“ข้าขอถามอะไรท่านหน่อยได้ฤาไม่”
“สงสัยสิ่งใด”
“เมื่อแม่นางไป่หลานหาได้เป็ลูกสาวแท้ ๆ ของใต้เท้าตงซัน เช่นนี้แล้วลูกสาวแท้ ๆ ของเขาเป็ใครกันฤาเ้าคะ” ชายหนุ่มย่างเท้าเดินต่อช้า ๆ แล้วหันมายังหลันฮวา
“นางหายสาบสูญไปั้แ่เด็ก ไม่มีผู้ใดรู้ว่านางเป็ใคร ใต้เท้าตงซันและภรรยาเสียใจมาก จึงได้นำแม่นางไป่หลานมาดูแล รักและทะนุถนอมดังลูกแท้ ๆ ของตัวเอง ข้าไม่รู้รายละเอียดมากนัก”
“เช่นนี้เอง สายตาของแม่นางไป่หลานจึงดูเศร้าตลอดเวลา นางกำลังน้อยใจในวาสนาของตัวเอง เหมือนกับข้า...” หลันฮวาหลุบตาต่ำลงแล้วหวนนึกเห็นใจไป่หลาน ก่อนหวงซีเหรินจะหันมาจับมือนางอีกครั้ง แล้วพาเดินกลับจวนไป ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่านมือบางถูกเขากำไว้แน่น หญิงสาวกลืนน้ำลายแล้วเลื่อนสายตามองมือน้อย ๆ ของตัวเอง
“หัวใจข้าเต้นแรงเพราะเขาอีกแล้ว” นางยกมือขึ้นทาบอกซ้าย แล้วรอบคิดในใจอย่างเงียบ ๆ
“ยุ่งแต่เื่ของผู้อื่น เื่ของตัวเองยังเอาไม่รอด” เขาพูดออกมาขณะที่กำมือนางไว้แน่น หญิงสาวก้าวเท้าเดินตามโดยไม่โต้แย้ง มือข้างหนึ่งถูกเขากำไว้ หากแต่มืออีกข้างก็ยกของเล่นไม้ไผ่อันน้อยขึ้นมาลู่ลมอย่างมีความสุข
หวงซีเหรินจูงมือนางกลับเข้ามายังจวนตระกูลหวง มุ่งตรงไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งบริเวณนั้นจะมีลมพัดผ่าน ให้ของเล่นของหลันฮวาหมุนตลอดเวลา ชายหนุ่มปล่อยมือหญิงสาวแล้วนั่งลงยังเก้าอี้ไม้ด้านข้าง พลางทอดสายตาไปยังเบื้องหน้า ที่มีเหล่าบ่าวไพร่กำลังปลูกผักกันอย่างขยันขันแข็ง ก่อนจะเลื่อนสายตามองตรงไปยังหญิงสาวที่เอาแต่จับจ้องไปยังของเล่นในมือ
“พรุ่งนี้เราต้องเดินทางเข้าเมืองหลวงแล้ว ในนั้นมีสิ่งแปลกตามากมายที่เ้าไม่เคยเห็น รับปากข้าได้ฤาไม่ว่าจะไม่ซุกซนจนก่อเื่ให้เป็ที่ขุ่นข้องหมองใจของผู้ใด” หลันฮวาวางของเล่นในมือลง แล้วเบี่ยงกายมานั่งด้านข้างเขา สายลมพัดผ่านให้ผมของนางสยายออก กลิ่นหอมอ่อน ๆ มาปะทะที่ปลายจมูกของชายหนุ่มจนไม่อาจละสายตาจากนางได้
“ข้าจะเชื่อฟังท่าน” คำพูดของหญิงสาวทำให้หวงซีเหรินยื่นหน้ามาใกล้นาง
“สัญญากับข้าสิ”
“ข้าสัญญาว่าจะเชื่อฟังท่าน จะไม่ซุกซน จะไม่ก่อเื่ จะเป็คนรักของท่านให้ดีที่สุด แต่...”
“แต่อะไร”
“ข้าหวั่นใจตลอดเวลา เมื่อรู้ว่าคุณชายคือคนที่องค์หญิงสามหมายปอง ข้าตัวเปล่า มือเปล่า หากนางอยากได้ท่านขึ้นมาจริง ๆ สั่งปะาข้าแล้วแต่งตั้งท่านเป็สามีของนาง เช่นนี้แล้วข้าจะทำเช่นใด”
“เมื่อรู้เช่นนั้นแล้ว ก็อย่าออกห่างจากตัวข้า เข้าใจฤาไม่” หลันฮวากลืนน้ำลายแล้วพยักหน้า ก่อนที่หวงซีเหรินจะเบี่ยงหน้าไปทางอื่นพลางแอบปล่อยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
ภายในคุกหลวงที่ตั้งอยู่ปลายสุด ในจวนผู้ว่าของใต้เท้าตงซัน ยายฝูและเฒ่าเกอไห่ยังคงถูกกุมขังอยู่ที่นั่น ชายชราเอาแต่คร่ำครวญเรียกร้องถามหาแต่ความอิสระของตัวเอง ก่อนที่หญิงชราจะหันมาดุเขาด้วยน้ำเสียงรำคาญ
“เ้าร้อง ให้ได้อันใดขึ้นมา เมื่อไหร่เ้าจะเงียบปาก ข้าหนวกหูยิ่งนัก”
“เพราะเ้าทีเดียว ที่ทำให้ข้าต้องตกในสภาพเช่นนี้” ชายชราเถียงกลับอย่างฟูมฟาย
“ใช่เพราะข้า...ข้าทำเลวร้ายสารพัดต่อนาง ข้าอยู่ในนี้มันก็สมควรแล้ว” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกผิด ก่อนที่ชายชราจะเขย่ากรงขัง แล้วทอดสายตามองตรงมายังยายฝู
“แต่ข้าไม่เกี่ยว เพราะเ้าเอานางมาขายให้กับข้า หากข้าไม่รับไว้ ข้าก็คงไม่ต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ เหตุใดเ้าจึงโง่นัก ดูไม่ออกว่านางเป็ถึงลูกสาวของใต้เท้าตงซัน เหตุใดจึงโง่เช่นนั้น” คำต่อว่าของเฒ่าเกอไห่ ยิ่งตอกย้ำความช้ำใจของยายฝู
“หากข้าเลี้ยงดูนางให้ดี..นางคงไม่ต้องอยู่ในสภาพน่าเวทนาเช่นนั้น นางไม่ควรอยู่กับคนเช่นข้า นางควรมีชีวิตที่สุขสบายเป็คุณหนูอยู่ในจวนผู้ว่า ไปที่ใดก็มีแต่คนนับหน้าถือตา แต่เพราะข้า เพราะลูกสาวของข้าที่โลภมาก จึงทำเื่ไม่ควรเช่นนั้นขึ้นมา”
“คนโง่ เพราะเ้าคนเดียวทำให้ข้าต้องติดคุก ข้าอยู่ของข้าดี ๆ แท้ ๆ เชียว” เฒ่าเกอไห่โวยวายเสียงดัง ก่อนที่ยายฝูจะนึกบางอย่างได้ นางปาดน้ำตาแล้วทอดสายตามองตรงไปยังชายชราที่คร่ำครวญอยู่ด้านหน้า
“แล้วเหตุใด หลันฮวาจึงต้องหนีไปจากเ้าด้วย เ้าทำอันใดนาง” เฒ่าเกอไห่ชะงักนิ่งในทันที พลางเบี่ยงหน้าหลบไปทางอื่น ทุกอย่างในคุกนั้นเงียบสนิทเพราะชายชราปิดปากเงียบ
“เหตุใดจึงเงียบ บอกข้ามา หลันฮวาหนีไปด้วยเหตุใด” ยายฝูเค้นเขา ก่อนที่เฒ่าเกอไห่จะรีบเอนกายลงนอนด้วยกลัวในความผิด ที่คิดลวนลามนาง
“ไอ้เฒ่าเกอไห่ ข้าถามเ้าเหตุใดจึงทำไม่รู้ไม่ชี้ ไอ้เฒ่าเกอไห่ตอบข้าสิ” เสียงของยายฝูดังลอดออกไปด้านนอก จนทำให้ทหารที่เฝ้าอยู่ รีบรุดมาตรวจสอบ หลังพบว่าเสียงนั้นมาจากหญิงชราเหล่าทหารจึงทำการตีกรงเหล็กของนาง
“เงียบ ๆ ห้ามส่งเสียงดัง หาไม่แล้วจะเจอโทษหนัก” ยายฝูเงียบปากนิ่งหลังจากถูกผู้คุมดุ หญิงชรากำมือแน่นเมื่อสงสัยการกระทำของเฒ่าเกอไห่ที่ทำทีนอนหันหลังให้
“ไอ้เฒ่าเกอไห่ อย่าให้รู้ว่าเ้าคิดทำชั่วช้ากับนาง นางจึงหนีไป” ชายชราทำสายตาเลิ่กลั่ก พลันหลับตาทำไม่ได้ยินเสียงของหญิงชราที่พูดขู่ไว้
เช้าวันรุ่งขึ้นรถม้าของหวงซีเหรินและหลันฮวาถูกอู่เจ๋อและเหล่าบ่าวไพร่ได้ตระเตรียมไว้ให้เรียบร้อยดีแล้ว ไป๋เยี่ยนและหวงเฉิงเซ่อยืนมองทั้งคู่ที่เดินออกมาจากจวนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ซีเหริน เ้าแน่ใจแล้วฤาว่าจะไม่นำอู่เจ๋อไปด้วย หากเกิดเหตุไม่คาดฝันผู้ใดจะช่วยเ้า” หวงเฉิงเซ่อเอ่ยถาม ก่อนที่ชายหนุ่มจะแย้มยิ้มออกมา
“ให้อู่เจ๋ออยู่ดูแลท่านพ่อกับท่านแม่เถิด ข้าไปไม่นานก็จะกลับ เพียงแค่ไปทูลอธิบายต่อองค์ฮ่องเต้ให้เข้าพระทัยก็พอ ส่วนเื่อื่น ไม่น่าจะมีอะไรที่ต้องเป็ห่วง”
“ข้าทำอาหารไว้ให้เ้าสองคนกินกลางทาง จะได้ประทังหิวได้บ้าง” ไป๋เยี่ยนยื่นห่อข้าวให้กับหลันฮวา ก่อนที่นางจะเอื้อมมือมารับไว้พร้อมรอยยิ้มอ่อน
“ท่านแม่กับท่านพ่อดูแลตัวเองด้วยนะเ้าคะ ส่วนข้าจะดูแลคุณชายซีเหรินอย่างดี” หลันฮวาพูดก่อนที่หวงเฉิงเซ่อจะเดินเข้ามาจับมือนางไว้ด้วยความเมตตา
