บทที่ 8 คืนคลุ้มคลั่ง
เสียงะเิกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณโกดังร้างย่านชานเมือง เปลวเพลิงสีส้มแดงลุกโชนขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนราวกับลิ้นของอสูรกายที่กำลังแลบเลียความมืดมิด ควันไฟหนาทึบพวยพุ่งผสมปนเปไปกับกลิ่นดินปืนและกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศ
"ฆ่าพวกมันให้หมด! อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!"
เสียงคำรามของ ั ดังก้องแข่งกับเสียงปืนกลมือ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำที่บัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยเืของศัตรู (และของตนเองบางส่วน) เดินฝ่าดงะุเข้ามาดั่งมัจจุราช ั์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า
เขาไม่ได้มาเพื่อเจรจา... เขามาเพื่อล้างบาง
อีกด้านหนึ่งของโกดัง ภายในห้องเก็บของเก่าที่มืดสลัวและอับชื้น วาโย กำลังขดตัวสั่นระริกอยู่หลังกองลังไม้เก่าๆ ร่างกายของเขาเปียกปอนไปด้วยน้ำเย็นและเหงื่อกาฬที่แตกพลั่ก ใบหน้าหวานที่เคยขาวซีดบัดนี้แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก ลมหายใจหอบกระเส่าหนักหน่วงจนน่ากลัว
"แฮ่ก... อื้อ..."
วาโยกัดแขนตัวเองแน่นเพื่อกลั้นเสียงคราง ความเ็ปจากฟันที่จมลงในเนื้อไม่อาจเทียบได้เลยกับความทรมานที่กำลังกัดกินเขาจากภายใน ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่ไอ้สารเลวพวกนั้นฉีดใส่ กำลังทำลายระบบภูมิคุ้มกันของโอเมก้ายีนด้อยจนพังทลาย
กำแพงที่เขาเพียรสร้างมาตลอดชีวิตได้พังครืนลงแล้ว
กลิ่นหอมเย็นเยือกแต่หวานล้ำลึกของ ดอกราตรี ที่เคยซ่อนเร้น บัดนี้ะเิออกมาอย่างรุนแรงตามจังหวะชีพจรที่เต้นรัวราวกองศึก มันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ผสมกับกลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็ก สร้างบรรยากาศที่ยั่วยวนจนน่าขนลุก
วาโยหนีรอดจากวงล้อมมาได้ใน่ชุลมุนตอนที่ะเิลูกแรกทำงาน แต่ขาแข้งที่อ่อนแรงทำให้เขาหนีไปได้ไม่ไกล ร่างกายร้อนผ่าวเหมือนมีลาวาไหลเวียนอยู่ในเส้นเื ช่องท้องบิดมวนด้วยความ้าที่เขาไม่เคยรู้จัก
"ร้อน... ทรมาน... พี่ั..."
จิตใต้สำนึกของเขาร้องเรียกหาคนเพียงคนเดียว... คนที่เป็ทั้งเ้าหนี้ เ้าชีวิต และ... เ้าของหัวใจ
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงรองเท้าหนังราคาแพงย่ำลงบนพื้นปูนที่เต็มไปด้วยเศษกระจกและปลอกะุ เสียงฝีเท้านั้นหนักแน่น มั่นคง และคุ้นเคยจนวาโยน้ำตาไหลพราก
"วาโย..."
เสียงทุ้มต่ำที่เรียกชื่อเขาไม่ได้ตะคอก ไม่ได้ดุดันเหมือนทุกครั้ง แต่มันสั่นพร่าและเจือไปด้วยความหวาดกลัว กลัวว่าจะมาช้าไป
ัหยุดยืนอยู่กลางห้องเก็บของ จมูกโด่งสูดดมกลิ่นอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปทันทีที่ก้าวเข้ามา กลิ่นดินปืนของเขาปะทะเข้ากับกลิ่นดอกไม้ราตรีที่หอมรุนแรงจนแทบสำลัก
ความจริงกระแทกหน้าเข้าอย่างจัง...
เด็กสถาปัตย์แว่นหนาเตอะที่เขาคิดว่าเป็เบต้ามาตลอด แท้จริงแล้วคือ โอเมก้า และกำลังอยู่ใน่ ฮีท (Heat) ที่รุนแรงที่สุด
"อยู่ไหน..."
ัคำรามต่ำ พยายามคุมสติไม่ให้เตลิดไปกับกลิ่นยั่วยวนนั้น
"วาโย! ออกมาหาพี่!"
"อึก... ทางนี้..."เสียงตอบรับแ่เบาดังมาจากมุมห้อง ัพุ่งตัวเข้าไปทันที ภาพที่เห็นทำเอาหัวใจแกร่งกระตุกวูบ
วาโยนอนขดตัวอยู่บนพื้นสกปรก เสื้อผ้าขาดวิ่นเผยให้เห็นผิวเนื้อแดงจัดที่เต็มไปด้วยรอยถลอก แววตาที่เคยดื้อรั้นบัดนี้ฉ่ำเยิ้มและล่องลอย มือเรียวกำลังจิกทึ้งเสื้อตัวเองเพื่อระบายความร้อน
"วาโย!"
ัทิ้งปืนในมือ ถลากเข้าไปประคองร่างเล็กขึ้นมาแนบอก ทันทีที่ผิวเนื้อัักัน วาโยก็สะดุ้งเฮือก ร่างกายตอบสนองต่อฟีโรโมนของ True Alpha อย่างรุนแรง"พี่ั... ฮึก... ร้อน... มันร้อนไปหมด..."
วาโยเริ่มร้องไห้โฮ สติสัมปชัญญะขาดผึง มือไม้ปัดป่ายไปตามแผงอกแกร่งอย่างควบคุมไม่ได้
"ชู่ว... พี่อยู่นี่แล้ว ปลอดภัยแล้ว"
ักัดฟันแน่น ข่มกลั้นอารมณ์ดิบที่ถูกกระตุ้นด้วยกลิ่นฟีโรโมนของคนในอ้อมแขน เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกที่เปื้อนเืออก แล้วคลุมร่างวาโยไว้อย่างมิดชิด
"เราต้องออกไปจากที่นี่... เดี๋ยวนี้"
ัช้อนร่างของวาโยขึ้นในท่าเ้าสาวอย่างง่ายดาย แม้จะาเ็จากการต่อสู้แต่พละกำลังของเขากลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย กลับกัน แรงขับดันจากสัญชาตญาณการปกป้องคู่ครองทำให้เขาทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
"นายครับ! ทางสะดวกแล้วครับ แต่ตำรวจกำลังมา!"
ลูกน้องคนสนิทวิ่งเข้ามารายงานหน้าตาตื่น
"เอารถมาเทียบหน้าโกดัง! กูจะขับเอง!"
ัสั่งเสียงเฉียบขาด ก่อนจะพาวาโยก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ตลอดทางเดินที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและร่างไร้ิญญาของศัตรู วาโยในอ้อมแขนัดิ้นพล่านด้วยความทรมาน ฤทธิ์ยามันรุนแรงเกินกว่าร่างกายที่ไม่เคยผ่านมือชายจะรับไหว
"อื้อ... เจ็บ... ตรงนั้น... มันปวด..."
วาโยซุกหน้าลงกับซอกคอของั ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอแกร่ง ลิ้นเล็กๆ เผลอไล่เลียผิวเค็มปร่าของัโดยไม่รู้ตัว
"ซี๊ดดด... วาโย อย่าเลีย..."
ัครางต่ำ สันกรามปูนโปนขบกันจนได้ยินเสียงกรอด เขาต้องใช้ความอดทนระดับพระเ้าเพื่อไม่ให้จับคนตัวเล็กกดลงกับพื้นแล้วกระทำย่ำยีตรงนี้
เพื่อให้วาโยสงบลง ักระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น มือหนาข้างหนึ่งที่โอบประคองแผ่นหลังบางสอดเข้าไปใต้เสื้อสูท ลูบไล้แผ่นหลังที่ชื้นเหงื่อขึ้นลงช้าๆ หวังจะปลอบโยน
แต่ทว่า... ััจากฝ่ามือร้อนระอุของอัลฟ่ากลับกลายเป็เหมือนเชื้อเพลิงที่ราดลงบนกองไฟ
"อ๊า!..."
วาโยแอ่นกายรับัันั้นทันที เสียงครางกระเส่าหลุดลอดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความเสียวซ่านแล่นปราดจากจุดที่ถูกััไปรวมกันที่ท้องน้อย
"พี่ั... อย่าแกล้ง... อื้อออ... ช่วยด้วย... ช่วยวาโยด้วย..."
วาโยผวากอดรอบคอัแน่น ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองด้วยแววตาเว้าวอนและฉ่ำปรือ ริมฝีปากบวมเจ็บเผยอออกเชิญชวนอย่างยั่วยวนที่สุดเท่าที่ัเคยเห็น
"ร้อน... ไม่ไหวแล้ว... เอา... เอาเข้ามา..."
คำพูดไร้เดียงสาแต่มีความหมายลึกซึ้งในสถานการณ์ล่อแหลม ทำเอาเส้นความอดทนของัตึงเปรี๊ยะราวกับสายพิณที่กำลังจะขาด
เขาหยุดเดินชั่วขณะ ท่ามกลางความมืดและเสียงไซเรนที่ดังแว่วมา ัก้มลงมองคนในอ้อมแขน แววตาเปลี่ยนจากความห่วงใยเป็ความปรารถนาที่มืดดำและลึกล้ำ
"ขอร้องเองนะ..."
ักระซิบเสียงแหบพร่า ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประกบจูบปิดปากช่างเจรจานั้นทันที
"อื้มมมม!"
วาโยเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะเคลิ้มตาม รสจูบของัดุดัน ร้อนแรง และเรียกร้อง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดดูดดึงลิ้นเล็กอย่างตะกละตะกลาม ราวกับจะกลืนกินเสียงครางอันน่าอายนั้นลงไปให้หมด
มือหนาที่ลูบหลังเปลี่ยนเป็บีบขยำเอวบางและสะโพกสอบอย่างมันเขี้ยว ผ่านเนื้อผ้าหนาของเสื้อสูท แรงบีบที่หนักหน่วงทำให้วาโยตัวสั่นสะท้าน ขาเรียวเกี่ยวกระหวัดรอบเอวสอบของัแน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ บดเบียดจุดกึ่งกลางกายที่เปียกชื้นเข้าหาหน้าท้องแกร่งของอีกฝ่าย
"แฮ่ก... อือ..."
เสียงจูบเฉอะแฉะดังก้องสะท้อนในความเงียบ ับดขยี้ริมฝีปากจนวาโยแทบหายใจไม่ทัน รสชาติของเืฝาดๆ และรสหวานของน้ำลายผสมปนเปกันจนมัวเมา
ัผละจูบออกเมื่อรู้สึกว่าวาโยเริ่มขาดอากาศ แต่หน้าผากยังแนบชิดกัน ลมหายใจร้อนรดรินใส่กันและกัน
"เก็บเสียงไว้..."
ัสั่งเสียงพร่า ั์ตาสะท้อนภาพใบหน้าแดงก่ำของวาโย
"เก็บไว้ร้องตอนอยู่บนเตียงกับกู... ไม่ใช่ที่นี่"
วาโยพยักหน้าหงึกหงักอย่างว่านอนสอนง่าย สติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกต่อไป เขาซุกหน้าลงกับไหล่กว้าง สูบดมกลิ่นดินปืนที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอย่างตะกละตะกลาม
ัสูดลมหายใจลึก เรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา แล้วรีบก้าวเท้าพาคนตัวเล็กเดินจ้ำอ้าวไปยังรถสปอร์ตคันใหม่ที่ลูกน้องนำมาจอดเทียบรอไว้
ประตูรถปิดลง ตัดขาดเสียงรบกวนจากโลกภายนอก แต่มรสุมลูกใหญ่ภายในรถเพิ่งจะเริ่มตั้งเค้า
ัวางวาโยลงบนเบาะข้างคนขับ รัดเข็มขัดนิรภัยให้ แต่เด็กดื้อที่กำลังฮีทกลับไม่ยอมอยู่นิ่ง มือปลาหมึกพยายามจะแกะกระดุมเสื้อเขา
"อยู่นิ่งๆ วาโย! กูต้องขับรถ!"
ัดุเสียงเข้ม แต่ฟังดูเหมือนเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่กำลังจนตรอกมากกว่า
"ไม่เอา... จะกอด... กอดหน่อย..."
วาโยงอแง น้ำตาคลอเบ้า ฟีโรโมนกลิ่นดอกราตรีฟุ้งกระจายจนระบบปรับอากาศในรถแทบจะกรองไม่ทัน
"โถ่เว้ย!"
ัสบถลั่น ทุบพวงมาลัยระบายอารมณ์ เขาเหยียบคันเร่งมิด รถสปอร์ตพุ่งทะยานออกไปในความมืดด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าสู่ 'เซฟเฮาส์' ส่วนตัวที่ตั้งอยู่ชานเมือง สถานที่เดียวที่เขาจะสามารถปลดปล่อยสัญชาตญาณและจัดการกับ 'ปัญหา' ตรงหน้านี้ได้อย่างสาสม
ตลอดระยะทาง ัต้องขับรถมือเดียว อีกมือหนึ่งถูกวาโยดึงไปกอดแนบแก้มไว้ ัเหลือบมองคนข้างกายเป็ระยะ เห็นวาโยนั่งบิดตัวไปมา กัดริมฝีปากจนเืซึม ขาเรียวเสียดสีกันด้วยความทรมาน
ภาพยั่วยวนเ่าั้กำลังทำลายความอดทนของเขาลงทีละวินาที
"ทนหน่อยวาโย..."
ักัดฟันพูด เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มใบหน้า
"อีกนิดเดียว... เดี๋ยวพี่จะช่วย จะช่วยให้หายอยากเลยคอยดู"
เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องไปตามท้องถนนที่ว่างเปล่า พาคนสองคนมุ่งหน้าสู่ค่ำคืนแห่งพันธะสัญญาที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล
กรงขังแห่งความลับได้แตกสลายลงแล้ว เหลือเพียงกรงเล็บของัที่พร้อมจะตะปบเหยื่อและตีตราจองให้เป็ของเขาแต่เพียงผู้เดียว!
*****
