สองเดือนต่อมา...
หลิวอี้มองดู 'อุปกรณ์กักเก็บพลังงาน' ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
ด้วยแรงบันดาลใจจากวิชากลืนตะวัน เขาอาศัยหลักการหมุนเวียนของหยินและหยาง ผ่านการอนุมานและทดลองนับร้อยครั้ง ในที่สุดก็สร้าง 'ค่ายกลแปรเปลี่ยนพลังงาน' ได้สำเร็จ ค่ายกลนี้สามารถแปรเปลี่ยนพลังงานอันเกรี้ยวกราดของดวงอาทิตย์ รวมไปถึงแสงจันทร์และแสงดาว ให้กลายเป็พลังงานที่นุ่มนวลบริสุทธิ์
บัดนี้ เขาได้ผนึกค่ายกลนี้ลงไปในอุปกรณ์กักเก็บ ทำให้มันกลายเป็ของวิเศษชิ้นใหม่ที่สมบูรณ์แบบ เขาลองนำมันไปวางตากแดด... พลังงานแสงอาทิตย์จากฟ้าดินค่อยๆ ไหลมารวมกันที่อุปกรณ์ ตามลวดลายอักขระที่สลักไว้บนพื้นผิวราวกับสายน้ำไหล
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป หลิวอี้หยิบอุปกรณ์ขึ้นมาและเริ่มดูดซับพลังงานภายใน กระแสพลังงานที่นุ่มนวลกว่าแสงอาทิตย์ดิบๆ แต่ทรงพลังและหนาแน่นกว่าปราณฟ้าดินทั่วไป พุ่งเข้าสู่ร่างกายและถูกกลั่นกรองอย่างรวดเร็ว
"ถือว่าประสบความสำเร็จขั้นต้น ใช้งานได้จริงแล้ว แต่ยังต้องปรับปรุงต่ออีกหน่อย" เขาลูบคางพลางครุ่นคิด
"พลังงานแสงอาทิตย์ที่ผ่านการแปรเปลี่ยนด้วยอุปกรณ์นี้ นุ่มนวลและดูดซับง่ายขึ้นมาก แถมยังคงความบริสุทธิ์ดั้งเดิมเอาไว้"
"ข้าต้องเตรียมอุปกรณ์กักเก็บพลังงานเพิ่มอีกหลายๆ อัน เพื่อใช้เป็แหล่งพลังงานสำรองสำหรับการทะลวงสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน ไม่อย่างนั้นถ้าพลังงานขาดตอนกลางคัน คงยุ่งยากแน่"
ในตอนนี้ หลิวอี้ขัดเกลาระดับพลังขั้นกลั่นลมปราณจนถึงขีดสุดแล้ว เขาพร้อมที่จะทะลวงด่านสร้างรากฐานได้ทุกเมื่อ
...
เจ็ดวันต่อมา
หลิวอี้นั่งขัดสมาธิอยู่กลางลานบ้าน ข้างกายรายล้อมด้วยหินิญญาระดับกลาง 20 ก้อนสุดท้าย และอุปกรณ์กักเก็บพลังงานที่อัดแน่นด้วยพลังงานอีก 100 อัน วางเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ ไม่ไกลออกไป เ้าเสี่ยวหวงยืนเฝ้าระวังอย่างตื่นตัว ราวกับองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ที่คอยปกป้องเ้านาย
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงบนร่างของหลิวอี้ ผู้ซึ่งกำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดสู่ความเป็เซียน แม้จะเตรียมตัวมาเป็อย่างดี แต่เขาก็อดตื่นเต้นระคนกังวลไม่ได้ เพราะการสร้างรากฐานนั้นเป็เื่ความเป็ความตาย ไม่อาจยอมให้เกิดความผิดพลาดได้แม้แต่น้อย
เขาสูบลมหายใจลึก สงบจิตใจให้มั่นคง แล้วค่อยๆ หลับตาลง เริ่มเดินพลังตาม 'เคล็ดวิชาสร้างรากฐาน' ที่ได้รับมาจากสำนักเทียนฉี เขาไม่คิดจะดัดแปลงวิชานี้สุ่มสี่สุ่มห้า เพราะการแก้เคล็ดวิชาโดยพลการในขั้นตอนสำคัญเช่นนี้อันตรายเกินไป หากรากฐานพังทลาย ความพยายามทั้งหมดจะสูญเปล่า
ในเวลานี้ เขา้าเพียงแค่ทะลวงด่านให้ผ่านไปอย่างราบรื่น เมื่อรากฐานมั่นคงแล้ว เขาค่อยเริ่มสร้างวิชาของตัวเองตามระบบที่วางแผนไว้ทีหลัง
ทันใดนั้น กลิ่นอายของหลิวอี้ก็ะเิออก! แสงเทพห้าสีอันเจิดจรัสพุ่งออกมาพันรอบกายดุจั ปราณิญญาฟ้าดินราวกับถูกดึงดูดด้วยพลังที่มองไม่เห็น แปรเปลี่ยนเป็กระแสธารเชี่ยวกราก ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายเขาอย่างบ้าคลั่ง
ทว่า... ปราณิญญาอันเบาบางในโลกภายนอกนั้นไม่เพียงพอต่อความ้าในการทะลวงด่าน ร่างกายของเขาเปรียบเสมือนทะเลทรายที่แห้งผาก เรียกร้องหาพลังงานอย่างหิวกระหาย
หลิวอี้สะบัดมือวูบ หินิญญาระดับกลาง 20 ก้อนลอยขึ้นกลางอากาศทันที ปราณิญญามหาศาลที่อัดแน่นภายในหินถูกดึงออกมาและเทลงสู่จุดตันเถียน เพียงชั่วพริบตา หินิญญาทั้ง 20 ก้อนก็หมดเกลี้ยงกลายเป็ผงธุลี
ทันทีหลังจากนั้น เขาเริ่มใช้อุปกรณ์กักเก็บพลังงาน ดูดกลืนพลังงานภายในนั้นเข้าไปรวดเดียว จนกระทั่งอุปกรณ์อันสุดท้ายหมดพลังงานลง...
วิ้ง!
เสียงใสกังวานดังขึ้นเบาๆ แสงเทพห้าสีะเิขยายวงกว้างออกไปสิบจั้ง ก่อนจะหดกลับเข้ามาในร่างอย่างรวดเร็วดุจน้ำลด
หลิวอี้ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาฉายแววประกายแห่งพลังิญญาอันเป็เอกลักษณ์ของผู้บรรลุ ขอบเขตสร้างรากฐาน ในที่สุด... เขาก็ทำสำเร็จ!
เขายื่นมือออกมาสำรวจร่างกายตัวเอง ััได้ถึงพลังชีวิตที่เปี่ยมล้นอีกครั้ง แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูหนุ่มแน่น แต่ภายในของเขานั้นชราภาพเต็มที แต่บัดนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว พลังแห่งการสร้างรากฐานไหลเวียนทั่วเส้นชีพจร ร่างกายกลับมาเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ในที่สุดข้าก็ได้เกิดใหม่! ข้าขอยืมเวลาจาก์ได้อีก 150 ปีแล้ว!"
เขาเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ ะเิเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
"ข้าไม่ต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวว่าวันตายจะมาถึงเมื่อไหร่แล้ว... หลายปีมานี้มันช่างยากลำบากเหลือเกิน!"
"ในที่สุด ข้าก็สามารถเริ่มลงมือทำตามความฝันได้เสียที!"
"คอยดูเถอะ ข้าจะแสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจจากอีกโลกหนึ่ง!"
เมื่อเห็นเ้านายฟื้นจากสมาธิ เ้าหมาน้อยสีเหลืองก็เห่าอย่างตื่นเต้น หางส่ายดิกๆ เหมือนกลองป๋องแป๋ง มันะโโลดเต้นรอบตัวหลิวอี้ เอาหัวถูไถขาเขาเป็พักๆ แสดงความยินดีอย่างสุดซึ้ง
"เอาล่ะๆ เสี่ยวหวง เ้าหลบไปก่อน ข้าต้องปรับสมดุลพลังอีกสักหน่อย"
หลิวอี้ลูบหัวเสี่ยวหวงเบาๆ แล้วหลับตาลงเริ่มเดินลมปราณเพื่อรักษาระดับฐานพลังให้มั่นคง
หลังจากตรวจสอบสภาพภายในอย่างละเอียด เขาก็อดถอนหายใจในใจไม่ได้
"เฮ้อ... แม้จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานสำเร็จ แต่ความแข็งแกร่งกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก"
"วิชาสร้างรากฐานของสำนักเทียนฉีนั้นธรรมดาเกินไป ไม่สามารถดึงศักยภาพของจุดชีพจรทั้ง 129,600 จุดออกมาใช้ได้เลย ดูท่าการสร้างระบบการบำเพ็ญเพียรและเคล็ดวิชาของตัวเองจะเป็เื่เร่งด่วนที่สุดแล้ว"
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับพลังของเขาเท่านั้น การควบคุม 'ห้วงมิติกาลเวลา' ยังเพิ่มขึ้นเป็ 10% และ 'พลังการคำนวณ' ของเขาเองก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ถ้าเปรียบพลังการคำนวณเมื่อก่อนเป็เหมือนรถจักรยาน ตอนนี้มันก็คงแรงพอๆ กับรถไฟฟ้าแล้ว
ด้วยการพัฒนาขึ้นระดับนี้ เขายิ่งมั่นใจในการสร้างระบบการบำเพ็ญเพียรของตัวเองในอนาคต ยิ่งไปกว่านั้น หากใช้งานร่วมกับ 'สมองกลช่วยคำนวณ' (สมองส่วนนอก) รุ่นล่าสุด พลังการคำนวณจะเพิ่มขึ้นกว่าสิบเท่า แม้เ้าสิ่งนี้จะสูบพลังงานมหาศาล แต่หลิวอี้มีอุปกรณ์กักเก็บพลังงานแล้ว เื่แค่นี้จึงไม่ใช่ปัญหา
แต่ทว่า... อุปกรณ์กักเก็บพลังงานและสมองกลในปัจจุบัน ล้วนสร้างขึ้นจากเหล็กกล้าธรรมดา หากหาวัสดุวิเศษที่ดีกว่านี้ได้ ประสิทธิภาพของพวกมันจะต้องก้าวะโแน่นอน
ที่สำคัญที่สุด เขามีไอเดียใหม่ๆ เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ทั้งสองนี้ เขาวางแผนจะผสานอุปกรณ์กักเก็บพลังงานและสมองกลเข้ากับ "ระบบ" ที่จะสร้างขึ้น เพื่อให้มันรองรับการใช้พลังงานของระบบได้ มันจะทำหน้าที่เป็ทั้งแบตเตอรี่และหน่วยประมวลผลให้ระบบ โดยใช้ 'พลังงาน' เป็สกุลเงินแลกเปลี่ยน
ด้วยวิธีนี้ ปัญหาเื่สกุลเงินของระบบก็จะหมดไป และ 'โฮสต์' (ผู้ใช้ระบบ) ยังสามารถเบิกพลังงานจากระบบมาใช้บำเพ็ญเพียรได้อีกด้วย ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าคือ ระบบสามารถดูดซับและกักเก็บพลังงานจากโลกภายนอกเพื่อหล่อเลี้ยงตัวเอง ส่วนพลังงานส่วนเกินก็จะกลายเป็คลังสำรองของหลิวอี้
ไม่ว่าจะเอามาใช้ฝึกตนหรือเติมพลังตอนทำการอนุมาน ก็สะดวกสบายและมีแต่ได้กับได้ แถมทำแบบนี้ก็ไม่ถือว่าเป็การเอาเปรียบโฮสต์ เพราะหลิวอี้เองก็ได้อุปกรณ์กักเก็บและสมองกลมาใช้ฟรีๆ (ผ่านร่างโฮสต์)
แต่หนทางสู่ความฝันนั้นเต็มไปด้วยขวากหนาม ไม่อาจสำเร็จได้ในชั่วข้ามคืน หากสามารถใช้ 'กฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติ' มาถักทอระบบ ฟังก์ชันพิสดารเ่าั้ย่อมเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ แต่ด้วยความแข็งแกร่งระดับมดปลวกของหลิวอี้ตอนนี้ การจะไปแตะต้อง 'กฎเกณฑ์' นั้นไม่ต่างอะไรกับการฝันกลางวัน
ด้วยความจำยอม เขาจึงพิจารณาใช้ 'พลังจิต' มาทดแทนกฎเกณฑ์ในการสร้างโครงสร้างระบบ แต่นั่นจะทำให้ฟังก์ชันของระบบถูกจำกัดอย่างหนัก และสุดท้ายมันคงออกมาเป็ระบบ 'เกรดเสิ่นเจิ้น' (ของเลียนแบบราคาถูก) เท่านั้น
คิดได้ดังนั้น หลิวอี้ก็อดถอนหายใจไม่ได้ "คนเราต้องกินข้าวทีละคำ เดินทีละก้าว จะใจร้อนไม่ได้... ค่อยเป็ค่อยไปแล้วกัน! เริ่มจากสร้างระบบวรยุทธ์ก่อน"
"ภารกิจเร่งด่วนตอนนี้คือต้องเร่งผลิตอุปกรณ์กักเก็บพลังงานและสมองกลออกมาให้มากที่สุด"
แววตาของหลิวอี้ฉายแววมุ่งมั่น ปลายนิ้วเคาะคางเบาๆ อย่างใช้ความคิด
"พลังการคำนวณที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเร่งกระบวนการอนุมาน ส่วนพลังงานที่เพียงพอคือรากฐานของการบำเพ็ญเพียร ทั้งสองอย่างนี้ขาดไม่ได้"
"แต่ก็ไม่จำเป็ต้องสร้างออกมาเยอะเกินไป เพราะมันเสียเวลา"
"อุปกรณ์พวกนี้ยังมีช่องว่างให้พัฒนาอีกเยอะ ความเร็วในการอัปเดตและเปลี่ยนรุ่นจะเร็วมาก ดังนั้นไม่ต้องทุ่มเทกับเวอร์ชันปัจจุบันมากนัก เอาแค่พอใช้แก้ขัดไปก่อน"
