หวงฝู่รุ่ยวิ่งออกไปไม่กี่ก้าว ก็หยุดก้มลงเก็บโคมผลึกเจ็ดสีขึ้นจากพื้นมาเป่าฝุ่นดินที่เลอะด้านนอกออก จากนั้นจึงเดินยิ้มร่ามาถึงตรงหน้าไป๋หยุนเฟยที่กำลังสนทนาอยู่กับซือหม่าตง ขณะที่ส่งโคมไฟให้ก็กล่าวว่า “พี่หมวกฟาง โคมดอกบัวนี้เป็ของพวกเราแล้ว! เอ่อ... ท่านเอาไปให้พี่สาวหยุนเถอะ!”
“เอ่อ...” ไป๋หยุนเฟยงงงันวูบ แต่เมื่อมองเห็นสายตาอันพิสดารของเย่จือชิวและคนอื่นๆมันก็ทำตัวไม่ถูก จึงได้แต่ลูบศีรษะเด็กสาวก่อนจะยิ้มพลางกล่าวว่า “ฮ่า ฮ่า นี่เป็โคมที่อสูริญญาของโดราเอมอนน้อยแย่งชิงมาได้ ถ้าเช่นนั้นเ้าก็เป็ผู้มอบให้พี่สาวหยุนเถอะ!”
“ไม่ใช่ว่าพี่หมวกฟางแข่งชนะมาได้และจะนำไปมอบให้พี่สาวหยุนหรอกหรือ ไฉนจึงกลายเป็ข้าที่มอบให้แทน?” หวงฝู่รุ่ยส่ายหน้าด้วยความไม่พอใจ จากนั้นจึงถามด้วยความสงสัย
“อืม นั่นเพราะตอนนั้นมันยังไม่ได้อยู่ในมือข้า ก็หมายความว่าข้ายังไม่ใช่ผู้ชนะ ฮ่า ฮ่า ยามนี้มันอยู่ในมือเ้า ก็หมายความว่าเ้าชนะ ผู้ชนะการแข่งขันครั้งนี้เป็เ้าต่างหากเล่า!” ไป๋หยุนเฟยอธิบาย
หวงฝู่รุ่ยกล่าวด้วยสีหน้าปลาบปลื้มยินดี “จริงหรือ? ต้ายต้ายเป็ผู้ชนะหรือ?”
ไป๋หยุนเฟยพยักหน้ากล่าวอย่างจริงจัง “อืม ใช่แล้ว”
“คิกคิก จริงหรือนี่?! วิเศษเลย!! ข้าชนะแล้วจริงๆ!!” หวงฝู่รุ่ยวิ่งพล่านวนเวียนด้วยความตื่นเต้น จากนั้นจึงถือโคมไฟเดินไปถึงตรงหน้าถังซินหยุนพร้อมกับกล่าวอย่างภูมิใจ “พี่สาวหยุน ข้าชนะได้โคมนี้มา! ข้ามอบให้ท่าน!”
ถังซินหยุนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า “คิกคิก หากว่าเสี่ยวรุ่ยชอบก็เก็บไว้เถอะ”
หวงฝู่รุ่ยส่ายหน้า “ไม่เอา ข้าบอกแล้วว่าจะให้พี่สาวหยุน ข้ากล่าวแล้วต้องไม่คืนคำ!”
“ฮ่า ฮ่า ตกลง ถ้าเช่นนั้นข้าขอรับไว้” ถังซินหยุนบีบจมูกหวงฝู่รุ่ยเบาๆด้วยความเอ็นดู จากนั้นจึงรับโคมไฟมาอย่างยิ้มแย้ม
“เฮอะ! หากจะให้ก็ให้เอง ไฉนต้องใช้ศิษย์น้องหญิงเป็ผู้มอบแทน...” เฟยเหนียนเบะปากกล่าวสัพยอก จนไป๋หยุนเฟยกับถังซินหยุนเกิดความกระดากอาย ไป๋หยุนเฟยคิดจะอธิบายว่าพวกตนทั้งสองไม่ได้คิดอะไรเกินเลยก็เกรงจะถูกหาว่าร้อนตัว จึงแสร้งเป็ฟังไม่เข้าใจ แต่กลับกลายเป็ทุกคนเข้าใจว่ามันยอมรับเื่นี้ไปโดยปริยาย
“เอาเถอะ วันนี้สนุกกันพอแล้ว ข้าว่าพวกเรากลับไปพักผ่อนกันดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยหาที่สนุกอื่นต่อ” ถังซินหยุนมองดูโดยรอบ ก็เห็นคนกลุ่มใหญ่กำลังมองมาพร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ นางรู้สึกอึดอัดคับข้องใจจึงคิดจะไปจากที่นี่โดยเร็ว
เย่จือชิวจึงพยักหน้ากล่าวว่า “อืม ข้าเห็นด้วย พวกเราไปจากที่นี่โดยเร็วจะดีกว่า อยู่ต่อไปนอกจากจะไม่ได้ชมดูโคมไฟ ยังจะถูกผู้อื่นชมดูแทน”
คนอื่นๆก็พยักหน้าเห็นพ้อง ดูท่าแล้วทุกคนก็รู้สึกอึดอัดที่ต้องตกเป็เป้าสายตาของผู้คน
ซือหม่าตงกล่าวว่า “พวกท่านจะกลับไปพักผ่อนแล้วหรือ? ไม่มีปัญหา ข้าจัดเตรียมห้องพักในโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดของเมืองไว้ให้แล้ว สักครู่จะให้คนของข้านำทางไป”
ยามนี้ทุกคนไม่แสดงท่าทีแกรงใจต่อมันอีก หลังจากกล่าวขอบคุณต่อซือหม่าตงก็เตรียมจะแยกทางเพื่อไปยังที่พัก
“เอ่อ ช้าก่อน ข้ายังมีอีกเื่ต้องกระทำ” ไป๋หยุนเฟยเอ่ยขึ้น จากนั้นจึงหันไปกล่าวกับหวงฝู่รุ่ย “โดราเอมอนน้อย ข้ามีของขวัญชิ้นหนึ่งจะมอบให้เ้า”
“อ๊ะ?” หวงฝู่รุ่ยชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นจึงร้องด้วยความยินดี “ของอะไร ของขวัญอะไร? มีของขวัญให้ข้าด้วยหรือ?”
“ฮ่า ฮ่า ก่อนหน้านี้เ้าเคยเอ่ยปาก เมื่อครู่ข้าหารือกับพี่ซือหม่าแล้ว และเขาก็รับปากว่าจะมอบให้ พวกเ้ารอสักครู่ ข้าจะไปนำมันมา”
กล่าวจบไป๋หยุนเฟยก็ะโออกไปท่ามกลางสายตาประหลาดใจของทุกคน หลังจากแตะเท้าแ่เบาบนเส้นเชือกก็ะโขึ้นไปบนยอดของประภาคาร ไป๋หยุนเฟยสะบัดมือขวาคราหนึ่ง เปลวไฟยามสามเชียะก็พุ่งวาบออกจากนิ้ว แล้วเชือกที่ผูกโยงอยู่รอบประภาคารก็ถูกตัดออกจนหมดสิ้น จากนั้นมันก็ะโลงไปยังฐานประภาคารแล้วยกหมัดขวาชกใส่พื้น หมัดนี้ชกอย่างเรียบง่ายแ่เบา แต่แท่นรองประภาคารทั้งแผ่นกลับแตกออกเป็เสี่ยงๆ
ชั่วพริบตาที่ประภารจะเอียงล้มลง ไป๋หยุนเฟยก็ยกมือขวาขึ้นอีกครั้ง แล้วจู่ๆสะพานเงาจันทร์ก็พลันสลัวลง --- หอประภาคารขนาดใหญ่กลับถูกไป๋หยุนเฟยเก็บใส่แหวนช่องมิติไปแล้ว!!
เท้าขวาไป๋หยุนเฟยแตะผิวน้ำแ่เบาก็ะโกลับขึ้นไปบนฝั่งพร้อมกับส่งยิ้มให้แก่ผู้คนโดยรอบ จากนั้นจึงขยิบตาให้แก่หวงฝู่รุ่ยพร้อมกับกล่าวว่า “โดราเอมอนน้อย เ้าบอกว่าอยากเอากลับบ้านไม่ใช่หรือ? กลับถึงสำนักเมื่อใด ข้านำมันไปวางไว้ในสวนบ้านเ้าดีหรือไม่?”
เมื่อหวงฝู่รุ่ยได้ยินดังนั้น ดวงตาก็ทอประกายระยิบระยับราวกับดวงดารา จากนั้นจึงกล่าวด้วยความยินดีว่า “ฮ่า ฮ่า! จริงหรือ จริงๆหรือ? โคมไฟดวงใหญ่นี้ข้าเอากลับไปได้หรือ?”
“ฮ่า ฮ่า ย่อมแน่นอน จริงแท้แน่นอน ก็ข้าเก็บมาแล้วไม่ใช่หรือ? พี่ซือหม่าก็รับปากแล้ว พวกเราย่อมนำมันกลับไปได้”
“คิกคิก พี่หมวกฟางยอมเยี่ยมที่สุด อืม พี่ซือหม่าก็เป็คนดีเช่นกัน” เด็กสาวตัวน้อยพยักหน้ากล่าวด้วยท่าทีจริงจัง
“อ๊ะ ฮ่า ฮ่า...” ซือหม่าตงงุนงงไปชั่วครู่ จากนั้นจึงยิ้มเล็กน้อย นี่คงเป็ครั้งแรกของมัน ที่ทำเื่เช่นนี้แล้วได้รับคำชมว่าเป็คนดี
“เอาเถอะ พวกเราไปกันได้แล้ว วันนี้เหน็ดเหนื่อยกันมากแล้ว พรุ่งนี้ค่อยสนุกกันต่อ”
“อืม ไปกันเถอะ!”
…………
่สองวันหลังจากนั้น ไป๋หยุนเฟยกับพวกก็ได้รับการดูแลจากซือหม่าตงเป็อย่างดี หลังจากเที่ยวเล่นสนุกสนานในเมืองชีเหยียนอีกสองวันเต็ม ทั้งหมดก็เดินทางกลับสำนักช่างประดิษฐ์
หลังจากกลับถึงสำนักได้ไม่กี่วัน ถังซินหยุนก็ต้องเดินทางออกจากเขาชีเสียไปพร้อมกับชางอวี่ ก่อนไปนางบอกว่าต้องไปมณฑลอู่ซานกับอาจารย์เพื่อสะสางธุระเื่หนึ่ง พร้อมกันนี้ก็ถือโอกาสออกไปหาประสบการณ์ร่วมกับอาจารย์
นอกจากนี้ เย่จือชิวก็เริ่มเก็บตัวฝึกปรือเพื่อจะบรรลุด่านบรรพิญญาให้ได้ แม้แต่ม่อเสี่ยวเซียนกับซีเหยียนเองก็เตรียมการเพื่อจะบรรลุด่านภูติญญา เพื่อจะควบแน่นแก่นพลังธาตุไฟและหลอมวัตถุิญญาเฉพาะตัวออกมาให้ได้
ไป๋หยุนเฟยเองก็คร่ำเคร่งศึกษาวิชาหลอมประดิษฐ์ แม้จะไม่ถึงขั้นลืมกินลืมนอน แต่นอกจากออกไปเดินเล่นเพื่อผ่อนคลาย เวลาที่เหลือทั้งหมดมันก็เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในถ้ำหลอมประดิษฐ์
ไป๋หยุนเฟยเข้าใจดีว่าการจะหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นปฐีระดับกลางในยามนี้นั้น แทบเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ ดังนั้นมันจึงมุ่งมั่นขัดเกลาวิชาหลอมประดิษฐ์ในส่วนที่ตนเองทำได้ให้ชำนาญยิ่งขึ้น ซึ่งก็หมายถึงการเพิ่มพลังโจมตีของวัตถุิญญาที่หลอมออกมา เพื่อให้ไปถึงขอบเขตของวัตถุิญญาชั้นปฐีระดับกลางให้ได้ในเร็ววัน
เป็ที่น่าสังเกตว่าวิธีการหลอมประดิษฐ์อาวุธกับเครื่องป้องกันนั้น มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างเช่น เกราะอ่อนหรือถุงมือบางชิ้น วัสดุประเภทไหมผ้าต้องผ่านการหลอมด้วยไฟหลอมประดิษฐ์ก่อน จากนั้นจึงค่อยประดิษฐ์ออกมาเป็ถุงมือหรือเกราะอ่อนในภายหลัง แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่ต้องผ่านการหลอม แต่ใช้วัสดุล้ำค่าบางชนิดเป็ส่วนประกอบเพื่อประดิษฐ์ออกมาเป็เครื่องป้องกันได้เลย และในสำนักช่างประดิษฐ์แล้ว ผู้ที่จะหลอมประดิษฐ์เครื่องป้องกันนั้นมีอยู่ไม่มากนัก คนส่วนใหญ่จะนิยมหลอมประดิษฐ์อาวุธเสียมากกว่า
ดังนั้นไป๋หยุนเฟยจึงตัดสินใจที่จะไม่ศึกษาการหลอมประดิษฐ์เครื่องป้องกันเป็การชั่วคราว ยามนี้มันคร่ำเคร่งศึกษาเพื่อเพิ่มพูนความชำนาญในการหลอมประดิษฐ์อาวุธให้มากที่สุดเสียก่อน เื่หลังจากนั้นค่อยว่ากันในภายหลัง และการหลอมประดิษฐ์ของไป๋หยุนเฟยในยามนี้ ไม่ใช่ว่าจะหลอมอาวุธอะไรก็ได้เช่นแต่ก่อนอีกแล้ว และอาวุธที่มันทุ่มเทหลอมประดิษฐ์ทั้งหมดใน่นี้ก็คือ... มีดบิน
มิผิด มีดบินซึ่งถูกบันทึกเอาไว้ในตำราเก่าขาดที่มันได้รับมา มีอยู่หลายชนิดที่ไป๋หยุนเฟยพอจะสามารถหลอมประดิษฐ์ขึ้นมาได้
แรกสุดก็เป็มีดบินขนาดเล็กรูปทรงธรรมดา ไป๋หยุนเฟยใช้เวลาครึ่งเดือนก็สามารถหลอมออกมาได้หลายสิบเล่ม แต่ว่าเนื่องเพราะเป็การผลิต‘จำนวนมาก’ ดังนั้นจึงมีระดับที่ไม่สูงนัก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็ชั้นมนุษย์ระดับสูงอีกทั้งไม่มีคุณสมบัติธาตุ (การหลอมประดิษฐ์โดยใช้วัตถุดิบที่มีคุณสมบัติธาตุจะยากและซับซ้อนกว่าที่ไม่มีคุณสมบัติธาตุ)
มีดบินสองเล่มถัดมามีความซับซ้อนยิ่งขึ้น มันจึงต้องใช้เวลามากขึ้น เพียงการศึกษาเื่รูปทรงซึ่งส่งผลต่อความเกรี้ยวกราดดุดันของมีดบินนี้ ก็กินเวลาไปหลายวันแล้ว แต่กระนั้นมีดบินที่หลอมประดิษฐ์ออกมากลับยังไม่เป็ที่น่าพอใจนัก เนื่องเพราะยังไม่ได้มาตรฐานตามที่บันทึกเอาไว้ในตำราฉีกขาดเล่มนั้น
และเนื่องจากเคล็ดซัดมีดซึ่งใช้ควบคู่กับมีดบินบางชนิดไม่มีบันทึกอยู่ในตำราเก่าขาด ไป๋หยุนเฟยจึงไม่มีทางเลือกได้แต่ใช้วิธีง่ายที่สุดนั่นก็คือลองซัดมีดออก มันคิดจะใช้ความสามารถของตนเพื่อคิดค้นเคล็ดการซัดมีดออกมาให้ได้ แต่น่าเสียดาย ไป๋หยุนเฟยกลับประเมินตนเองสูงเกินไป หลังจากสะบัดมือซัดมีดทั้งวันจนปวดไปทั้งแขนมันก็ยังไม่อาจค้นพบเคล็ดความอันใด...
วันเวลาก็ผ่านไปพร้อมกับการฝึกฝนอันเรียบง่ายเช่นนี้ ยามค่ำคืนของหนึ่งเดือนให้หลัง...
“ระดับไอเทม: ปฐีระดับต่ำ”
“คุณสมบัติธาตุ: ทอง”
“พลังโจมตี: 602”
“ความสอดคล้องิญญา: 6%”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: พลังิญญา 93 หน่วย”
ภายในถ้ำหลอมประดิษฐ์ ขณะที่ไป๋หยุนเฟยมองดูมีดบินสีทองที่เพิ่งออกจากกระถางในมือ มันก็พยักหน้าด้วยความพอใจ “ทะลุขอบเขตหกร้อยหน่วยแล้ว... ขอบเขตพลังโจมตีของชั้นปฐีระดับกลางคือแปดร้อยหน่วย ยามนี้ก้าวข้ามไปได้หนึ่งในสามแล้ว เพียงไม่ทราบว่าจะสามารถก้าวหน้าได้เช่นนี้ตลอดไปหรือไม่ ไม่ทราบว่าเมื่อใดข้าจึงจะหลอมประดิษฐ์ชั้นปฐีระดับกลางออกมาได้ หรือจะเป็อย่างที่ท่านอาจารย์กล่าวไว้ ว่าต้องรอให้บรรลุด่านบรรพิญญาระดับกลางหรือปลายก่อน?”
“ถ้าเช่นนั้น... ควรจะใช้กระบวนการอัพเกรดเพื่อเพิ่มพูนพลังิญญาขึ้นไปอีกดีหรือไม่?” ไป๋หยุนเฟยใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่ก็สั่นศีรษะ “ไม่ทำเช่นนั้นจะดีกว่า ครั้งก่อนที่เพิ่มพลังิญญาอย่างบ้าคลั่งก็แทบจะรักษาชีวิตเอาไว้ไม่ได้ ข้าจะไม่เสี่ยงเช่นนั้นอีกแล้ว อีกอย่างชีวิตในสำนักช่างประดิษฐ์ก็มั่นคงสงบสุข พัฒนาอย่างมั่นคงค่อยเป็ค่อยไปจะดีกว่า”
ระหว่างที่ครุ่นคิดอยู่นั้น ที่ปากถ้ำก็มีเสียงของซ่งหลินดังขึ้น “หยุนเฟย เ้าหลอมประดิษฐ์เสร็จแล้วหรือไม่?”
ไป๋หยุนเฟยชะงักไปชั่วครู่จึงตอบกลับไป “พี่ใหญ่ซ่งเข้ามาเถอะ”
ซ่งหลินก้าวเท้าเข้ามาในถ้ำหลอมประดิษฐ์ด้วยฝีเท้าเร่งร้อน มันไม่รอให้ไป๋หยุนเฟยเอ่ยปากถามก็กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “หยุนเฟย เ้าตามข้าไปที่ยอดเขาอุดรในบัดดล เกิดเื่ขึ้นแล้ว!”
