ซุนเฟยหันไปมองทหารรับจ้างดาบโลหิตที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นอยู่บนพื้นโดยมีเหล่าอัศวินอัศวินบรอนซ์เซนต์ล้อมรอบ เมื่อครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ซุนเฟยก็ชี้ไปที่ผู้หญิงที่ถูกตรึงไว้บนเสาหิน ชายหัวล้านตาเดียวที่นอนกองอยู่บนพื้นและชายวัยกลางคนที่เป็ผู้เชี่ยวชาญอาวุธลับที่กำลังอยู่ในสภาพร่อแร่ แล้วหันมาพูดกับพัศดีโอเลเกร์ว่า “คนพวกนี้ยกให้เ้าจัดการ ทำอย่างไรก็ได้ให้พวกมันคายข้อมูลเกี่ยวกับกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตมาให้ได้มากที่สุด...อ้อ จริงสิ ยังมีอีกเื่ ไอ้ตาเดียวนั่นน่ะ อย่าให้มันตายเชียวนะ ข้าเคยพูดว่าจะให้มันอยู่ดูกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตพังพินาศด้วยตาของมันเอง”
การทรมานนักโทษเพื่อเค้นเอาข้อมูลเป็สิ่งที่พัศดีโอเลเกร์ถนัดที่สุด คนโหดร้ายก็ต้องให้คนที่โหดร้ายยิ่งกว่ามาจัดการ สำหรับเ้าอ้วนแล้ว คำสั่งแบบนี้เป็อะไรที่มันชื่นชอบที่สุด จนอดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปากที่แห้งผากของมัน “น้อมรับพระบัญชาฝ่าา!”
จากนั้น พัศดีโอเลเกร์จึงเรียกอัศวินอัศวินบรอนซ์เซนต์สามสี่คนให้เข้ามาหา แล้วบอกให้ไปลากชายตาเดียวและชายวัยกลางคนที่นอนกองอยู่กับพื้นในสภาพเหมือนหมาใกล้ตายไปขังเอาไว้ ส่วนตัวเองก็ไปดึงผู้หญิงที่ถูกตรึงบนเสาลงมา
ริมทะเลสาบที่อยู่ห่างออกไปพลันมีเสียงร้องโหยหวนดังระงมขึ้นมา ในขณะเดียวกันก็มีเสียงหัวเราะชอบใจและห้วนๆ ของพัศดีโอเลกดังขึ้นมาเป็ระยะๆ ไม่นานก็มีเสียงเหมือนเสียงอะไรบางอย่างถูกโยนลงทะเลสาบ...
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนของพวกทหารรับจ้างดาบโลหิตดังขึ้นมาไม่ขาดสาย บวกกับเห็นรถม้าที่แองเจล่าและองค์หญิงนั่งมากำลังเคลื่อนที่เข้ามาอยู่ไกลๆ ซุนเฟยก็ขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเตะก้อนหินเล็กๆ กระเด็นไปที่หลังหัวของโอเลเกร์พลางตะเบ็งเสียงอย่างโมโหว่า “เ้าโง่ อย่าโยนขยะลงไปในทะเลสาบสิ ยังมีอีกนะ ลากพวกมันไปให้ไกลกว่านี้และอย่าให้มีเสียงร้องเหมือนหมาถูกเชือดลอยมาเด็ดขาด เดี๋ยวทำให้คนอื่นกินข้าวเย็นไม่ลง...”
เ้าอ้วนได้ยินดังนั้นจึงรีบลากพวกมันเข้าไปในป่าลึกมากขึ้นอีกนิด ทำให้เสียงร้องค่อยๆ เบาลง
ในที่สุดผู้ที่จัดการเก็บกวาดสนามรบก็เดินทางมาถึง นั่นคือเหล่าเทศกิจนั่นเอง
กลิ่นเืที่ฉุนจมูกและเศษแขนขาที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นก็ถูกเหล่าเทศกิจทำการเก็บกวาดจนสะอาด พวกเขานำ ‘ขยะ’ ไปโยนทิ้งในทุ่งหญ้าที่อยู่ห่างออกไปราวๆ หกเจ็ดร้อยเมตร แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบผิวน้ำจนเกิดประกายระยิบระยับขึ้นมา สายลมในยามกลางคืนพัดใบไม้สีเหลืองบนยอดไม้ให้ปลิวตกลงมาอย่างช้าๆ จนดูเหมือนพรมสีเหลืองอ่อนที่ปูอยู่บนพื้นดิน เพียงพริบตาเดียว ที่นี่ก็กลายเป็ทัศนียภาพอันงดงามชวนหลงใหล ไม่เหลือร่องรอยการสังหารโหดก่อนหน้านี้สักนิด ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
เต็นท์หลายสิบเต็นท์ก็ถูกกางอย่างรวดเร็ว
ั้แ่ออกจากอาณาจักรมาได้สามสี่วัน กองทัพเมืองแซมบอร์ดก็เริ่มคุ้นเคยกับชีวิตที่ต้องนอนกลางดินกินกลางทรายแล้ว ทำให้พวกเขาสามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างเป็ขั้นเป็ตอนและมีระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น พวกเขาต่างทำหน้าที่ของตัวเองไป
แต่ไม่ช้า ผู้ดูแลเรดแนปป์ที่สวมชุดสีดำและสาวน้อยในชุดสีแดงเพลิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เป็ฝ่ายขอเข้าเฝ้าซุนเฟยก่อน
“ให้พวกเขาเข้ามา!”
เมื่อได้ยินทหารหน้าเต็นท์รายงาน ซุนเฟยที่กำลังนั่งหลับตาคำนวณส่วนได้ส่วนเสียหลังจบาก็ลืมตาขึ้นมา
หลังจากครุ่นคิดมาอย่างถี่ถ้วน ั้แ่ที่ซุนเฟยทะลุมิติมาที่เมืองแซมบอร์ด เขาก็ได้เผชิญหน้ากับามาหลายต่อหลายครั้งแล้ว และทุกครั้งก็จบลงด้วยชัยชนะของเขา หนึ่งในองค์ประกอบของชัยชนะก็มาจากโชคช่วย นอกจากนั้นก็ยังเป็เพราะฝ่ายตรงข้ามไม่ค่อยแข็งแกร่งเท่าไรนัก ทำให้ซุนเฟยได้มีเวลาเติบโตและพัฒนาฝีมือมากยิ่งขึ้น และยังมีอีกเหตุผลที่สำคัญอีกข้อ นั่นก็คือ ทุกครั้งศัตรูจะประเมินความแข็งแกร่งของซุนเฟยและเมืองแซมบอร์ดต่ำเกินไป
ด้วยเหตุผลข้อนี้ทำให้กองทัพเกราะดำต้องเป็ฝ่ายปราชัย และาบนยอดเขาตะวันออก องค์หญิงและปีศาจสาวแพรีสเองก็ประเมินซุนเฟยต่ำไปเช่นกัน เพราะพวกนางไม่เห็นซุนเฟยที่เป็าาของอาณาจักรเล็กๆ อยู่ในสายตา ดังนั้นจึงถูกแผนแกล้งตายของซุนเฟยตลบหลังและเป็ฝ่ายคว้าชัยชนะไป การต่อสู้กับพวกทหารรับจ้างโลหิตนี้ก็เช่นกัน แม้ว่าพวกหัวหน้ากองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตจะเคยได้ยินชื่อเสียงและความแข็งแกร่งของาาแซมบอร์ดมาอยู่บ้าง แต่เห็นได้ชัดว่าข้อมูลที่พวกเขารู้มีจำกัด บวกกับ่สองสามวันที่ผ่านมานี้ ความแข็งแกร่งของซุนเฟยก็เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ศึกครั้งนี้จบลงด้วยชัยชนะของเขา
“ถ้าในกองทัพฝ่ายศัตรูมียอดฝีมือที่สูงกว่าข้าขึ้นมาเล่า เมืองแซมบอร์ดจะยังไร้พ่ายเหมือนก่อนหน้านี้หรือไม่?”
ซุนเฟยเฝ้าถามคำถามนี้อยู่ภายในใจของตัวเอง
ทันใดนั้นซุนเฟยก็รู้สึกประหลาดใจที่พบว่า แม้เขาจะพยายามจงใจให้เหล่าผู้นำและทหารได้มีโอกาสเผชิญหน้ากับา แต่ทุกครั้งฝ่ายเมืองแซมบอร์ดจะต้องอยู่ในสถานการณที่ตัวเองได้เปรียบเท่านั้น ซุนเฟยถึงจะปล่อยให้พวกเขาลงมือ นี่ไม่ต่างอะไรกับแม่ไก่ที่กางปีกปกป้องลูกเจี๊ยบ รอจนพายุฝนซา สายฟ้าหมด จึงคลายปีกลงแล้วให้ลูกเจี๊ยบมีโอกาสัักับพายุฝนที่ตกลงมาเพียงแ่เบา...ประสบการณ์แบบนี้จะฝึกฝนพวกเขาได้จริงๆ หรือ? ั้แ่รบกันมา จำนวนผู้ได้รับาเ็ถึงตายคือศูนย์ นี่เขากำลังพลาดอะไรไปหรือเปล่า?
บนแผ่นดินอาเซรอทที่ดำรงด้วยกฎแห่งป่า ไม่มีใครรู้ว่าหรอกว่าในอนาคตพวกเขาจะต้องพบเจออันตรายแบบใด หรือศัตรูที่แข็งแกร่งเมื่อไร มันสำคัญที่ว่า เมื่อเผชิญหน้ากับมันแล้ว เหล่าเทศกิจและเหล่าอัศวินบรอนซ์เซนต์จะผ่านมันไปได้ไหม?
ซุนเฟยไม่อาจหาคำตอบได้
ตอนนี้เอง ผ้าปิดเต็นท์ก็ถูกยกขึ้นมา
ตอร์เรสพาผู้ดูแลเรดแนปป์และสาวน้อยในชุดสีแดงเพลิงเดินเข้ามา
“คารวะาาเมืองแซมบอร์ด!” ทั้งสองคนทำความเคารพซุนเฟย
แม้ว่ากองคาราวานกลุ่มการค้ากลุ่มโซรอสจะมีชื่อเสียง อำนาจและอิทธิพลอย่างมากในาาอาณาจักร แน่นอนว่าด้วยฐานะผู้ดูแลของเรดแนปป์ พวกเขาไม่จำเป็ต้องใส่ใจาาของอาณาจักรบริวารระดับหกเล็กๆ นี้เลยด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่า าาหนุ่มตรงหน้าเป็ข้อยกเว้น เพราะชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าไม่เพียงแต่จะช่วยกองคาราวานกลุ่มการค้าโซรอสเอาไว้ในยามที่พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติเท่านั้น ยังเป็เพราะผู้ดูแลของเรดแนปป์ได้มองเห็นถึงศักยภาพของในตัวของชายหนุ่มตรงหน้าด้วย
“ท่านทั้งสอง เชิญนั่ง!”
ซุนเฟยผ่ายมือไปที่เก้าอี้ในเต็นท์ด้วยรอยยิ้ม สร้างบรรยากาศเป็กันเองขึ้นมา
ก่อนหน้านี้ท่านผู้เฒ่าโซล่าเคยอธิบายเกี่ยวกับความเป็มาของกลุ่มการค้าโซรอสให้ซุนเฟยฟัง ท่านผู้เฒ่าเล่าว่าคนพวกนี้ทรงอิทธิพลเหนือกว่ากองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตหลายเท่ามาก ธุรกิจของพวกเขาครอบคลุมไปทั่วแผ่นดินอาเซรอท เรียกได้ว่าเป็จักรพรรดิในแวดวงพ่อค้าก็ว่าได้ ผู้นำของกลุ่มการค้าโซรอสเป็ที่รู้จักไปทั่วแผ่นดินอาเซรอท ว่ากันว่าเขาสร้างตัวขึ้นมาด้วยลำแข้งของตัวเองจนกลายเป็คนร่ำรวย และเขาเป็พวกเทพเ้าัเห็นหัวไม่เห็นหาง1 ความแข็งแกร่งของเขาเป็เื่ลึกลับ มีคนกล่าวไว้ว่า ความแข็งแกร่งของโซรอสอยู่ในระดับสุริยะ แต่ก็มีบางคนกล่าวว่าเขาก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ก็ว่ากันไปต่างๆ นานา แต่กลับไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด ที่แน่ใจมากที่สุดก็คือ เขามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลในตำนานและผู้ที่ทรงอิทธิพลในแผ่นดินอาเซรอท ด้วยเหตุนี้ ทำให้ไม่มีใครกล้าลองดีกับกลุ่มการค้าโซรอส
เื่ที่เกิดขึ้นคืนนี้ นับว่ากองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตใจกล้ามากที่คิดจะสังหารคนของกองคาราวานกลุ่มการค้ากลุ่มโซรอสและผู้ดูแล แต่ก็ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะลองดี เพราะเทือกเขาอาทิตย์แห่งนี้เต็มไปด้วยป่าทึบ ไม่ค่อยมีใครเหยียบย่างเข้ามา อีกแค่นิดเดียวพวกเขาก็คงต้องตายด้วยฝีมือของพวกมันแน่ๆ หากพวกทหารรับจ้างดาบโลหิตสังหารพวกเขาได้สำเร็จ กลุ่มการค้าโซรอสก็ยากที่จะสืบหาได้
แน่นอนว่ามันจะต้องมีผลประโยชน์ที่ล้ำค่าบางอย่างซุกซ่อนเอาไว้ ถึงทำให้ ‘ดาบโลหิต’ ยอมทำเื่บ้าบิ่นพวกนี้
เมื่อเห็นว่าพวกกองคาราวานกลุ่มการค้าโซรอสพยายามปกป้องรถม้าเวทมนตร์ทั้งสามคันอย่างระมัดระวัง ซุนเฟยก็ไม่ได้โง่ขนาดที่จะไม่เดาที่มาที่ไปไม่ออก แต่เื่พวกนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเมืองแซมบอร์ด ดังนั้นเขาก็ไม่จำเป็ต้องแส่ไปหาเื่
ดูเหมือนว่าอำนาจและอิทธิพลของกลุ่มการค้าโซรอสนี้จะยิ่งใหญ่มาก หากได้ผูกมิตรกันไว้ก็ถือว่าเป็ความโชคดี แม้ว่าคนตรงหน้าจะเป็เพียงผู้ดูแลระดับห้า แต่สำหรับเมืองแซมบอร์ดที่เป็เพียงอาณาจักรเล็กๆ ไร้ซึ่งอำนาจใดๆ แล้ว การผูกมิตรในครั้งนี้ถือว่ามีแต่ได้ไม่มีเสีย
“ข้าชื่อแฮร์รี่ เรดแนปป์ เป็ผู้ดูแลระดับห้าของกลุ่มการค้าโซรอส เื่ในวันนี้ต้องขอบพระทัยฝ่าาจริงๆ ที่ช่วยเอาไว้ ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมายากจะคาดคิดจริงๆ!” ชายชรานั่งลงก่อนจะเริ่มเปิดปากขึ้นก่อน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าเขาจะขอบคุณด้วยความจริงใจ แต่ท่าทางของเขาก็ไม่ได้นอบน้อมจนเกินไป สมแล้วที่เป็ถึงผู้ดูแลของกลุ่มการค้าโซรอสที่เป็หนึ่งในมหาอำนาจ
“ฮ่าๆๆ ท่านแฮร์รี่เกรงใจไปแล้ว อย่างไรเสีย กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตกับเมืองแซมบอร์ดก็มีความแค้นต่อกันอยู่แล้ว ข้าก็แค่ทำในสิ่งที่สมควรเท่านั้น!” ซุนเฟยไม่้ายกบุญคุณเล็กๆ น้อยๆ มากล่าวถึง เขาพูดยิ้มๆ
“ฝ่าาถ่อมตัวไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไร หากคืนนี้ไม่ได้ฝ่าาช่วยไว้ พวกข้าคงแย่ ข้าและบุตรสาวเชอร์ลี่ย์รวมไปถึงพี่น้องอีกสี่สิบกว่าคนคงยากจะรอดพ้นไปจากเงื้อมือของ ‘ดาบโลหิต’ ได้ แม้แต่สินค้าที่คุ้มกันมาก็คงจะเสียหายย่อยยับเป็แน่ เื่ในวันนี้นับว่าเป็บุญคุณที่ยากจะลืมเลือน วันหลังกลุ่มการค้าโซรอสจะต้องตอบแทนอย่างแน่นอน!”
ที่แท้ผู้หญิงชุดแดงก็ชื่อว่าเชอร์ลี่ย์ และยังเป็ถึงบุตรสาวของเรดแนปป์
ซุนเฟยยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อ “ครั้งนี้ดาบโลหิตคงแตะเกล็ดย้อนของกลุ่มการค้าโซรอสเข้าแล้ว ไม่รู้ว่าท่านแฮร์รี่จะจัดการกับพวกมันอย่างไร?”
“ภายในสิบวัน กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตจะต้องหายไปตลอดกาล!” เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เรดแนปป์ก็พลันหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห เพียงพริบตาก็เผยบรรยากาศของผู้ทรงอำนาจออกมา สำหรับเขาแล้ว เื่ในวันนี้คือความอัปยศ กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตเป็ตัวอะไร และกลุ่มการค้าโซรอสคืออะไร? ใช่สิ่งที่จะมาหยามหน้ากันขนาดนี้หรือ
“อ้อ?” ซุนเฟยขมวดคิ้วน้อยๆ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ข้าสาบานกับชาวเมืองของข้าไว้แล้ว ว่าจะกำจัดพวกสารเลวนี้ด้วยมือของข้า!”
“มีเื่แบบนี้ด้วยหรือ?” เรดแนปป์พลันชะงัก เพียงชั่วครู่ก็เริ่มเข้าใจบางอย่างขึ้นมา เขายกมือลูบเคราขาวๆ ของตัวเองพลางพูดว่า “ข้าขอถามมากสักคำ ไม่ทราบว่าฝ่าาจะลงมือจัดการกับพวกกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตเมื่อไรหรือ?”
“ภายในหนึ่งเดือน!”
“ภายในหนึ่งเดือน?” สีหน้าของผู้ดูแลดูใมาก ก่อนจะพูดต่อไปว่า “ฝ่าาทรงทราบหรือไม่ว่า กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตมีจำนวนเท่าไร? และมียอดฝีมือเท่าไร? ด้วยความแข็งแกร่งของท่านในตอนนี้คงไม่อาจทำได้”
ซุนเฟยเข้าใจในความหมายของเรดแนปป์ดี
ผู้ดูแลคนนี้พยายามใช้ถ้อยคำที่อ่อนโยนเพื่อเตือนซุนเฟยว่าอย่าทำอะไรเกินตัว กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตแข็งแกร่งมาก และมียอดฝีมือที่แข็งแกร่งจำนวนหนึ่ง อีกทั้งมีการป้องกันแ่า แม้ความแข็งแกร่งที่ชายตรงหน้าแสดงออกมาจะน่าประทับใจ แต่มันก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการกำจัดกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต
แต่ผู้ดูแลกลับไม่รู้ว่าซุนเฟยเองก็เตรียมแผนการและไพ่ตายเอาไว้แล้ว
ซุนเฟยยิ้มน้อยๆ ก่อนพูดตอบกลับไปว่า “ขอบคุณท่านผู้ดูแลมากที่เอ่ยเตือนข้า แต่ข้าก็พอจะมีแผนการอยู่บ้าง หากภายในหนึ่งเดือนนี้ ข้ายังไม่สามารถกวาดล้างกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตได้ ถึงตอนนั้นท่านผู้ดูแลก็ค่อยลงมือต่อนับว่ายังไม่สาย ไม่รู้ว่าท่านผู้ดูแลจะรับปากข้าได้หรือไม่ว่าจะชะลอแผนการกำจัดพวกมันไปก่อนหนึ่งเดือน?”
เรดแนปป์คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าาาแซมบอร์ดจะตอบแบบนี้ ดวงตาของเขากระจ่างเมื่อมองเห็นท่าทางที่มั่นใจของาาแซมบอร์ด ท่าทางของเขาไม่ใช่พวกบ้าบิ่นและจองหอง ทันใดนั้นเขาก็คิดถึงความเป็ไปได้ในหลายๆ ทางก่อนจะตัดสินใจใหม่อีกครั้ง
------------------------------
1 เทพเ้าัเห็นหัวไม่เห็นหาง หมายถึงคนที่ไม่ค่อยเห็นหน้า เดี๋ยวผลุบๆ โผล่ๆ
