ขบวนรถม้าเคลื่อนตัวผ่านซุ้มประตูไม้ไผ่ที่ประดับด้วยหัวกะโหลกสัตว์และขนนกสีแดงสดเข้าสู่หมู่บ้านวิหคเพลิง
ทันทีที่พวกเขาก้าวลงจากรถม้า สิ่งแรกที่ปะทะจมูกไม่ใช่กลิ่นหอมของดอกไม้ป่า แต่เป็กลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงจนเสี่ยวชุนต้องยกผ้าขึ้นอุดจมูกแล้ววิ่งไปอาเจียนที่โคนต้นไม้
"กลิ่นเนื้อตาย" เซียวหลันขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดแบบที่ศัลยแพทย์นิติเวชคุ้นเคย "ไม่ใช่แค่คนสองคน แต่น่าจะเกินครึ่งหมู่บ้าน"
"เชิญทางนี้ท่านหมอ" ต้าหู่หัวหน้าเผ่าเดินนำทางด้วยสีหน้าหมองคล้ำ เขาพาเซียวหลันและหลี่หยางไปยังลานกว้างกลางหมู่บ้านซึ่งถูกดัดแปลงเป็ลานพยาบาลชั่วคราว
ภาพเบื้องหน้าชวนให้สลดใจยิ่งนัก ชาวบ้านทั้งชายหญิงและเด็กร่วมร้อยคนนอนร้องโอดโอยอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ตามแขนขาและลำตัวของพวกเขามีแผลพุพองสีดำคล้ำ บางรายเนื้อหลุดร่อนจนเห็นกระดูกขาวโพลน น้ำเหลืองและเืสีดำไหลซึมออกมาตลอดเวลา
เซียวหลันสวมถุงมือหนังที่ต้มฆ่าเชื้อแล้วเดินเข้าไปตรวจผู้ป่วยที่อาการหนักที่สุด
นางใช้อุปกรณ์คีบเศษเนื้อที่ตายแล้วขึ้นมาดู “นี่ไม่ใช่แค่โรคติดต่อธรรมดา ขอบแผลมีรอยไหม้เหมือนถูกสารเคมีกัดกร่อนก่อนที่จะลุกลามติดเชื้อแบคทีเรียกลายเป็โรคเนื้อเน่า"
"ท่านหมายความว่าอย่างไร?" ต้าหู่ถามอย่างไม่เข้าใจ
"หมายความว่า หมอกควันที่ท่านพูดถึง ไม่ใช่หมอกผีสิง แต่เป็ไอระเหยของกรดพิษ" เซียวหลันลุกขึ้นยืน "เมื่อชาวบ้านสูดดมหรือััน้ำที่มีกรดปนเปื้อน ิัจะถูกกัดจนเป็แผลพุพอง จากนั้นแบคทีเรียกินเนื้อในป่าชื้นแฉะก็จะแทรกซึมเข้าไปทำลายเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว"
"แล้ว... แล้วท่านพอมีทางรักษาหรือไม่?"
เซียวหลันมองดูจำนวนผู้ป่วยแล้วถอนหายใจ "การรักษาโรคเนื้อเน่าที่เร็วที่สุดคือการตัดเนื้อตายทิ้งเพื่อไม่ให้แบคทีเรียลามไปกินเนื้อดี แต่คนเจ็บมีเป็ร้อย ข้าผ่าตัดคนเดียวไม่ทันแน่ และเราอพยพพวกเขาไปไหนไม่ได้แล้ว"
"ให้ข้าช่วยตัดไหม?" หลี่หยางเสนอตัว ดึงมีดสั้นออกมา "ข้ามือเบานะ"
"ขอบใจ แต่ถ้าเ้ากะน้ำหนักมีดพลาดไปเพียงมิลลิเมตรเดียว คนไข้อาจจะเสียเืจนตายได้" เซียวหลันส่ายหน้าก่อนที่ดวงตาของนางจะทอประกายวาววับ
มันประกายตาแบบเดียวกับตอนที่นางคิดจะรมแก๊สคนในวังหลวง
"แต่ข้ามีผู้ช่วยศัลยแพทย์ที่ทำงานเก่งและรวดเร็วกว่ามีดของข้าเป็ร้อยเท่า แถมพวกมันยังทำงานฟรีด้วย"
นางหันไปหาเสี่ยวชุนที่เพิ่งเช็ดปากเสร็จ "เสี่ยวชุน! ไปเอาขวดโหลเปล่ามาสิบใบ แล้วไปหาเนื้อหมูดิบหรือเนื้อสัตว์อะไรก็ได้ที่ทิ้งไว้จนเน่าให้ข้าที!"
"ค... คุณหนูจะเอาเนื้อเน่าไปทำไมเ้าคะ?" เสี่ยวชุนหน้าซีด
"ข้าจะเอาไปจับหนอนแมลงวันน่ะสิ" เซียวหลันตอบหน้าตาเฉย
หนึ่งชั่วยามต่อมา
กลางลานหมู่บ้านวิหคเพลิงเกิดความโกลาหลขนาดย่อมขึ้น เมื่อเซียวหลันนำขวดโหลที่เต็มไปด้วยหนอนแมลงวันตัวอ้วนพีที่นางนำไปล้างผ่านน้ำเกลือเพื่อฆ่าเชื้อภายนอกแล้วมาวางเรียงรายเอาไว้
"ท่านจะทำอะไร! นั่นมันสัตว์สกปรก!" หมอผีชราประจำหมู่บ้านอีกคนชี้หน้าเซียวหลันด้วยความโกรธ "ท่านจะเอาของสกปรกมาใส่แผลคนเจ็บรึ! นี่มันวิชามารชัดๆ!"
ชาวบ้านเริ่มจับกลุ่มซุบซิบและทำท่าจะลุกฮือต่อต้าน
เคร้ง!
หลี่หยางปักดาบอ่อนลงกับพื้นหินตรงหน้าเซียวหลัน รังสีสังหารแผ่กระจายจนชาวบ้านผงะถอยหลัง
"ใครกล้าขัดขวางการรักษาของนาง... ข้าจะถือว่าเป็ศัตรู" หลี่หยางประกาศเสียงกร้าว
"ให้ท่านหมอทำ!" ต้าหู่ผู้เป็หัวหน้าเผ่าก้าวออกมายืนยัน แม้เขาจะหวาดกลัวแต่เขาก็เชื่อใจคนที่ช่วยชีวิตลูกชาย "นางช่วยอาลู่ไว้ นางต้องช่วยพวกเราได้!"
เมื่อได้รับไฟเขียว เซียวหลันก็อธิบายหลักการวิทยาศาสตร์ให้ฟัง แม้พวกเขาจะไม่เข้าใจก็ตาม
"นี่เรียกว่าการรักษาด้วยหนอนบำบัด" เซียวหลันคีบหนอนตัวขาวอวบขึ้นมาวางลงบนแผลเนื้อเน่าของผู้ป่วยรายหนึ่ง
ชาวบ้านเบือนหน้าหนีด้วยความขยะแขยง แต่เซียวหลันกลับอธิบายอย่างใจเย็น
"หนอนแมลงวันสายพันธุ์นี้ พวกมันเป็นักชิมที่เลือกกินเฉพาะเนื้อเยื่อที่ตายแล้วเท่านั้น! มันจะไม่แตะต้องเนื้อดีของคนเป็เลยแม้แต่นิดเดียว ยิ่งไปกว่านั้นน้ำลายของพวกมันยังมีเอนไซม์ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และกระตุ้นให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ด้วย เรียกง่ายๆ ก็คือมันเป็มีดผ่าตัดที่มีชีวิตนั่นแหละ!"
ท่ามกลางสายตาที่หวาดหวั่น เซียวหลันจัดการโรยตัวหนอนลงบนแผลเนื้อเน่าของผู้ป่วยทุกคนแล้วใช้ผ้าสะอาดพันทับหลวมๆ เพื่อไม่ให้หนอนหลุดออกมา
"เอาล่ะ... ทีนี้ก็ปล่อยให้พวกมันทำงาน" เซียวหลันตบมือ "พรุ่งนี้เช้า เรามาดูผลงานกัน อ้อ! ต้าหู่ ท่านช่วยเตรียมน้ำผึ้งป่าไว้เยอะๆ ด้วย พรุ่งนี้เราต้องใช้"
เช้าวันรุ่งขึ้น
บรรยากาศในหมู่บ้านเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็ความตกตะลึงอ้าปากค้าง
เมื่อเซียวหลันเปิดผ้าพันแผลของผู้ป่วยออก ชิ้นเนื้อสีดำคล้ำและกลิ่นเหม็นเน่าหายไปจนเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงเนื้อเยื่อสีแดงสดที่ดูสะอาดสะอ้าน และตัวหนอนที่อ้วนกลมจากการกินอิ่ม
ชาวบ้านต่างส่งเสียงฮือฮาราวกับได้เห็นปาฏิหาริย์
"เนื้อเน่าหายไปแล้ว!"
"เทพธิดา! ท่านเป็เทพธิดาจริงๆ ด้วย!"
เซียวหลันใช้คีมคีบหนอนที่หมดหน้าที่ออกไปทำลายทิ้ง จากนั้นนางก็นำน้ำผึ้งป่ามาทาชโลมลงบนแผล
“น้ำผึ้งมีความเข้มข้นของน้ำตาลสูง แบคทีเรียไม่สามารถเติบโตได้ และมันยังมีสารฆ่าเชื้อตามธรรมชาติ" นางอธิบายให้เสี่ยวชุนฟังขณะสอนวิธีพันแผลใหม่ "แผลพวกเขาสะอาดแล้ว ที่เหลือคือให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเอง"
ต้าหู่คุกเข่าลงแทบเท้าเซียวหลัน “ท่านช่วยชีวิตพวกเราทั้งหมู่บ้าน ข้าต้าหู่ ขอสาบานว่าเผ่าวิหคเพลิงจะเป็ทาสรับใช้ท่านไปชั่วชีวิต!"
"ลุกขึ้นเถอะต้าหู่ ข้าไม่้าทาส" เซียวหลันรีบพยุงเขาขึ้น "แต่สิ่งที่ข้า้าคือต้นตอของโรคนี้ต่างหาก"
นางหันไปมองยอดเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกครึ้มด้านหลังหมู่บ้าน
"น้ำที่มีฤทธิ์เป็กรดรุนแรงขนาดนี้ ไม่น่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หมอกมฤตยูนั่นลอยมาจากไหน?"
ต้าหู่หน้าถอดสีเมื่อถูกถามถึงสถานที่นั้น "มันลอยมาจากหุบเขาัหลับทางต้นน้ำขอรับ เป็พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามคนในเผ่าล่วงล้ำเข้าไป"
"เมื่อเดือนก่อน..." ชายหนุ่มชาวป่าคนหนึ่งพูดแทรกขึ้น "ข้าแอบขึ้นไปล่าสัตว์แถวนั้น ข้าเห็นคนนอกกลุ่มหนึ่งใส่ชุดคลุมสีดำสนิท มีสัญลักษณ์รูปแมงมุมแดงที่เสื้อ พวกมันลากเกวียนที่บรรทุกถังไม้แปลกๆ เข้าไปในหุบเขา หลังจากนั้นไม่นานลำธารก็เริ่มเปลี่ยนสีและหมอกนั่นก็ปรากฏขึ้น"
หลี่หยางกับเซียวหลันสบตากัน
"แมงมุมแดง..." หลี่หยางขมวดคิ้ว “สัญลักษณ์ของพรรคหมื่นพิษ พรรคมารที่ล่มสลายไปเมื่อสิบปีก่อน ทำไมพวกมันถึงมาโผล่ที่นี่?"
"ไม่ว่าพวกมันจะเป็ใคร แต่พวกมันกำลังเทกากสารเคมีหรือของเสียลงในแหล่งน้ำของหมู่บ้าน" เซียวหลันแววตาเปลี่ยนเป็ดุดัน "ถ้าเราไม่หยุดพวกมันที่ต้นน้ำ หมู่บ้านนี้ก็ต้องตายอยู่ดี"
นางหันไปหาหลี่หยาง "พร้อมจะไปเดินป่าปีนเขากันหรือยัง?"
หลี่หยางยิ้มมุมปาก เขาตรวจสอบดาบอ่อนและมีดสั้นรอบเอว "ข้าพร้อมเสมอ ว่าแต่เราจะจัดการพวกมันยังไง? รมควันอีกไหม?"
"คนพวกนี้เชี่ยวชาญเื่พิษ เราเล่นงานมันด้วยพิษธรรมดาไม่ได้หรอก" เซียวหลันจัดกระเป๋ายาและหยิบหน้ากากกันไอพิษที่ทำจากผ้าบุถ่านกัมมันต์ขึ้นมา
นางแสยะยิ้มที่ทำให้ต้าหู่ถึงกับขนลุกซู่
“เราจะไม่ใช้พิษแต่เราจะสอนให้พวกมันรู้ว่า มีสิ่งที่น่ากลัวกว่าพิษของพวกมันเป็ร้อยเท่า!"
