นางเซี่ยกึ่งวิ่งกึ่งเดินย้อนกลับไปทางเดิม ก่อนจะต้องเดินขึ้นเขาที่สูงไปอีกเล็กน้อย เพื่อตามสามีไปช่วยหลานทั้งสองเก็บสมุนไพรล้ำค่า ถึงแม้จะรู้สึกเหนื่อยไม่น้อยแต่ไม่อาจหยุดฝีเท้าได้
ด้านจางเจิ้นที่วางกับดักสัตว์เสร็จก็คิดจะไปช่วยภรรยากับหลาน ๆ หากเก็บฟืนได้มากค่อยกลับมาดูว่ามีสัตว์มาติดกับดักหรือไม่ เพียงแค่เดินลงเขามาได้ไม่เท่าไหร่ก็เห็นภรรยาของตนปรากฏอยู่ตรงหน้า
“อาเอิน ๆ เหตุใดเ้าถึงมาที่นี่แล้วหลานทั้งสองล่ะ” จางเจิ้นะโเรียกภรรยาและถามถึงหลาน ๆ ของตน
แฮ่ก ๆ ๆ “ท่านพี่ ๆ รีบตามข้าไปด้านที่เคยเก็บผักป่าเร็วเข้าเถิดเ้าค่ะ”
“อาเอินเ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร หรือว่าหลานของข้า...”
“โธ่ ท่านพี่ท่านอย่าเพิ่งคิดไปในทางร้ายสิ ที่ข้าบอกให้รีบไปที่นั่นเป็เพราะได้พบเจอโชคครั้งใหญ่ต่างหากล่ะ”
จางเจิ้นขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัยในคำพูดของภรรยา พวกเขาขึ้นมาหาของป่าและล่าสัตว์อยู่บ่อย ๆ ไหนเลยจะมีโชคลาภอย่างนางกล่าวมา
“โชคครั้งใหญ่อันใดหรืออาเอินเ้าพูดมาให้กระจ่างกว่านี้ได้หรือไม่ ข้ายังไม่เข้าใจว่าเ้าหมายถึงอันใดกันแน่”
นางเซี่ยหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นได้ให้คำตอบกับสามี “ท่านพี่ฟังให้ดี ๆ นะเ้าคะ โชคใหญ่ที่ว่าเป็เพราะซีซีเจอสมุนไพรล้ำค่าอย่างไรล่ะ”
“สะ สะ สมุนไพรล้ำค่าเช่นนั้นหรือ อาเอินนี่ไม่ใช่เื่ที่จะเอามาพูดล้อเล่นได้นะ”
“ฮึ่ย ถ้าท่านไม่เชื่อก็ตามข้าไปดูให้เห็นกับตาตนเองเถิด ข้าจะกลับไปไปช่วยซีซีกับหานเอ๋อร์ขุดสมุนไพรแล้ว หากยังชักช้าเกิดมีใครมาเห็นเข้าจะเป็อันตรายเอาได้” นางเซี่ยไม่อยากเสียเวลาอธิบายเื่นี้กับสามีอีก เพราะนึกเป็ห่วงสองพี่น้องที่กำลังรอนางกลับไปช่วยอยู่มากกว่า
“อะ อ้าว อาเอินรอข้าด้วยสิ”
นางเซี่ยรีบเดินลงเขาโดยไม่สนใจสามีของตนอีก ส่วนจางเจิ้นที่เห็นว่าภรรยาของตนหันหลังไม่สนเสียงเรียก จึงได้วิ่งตามไปด้วยความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ว่าพวกตนจะพบเจอสมุนไพรหายากได้ในป่าแห่งนี้
จนกระทั่งมาถึงบริเวณใกล้กับลำธารเล็ก ๆ จางเจิ้นก็ได้เห็นกับตา เมื่อหลานชายและหลานสาวของตนขุดสมุนไพรขึ้นมาจริง ๆ ขณะที่ร่างสูงใหญ่กำลังจะวิ่งเข้าไปก็ถูกเสียงเล็ก ๆ ของหลานสาวห้ามไว้เสียก่อน
“นะ นะ นี่มันสมุนไพรหายากอย่างเ้าบอกจริง ๆ ด้วยอาเอิน ฮ่า ๆ ๆ ซีซีเด็กดีลุงมาช่วยพวกเ้าแล้ว...”
ขวับ! “หยุดอยู่กับที่ก่อนเ้าค่ะท่านลุง”
“หา เ้าให้ลุงหยุดอยู่ที่เดิมทำไมหรือซีซี?”
อวิ๋นซีลุกขึ้นยืนและใช้นิ้วสั้น ๆ ชี้บอกจุดที่ท่านลุงจะวิ่งเข้ามา “เพราะท่านลุงจะวิ่งเหยียบสมุนไพรเหล่านี้ไม่ได้น่ะสิ มิเช่นนั้นมันจะเสียหายทั้งหมด”
คราวนี้จางเจิ้นยิ่งตาเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิมอีกครั้ง เมื่อมองตามนิ้วมือของหลานสาวและพบว่า ตรงหน้าของตนเป็ต้นสมุนไพรทั้งสิ้น เขาถึงกับคุกเข่าก้มลงเอื้อมมือไปลูกต้นสมุนไพรอย่างเบามือ
“ทะ ทะ ทั้งหมดตรงนี้คือของล้ำค่าอย่างแท้จริง ซีซีหลานรักลุงจะช่วยเ้าเก็บพวกมันเดี๋ยวนี้เลย ยังมีเวลาอีกหลายชั่วยามพวกเราคงเก็บได้หมด”
“เ้าค่ะท่านลุงพวกเราเร่งมือกันหน่อยแต่อย่าขุดแรงเกินไปนะเ้าคะ ต้องให้ตัวหนอนกับดอกของมันติดกันถึงจะขายได้ราคาสูงเ้าค่ะ”
จางเจิ้นรับปากหลานสาวไม่คิดเอ่ยคัดค้านแต่อย่างใด “ได้ ๆ ๆ ลุงจะทำตามที่ซีซีบอกทุกประการ”
ภายหลังบทสนทนาจบลงทั้งสี่คนจึงตั้งใจเก็บสมุนไพร ไม่มีการพูดคุยให้เสียสมาธิเพราะเกรงว่าจะทำให้สมุนไพรเสียหาย พวกเขาเก็บได้เร็วเนื่องจากตัวสมุนไพรมีความสมบูรณ์ ทำให้เก็บได้หมดในเวลาหนึ่งชั่วยามกว่า ๆ เท่านั้น
ตะกร้าใบใหญ่สองใบที่ถูกสะพายโดยจางเจิ้นกับนางเซี่ย ก่อนหน้าในตะกร้ายังคงว่างเปล่าแต่ยามนี้มันเต็มไปด้วยสมุนไพร เพราะไม่อยากให้ใครสงสัยอวิ๋นซีจึงใช้ใบไม้และผักป่าที่เก็บได้มาวางทับอีกชั้นหนึ่ง
“เฮ้อ ในที่สุดก็เก็บพวกมันจนหมดเสียที หากวันนี้ลุงไม่ยอมให้ซีซีตามมาคงไม่ได้พบโชคดี ๆ เป็แน่”
“อย่างที่ท่านตากล่าวไว้อย่างไรล่ะขอรับท่านลุง ว่าซีซีเป็เทพแห่งโชคลาภของพวกเราตระกูลจาง ต่อไปอาจมีโชคที่ใหญ่กว่าครั้งนี้ก็เป็ได้นะ ใช่ไหมซีซีน้องพี่”
อวิ๋นซียืนเท้าเอวเชิดหน้าคล้ายกับเป็การยอมรับ ซึ่งในวันหน้านางจะทำให้ตระกูลของมารดามีกินมีใช้ยิ่งกว่านี้หลายเท่า
“ฮึ ทุกคนไม่ต้องห่วงเพราะซีซีคนนี้จะใช้ความสามารถที่มี ช่วยให้พวกท่านกลายเป็ตระกูลคหบดีได้อย่างแน่นอนเ้าค่ะ”
จื่อหานยกนิ้วโป้งเป็การชื่นชมให้กับน้องสาว ส่วนผู้เป็ลุงกับป้าสะใภ้ก็ทำได้เพียงส่ายหน้าแล้วยิ้มบาง ด้วยหลานสาวตัวน้อยของพวกเขาช่างมีความคิดที่ยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน
“เอาล่ะ ๆ เื่วันหน้าค่อยว่ากันทีหลังเถิด ลุงว่าพวกเรารีบกลับบ้านกันก่อนดีกว่าไหม ฉวยโอกาสตอนที่ทุกคนออกไปทำงาน จะได้ไม่ถูกสายตาของชาวบ้านจับจ้องมาที่พวกเรา”
“ซีซีเห็นด้วยกับท่านลุงเ้าค่ะ อีกอย่างพวกเราต้องล้างทำความสะอาดสมุนไพร ก่อนจะนำมันไปตากแดดให้แห้งด้วยนะเ้าคะ” อวิ๋นซีเห็นด้วยกับท่านลุงของตนที่ต้องรีบกลับบ้านโดยเร็ว
“เช่นนั้นก็ลงเขากลับบ้านเถิดเ้าค่ะท่านพี่”
“อืม รีบหน่อยก็ดี”
หลังจากมีความเห็นตรงกันทั้งสี่คนค่อย ๆ เดินลงเขาอย่างระมัดระวัง และเป็อย่างที่คิดตอนนี้ถนนในหมู่บ้านเงียบกริบ เนื่องจากเป็่เวลาที่ทุกคนต่างออกไปทำหน้าที่ของตนเอง ส่งผลให้จางเจิ้นกับนางเซี่ยไม่จำเป็ต้องตอบคำถาม ที่ชาวบ้านมักจะเอ่ยถามกับตนยามที่กลับจากการหาของป่าเช่นทุกครั้ง
ผู้เฒ่าจางที่นั่งพักหลังจากผ่าฝืนเสร็จอยู่ที่เก้าอี้หน้าบ้าน เมื่อเห็นบุตรชายกับลูกสะใภ้พาหลาน ๆ กลับมาเร็วกว่าทุกวันก็รู้สึกแปลกใจ แต่พอเห็นท่าทางระมัดระวังจากการปิดประตูรั้วก็อดสงสัยไม่ได้
“อาเจิ้น ลูกสะใภ้ เหตุใดวันนี้ถึงได้ลงเขาเร็วนักล่ะ หรือว่าบนเขามีสัตว์ลงมาหากินใกล้เชิงเขา?”
จางเจิ้นรีบเดินเข้ามาหาบิดาของตนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังเหมือนที่เคยพูดเช่นทุกครั้ง “ท่านพ่อพวกเราเข้าไปพูดคุยกันด้านในเรือนเถิด เื่นี้สำคัญมากข้าไม่อยากให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ยินน่ะขอรับ”
“นี่มันเื่อันใดกันถึงกับทำลับ ๆ ล่อ ๆ ประหนึ่งเป็เื่คอขาดบาดตายไปได้”
“เอาเถิดน่าท่านพ่อท่านทำตามที่ข้าบอกก็พอ อาเอินเ้าไปตามท่านแม่กับอาเหยามาที่นี่ด้วยนะจะได้พูดทีเดียว”
“ได้เ้าค่ะท่านพี่”
จื่อหานกับอวิ๋นซีก็เดินตามผู้าุโของบ้านเข้าไปด้านในเช่นกัน ดูท่านี่คงเป็ข่าวดีที่สุดเท่าที่ตระกูลจางเคยพบเจอมาก็เป็ได้ จากนั้นไม่นานนางเซี่ยก็เดินกลับมาพร้อมแม่สามีและน้องสามี
นางจิ้งซื่อที่มีท่าทางสงสัยไม่ต่างไปจากสามีกับบุตรสาว พอมาถึงก็รีบถามเอาความกับบุตรชายของตนทันที “อาเจิ้นเ้าให้ลูกสะใภ้ไปตามแม่กับน้องมาที่นี่เกิดเื่อันใดขึ้นหรือไม่ ดูสีหน้าพวกเ้าตื่นเต้นอย่างไรพิกลนะ”
จางซูเหยาคิดไปในทางร้ายด้วยกลัวว่าบุตรทั้งสองของตนอาจได้รับาเ็ “นั่นน่ะสิพี่ใหญ่ท่านกับพี่สะใภ้แล้วก็ลูก ๆ ของข้า พบเจอเื่อันตรายในป่าใช่ไหมถึงได้รับกลับมาเช่นนี้ แล้วหานเอ๋อร์กับซีซีาเ็หรือไม่เ้าคะ”
จางเจิ้นต้องรีบยกมือขึ้นมาห้ามปรามมารดากับน้องสาว ก่อนที่ทั้งสองจะคิดมากจนกลายเป็เื่ใหญ่ “ท่านพ่อ ท่านแม่ อาเหยา พวกข้าไม่ได้พบเจออันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น สาเหตุที่ข้ากับอาเอินพาหลาน ๆ กลับมาเร็วเช่นนี้ ก็เป็เพราะว่าซีซีพบโชคครั้งใหญ่ที่จะทำให้เรามีเงินซื้อเสบียงเข้าบ้านน่ะสิ”
“หา! /พบโชคครั้งใหญ่! /ซีซีเป็คนพบโชคงั้นรึ!” ทั้งสามคนตกตะลึงกับคำพูดของจางเจิ้นไม่ต่างกันสักนิด
สองพี่น้องคิดว่าทุกคนอาจไม่เชื่อว่าเป็เื่จริง จึงกล่าวยืนยันออกมาด้วยตนเอง โดยเฉพาะจื่อหานที่บอกว่าน้องสาวของตนคือเทพเ้าแห่งโชคลาภอย่างแน่นอน
“ท่านตา ท่านยาย ท่านแม่ ซีซีแค่เข้าป่าเป็ครั้งแรกก็ได้พบสมุนไพรหายาก ทั้งยังเป็สมุนไพรที่ขายได้ราคาแพงอีกด้วยนะขอรับ ซีซีต้องเป็เทพเ้าแห่งโชคลาภอย่างที่ท่านตาเคยพูดไว้แน่ ๆ”
ทั้งสามคนตกตะลึงอีกครั้งเมื่อได้รู้ว่าโชคครั้งใหญ่ที่ว่า ก็คือการที่บุตรสาวกับหลานสาวพบสมุนไพรหายากราคาแพง ผู้เฒ่าจางได้สติก็เอ่ยถามถึงสมุนไพรที่ว่ามากับบุตรชายของตน
“แล้วมันคือสมุนไพรอันใดหรือที่ว่าหายาก และที่สำคัญยังเป็สมุนไพรที่มีราคาแพงอีกด้วยน่ะ พวกเ้าเก็บมันกลับมาด้วยใช่หรือไม่”
“ท่านพ่อสิ่งที่ท่านถามถึงอยู่ในตะกร้าทั้งสี่ใบนี้แล้ว พวกข้าสี่คนช่วยกันขุดอย่างระมัดระวังไม่ทำให้มันเสียหายแม้แต่นิดเดียวขอรับ”
“ไหน ๆ ขอข้าดูหน่อยว่ามันหน้าตาเป็อย่างไร”
จางเจิ้นเปิดตะกร้าที่เต็มไปด้วยสมุนไพรล้ำค่าอย่างถังเช่าให้บิดาได้ดูว่าตนนั้นมิได้พูดโกหก และเมื่อสายตาที่ยังแจ่มชัดมองดูต้นสมุนไพรที่วางเรียงรายอยู่ในตะกร้าก็แทบหัวใจหยุดเต้นด้วยความดีใจ
“นะ นะ นี่มัน ๆ ช่างเป็โชคครั้งใหญ่อย่างที่เ้าว่ามาจริง ๆ อาเจิ้น ว่าแต่พวกเราไม่รู้วิธีการจัดการกับสมุนไพรเหล่านี้ หากทำมันเสียหายแล้วนำไปขายเกรงว่าจะถูกกดราคาเอาได้น่ะสิ”
อวิ๋นซีที่นั่งอมยิ้มกับคำชมว่าตนเป็เทพเ้าแห่งโชคลาภ พอได้ยินท่านตาพูดอย่างเป็กังวลเกี่ยวกับการจัดการสมุนไพร จึงดีดตัวจากเก้าอี้ลงมายืนอธิบายถึงวิธีที่ท่านตาพูดถึงด้วยตนเอง
“ท่านตาไม่ต้องห่วงนะเ้าคะ เพราะเื่นั้นซีซีรู้ดีว่าควรทำอย่างไรกับสมุนไพรชนิดนี้เ้าค่ะ”
ซูเหยาเมื่อได้ยินเสียงเล็ก ๆ ที่พูดด้วยความมั่นใจ ก็นึกถึงเื่เหนือธรรมชาติที่บุตรสาวเคยเล่าให้ฟัง และนางก็เชื่อหมดใจว่าความรู้ของบุตรสาว ย่อมช่วยให้ตระกูลจางของตนมีชีวิตที่ดีขึ้นได้จริง
“ซีซีลูกแม่เ้าลองบอกกับพวกเราหน่อยสิ ว่าควรจัดการอย่างไรกับสมุนไพรที่เ้าเป็ผู้ค้นพบ และเมื่อใดถึงจะนำมันไปขายแลกตำลึงเงินได้ หากรู้วิธีจัดการพวกเราทุกคนจะได้ช่วยกันทำให้เสร็จเรียบร้อยดีไหม”
“ดีเ้าค่ะท่านแม่เพราะเป็วิธีที่ง่ายมาก ๆ เราแค่ล้างเอาเศษดินที่ติดต้นสมุนไพรออกให้หมด และนำมันไปตากให้แห้งสนิทน่าจะใช้เวลาประมาณสามวัน เมื่อนั้นก็สามารถนำมันไปขายได้แล้วเ้าค่ะ
เพียงแต่การนำถังเช่าตากแห้งไปขายซีซีจะไปด้วยตนเองนะเ้าคะ เราจะนำไปขายที่อำเภอหลินชุนไม่ขายในตำบลเด็ดขาด เพราะร้านที่รับซื้อย่อมต่อรองราคาซื้อขายให้ถูกลง นั่นเป็วิธีทำกำไรของเหล่าพ่อค้าเ้าค่ะ”
ยามได้ฟังสิ่งที่บุตรหลานอายุแปดหนาวพูดออกมา พวกเขาต่างคิดว่านี่คือแม่ค้าผู้มากประสบการณ์มาด้วยตนเองเสียอีก เพราะที่อวิ๋นซีพูดมานั้นผู้เฒ่าจางกับจางเจิ้นเคยพบเจอมาบ่อยครั้ง
“ดี ๆ ๆ ในเมื่อซีซีของเรามีวิธีจัดการที่ได้เรียนรู้มา เช่นนั้นไปช่วยกันทำความสะอาดสมุนไพรและนำไปตากแดดกันเถิด ถ้าสมุนไพรตากจนแห้งแล้วก็ให้ซีซีนำไปขายกับท่านลุงของเ้าเป็อย่างไร”
“ดีมากเ้าค่ะ ซีซีจะนำเงินหลายตำลึงมาให้พวกท่านเองเ้าค่า”
“ซีซีเก่งมากจ้ะ หานเอ๋อร์ด้วยนะลูกเ้าเก่งมากที่ดูแลน้องเป็อย่างดี”
จางเจิ้นที่ยังไม่ลืมกับดักสัตว์ของตน จึงได้บอกกับบิดาว่าจะกลับขึ้นเขาแล้วจะรีบกลับมาช่วยล้างสมุนไพร “ท่านพ่อท่านกับทุกคนช่วยกันล้างสมุนไพรไปก่อนนะ ข้าจะกลับไปเก็บกับดักสัตว์ที่วางไว้ ถ้าโชคดีอีกครั้งวันนี้เราคงมีเนื้อมาทำอาหารอีกวันขอรับ”
“รีบไปรีบมาล่ะ แต่ต้องระวังตัวด้วยเข้าใจไหมอาเจิ้น”
“ขอรับท่านพ่อ”
จางเจิ้นเร่งกลับไปยังจุดที่ตนได้วางกับดักสัตว์ไว้ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็ผลมาจากก่อนหน้าที่อวิ๋นซีติดตามมาด้วยหรือไม่ พอเขาไปถึงก็พบว่ามีทั้งกระต่ายและไก่ป่ามาติดกับดักที่วางอยู่หลายตัวทีเดียว
ส่วนคนที่เหลือได้ช่วยกันตักน้ำใส่ถังและทำความสะอาดสมุนไพรอย่างเบามือ ทุกคนทำอย่างพิถีพิถันเพราะไม่อยากให้มีเศษดินตกค้างที่ต้นสมุนไพร ยามที่จางเจิ้นนำสัตว์ที่จับได้กลับมาที่บ้าน ก็นำพวกมันไปขังไว้ก่อนจากนั้นจึงช่วยทำความสะอาดสมุนไพรอีกแรง
กว่าจะทำความสะอาดสมุนไพรเสร็จทุกต้น เวลาก็ล่วงเลยเข้าปลายยามเซินนางเซี่ยจึงปลีกตัวไปทำอาหารเย็น ซึ่งมีซูเหยาตามไปช่วยทำด้วยอีกคนเช่นกัน ในส่วนของเฟิงหยางก็ได้รู้ข่าวดีจากปากของบุตรชายบุตรสาว โดยเฉพาะบุตรชายที่ดูจะชื่นชมและยกยอน้องสาวจนออกหน้าเสียเหลือเกิน
