“มาให้พี่ชายสงสารหน่อยมา” เซี่ยเจิงเอนตัวลงไปกอดชวีเสี่ยวปอ ท่ากอดเช่นนี้ไม่ค่อยถนัดสักเท่าไหร่ ชวีเสี่ยวปอขยับเข้าไปใกล้กำลังจะจูบเขา แต่เซี่ยเจิงกลับทำเพียงแค่ขยับเข้าไปใกล้ จากนั้นก็รีบดึงใบหน้าออกห่างมาอย่างรวดเร็ว
ชวีเสี่ยวปอรู้สึกผิดหวังขึ้นมาทันที
“นายไม่จูบหรอกเหรอ? ”
“เดี๋ยวไปแปรงฟันก่อนแล้วค่อยจูบดีกว่า” เซี่ยเจิงลุกขึ้นนั่ง พร้อมทั้งตีลงไปบนก้นของชวีเสี่ยวปอทีหนึ่ง “จะได้ถือโอกาสทำอย่างอื่นด้วยเลย”
......
ในตอนที่ดึงมือออกมาจากในกางเกงของเซี่ยเจิง ชวีเสี่ยวปอยังหอบหายใจออกมาอย่างรู้สึกล่องลอย แต่เห็นได้ชัดว่าความรู้สึกมีความสุขนั้นไม่จางหายไปเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่ร่างกายเอนตัวจมลงไปยังด้านหลัง ชวีเสี่ยวปออดไม่ได้ที่จะผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความสบาย ถึงขนาดที่ว่ารู้สึกหน่วงในศีรษะจนตาพร่ามัวขึ้นมาแล้วด้วย
“สบายจนต้องถอนหายใจเลยเหรอ” เซี่ยเจิงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันทุ้มต่ำในขณะที่กำลังหลับตาอยู่ “เอาทิชชูไหม? ”
“หยิบให้ฉันแผ่นหนึ่งก็ได้ ที่จริงฉันรู้สึกว่ามันถูไปกับกางเกงในของนายแล้วละ...ให้ตายสิ” ชวีเสี่ยวปอพูดไปขำไป “เมื่อกี้นายเองก็ครางออกมาไม่ใช่เหรอ? ”
“อยากจะกลั้นเอาไว้อยู่” เซี่ยเจิงพูดขึ้นอย่างรู้สึกเขินเล็กน้อย พร้อมทั้งเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชูที่วางอยู่บนโต๊ะมา จากนั้นก็ดึงขึ้นมาสองแผ่นแล้วยัดเข้าไปในมือของชวีเสี่ยวปอ พลางพูดเสริมขึ้นว่า : “แต่ก็ไม่ไหวแล้วจริงๆ ”
ชวีเสี่ยวปอเช็ดทำความสะอาดมือของตัวเองอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็โยนกระดาษทิชชูลงไปบนพื้นอย่างไม่ได้สนใจอะไรนัก ตามหลักการที่ถูกต้องแล้วในเวลานี้ควรที่จะไปล้างมือ แต่เขาี้เีจะขยับตัว ดูเหมือนว่าเซี่ยเจิงก็เป็เช่นนั้นเหมือนกัน แค่อยากนอนพูดคุยกันอยู่อย่างนี้ ไม่ว่าอะไรก็ไม่ต้องไปสนใจทั้งนั้น
เซี่ยเจิงหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดมวนหนึ่ง
“สูบหลังเสร็จเหรอ? ” ชวีเสี่ยวปอถาม
“นี่ยังไม่ถือว่าเสร็จจริงๆ สักหน่อย” เซี่ยเจิงพ่นควันบุหรี่ออกมา
“คือว่า” ทันใดนั้นชวีเสี่ยวปอก็รู้สึกว่ากล้ามเนื้อตรงบริเวณท้องน้อยขยายตัวขึ้น แล้วจึงถามออกไปเสียงเบาว่า : “เื่นั้น นายเคยคิดเอาไว้ไหม? ”
“เื่ไหน? ”
“นายแกล้งใช่ไหมเนี่ย !” ชวีเสี่ยวปอดึงหมอนมาทุบเข้าไปที่ด้านหลังของเซี่ยเจิงหนึ่งที หลังจากที่ทุบไปแล้วเขาก็รู้สึกจิตใจไม่เป็สุขขึ้นมาอีกครั้ง “แกล้งงงใช่หรือเปล่า !”
“เคยคิดแล้ว” เซี่ยเจิงดึงหมอนเข้ามากอดเอาไว้ “ถ้าฉันบอกว่าไม่เคยคิดนายก็ไม่เชื่ออยู่ดี นายไม่เคยคิดเอาไว้เหรอ? ”
“ฉันก็เคยคิดอยู่เหมือนกัน” ชวีเสี่ยวปอรู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที ดูท่าแล้วคงจะไม่ใช่เขาเพียงคนเดียวที่มีความคิดเื่สิบแปดบวกเช่นนี้ ความกังวลใจต่างๆ นานาก่อนหน้านี้ล้วนหายวับไปในทันที
“นายคิดว่าไงเหรอ ไหนพูดให้ฉันฟังหน่อยสิ” ชวีเสี่ยวปอพูดขึ้นอย่างอยู่ไม่สุข พลางใช้มือของเขาลูบไล้บนต้นขาของเซี่ยเจิงไปด้วย
“พูดยังไงดีล่ะ” เซี่ยเจิงอธิบายไม่ถูก “มันกะทันหันไปหน่อย”
“ก็จริง” ชวีเสี่ยวปอก็รู้สึกว่าคำถามนี้ของตัวเองถามออกได้ไม่มีชั้นเชิงเลยสักนิด “ฉันแค่เห็นว่านายไม่แสดงออกในด้านนั้นเลย ก็เลยรู้สึก...”
“ตั้งตารอขนาดนี้เลย? ” จู่ๆ เซี่ยเจิงก็หันศีรษะมามองชวีเสี่ยวปอ
“บ้า...อย่ามาพูดว่าฉัน ใจเร็วด่วนได้แบบนี้นะ” ชวีเสี่ยวปอหยุดเว้นวรรคไปพักใหญ่ พยายามหาคำอธิบายที่เหมาะสมออกมา “ฉันก็แค่สงสัยนิดหน่อย แต่ไม่ได้ตั้งตารอแน่นอน! แบบนี้เขาเรียก...ค้นคว้าสิ่งใหม่ที่ไม่เคยรู้มาก่อนอยู่ตลอดต่างหาก! ค้นคว้าน่ะเข้าใจไหม? ฉันแค่มีหัวใจที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น! ”
“นายคิดว่าฉันจะเชื่อไหม? ” เซี่ยเจิงหัวเราะ พลางเคาะก้นบุหรี่
“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ” ชวีเสี่ยวปอจิ้มลงไปบนเอวของเซี่ยเจิงทีหนึ่ง แล้วจึงพูดโพล่งออกไป “ฉันพูดจบแล้ว เร็วๆ พูดมาเลยว่านายคิดยังไง”
“เื่แบบนี้ ปล่อยให้มันเป็ไปตามธรรมชาติเถอะนะ” เซี่ยเจิงลูบคางของตัวเอง “ถ้าจะต้องเตรียมพร้อมเอาไว้ทุกอย่าง จุดเทียนวางเครื่องหอมเอาไว้อะไรทำนองนี้ มันคงจะแปลกน่าดูเลย อีกอย่างนายไม่คิดว่าที่เป็อยู่ตอนนี้มันก็ดีมากแล้วเหรอ”
“ให้ตายสิ นายคิดเอาไว้ละเอียดขนาดนี้เลยเหรอ? ” ชวีเสี่ยวปอหัวเราะขึ้นมายกใหญ่ “มีจุดเทียน? วางเครื่องหอมด้วย? ”
“บิลด์อารมณ์น่ะ” เซี่ยเจิงกระแอมขึ้นมา “เข้าใจไหม? ”
“เฮ้อ” ชวีเสี่ยวปอวางมือลงไปบนท้องของเซี่ยเจิงเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ “คืนนี้ฉันไม่กลับแล้วละ”
“ทำไม ตอนนี้ก็อยากมีอารมณ์ขึ้นมาแล้วเหรอ” เซี่ยเจิงกดบุหรี่ให้ดับลง จากนั้นจึงตีเข้าที่บั้นท้ายของเขา สุดท้ายยังบีบไปด้วยทีหนึ่ง
“บ้า! ” ชวีเสี่ยวปอขยับบิดตัวไปมา “ฉันจะทำตอนนี้เลย นายเชื่อไหม? ”
“เชื่อ ยอมแล้ว” เซี่ยเจิงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมเขาทั้งสองคนเอาไว้ ขณะนั้นชวีเสี่ยวปอก็ขยับเข้าไปแนบชิดกับเซี่ยเจิงขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังอดไม่ได้ที่จะลูบไล้ไปบนเรือนร่างของเขา
“นอนเถอะ” เซี่ยเจิงเอ่ยขึ้นเสียงแ่เบา “ฝันดี”
“ฉันนอนไม่หลับอะ” ชวีเสี่ยวปอถอนหายใจออกมา
“ให้ฉันเล่านิทานให้ฟังไหม? ” เซี่ยเจิงหลับตาลง “หนูน้อยหมวกแดงกับหมาป่าใจร้ายอะไรทำนองนั้น หรือว่าจะเป็เื่สโนว์ไวท์กับแม่มดใจร้ายดี”
“เล่าอะไรที่มันดูมีไอคิวกว่านี้หน่อยได้ไหม? ” ชวีเสี่ยวปอพูดกัดฟันทั้งยังกลั้นขำเอาไว้ “นี่ ฉันถามอะไรหน่อยได้ไหม? ”
“วันนี้นายดูคึกมากเลยนะ” เซี่ยเจิงกางแขนออกไปกอดชวีเสี่ยวปอเอาไว้ในอ้อมอก “ถามมาเถอะ เหตุผลของหนึ่งแสนสิ่ง [1] กำลังออนไลน์รอไขข้อสงสัยให้อยู่แล้ว”
“เื่นั้นที่โจวเจ๋อหยวนพูด นายคิดยังไงเหรอ”
คำถามที่ไม่อาจหลีกหนีไปได้
ก่อนที่ชวีเสี่ยวปอจะถามขึ้นมา เขาเองก็ครุ่นคิดอยู่นานมากเหมือนกันว่า ความจริงแล้วต้องพูดคุยเื่นี้กับเซี่ยเจิงหรือเปล่า ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะมีความเป็ได้สูงมากที่จะไม่มีแผนการซึ่งสามารถทำได้ หรือผลลัพธ์ที่มีความหมายเลย... แต่หลายสิ่งหลายอย่างก็ไม่ได้้าผลลัพธ์เสมอไป เขาเพียงแค่้าฟังความเห็นของเซี่ยเจิง
ในอดีตเื่ที่เกี่ยวข้องกับโจวเจ๋อหยวนเป็เพียงแค่เื่ของเซี่ยเจิงคนเดียว แต่ในตอนนี้เป็มันเื่ของเขาทั้งสองคน
ถึงขนาดที่ว่าในจุดนี้ทำให้ชวีเสี่ยวปอว่ารู้สึกดีใจขึ้นมาเล็กน้อย เพราะในที่สุดเขาและเซี่ยเจิงก็ได้มีจุดยืนร่วมกันแล้ว
“เขาทำได้จริงๆ ” หลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่ง เซี่ยเจิงจึงพูดขึ้นมา และในขณะนั้นเองชวีเสี่ยวปอก็รู้สึกได้ว่ามือของเซี่ยเจิงที่โอบไหล่ของเขาไว้สั่นขึ้นมาเล็กน้อย แต่เซี่ยเจิงกลับพยายามควบคุมตัวเองเอาไว้อย่างถึงที่สุด “ฉันกลัวมากเลย กลัวว่าเขาจะทำร้ายแม่ฉัน”
“นายหมายความว่า...” ชวีเสี่ยวปอเอ่ยปากขึ้น
“แม่ฉันคงจะรับแรงกระตุ้นแบบนี้ได้ไม่ไหว” เซี่ยเจิงลดเสียงพูดให้เบาลง “ปอเอ๋อร์ นายรู้ไหม มีอยู่่หนึ่งฉันอิจฉาการมีชีวิตแบบที่ว่าไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรมากเลยละ”
“อ๋า” ชวีเสี่ยวปอตอบรับอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก
“แบบที่ว่าในทุกๆ วันแค่ไปโรงเรียน ซื้อกับข้าว ทำอาหาร ทำงานพาร์ทไทม์” เซี่ยเจิงค่อยๆ บรรยายออกมาอย่างใจเย็น “บางทีในสายตาคนอื่นวันเวลาแบบนี้คงจะไม่มีค่าอะไรให้ตั้งตารอคอยเลยละมั้ง แต่มีอยู่พักหนึ่งฉันกลับรู้สึกว่ามันเป็เื่ที่ฉันหวังเกินตัวไปจริงๆ ”
“ฉันเข้าใจ” จู่ๆ ชวีเสี่ยวปอก็รู้สึกเศร้าขึ้นมา เขาผ่อนลมหายใจหนักออกมาทีหนึ่ง คลำหามืออีกข้างหนึ่งของเซี่ยเจิงใต้ผ้าห่ม จากนั้นก็ประสานมือของตัวเองลงไป
“แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีไม่ใช่เหรอ” เซี่ยเจิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เื่รสนิยมทางเพศฉันเปลี่ยนแปลงอะไรมันไม่ได้หรอก โจวเจ๋อหยวนกุมเื่นี้เอาไว้ก็เหมือนกับกำลังกุมเส้นชีวิตของฉันเอาไว้ด้วยเหมือนกัน”
“ให้ตายเถอะ” ชวีเสี่ยวปอรู้สึกปวดใจขึ้นมาทันที “ถ้าไอ้บ้านี่มันกล้าพูด ฉันจะเอาป้ายใหญ่ๆ ไปติดไว้ที่บ้านของมันเลย ใครกลัวใครกันแน่! ก็แค่ใครจะหน้าด้านกว่ากันเท่านั้นแหละ! ”
“พอแล้ว” เซี่ยเจิงตบหลังเขาไปเบาๆ พลางพูดปลอบเขาว่า : “ไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบกับคนแบบนั้น เขาไม่ค่อยกล้านักหรอก อีกอย่างพูดเื่แบบนี้ออกมาก็ไม่ได้ส่งผลดีกับเขาเท่าไหร่ด้วย”
“อืม” ชวีเสี่ยวปอไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว “นอนเถอะ คุณแฟน พรุ่งนี้จะต้องเป็วันที่ยอดเยี่ยมอีกวัน”
“ฝันดีนะ”
“ฝันดี”
หลังจากที่บอกฝันดีกันเรียบร้อย ชวีเสี่ยวปอที่เพิ่งจะพูดว่านอนไม่หลับไปเมื่อครู่นี้ ผ่านไปไม่นานลมหายใจเขาก็ผ่อนออกมาแรงขึ้นแล้ว ส่วนเซี่ยเจิงก็ค่อยๆ ดึงมือออกมาอย่างแ่เบา แล้วจึงคลำโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ด้านข้างขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
.............................
เชิงอรรถ
[1] เหตุผลของหนึ่งแสนสิ่ง เป็หนังสือความรู้รอบตัวภาษาจีนสำหรับเด็ก