นางฉางค่อยๆ ลืมตาขึ้นกล่าวด้วยความไม่พอใจ “ต่อให้ยังไม่ตื่น แต่เ้าเสียงดังปานนี้ ข้าจะหลับลงได้อย่างไร”
ทว่าเหอชุนฮวาไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด นางสาวเท้าเข้าไปหา “ท่านแม่ไม่ควรเอาแต่นอนนะเ้าคะ ควรลุกออกไปเดินเล่นบ้าง จะได้ดีต่อสุขภาพเช่นกัน”
มีหรือที่นางฉางจะสนใจนาง “ว่ามาเถอะ พวกเ้าสองคนมาทำอะไร” นางลากเสียงยาว น้ำเสียงเจือด้วยความหงุดหงิดไม่ปิดบัง
เหอชุนฮวาไม่กล้าออกหน้าตามลำพัง นางดึงหวางเถาฮวามายืนด้านข้างแล้วค่อยเอ่ยขึ้น “ท่านแม่ พวกข้ามีเื่จะถามเ้าค่ะ”
“อืม” นางฉางขานตอบ
เหอชุนฮวาทั้งส่งสายตาทั้งใช้แขนกระทุ้งให้หวางเถาฮวาพูด แต่หวางเถาฮวาเป็คนฉลาด นางมีหรือจะทำให้ตัวเองดูแย่ แต่ขณะเดียวกันนางก็รู้สึกว่า ในเมื่ออีกฝ่ายลากตัวเองมาถึงที่นี่ หากนางไม่พูดอะไรบ้างเลยคงไม่ดีนัก สุดท้ายจึงเอ่ยออกไปว่า “ท่านแม่ ่นี้สุขภาพท่านเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ?”
“สบายดี กินได้นอนได้ พวกเ้ามีธุระอะไรก็รีบว่ามา อย่ามัวแต่อ้ำๆ อึ้งๆ”
เหอชุนฮวาขมวดคิ้วส่งสายตาให้หวางเถาฮวารีบพูดอีกครั้ง
หวางเถาฮวาไม่รู้จะบ่ายเบี่ยงอย่างไร นางจำใจต้องยอมเดินเข้าไปพูดใกล้ๆ ฮูหยินเฒ่า “ท่านแม่ กิจการน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของบ้านสามเป็ไปได้ด้วยดีเลย แต่พวกนางทำกันเองไหวหรือเ้าคะ?”
นางฉางหรี่ตาลงเล็กน้อย “อันหรานก็จ้างให้คนในหมู่บ้านมาช่วยงานแล้วมิใช่หรือ? ตอนนี้น่าจะไม่มีปัญหา”
ในเมื่อพวกนางไม่บอกจุดประสงค์ในการมา ฮูหยินเฒ่าก็จะไม่พูดอะไรทั้งนั้น
หวางเถาฮวาพลันขมวดคิ้วยับย่น “พวกนางค้าขายดีขนาดนี้ หากพวกเราช่วยกันทำก็คงดี จะได้ไม่ต้องนำเงินไปแบ่งให้คนนอก”
ฮูหยินเฒ่าเริ่มจะรู้ถึงจุดประสงค์ในการมาของพวกนางบ้างแล้ว นางหันไปมองหวางเถาฮวาเพียงแวบหนึ่ง นางคิดมาโดยตลอดว่าสะใภ้ใหญ่ผู้นี้เป็คนที่ฉลาดที่สุดในสะใภ้ทั้งสามคน มีทั้งเล่ห์เหลี่ยมและกลอุบาย
สะใภ้รองเป็คนหยาบคาย ไม่ค่อยรู้จักใช้ความคิด เอะอะก็เอาแต่โวยวายเสียงดัง
ส่วนสะใภ้สามเป็คนสะสวย นิสัยอ่อนโยน และมีความสามารถ เสียก็แต่ไม่รู้จักสู้คน ยอมให้ทุกคนกดขี่รังแกร่ำไป
ฮูหยินเฒ่ารู้ว่าหวางเถาฮวากำลังอ้อมค้อมไม่เข้าประเด็นหลัก จึงถามต่อ “พวกเ้าอยากขายน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดหรือ?”
เหอชุนฮวาก้าวออกมาบ้าง “อยากเ้าค่ะ ผู้ใดจะอยากทิ้งโอกาสหาเงินเช่นนี้กัน อีกอย่าง ครอบครัวเราก็ไม่มีงานอะไรให้ต้องทำ เก็บของดีไว้ในครอบครัวย่อมดีที่สุด นางจ้างผู้อื่นให้ทำงาน นำเงินไปให้ผู้อื่นในขณะที่ครอบครัวตัวเองน่าสงสารเพียงนี้”
“อืม” ฮูหยินเฒ่าขานตอบอีกครั้ง “ที่พวกเ้ากล่าวมาก็มีเหตุผล”
หวางเถาฮวากับเหอชุนฮวาได้ยินดังนี้ก็ตาเป็ประกายทันที แต่แล้วประโยคถัดมาของฮูหยินเฒ่ากลับทำให้สีหน้าพวกนางต้องแข็งทื่อโดยพลัน “ในเมื่อพวกเ้าอยากค้าขายตามอันหราน เช่นนั้นหากมีเวลาว่างก็ลองไปช่วยงานเถิด จะได้หาเงินจุนเจือครอบครัวอีกทาง ต่อไปจะได้ไม่ต้องเอาแต่สร้างเื่ ทำงานแล้วจะได้ดีต่อสุขภาพด้วยเช่นกัน”
เหอชุนฮวาขมวดคิ้วยุ่งเหยิง ความอดทนของนางต่ำมาั้แ่ไหนแต่ไร เมื่อได้ฮูหยินเฒ่าพูดดังนี้ก็ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่อีกต่อไป “ท่านแม่ พวกข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นเ้าค่ะ”
ฮูหยินเฒ่ามองนางแล้วสลับไปมองหวางเถาฮวาบ้าง “เช่นนั้นพวกเ้าหมายความว่าอย่างไร?”
เหอชุนฮวาเอ่ยเพียงว่า “พวกเราเป็ญาติของนางแท้ๆ แต่นางกลับให้คนนอกมาทำงานให้ นี่มันเทียบเท่ากับการข้ามหัวพวกข้าชัดๆ”
“พวกเ้าจะสื่ออะไรกันแน่?” ฮูหยินเฒ่าขมวดคิ้ว
เหอชุนฮวาส่งสายตาให้หวางเถาฮวาอีกครั้ง แต่รอบนี้หวางเถาฮวากลับไม่ยอมพูด สุดท้ายนางจึงต้องกัดฟันพูดด้วยตัวเอง “ท่านแม่ ข้าจะไม่อ้อมค้อมแล้วเ้าค่ะ พวกข้าอยากทราบว่าท่านเป็ผู้มอบสูตรในการทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดให้บ้านสามใช่หรือไม่?”
ฮูหยินเฒ่าใผงะ ดวงตาที่หรี่อยู่เป็ประจำถึงกับเบิกโพลงขึ้น นางมองเหอชุนฮวาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “พวกเ้าเอาอะไรมาพูด?”
ฮูหยินเฒ่ามองลูกสะใภ้ทั้งสองคน
พวกนางสองคนสบตากันไปมาแต่กลับไม่มีผู้ใดยอมพูด
นางฉางพลันตบโต๊ะเสียงดังทันที “พวกเ้าอธิบายมาสิ นี่มันเื่อะไรกัน? เอาอะไรมาบอกว่าข้ามอบสูตรในการทำน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดให้กับบ้านสาม? ข้าไปมีสูตรแบบนั้นั้แ่เมื่อไร? บรรพบุรุษของสกุลหลี่ไม่เคยมีของแบบนั้น”
เหอชุนฮวาไม่ค่อยเชื่อในคำปฏิเสธของฮูหยินเฒ่านัก “ถ้าเช่นนั้นบ้านสามไปเอามาจากที่ใด? เหตุใดอยู่ๆ จึงได้มีของแบบนี้ขึ้นมา ท่านเองก็คงเคยกินน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดมาก่อนสินะเ้าคะ หากท่านบอกว่าไม่มีสูตร เช่นนั้นพวกนางทำของพวกนี้ออกมาได้อย่างไร?”
หวางเถาฮวาคอยพูดสนับสนุนอยู่ไม่ห่าง “ใช่เ้าค่ะ เมื่อก่อนเสิ่นอิ๋นหวนทำอะไรไม่เป็ทั้งนั้น หากไม่ใช่เพราะหน้าตาสะสวยมีหรือจะได้แต่งเข้ามาอยู่สกุลหลี่ของเรา อีกอย่าง อันหรานก็ยังอายุไม่มาก นางจะไปเอาความสามารถทำของพวกนี้มาจากที่ใด?”
“นางไม่ได้รับสูตรไปจากข้า ไม่แน่ว่าอาจมีผู้มีวิชาความรู้ช่วยเหลือพวกนางอยู่ก็เป็ได้ ครอบครัวเราไม่มีของแบบนั้นอย่างแน่นอน”
กระนั้นเหอชุนฮวายังคงไม่เชื่อ นางแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ “จนป่านนี้แล้วท่านก็ยังจะเข้าข้างบ้านสามอยู่อีก ไม่ว่าผู้ใดก็รู้ว่าท่านรักลูกชายคนที่สามมากที่สุด เขารับตำแหน่งราชการในเมืองหลวง นำเอาเกียรติยศและความรุ่งเรืองมาสู่วงศ์ตระกูล แต่ท่านอย่าลืมว่าหากเขาไม่ไปล่วงเกินผู้มีอำนาจเข้าก็คงไม่เกิดเื่ราวพวกนั้นและไม่ต้องตกต่ำแบบทุกวันนี้ จนสุดท้ายแล้วท่านก็ยังจะมอบสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในตระกูลให้กับบ้านสามอีก”
ฮูหยินเฒ่าตบโต๊ะเสียงดังอีกครั้ง สองคนนั้นใจนสะดุ้งโหยง หวางเถาฮวาถอยห่างออกมาสองสามก้าว
“พูดเหลวไหลอะไรของพวกเ้า?” ฮูหยินเฒ่าถึงกับไอด้วยความโมโห สาวใช้ด้านข้างจึงรีบเข้ามาประคองและช่วยลูบหลัง
“ฮูหยินเฒ่าโปรดระงับอารมณ์ ระวังสุขภาพด้วยเ้าค่ะ”
แต่สองคนนั้นยังคงพูดอยู่ด้านข้าง “ท่านแม่ พวกข้าก็คุยกับท่านด้วยดีมิใช่หรือ? ท่านจะโมโหไปไยเ้าคะ ต่อให้ท่านจะมอบสูตรให้บ้านสามจริง พวกข้าก็ไม่ถือโทษโกรธท่านหรอกเ้าค่ะ พวกข้าเพียงแต่คิดว่าหากมีสูตรนี้อยู่จริง เช่นนั้นก็ควรนำมาแบ่งด้วยยุติธรรมเ้าค่ะ จะให้บ้านสามร่ำรวยอยู่บ้านเดียวและทอดทิ้งบ้านใหญ่กับบ้านรองไม่ได้” เหอชุนฮวาพูดอย่างมีเหตุผลเต็มปากเต็มคำ
ฮูหยินเฒ่าหอบหายใจถี่กระชั้นชิด เอ่ยตอบอย่างยากลำบาก “ข้าจะพูดอีกครั้ง สกุลเราไม่มีสูตรที่เ้าพูดถึง พวกเ้าสองคนอย่าเอาแต่พันแข้งพันขาไม่ปล่อย หากพวกเ้าอยากทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดก็ไปเอาใจบ้านสามกับอันหราน หากพวกนางยินดีให้พวกเ้าไปทำงานหาเงินก็ดีไป แต่หากไม่ให้ เื่นี้ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับข้า ตอนนี้บ้านสามแยกบ้านออกไปแล้ว ต่างคนต่างอยู่ อย่าได้นำเื่จำพวกนี้มารบกวนข้าอีก”
เหอชุนฮวาไม่พอใจขึ้นมาทันที “ท่านกำลังเข้าข้างบ้านสามชัดๆ”
