บนูเาขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลเท่าไรนัก เด็กหนุ่มยืนเอามือไพล่หลัง ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยไอพลังสลัวๆ ดวงตาน้ำวนสีทองจับจ้องไปยังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างๆ แม่น้ำดารา
“นายน้อย ชุดเกราะานั้นทำมาจากดาราโบราณ คิดไม่ถึงว่าชิงอี้จวิ้นจะไม่เอาอ่าวถูกคนจับไปเสียได้” ุ์กายสีทองตนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาแผดเสียงกล่าว
“ของล้ำค่าแบบนั้นในูเา์โบราณก็ไม่ใช่ว่าจะเห็นได้บ่อยนัก นายน้อยพวกเราไปเก็บชุดเกราะกลับมาดีไหมขอรับ” ผึ้งทองคำกล่าว “อยู่ในมือของเขาแล้วช่างสิ้นเปลืองเสียจริงๆ”
“เ้ากายดารานั่นใช้ไม่ได้ เดิมทีข้าว่าจะเลี้ยงดูเพื่อที่ในภายหลังจะได้มาเป็ทหารให้ข้า คิดไม่ถึงว่าจะไร้น้ำยาถึงเพียงนี้”
เด็กหนุ่มูเา์เอ่ยเรียบๆ “ทว่ายังดีที่ตอนนี้ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของข้า พวกเ้าอย่าพึ่งไปรบกวนพวกเขา เ้าเด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์นั่นปล่อยเอาไว้ก่อนน่าจะมีประโยชน์”
ได้ยินดังนั้นุ์ร่างทองก็พลันตาเป็ประกายก่อนจะรีบกล่าวออกมาว่า “นายน้อยคนคนนั้นก็คือเด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์ที่ขโมยหนังสัตว์อสูรสีเงินไปอย่างนั้นหรือขอรับ”
“ใช่ ข้ารอเขาอยู่ที่นี่มาโดยตลอด เขาน่าจะได้นิมิตโบราณนภาครามเปล่งดารามาแล้ว หวังว่าการคาดเดาของข้าจะถูกต้อง” เด็กหนุ่มูเา์พยักหน้า
“ที่แท้ก็เป็นิมิตโบราณนั่น หรือว่านายน้อยอยากจะให้เขามาเป็ทหารรับใช้อย่างนั้นหรือ” ุ์ร่างทองเอ่ย “ทว่าข้าว่าเขาจะต้องไม่ยอมรับข้อเสนอแน่ เขาหาญกล้ามากถึงขนาดกล้าฆ่าุ์ของูเา์โบราณ หาที่ตายนัก”
“ใช่แล้วขอรับนายน้อย เ้านั่นสามหาวยิ่งนัก ถึงได้กล้ามาท้าทายพลังอำนาจของท่าน ข้าแนะนำว่าให้ฆ่าเขาทิ้งเสีย!” ผึ้งทองคำกล่าวออกมาด้วยความโกรธ
เขาส่ายหัวพลางกล่าวออกมานิ่งๆ ว่า “จะฆ่าเขาในตอนนี้นั้นยังเร็วเกินไป ข้าว่าเขาน่าจะฝึกฝนนิมิตมาได้ในระดับหนึ่งแล้ว รอเขาฝึกฝนเสร็จเมื่อไร ถึงตอนนั้นข้าจะใช้มายาลับดึงพลังบริสุทธิ์ดาราออกมา เช่นนี้จะช่วยประหยัดเวลาของข้าไปได้อีกไม่น้อย”
“อย่างนี้นี่เอง นายน้อยช่างฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก ในขั้นสถิติญญาจะมีใครสามารถประมือกับท่านได้!” ุ์ร่างทองคำรามออกมา
ข้างแม่น้ำดารา เต้าหลิงขมวดคิ้วมุ่น สายตาจ้องมองไกลออกไป เขารู้สึกว่ามีคนกำลังจ้องมองเขาอยู่
“หรือว่าข้าจะคิดไปเอง?” เต้าหลิงเกาหัว เขากวาดสายตาออกไปมองรอบๆ ทว่าก็ไม่เห็นถึงความผิดปกติ
ฝีเท้าของเต้าหลิงก้าวเดินออกไปข้างหน้าพลางหยิบขวดหยกขึ้นมา ภายในนั้นมีของเหลวดารา์อยู่สิบสามหยด ซึ่งมากพอที่จะฝึกฝนนิมิตนภาครามเปล่งดาราให้ขึ้นไปอยู่ในขั้นที่น่ากลัว
ของเหลว์แต่ละหยดนั้นได้มายากเป็อย่างมาก ภายในอุดมไปด้วยพลังดาราลึกลับ หากมันได้ผสานรวมเข้ากับนิมิตแล้ว นิมิตของเขาก็จะน่ากลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก
“เ้าหนูคนละครึ่งนะ เมื่อครู่คุยกันแล้ว อย่าเบี้ยวข้าเด็ดขาด” วิหคเพลิงบินเข้ามาด้วยความตื่นเต้นสายตาของมันจับจ้องไปที่ของเหลวดารา์ด้วยความโลภ
“เมื่อครู่ที่คุยกันเจ็ดสิบสามสิบไม่ใช่หรือ เ้านกิญญา อย่าผิดคำพูดสิ” หลินซือซือมองเขม่นไปที่มันพลางแค่นเสียงฮึ
“พระเ้า ข้าบอกตอนไหนว่าเจ็ดสิบสามสิบ ข้าบอกว่าห้าสิบห้าสิบต่างหากล่ะ เ้าอย่ามาพูดจาส่งเดช” วิหคเพลิงคำรามออกมาด้วยใบหน้าดำมืด “อย่ามาทำให้พวกข้าบาดหมางระหว่างกัน สหายข้าไม่ใช่คนที่มีผู้หญิงแล้วจะลืมมิตรสหาย”
หลินซือซือเขินอายเป็อย่างมาก นางขบฟันกรอดพลางกล่าวออกมา “เ้านกปากพล่อย”
“เ้านกบ้า เ้ารีบไปเอากระเป๋ามิติของเขามาสิ ส่วนของเหลวดารา์พวกเราค่อยๆ แบ่งกัน ในกระเป๋ามิติของชิงอี้จวิ้นจะต้องมีของล้ำค่าอยู่ไม่น้อยแน่” เต้าหลิงกล่าว
“นั่นสิ” หลินซือซือวิ่งตัดหน้าวิหคเพลิงพลางหยิบกระเป๋ามิติขึ้นมา ดวงตากลมโตแปรเปลี่ยนเป็จันทร์เสี้ยวก่อนจะยิ้มแล้วกล่าวออกมาว่า “ข้าเกือบลืมกระเป๋ามิติไปเลย ฮี่ๆ”
วิหคเพลิงแทบจะเป็ลม มันละสายตาจับจ้องไปที่ชุดเกราะดารา เมื่อเห็นว่าร่างของชิงอี้จวิ้นเริ่มกระดิกมันก็กล่าวขึ้นมาว่า “รีบไปเร็ว ข้าว่าเ้านี่กำลังจะตื่นแล้ว ชุดเกราะานั่นมันปีศาจชัดๆ ไม่ว่าทำยังไงก็ไม่แตก”
พวกเขาออกไปจากที่นี่ ก่อนที่ชิงอี้จวิ้นก็สะลึมสะลือตื่นขึ้นมาก่อนจะรีบลุกยืนขึ้นอย่างระแวดระวัง เมื่อเห็นว่าชุดเกราะยังอยู่ดีก็ถอนหายใจออกมา “โชคดีที่มีสุดยอดของล้ำค่าอยู่ ไม่เช่นนั้นครั้งนี้อันตรายแน่”
ระหว่างที่กล่าวอยู่นั้นน้ำเสียงของเขาก็ค่อยๆ เบาลง ใบหน้าเปลี่ยนสีก่อนจะรีบเอามือเลื่อนลงไปจับที่เอวเมื่อััได้ถึงความว่างเปล่าสีหน้าก็พลันบิดเบี้ยว ใบหน้ากลายเป็สีเขียวปั้ด
สีหน้าของชิงอี้จวิ้นเย็นะเืจนน่ากลัว เขาเดินเตร็ดเตร่ไปรอบๆ ฝ่ามือลูบไปที่ก้อนหิน ลูบไปที่ต้นไม้ ยิ่งก้าวเท้าเดินออกไปร่างกายก็ยิ่งสั่นเทา
ไม่มีแล้ว หมดสิ้นทุกอย่าง ของล้ำค่าที่อยู่ภายในกระเป๋ามิติไม่มีเหลืออยู่เลย รวมถึงของเหลวดารา์ด้วย
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ทว่าเสียงร้องคำรามยังแผดดังกึกก้องสนั่นทั่วฟ้าดิน น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นอำมหิตทำให้กลุ่มเหล่าสัตว์อสูรตื่นขึ้นมาด้วยร่างกายที่สั่นเทา
“น่ากลัว พลังปีศาจนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว ข้ารู้สึกได้ว่าหัวใจของข้ากำลังสั่นไหว” หนูั์ร่างทองโผล่หัวออกมาจากพื้นดิน สายตาของมันกวาดมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดผวา
“เป็แรงโทสะที่น่ากลัวมาก นี่มันวิชาปีศาจอะไรกัน ขนของข้าลุกไปทั่วร่างแล้ว”
กลุ่มสัตว์อสูรจับกลุ่มพูดคุยกันก่อนที่จะบินหายไปจากที่นี่ มันรู้สึกว่าปีศาจได้จุติลงมาแล้ว ที่นี่จะต้องเกิดความไม่สงบขึ้นเป็แน่
ภายในถ้ำที่ไกลออกไป วิหคเพลิงแผดเสียงร้องโวยวายดังขึ้นมา “ไม่ได้ ข้าจะเอาเจ็ดหยด เ้านั่นจะต้องจำข้าได้แน่ พวกเ้าสองคนยังดีมีชุดคลุมสีดำทำให้พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเ้าเป็คนทำ เ้าจะต้องชดเชยให้ข้า คนของตระกูลชิงจะต้องตามไล่ฆ่าข้าแน่ ข้าเสียเปรียบนะ”
“เ้านกโลภมาก” หลินซือซือแค่นเสียงฮึ พลางเทของที่อยู่ในกระเป๋ามิติออกมา
สมุนไพริญญายี่สิบกว่าต้นส่องแสงล้ำค่าประกายหลากสี กลิ่นหอมลอยโชยออกมา อีกทั้งยังตลบอบอวลไปด้วยพลังบริสุทธิ์
“ทำไมถึงได้มีสมุนไพริญญาเยอะขนาดนี้ เขาเอามันมาจากที่ไหน”หลินซือซืออึ้งไป ฝ่ามือเรียวยาวทาบไปที่ริมฝีปากแดงสด สมุนไพริญญาที่อยู่บนตัวของเขานั้นจะทำให้เหล่าจอมยุทธ์ที่เห็นต้องตาร้อนผ่าว
“เ้านั่นโเี้ยิ่งกว่าอะไรดี เขาฆ่าคนที่ลงไปในแม่น้ำดาราหลายคน แล้ว่ชิงของทั้งหมดมา” วิหคเพลิงรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นดี
ดวงตาที่คมดุจเหยี่ยวของมันมองไปที่หอกาดาราก่อนจะใช้กรงเล็บคว้าหอกเอาไว้แล้วแผดเสียงกล่าวด้วยความตื่นเต้น “ข้าเอาขยะล้ำค่าอันนี้ ส่วนที่เหลือพวกเ้าก็เอาไปแล้วกัน”
“นั่นมันหอกาดารา เป็ของล้ำค่าเก่าแก่ของสำนักซิงเฉิน อีกทั้งยังเป็อาวุธเต๋าระดับสูง ของสิ่งนี้คุ้มค่ามากที่สุดแล้วไม่ใช่หรือยังไง” หลินซือซือเบะปาก ทว่านางก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะอย่างไรเสีย ของสิ่งนั้นก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับนางและเต้าหลิง
“ข้าจะออกไปตรวจสอบสถานการณ์ดู ข้าอยากรู้ว่าเ้านั่นจะลงไปข้างล่างอีกหรือไม่” กล่าวจบวิหคเพลิงก็บินออกไป เพราะกลัวว่าเต้าหลิงจะมาแย่งของล้ำค่าของมัน
“หินนภาเงิน” รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเต้าหลิง เขาหยิบหินนภาเงินขนาดห้าชั่งขึ้นมา ซึ่งมันมีขนาดมากพอที่จะทำให้ทิศกายเงินขั้นที่สองของเขาพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
“โอสถิญญาฟ้า” ในตอนนั้นหลินซือซือก็ได้เปิดขวดหยกขวดหนึ่งออก ภายในนั้นมียาโอสถเม็ดสีเขียวอยู่เม็ดหนึ่ง บนยาโอสถมีอักขระลวดลายสลักเอาไว้ กลิ่นหอมที่โชยออกมาทำให้จิติญญาของนางสั่นสะท้าน
หลังจากที่หลินซือซือตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว สีหน้าของนางก็พลันเปลี่ยนสีก่อนที่จะรีบกล่าวออกมาว่า “เต้าหลิงมาดูเร็ว นี่คือโอสถิญญาฟ้า เป็ยาโอสถระดับสี่ มันสามารถใช้เปิดจักระนภาได้ นี่มันโอสถหายากที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้นะ”
ได้ยินดังนั้นสีหน้าของเต้าหลิงเองก็พลันตกตะลึงไม่แพ้กัน เขาจับจ้องไปที่โอสถสีเขียวอยู่หลายต่อหลายครั้งพลางยิ้มออกมา “ชิงอี้จวิ้นน่าจะบ้าไปแล้ว ลำพังแค่โอสถิญญาฟ้าก็มีมูลค่าสูงจนประเมินค่าไม่ได้แล้ว”
“ใช่ อีกทั้งโอสถิญญาฟ้ายังสามารถเปิดประตูจักระนภาได้อีก เป็ของล้ำค่าที่หายากมาก มันไม่ใช่สิ่งที่ยาโอสถอื่นๆ จะทัดเทียมได้” หลินซือซือพยักหน้าพลางส่งโอสถให้กับเต้าหลิง “ให้เ้าก็แล้วกัน อีกไม่นานเ้าก็จะทะลวงเข้าสู่ขั้นกำเนิดพลังแล้ว เ้าจะได้ใช้ยาโอสถนี้แน่”
เต้าหลิงส่ายหัว “ข้าใช้ของสิ่งนี้ไม่ได้ เ้าเก็บเอาไว้เถอะ”
“ใช้ไม่ได้” ริมฝีปากของหลินซือซือเผยอออก นางขบริมฝีปากสีแดงสดพลางกล่าวออกมาว่า “เ้าอยากจะเปิดจักระกำเนิดพลังอย่างนั้นหรือ”
เต้าหลิงพยักหน้า ในขั้นกำเนิดพลังจักระที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือจักระกำเนิดพลัง ถ้าเขาจะเปิดจักระก็ต้องเปิดจักระที่แข็งแกร่งที่สุด
เมื่อเห็นเขาพยักหน้าเช่นนั้น หลินซือซือก็อดที่จะกล่าวออกมาไม่ได้ว่า “เต้าหลิง เ้ารู้หรือไม่ว่าการเปิดจักระกำเนิดพลังนั้นน่ากลัวมากแค่ไหน มันไม่ใช่สิ่งที่จักระนภาจะสามารถเทียบได้เลย”
หลินซือซือรู้ว่าเต้าหลิงนั้นมีพลังที่แข็งแกร่งมาก ทว่าจักระกำเนิดพลังนั้นยากมากเกินไป เมื่อปีก่อนอู่ตี้ได้เปิดจักระกำเนิดพลังทั้งเจ็ด ทำให้ทั่วทั้งดินแดนลึกลับต้องสั่นสะท้าน ไม่สามารถที่จะจินตนาการได้ว่าระดับความน่ากลัวของมันนั้นมากขนาดไหน
อีกทั้งการเปิดจักระกำเนิดพลังนั้นยังอันตรายมากเป็อย่างยิ่ง ถ้าไม่ระวังก็จะถูกฆ่าตาย มีอัจฉริยะหลายคนที่เปิดจักระกำเนิดพลัง แต่แล้วจุดหมายปลายทางของพวกเขาก็คือความตาย
หลินซือซือเป็เด็กสาวที่ไม่เคยมีความทุกข์ นางไม่มีจุดมุ่งหมายความปรารถนาอะไรเป็พิเศษ นางแค่อยากจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเท่านั้น นางจึงไม่รู้ว่าเต้าหลิงได้แบกรับแรงกดดันที่มากมายเอาไว้
เป็ไปได้ว่าอู่ตี้น่าจะอยู่ในขั้นสูงสุดของขั้นกำเนิดพลัง เต้าหลิงเองก็ต้องไปให้ถึงจุดนั้น เพื่อที่จะประมือกับอู่ตี้
เต้าหลิงนั้นมีพื้นฐาน อีกทั้งยังน่ากลัวมากด้วย เขาฝึกฝนขั้นสถิติญญามาจนถึงขั้นสูงสุดแล้ว และขั้นกำเนิดพลังเองเขาก็จะต้องทำให้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน
กำเนิดพลังหากไม่มีจักระกำเนิดพลังแล้วจะเอาพลังมาจากที่ไหน มีเพียงจักระกำเนิดพลังเท่านั้นถึงจะเป็แก่นพลังที่แท้จริงของขั้นพลังนี้
