เพียงเสี้ยววิถัดมา ต้าเป่าก็ตาแดงก่ำร้องไห้เสียงดัง
“ฮือๆ …พี่สาวแสนสวย แม่ข้าตายแล้วใช่ไหม?”
เสิ่นม่าน “?”
ต้าเป่าร้องไห้ฟูมฟายสะอึกสะอื้น
“ฮือๆ …ท่านลุงหนิงบอกว่าเพื่อช่วยข้า ท่านแม่เลยเข้าไปในค่ายโจรตามลำพัง ก่อนตายนางฝากให้ท่านมาดูแลข้าหรือ? ได้โปรดท่านพาข้าไปส่งนางเป็ครั้งสุดท้ายได้หรือไม่?”
เสิ่นม่านพูดไม่ออก “ข้าขอบใจเ้า แต่ข้าอายุเพิ่งจะยี่สิบต้นๆ เ้าก็รีบอยากส่งข้าจากไปเสียแล้ว”
สมกับเป็ลูกชายแสนดีของแม่ ช่างกตัญญูนัก
เอ่อ… เสียงนี้เหมือนกับท่านแม่เหลือเกิน ต้าเป่าเงยหน้าขึ้นพร้อมทั้งน้ำตาและจ้องมองเสิ่นม่าน สีหน้ามึนงงสับสนเล็กน้อย
เสิ่นม่านยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้เขาและเอ่ยอย่างรำคาญใจ
“ยังจะร้องไห้อีก? เหตุใดจึงไม่ดีใจแทนข้า? แม่เ้าลดความอ้วนสำเร็จแล้ว ไม่คุ้นชินสินะ? ต้าเป่าซื่อบื้อ!”
ฮือๆๆ คือท่านแม่จริงๆ! ต้าเป่าโผเข้าหาอ้อมกอดนางและร้องไห้จ้า
“ท่านแม่! ข้าคิดว่าจะไม่ได้เจอท่านอีกแล้ว… ต้องโทษต้าเป่าที่ไม่เชื่อฟังและออกมาข้างนอก ทำให้ท่านแม่ต้องห่วง ฮือ…”
“เอาล่ะๆ ไม่โทษเ้า ทุกคนก็ยังอยู่ดีไม่เห็นหรือ? รอฟ้าสาง แม่จะพาเ้ากลับหมู่บ้าน พี่เสี่ยวตงกับพี่เสี่ยวหลานรอเราอยู่ที่บ้าน!”
เสิ่นม่านลูบหลังปลอบเด็กน้อย ทว่าพอได้ยินเขาเช็ดน้ำมูกบนเสื้อตนเองก็เริ่มรังเกียจ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ขืนยังเช็ดน้ำมูกบนเสื้อข้า ข้าจะ… ข้าจะปาดน้ำมูกใส่หน้าเ้า!”
“ฮือ… ท่านคือแม่ข้าจริงๆ ด้วย ฮือๆ …”
เด็กน้อยร้องหนักกว่าเดิม
……
เสิ่นม่านใจร้อนอยากรีบกลับไปหาหลานๆ ในหมู่บ้าน จึงไม่ได้รอขบวนใหญ่ของจางหงอี้ นางพาบุตรชายกลับพร้อมกับหนิงโม่
่เวลาประมาณเที่ยงวัน คนทั้งหลายก็มาถึงปากทางหมู่บ้าน
มองเห็นคังต้าลี่จากที่ไกลๆ เขาถือฉมวกจับปลาอันใหญ่ในมือและยืนรออยู่ตรงคันนาที่ปากทางหมู่บ้าน
เมื่อเห็นต้าเป่ากับเสิ่นม่านบนหลังม้า ต้าลี่โยนฉมวกทิ้งและวิ่งหน้ายิ้มมาหา
“เ้านายกลับมาแล้ว! พาต้าเป่ากลับมาด้วย! มิน่าเช้านี้มีนกกางเขนมาร้องที่บ้านแต่เช้า ชุ่ยฮัวจึงให้ข้ามารอที่ปากทางหมู่บ้านเผื่อว่าพวกท่านจะกลับมา นี่ก็กลับมาจริงๆ!”
เสิ่นม่านลงจากหลังม้า ต้าลี่รับตัวต้าเป่าไป จับเด็กไปหอมแก้มหลายที
“ต้าเป่า! เ้าทำพวกเราเป็ห่วงแทบแย่! ไม่าเ็ใช่หรือไม่?”
ต้าเป่าโดนหนวดทิ่มจนจั๊กจี้ ถึงกับหัวเราะเอิ๊กอ๊าก “ท่านอาต้าลี่ ข้ามีท่านแม่กับท่านลุงหนิงปกปัก ข้าไม่เป็ไร!”
หนิงโม่เตือนจากด้านข้าง “ปกป้องต่างหาก”
พอสองคนนี้จากไป เสิ่นม่านก็มองหนิงโม่อย่างหน่ายใจ ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด เริ่มต้นฤดูใบไม้ผลินี้จะต้องส่งเด็กๆ ไปเรียนที่สำนักศึกษา หากกล้าเกียจคร้านจะไม่ให้กินข้าว!
กลับถึงบ้านที่เฝ้ารอมาแสนนาน ยังไม่ทันได้เข้าประตู เด็กน้อยสองคนที่เหลือก็กรูกันมาดั่งพายุ เสี่ยวตงกับเสี่ยวหลานกอดขาของเสิ่นม่านคนละข้าง เด็กทั้งสองดีใจจนะโโลดเต้น
“เย่ๆ ท่านอากลับมาแล้ว! ท่านคือแบบอย่างของข้า ถึงขั้นจัดการค่ายโจรูเาตามลำพัง!”
เสิ่นม่าน “…” เกิดอะไรขึ้น เหตุใดนางถึงรู้?
เสี่ยวตงสีหน้าเลื่อมใสศรัทธา “ต่อไปข้าจะฝึกฝนจากท่านอา กล้าหาญ มีกลยุทธ์ และรูปโฉมงามสง่า! ข้าจะเป็ผู้ผดุงธรรมที่แกร่งกล้า!”
เสิ่นม่าน: ไม่จำเป็
นางส่งสายตาไปทางหนิงโม่อย่างสับสน หนิงโม่ยิงสายตาคาดโทษไปทางเยี่ยนชี
เยี่ยนชีหน้าแดงและเกาศีรษะ “คือว่า เช้านี้ใต้เท้าจางส่งข่าวทางนั้นมา ข้าจึงบอกข่าวให้เด็กๆ รู้บ้างเล็กน้อย”
เล็กน้อยเนี่ยนะ? เสิ่นม่านกลอกตาใส่เขาและจัดแจงความคิดเด็กๆ ใหม่
“ข้าไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่พวกเ้าคิด พวกโจรเ้าเล่ห์เพทุบาย เราสิ้นเปลืองพลังในการปราบโจรมากนัก ดังนั้นพวกเ้าอย่าคิดว่าการเป็วีรบุรุษมันง่ายดาย และไม่ต้องเอาชีวิตของตนเองไปเสี่ยง”
“ทราบแล้ว ท่านอา”
“ทราบแล้ว ท่านแม่”
เด็กทั้งสามตอบอย่างพร้อมเพรียง เสิ่นม่านถึงวางใจ
ชุ่ยฮัวทำของอร่อยเต็มโต๊ะรอพวกเขา เสิ่นม่านเร่งเดินทางมาครึ่งวันและหิวพอดี
นับั้แ่มื้อส่งท้ายปีจนถึงตอนนี้ ทั้งครอบครัวเพิ่งได้กินอาหารอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันเป็ครั้งแรก
กลุ่มโจรอาละวาดสร้างความเสียหายให้กับหมู่บ้านไม่น้อย มีเพียงโรงงานสกุลเสิ่นที่ยังอยู่ดีสมบูรณ์ ต้องยกความดีให้ระบบรักษาความปลอดภัยของเสิ่นม่าน
จวบจน่บ่าย มีเสียงร้องไห้ดังมาจากปากทางหมู่บ้าน เสิ่นม่านกับเด็กๆ ออกไปดู ซึ่งก็คือหญิงสาวในหมู่บ้านที่ถูกลักพาตัวไปบนเขา
ครอบครัวที่โชคดีและยังมีชีวิตอยู่ต่างก็โอบกอดบุตรีของตนร้องไห้อย่างเศร้าโศก มีเพียงหญิงสาวไม่กี่คนที่ไร้ซึ่งครอบครัว พวกนางได้แต่ยืนสับสนมองไปรอบด้าน น้ำตาหลั่งรินลงมาเงียบๆ
“ท่านแม่ เหตุใดพวกนางจึงถูกใต้เท้าจางส่งกลับมา?” ต้าเป่าเอียงคอ มองดูภาพที่น่าเศร้านี้รู้สึกเ็ปใจ
“พวกนางถูกโจรลักพาตัวไปเป็หญิงในค่ายโจร ตอนนี้ค่ายโจรไม่มีแล้ว พวกนางก็ต้องกลับมาที่นี่”
เสี่ยวตงที่เคยอยู่ในหอนางโลมอิ๋งชุนมาก่อน ย่อมรู้ดีว่าหญิงสาวเ่าั้ต้องเผชิญกับอะไรมาบ้าง
เขากำหมัดเล็กๆ ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว “ข้าจะต้องแข็งแกร่งและปกป้องท่านอากับน้องๆ ให้ดี!”
หากมีคนกล้ารังแกคนในครอบครัวเขา แม้ตายก็จะคลานออกจากหลุมมาสังหารคนชั่วนั่น!
เสิ่นม่านหลุบตาลงและลูบผมของเสี่ยวตงเบาๆ
“พวกนางล้วนเป็ผู้บริสุทธิ์ เราคือคนหมู่บ้านเดียวกัน ต่อไปหากพวกนาง้าความช่วยเหลืออะไร พวกเ้าต้องพยายามช่วยเหลือพวกนางให้เต็มที่ เข้าใจหรือไม่?”
เกิดเป็สตรีในยุคนี้ก็มีอุปสรรคไม่น้อยอยู่แล้ว ยังจะโดนพวกเดรัจฉานเ่าั้ทำลายอีก
“ทราบแล้ว!” เด็กสามคนตอบอย่างพร้อมเพรียง
เสิ่นม่านไม่อยากดูภาพนี้ต่อจึงเตรียมพาเด็กๆ กลับเข้าบ้าน
“แม่นางเสิ่น เ้ารอก่อน!”
เสียงควบม้าดังขึ้นจากด้านหลัง เสิ่นม่านหันหลังและเห็นเ้าหน้าที่ทางการคนหนึ่งลงจากหลังม้า แล้วมอบห่อผ้าที่หนักอึ้งให้แก่นาง
“ใต้เท้าจางวานให้ข้านำมามอบให้ บอกว่าเป็ของรางวัลตอบแทนที่เ้าช่วยปราบโจรในครั้งนี้”
พูดจบก็ยื่นของที่ห่อด้วยผ้าสีแดงให้นางอีกห่อ และอธิบาย
“เดิมทีที่ว่าการสมควรต้องจัดการป่าวประกาศเชิดชูเกียรติคุณให้แก่ผู้ที่เสียสละ แต่เ้าคือสตรี กลัวจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของเ้า ใต้เท้าจึงให้เราทำแบบเงียบๆ เพียงนำของมามอบให้เ้า”
เสิ่นม่านถือห่อในมือทั้งสองห่อด้วยความงุนงงพร้อมกะพริบตาปริบๆ “เช่นนั้น… ขอบคุณเ้าหน้าที่ท่านนี้ด้วย”
“มิเป็ไร ครั้งหน้าหาก้าความช่วยเหลือจากทางเรา ขอเพียงเ้าเอ่ยคำเดียว”
เ้าหน้าที่มาและจากไปอย่างเร่งรีบ
เสิ่นม่านและที่เหลือกลับเข้าบ้าน เด็กๆ เร่งเร้าให้นางรีบเปิดห่อผ้าออกดูอย่างทนรอไม่ไหว
เสิ่นม่านเปิดห่อที่หนักก่อน ด้านในคือเงินก้อนสี่ก้อน ก้อนละห้าสิบตำลึง ทั้งหมดสองร้อยตำลึง
ว้าว ความกล้าหาญยังได้รับรางวัล ระบบของแคว้นฝูเหลียงถือว่าไม่เลวเลยแฮะ
เสิ่นม่านเปิดห่อสีแดงอย่างเต็มเปี่ยมด้วยความหวัง ท่าทางสงสัยใคร่รู้
มันคือธงผ้าไหมมงคล
ข้อความบนธงเขียนว่า: เสิ่นม่านเหนียงราษฎรผู้กล้า ยืนหยัดทำสิ่งถูกต้อง มากด้วยสติปัญญาอันหลักแหลม!
-----
