวแล้วก็ยอมแพ้เถอะ!”
ถังเหล่ยถือแก่นอสูรเอาไว้ในมือ โบกไปมาต่อหน้านักปรุงยาเจิ้งและแสดงท่าทีคล้ายกับกำลังจะโยนเข้าไปในหม้อปรุงยา
ภายในใจของนักปรุงยาเจิ้งอยากจะยอมแพ้ นี่ถือเป็ครั้งแรกที่เขาปรุงยาอย่างเหน็ดเหนื่อยถึงเพียงนี้ เดิมทีตอนอยู่จักรวรรดิต้าเซี่ยเขาปรุงยาได้สบายมาก ใครจะรู้ว่าวันนี้ถึงกับถูกเด็กหนุ่มปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้หนึ่งบีบคั้นและเย้ยหยัน
อย่างไรก็ตามหากถังเหล่ยใส่แก่นอสูรเข้าไปในหม้อปรุงยา นักปรุงยาเจิ้งก็จำเป็ต้องทำตามไม่เช่นนั้นองค์ชายเซี่ยหมางจะเสียหน้า จากนิสัยขององค์ชายเซี่ยหมาง หากทำเขาเสียหน้า เขาไม่มีทางปล่อยนักปรุงยาเจิ้งไปแน่
เมื่อเป็เช่นนี้นักปรุงยาเจิ้งจึงกัดฟันชิงโยนแก่นอสูรเข้าไปในหม้อปรุงยาก่อนถังเหล่ย จากนั้นไม่นานนักปรุงยาเจิ้งก็เหงื่อไหลออกมาราวกับสายฝน แต่ยังคงฝืนมองถังเหล่ยด้วยรอยยิ้ม ท่าทีของนักปรุงยาเจิ้งบ่งบอกว่าครั้งนี้ข้าเก่งกว่าเ้า
อีกด้านหนึ่งแก่นอสูรยังคงอยู่ในมือถังเหล่ย เขาไม่ได้ใส่แก่นอสูรเข้าไปและใบหน้าก็เผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมาพร้อมกับกล่าวว่า
“ข้าลืมบอกเ้าไป เพราะฤทธิ์ยาของวัตถุดิบยาปีศาจคลั่งรุนแรงมาก หากใส่แก่นอสูรเข้าไปมันจะเกิดอันตราย!”
จากประสบการณ์การปรุงยาของถังเหล่ยการใส่วัตถุดิบเข้าไปพร้อมกันทั้งหมดจะส่งผลลัพธ์น่าอนาถมาก แต่เขาก็ยังเสแสร้งกล่าวเตือนด้วยความหวังดี
เมื่อได้ยินคำกล่าวของถังเหล่ย มือของนักปรุงยาเจิ้งก็สั่นขึ้นมาทันที
“เหอะ! อันตรายอย่างไร?” นักปรุงยาเจิ้งเปล่งเสียงลอดไรฟัน
“มันจะะเิ!” ถังเหล่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ตูม!
……
