เมื่อหยางเฉินและเฉียงเวยเห็นหลินรั่วซีเธอเองก็หันมามองหยางเฉินด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย
จากสายตาของหลินรั่วซีหยางเฉินกำลังคุกเข่าลงให้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูงดงามจนถึงขั้นน่าหลงใหลรองเท้าสีแดงเข้มถูกเปลี่ยนด้วยมือของเขาอย่างทะนุถนอม
ไม่สงสัยเลยว่า ชายคนนี้กล้าทำเื่แบบนี้โดยที่ไม่อายสายตาคนรอบๆ ได้อย่างไร!
ผู้ที่ทำให้หลินรั่วซีรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาในหัวใจคือผู้หญิงที่หยางเฉินอยู่ด้วยเธองดงาม งามมากเสียจนหลินรั่วซียังต้องเอ่ยปากชม ริมฝีปากสีแดง ผิวสีขาวหลังเหยียดของเธอเสริมบุคลิกให้ดูสวยสง่า เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์ต่อเพศชายเป็อย่างยิ่ง
ในอดีตหยางเฉินเคยสารภาพว่าเขามีผู้หญิงอื่นๆอยู่อีกมาก แต่หลังจากที่ได้เห็นด้วยตัวเอง หลินรั่วซีก็ยังคิดว่ามันน่าทึ่งอยู่ดี
ใบหน้าของหลินรั่วซียังคงเรียบนิ่ง ในสายตาของเธอเต็มไปด้วยความเ็า แต่ภายในใจปรากฏความรู้สึกขมขื่นขึ้นมาอย่างน่าแปลก ถึงแม้ว่าเธอจะเตรียมใจเอาไว้ก่อนแล้วแต่หลินรั่วซีก็ยังคงรู้สึกปวดร้าวในหัวใจ จิติญญาของเธอราวกับจะแตกสลายไปตามร่างกายที่อ่อนล้า แต่สุดท้ายเธอก็ได้สติกลับมาและมองดูเขาที่อยู่ห่างจากด้านหน้าเธอเพียงไม่กี่เมตร
ทำไมถึงต้องดูแลกันเป็พิเศษขนาดนั้นด้วย!?
ผู้ชายที่น่ารังเกียจคนนี้ก็ยัง... ทำเื่อย่างว่า... เขามีผู้หญิงคนอื่นอยู่อีกมากเขาไม่ลังเลที่จะคุกเข่าใส่รองเท้าให้ผู้หญิงคนอื่นๆ?!
หลินรั่วซีพลันนึกไปถึงเื่ก่อนหน้านี้ ที่หยางเฉินบอกว่าให้ ''ลดเวลาลงเหลือครึ่งปี'' คำพูดนี้ทำให้หญิงสาวโกรธเป็ฟืนเป็ไฟเธออยากจะพุ่งเข้าไปตบหน้าเขาสักฉาดจริงๆ!
หลินรั่วซีรู้สึกผิดหวังในตัวหยางเฉินอย่างมาก เธอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะเป็ภรรยาที่ดีของเขาให้ได้แต่หยางเฉินกลับไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่นหมายความว่าเธอด้อยกว่าคนรักคนอื่นของเขาจริงๆ?!
สำหรับเขาที่สามารถคุกเข่าลงต่อหน้าผู้หญิงคนอื่นได้บางทีมันอาจเป็เพราะหยางเฉินเองก็ได้ ที่เต็มใจหักเวลาออกไปตั้งหนึ่งปีเต็ม!
ทันทีที่ความคิดมากมายแล่นเข้ามาในหัวหลินรั่วซีก็เดินมาหาเฉียงเวยและหยางเฉิน
หยางเฉินไม่ได้ลุกขึ้นมายืนเขายังคงคุกเข่าอยู่อย่างนั้นในขณะที่เฉียงเวยเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กันแต่หญิงสาวก็ยังคงนิ่งสงบไม่ขยับไปไหนเห็นได้ชัดว่ามีพายุลูกหนึ่งกำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางผู้หญิงสองคนนี้ ถึงแม้ว่านี่จะเป็การพบกันครั้งแรกของพวกเธอที่เป็คนรักของหยางเฉินกับหลินรั่วซี แต่หญิงสาวทั้งสองก็ยังคงเลือกที่จะเข้ามาเจอหน้ากันตรงๆ
หลินรั่วซีหยุดฝีเท้าลงเธอเดินไปนั่งลงที่โซฟาใกล้ๆ กับเฉียงเวย ทั้งคู่ต่างจ้องมองซึ่งกันและกันอยู่นานหนึ่งเป็ูเาน้ำแข็ง ส่วนอีกหนึ่งเป็ูเาไฟ ทำให้ตอนนี้ยังไม่มีใครได้เปรียบอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด
ที่ด้านหลังพนักงานหญิงที่ตามหลินรั่วซีมาต่างมองไปที่หยางเฉิน
“รองเท้าสวยนะคะมันเหมาะกับคุณผู้หญิงมากๆ เลยทีเดียว” หลินรั่วซีกล่าวอย่างเอาใจใส่แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความเ็า
หยางเฉินรู้ได้ว่าเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงไปได้อีกเขายิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขึ้น
“ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันคุณมาทำงานที่นี่เหรอครับ?”
“ห้างแห่งนี้เป็บริษัทในเครือของอวี้เหล่ย ฉันแค่มาตรวจสอบตามปกติ มันแปลกมากเลยหรือไง?” หลินรั่วซีกล่าว
หยางเฉินรู้สึกตกตะลึงเขารู้ว่าหลินรั่วซีเป็เศรษฐีที่ติดอันดับโลก ที่มีทรัพย์สินมากมายแต่เขาก็ไม่คิดมาก่อนว่าห้างแห่งนี้จะเป็ของบริษัทเธอด้วยมิหนำซ้ำวันนี้เธอยังมาที่นี่เพื่อตรวจสอบสินค้าพอดี!
ราวกับว่า์กลั่นแกล้งหยางเฉินเขารู้ว่าตอนนี้หัวใจของหลินรั่วซีกำลังเต็มไปด้วยคำถามมากมาย นอกจากนี้สถานการณ์สำหรับเขายังดูยุ่งยากอีกด้วย เนื่องจากหยางเฉินเป็คนบอกให้ลดเวลาลงเหลือเพียงหกเดือนการที่เธอมาพบเขาที่นี่ก็เท่ากับสื่อว่าเขาไม่้าทนอยู่กับเธออีกต่อไปแม้เพียงวันเดียว
การแต่งงานของเขาและเธอเป็แค่เื่ของธุรกิจบางทีหลินรั่วซีอาจจะรู้สึกไม่ดีจนหยิบยกเอาเหตุการณ์นี้มาเป็ข้ออ้างเพื่อหย่าร้างกับเขาในเร็ววันนี้ก็ได้
หลินรั่วซีมองเฉียงเวยอีกครั้งจากนั้นก็มองไปที่หยางเฉิน เธอไม่พูดอะไรเธอลุกขึ้นยืนและเดินนำพนักงานหญิงไปอีกทาง โดยที่ไม่หันกลับมามองแม้แต่ครั้งเดียว
“ไม่คิดเลยว่าการได้เจอกับจักรพรรดินีของคุณครั้งแรกจะกลายเป็แบบนี้ไปได้... สุดท้าย... ดูเหมือนว่าเธอจะดูไม่มีความสุขเลยนะคะ” เฉียงเวยกล่าวเสียงต่ำ“สามีบางทีที่รักของคุณอาจเกลียดฉันไปแล้วก็ได้”
หยางเฉินยกศีรษะขึ้นครั้งหนึ่งเขาลูบหัวของเฉียงเวยเบาๆ
“คุณไม่ต้องคิดมากไปหรอกวันนี้ผมพาคุณมาซื้อรองเท้าใหม่นะ ไปเถอะ ไปทานอาหารกลางวันกันครับ”
เฉียงเวยยิ้มอย่างขมขื่น “เธอเห็นตอนที่คุณสวมรองเท้าให้ฉันเธอต้องคิดว่าฉันเป็พวกสุนัขจิ้งจอกเ้าเล่ห์แน่ๆ ฉันอาจต้องเลิกกับคุณ...”
หยางเฉินขมวดคิ้วกล่าวขึ้น “สาวน้อยงี่เง่าต่อให้ผมต้องเลิกกับหลินรั่วซี ผมก็ไม่มีทางปล่อยคุณไปแน่ คุณไม่เหมือนกับเธอนะ”
เฉียงเวยกะพริบตาไปมา “สามี... เกิดเื่อะไรขึ้นระหว่างคุณกับเธอหรือเปล่า... เธอดูรีบร้อนจากไปเลยนะคะ”
“ไม่ต้องถามเื่นี้หรอกตอนนี้คุณควรสนใจเื่ของตัวเองมากกว่านะ” หยางเฉินเอื้อมมือไปบีบจมูกของเฉียงเวยจนเธอร้องออกมาเล็กน้อย
เมื่อหยางเฉินพาเฉียงเวยไปทานอาหารกลางวันในขณะเดียวในกันในลิฟต์ของห้าง หลินรั่วซีที่เดินนำพนักงานหญิงก็หยุดฝีเท้าลงเธอไม่ได้ก้าวออกมาจากลิฟต์ดังเช่นคนอื่นๆ พนักงานหญิงที่อยู่ด้านหน้าเธอหันมาถามด้วยความสงสัย
“ประธานหลินไม่ไปตรวจต่อเหรอคะ? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
หลินรั่วซีสูดลมหายใจลึกขอบตาชื้นไปด้วยน้ำตาเล็กน้อย เธอกล่าวเบาๆ
“เื่ตรวจสอบเอาไว้แค่นี้ฉันจำได้ว่ามีธุระด่วนที่ต้องไปจัดการพวกเธอกลับไปเขียนแบบฟอร์มรายงานผลลัพธ์การตรวจสอบทั้งหมดมาแล้วฉันจะกลับมาอ่านมันอีกที”
“ทราบแล้วค่ะประธานหลิน” หลังจากที่ได้รับคำสั่งพนักงานหญิงทั้งหมดต่างก็มองหลินรั่วซีที่เดินจากไปด้วยความสับสน
หลินรั่วซีลงลิฟต์จนกระทั่งมาถึงลานจอดรถเธอเดินไปที่รถเบนท์ลีย์สีแดงอย่างเชื่องช้า หลังจากที่เข้าไปนั่งข้างในแล้ว หลินรั่วซีก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไปมันไหลหลั่งออกมาไม่ขาดสาย... คำโกหกของคนคนนั้น... ทำให้เธอเจ็บจนต้องบีบพวงมาลัยรถแน่น...
หยางเฉินยังคงกินข้าวอยู่ในร้านอาหารกับเฉียงเวย แต่ท่าทางของเขาค่อนข้างเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัด ภายในใจของเขาปรากฏภาพของหลินรั่วซีขึ้นเธอดูเศร้าโศกและมองมาที่หยางเฉินอย่างไม่อาจให้อภัยได้
ตอนนี้เธอควรจะเกลียดชังเขามากขึ้นกว่าเดิมหากรวมกับเื่ที่เขาบอกให้ลดเวลาลงเหลือเพียงครึ่งปีด้วยแล้วบางทีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยาของเขากับเธอก็อาจจบลงในไม่ช้า แล้วมันจะนำพาความเศร้าใจมาให้ใครคนใดคนหนึ่งแน่นอน
เฉียงเวยมองหยางเฉินอย่างลึกซึ้งก่อนจะกล่าวอย่างอ่อนโยน
“คุณสามีคุณดูไม่ดีเลยนะคะ อีกอย่างหนึ่งก่อนหน้านี้เหมือนกับว่าคุณจงใจให้คุณหลินเห็นเราเลยนะคะ”
หยางเฉินรู้สึกสงสัย “ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้นล่ะครับ?”
“ฉันก็ไม่รู้มันไม่ชัดเจนมากนัก ถึงฉันจะเชื่ออยู่เต็มอกว่าคุณไม่คิดจะทำอย่างนั้นก็ตามเพราะยังไงคุณก็ไม่ใช่ผู้ชายที่ชอบทำร้ายจิตใจผู้หญิงอยู่แล้ว” เฉียงเวยกล่าว
หยางเฉินเงียบลงเขาปิดบังเื่บางอย่างไม่ให้เฉียงเวยรู้ไว้หลายเื่แต่สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจออกมา จากนั้นก็เล่าเื่เฉิงซินหลินและซูจื้อหงให้เฉียงเวยฟัง
“ผมฆ่าเฉิงซินหลินไปแล้วตระกูลเฉิงที่เยี่ยนจิงเองก็คงไม่คิดจะปล่อยให้คนอย่างผมลอยนวลได้นานนักที่ผ่านมาผม้าแค่ความเงียบสงบเพื่อที่จะได้รักษาอาการป่วยของผมแต่สุดท้ายผมก็ลงมือกับคนเ่าั้ บางทีหลังจากนี้ผมอาจไม่สามารถควบคุมตัวเองจนพลั้งมือทำร้ายคนรอบตัวอีกก็เป็ได้”
“ภรรยาของผมเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่วุ่นวายพวกนี้แต่เธอก็สามารถตกเป็เป้าหมายได้อย่างง่ายดายการแต่งงานและความสันพันธ์ของเราทำให้เธอต้องเจอกับเื่ร้ายๆ มามากหากผมแข็งแกร่งศัตรูของผมย่อมจะเลือกเล่นงานคนรอบข้างของผมที่อ่อนแอกว่า ครอบครัวของผมมีเพียงหลินรั่วซีเท่านั้นเธอยังเคยถูกลักพาตัวไปจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดผมเองก็ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยให้กับเธอ มันคงจะดีเสียกว่าที่ผมปล่อยเธอไปไม่ต้องให้เธอมาพบเจอกับเื่ร้ายๆ พวกนี้อีกครั้ง” หยางเฉินกล่าว
เฉียงเวยนั่งฟังเขาเล่าอย่างตั้งใจก่อนจะพูดขึ้น
“จริงอยู่ว่าโลกใบนี้มีเื่ราวมากมายที่คนทั่วไปไม่อาจเข้าถึงได้แต่สามีคะ คุณโหดร้ายเกินไปถึงแม้ว่าฉันจะพบเธอเป็ครั้งแรกแต่ฉันก็บอกได้เลยว่า หลินรั่วซีไม่อยากจะแยกจากคุณอย่างแน่นอน”
“ใครจะรู้ถึงความ้าของเธอไปได้ล่ะมันเป็เื่น่าเศร้าก็จริงที่ผมจำเป็ต้องปล่อยเธอไป แต่หากเธอยังคงอยู่ข้างๆผม เธอก็ต้องตกอยู่ในอันตราย จิตใจเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นวิตกกังวลเธอเคยาเ็เพราะผมครั้งหนึ่ง แต่แค่นั้นก็เพียงพอที่จะให้ผมรู้สึกเศร้าใจแล้ว บางทีวิธีนี้อาจดีกว่าที่คิด” หยางเฉินกล่าวอย่างเศร้าใจ
ไม่นานนักทั้งคู่ก็ทานอาหารกลางวันเสร็จ
หยางเฉินคิดจะพาเฉียงเวยไปช็อปปิ้งต่อในตอนนั้นเองเฉียงเวยก็จับมือหยางเฉินพร้อมทั้งเดินไปใกล้กับเขามากขึ้น
“ตอนนี้ยังพอมีเวลาสามีคะ เรากลับไปที่บ้านกันเถอะ”
“คุณไม่เบื่อบ้างเหรอ?” หยางเฉินสงสัย
เฉียงเวยหน้าแดง เธอกระซิบเข้าที่หูของหยางเฉินด้วยเสียงนุ่มนวล
“ทำไมคุณถึงคิดแต่เื่แบบนี้อยู่ตลอดเวลา...”หยางเฉินยิ้ม
เฉียงเวยลดศีรษะลงอย่างมีเสน่ห์
“แล้วใครใช้ให้คุณไม่มาหาฉันบ้างเลยล่ะคะ”
หัวใจของหยางเฉินค่อยๆพองโตขึ้นเนื่องจากคำพูดของเฉียงเวย เขาพาเธอขึ้นรถจากนั้นก็ขับออกไปทันที
ในแง่มุมหนึ่งแล้วเฉียงเวยก็เหมือนกับผู้หญิงทั่วๆไป เธอ้าจะใช้เวลาอยู่กับคนรักของเธอไปตลอด ไม่ว่าจะอยู่ใน่เวลาไหนก็ตาม
หญิงโง่คนนี้ยอมปรนนิบัติเขาด้วยความ้าของตัวเอง?
ถึงแม้ว่าเขาพอจะรู้คำตอบแต่หยางเฉินก็ไม่พูดอะไร เขาพาเฉียงเวยออกจากห้างสรรพสินค้าแล้วขับกลับมาที่ห้องนอนใหญ่ในโรสบาร์
ภายในห้องนอนตกแต่งด้วยหินอ่อนสีเหลืองนวลแสงไฟสีอบอุ่นส่องสว่างไปทั่วทั้งห้อง ไม่นานนักคนทั้งสองก็เดินเข้ามาพร้อมกัน หยางเฉินค่อยๆ บรรจงถอดรองเท้าของเฉียงเวยออกช้าๆ จากนั้นก็เริ่มถอดชุดของเธอ ค่อยๆ ประคองเฉียงเวยขึ้นนอนเตียงอย่างรวดเร็ว
หยางเฉินโอบกอดร่างอันเปลือยเปล่าของเฉียงเวยเอาไว้ในอ้อมแขน หน้าอกอันอุดมสมบูรณ์ของเธออยู่ในมือของเขาทั้งสองข้างหยางเฉินพรมจูบเฉียงเวยที่หน้าผากอย่างรักใคร่จนเธอครางออกมา
“ฉันชอบตอนนี้... มันรู้สึกดี...”
เฉียงเวยยกคางเธอขึ้นเกยหน้าอกของหยางเฉินพร้อมทั้งพูดขึ้น
“คุณสามีรู้ไหมคะ ว่าฉันสวดอ้อนวอนต่อ์มากขนาดไหนฉันพร่ำภาวนาให้ฉันได้เจอคุณอีกครั้ง ไม่ว่าจะกี่ชาติต่อกี่ชาติถึงแม้จะไม่ได้เป็ภรรยาของคุณ แค่ให้ฉันได้เป็คนรักของคุณอีกคนก็ยังดี...”
“แค่นั้นก็เพียงพอแล้วฉันไม่อยากเปรียบเทียบตัวเองกับผู้หญิงคนอื่นๆ ของคุณมีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันรับรู้คือ ฉันกลายเป็ผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก...”
หัวใจของหยางเฉินบีบรัดลำคอของเขาตีบตัน
เฉียงเวยเผยอริมฝีปากสีแดงสดขึ้นเธอหันไปหาหยางเฉินอย่างอ้อนวอน
“สัญญากับฉันสิที่รักไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ได้โปรดอย่าทิ้งฉันไปแบบที่คุณทำกับหลินรั่วซีฉันไม่อาจไปจากคุณได้ ฉันไม่เหมือนหลินรั่วซีฉันไม่ใช่คนเพียบพร้อมแบบเธอ ถึงฉันจะไม่สามารถเป็ภรรยาของคุณได้แต่... ฉันก็ไม่คิดจะกีดกันคนรักคนอื่นของคุณคุณจะมีพวกเธออีกสักเท่าไรฉันก็ไม่สน แต่ได้โปรด... อย่าทิ้งฉันไปหากคุณทิ้งฉันไปฉันก็คงไม่เหลืออะไรอีกแล้ว...”
เฉียงเวยจ้องมองหยางเฉินอย่างลึกซึ้งดวงตาของเธอทำให้หยางเฉินรู้สึกเ็ปขึ้นในหัวใจ
