### บทที่ 8: สุสานนักพรตและค่ายกลกาลเวลา
ความรู้สึกของการร่วงหล่นสิ้นสุดลงเมื่อร่างของเย่เฟิงกระแทกเข้ากับพื้นหินที่เย็นเฉียบเบื้องล่าง โชคดีที่เขาใช้ร่างของตนเองรองรับแรงกระแทกทั้งหมดไว้ ทำให้สตรีในอ้อมแขนของเขาไม่ได้รับาเ็เพิ่มเติม
เขายันกายลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเ็ปแล่นปราดไปทั่วร่าง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจมัน เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
ที่นี่คือห้องโถงใต้ดินขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง มันถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตจากหินแกรนิตสีดำทั้งห้อง บนเพดานและผนังมีการฝัง "ไข่มุกราตรี" ขนาดเท่ากำปั้นไว้เป็ระยะๆ ทำให้ภายในห้องสว่างไสวราวกับกลางวัน ที่สุดปลายทางของห้องโถง มีประตูหินขนาดมหึมาสองบานตั้งตระหง่านอยู่ บนประตูนั้นมีการสลักลวดลายของค่ายกลที่สลับซับซ้อนเอาไว้
เหนือประตูขึ้นไป มีแผ่นป้ายหินที่สลักอักษรโบราณสี่ตัวเอาไว้ "สุสานนักพรตพเนจร"
เย่เฟิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง! ที่แท้...โครงกระดูกที่เขาพบ้านั้นคือเ้าของสุสานแห่งนี้นี่เอง! และดูเหมือนว่านักพรตผู้นี้จะได้เตรียมการทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว แต่โชคไม่ดีที่ต้องมาจบชีวิตลงก่อนที่จะได้ทันกลับเข้ามายังบ้านที่แท้จริงของตนเอง
เสียงครืนๆ ดังขึ้นจากเบื้องบน...เศษหินและฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง บ่งบอกว่าทางเข้าได้พังทลายและถูกปิดตายโดยสมบูรณ์แล้ว เขาปลอดภัยจากศัตรูแล้ว...แต่เขาก็ติดอยู่ในนี้เช่นกัน
เขาหันกลับมามองเซี่ยหนิงฉางอีกครั้ง ยาเม็ดหยกเขียวรักษาชีวิตได้ช่วยรักษาอาการาเ็ของนางไว้ในระดับหนึ่ง แต่ใบหน้าของนางก็ยังคงซีดขาวและยังไม่ได้สติ เขารู้ดีว่านาง้าการรักษาที่เหมาะสมและเวลาในการฟื้นฟู
เย่เฟิงค่อยๆ วางร่างของนางลงพิงกับผนัง แล้วจึงเดินตรงไปยังประตูหินบานใหญ่นั้น เขาลองใช้มือผลักมันดู...แต่มันกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
เขากำลังจะลองใช้พลังทั้งหมดเพื่อทำลายมัน แต่แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นแผ่นศิลาจารึกเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ข้างประตู มันมีข้อความสลักเอาไว้
'ถึงผู้มีวาสนาที่มาเยือน...ข้าคือนักพรตพเนจร ผู้ทุ่มเททั้งชีวิตให้แก่ศาสตร์แห่งค่ายกล...สุสานแห่งนี้คือผลงานชิ้นเอกและเป็บ้านสุดท้ายของข้า...ประตูบานนี้จะเปิดออกได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ที่เข้าใจในหลักการของค่ายกลที่สลักอยู่บนบานประตูเท่านั้น'
'ทว่า...์ยังคงมีเมตตา ข้ารู้ดีว่าผู้ที่มาถึงที่นี่อาจจะไม่ได้เชี่ยวชาญในศาสตร์นี้...ดังนั้นข้าจึงได้ทิ้งของขวัญชิ้นสุดท้ายเอาไว้ให้...ภายในห้องนี้ ข้าได้สร้าง "ค่ายกลหน่วงเวลา" เอาไว้ มันคือค่ายกลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของข้า'
'เมื่อค่ายกลนี้ทำงาน...เวลาภายในห้องโถงนี้จะไหลผ่านช้ากว่าโลกภายนอก...หนึ่งวันภายนอก...จะเท่ากับสิบวันภายในห้องนี้...จงใช้เวลาที่เ้าได้รับมาอย่างคุ้มค่าเถิด ไม่ว่าจะเพื่อการฝึกฝน...หรือเพื่อการหาหนทางเปิดประตูนี้ออกไป...'
'ขอให้โชคดี...ผู้สืบทอดที่ข้าไม่รู้จักนาม...'
เย่เฟิงอ่านข้อความนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า...หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความตื่นเต้นอย่างสุดขีด!
ค่ายกลหน่วงเวลา! หนึ่งวันภายนอกเท่ากับสิบวันภายใน!
นี่มัน...นี่มันไม่ใช่คุกใต้ดิน...แต่มันคือแดน์สำหรับการบำเพ็ญเพียรชัดๆ!
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของเขาในตอนนี้คืออะไร? คือความแข็งแกร่งที่ไม่เพียงพอ! และคือเวลาที่ไม่เคยมีพอ! แต่บัดนี้...นักพรตพเนจรผู้นี้ได้มอบ "เวลา" ให้แก่เขาแล้ว! มันคือของขวัญที่ล้ำค่ายิ่งกว่าสมบัติเทวะใดๆ!
ด้วยสถานที่แห่งนี้...เขาสามารถรักษาเซี่ยหนิงฉางให้หายขาดได้...เขาสามารถทำความเข้าใจกับพลังัของตนเองได้อย่างลึกซึ้ง...เขาสามารถฝึกฝนเคล็ดกายาวชิระและก้าวไร้เงาได้จนชำนาญ...และที่สำคัญที่สุด...เขาสามารถดูดซับพลังงานมหาศาลจาก "หัวใจแก่นปฐี" เพื่อทะลวงระดับพลังของตนเองให้ก้าวะโ!
เขามองไปยังเซี่ยหนิงฉางที่นอนหลับใหลอยู่...แล้วมองไปยังประตูหินที่ปิดตาย...รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขาเป็ครั้งแรกนับั้แ่สำนักของเขาถูกทำลายลง
มันคือรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวัง...และความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
"ตำหนักเจ็ดดาว...พรรคมารอสูรโลหิต..." เขากระซิบกับตัวเองเบาๆ
"พวกเ้าจงรอไปก่อนเถอะ...รอวันที่ข้าได้เปิดประตูบานนี้ออกไป...วันนั้น...จะเป็วันที่พวกเ้าต้องชดใช้!"
เขาเดินกลับไปนั่งลงข้างกายของเซี่ยหนิงฉาง เริ่มต้นโคจรลมปราณเพื่อฟื้นฟูพลังของตนเองอย่างเงียบงัน
การปิดด่านบำเพ็ญเพียรครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...ในสุสานโบราณที่กาลเวลาไหลผ่านช้ากว่าโลกภายนอก
(จบตอนที่ 8)