พูดจบเสิ่นม่านก็นึกเสียใจทันที
ก็พี่สะใภ้ตัวดีของนางอย่างไรเล่า จนป่านนี้ยังหาตัวไม่เจอด้วยซ้ำ นางตัวดีนั่นก็วางแผนชั่วกับนาง ไม่เพียงเล่นงานนาง แต่ยังขายลูกตัวเองเข้าหอคณิกาด้วย
อืม แต่ขอให้นางโจวตายอยู่ข้างนอกดีกว่า มิเช่นนั้นมารดาจะฉีกให้เป็ชิ้นๆ เลยทีเดียว
เสิ่นม่านลูบคางอย่างพินิจและถาม “เช่นนั้นต่อไปเ้าจะทำอย่างไร?”
เด็กสาวกำพร้า ไม่มีบ้านไม่มีที่ดิน จะอยู่อย่างไร?
เหอยวนยางก้มหน้า ขอบตาแดงก่ำและเอ่ยอย่างเคียดแค้นชิงชัง “ข้าอยากไปตีกลองเรียกร้องความยุติธรรม ทวงสิ่งที่เป็ของครอบครัวข้าคืนมา!”
หากเป็สมัยก่อน นางเป็สตรีที่อ่อนแอคงไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี แต่เสิ่นม่านพูดถูก หากยิ่งอ่อนแอ คนเ่าั้ก็ยิ่งรังแก บีบคั้นให้ถึงตายจึงจะหยุด!
เื่อะไรนางถึงต้องตายเพื่อให้คนเ่าั้สมหวัง?!
แววตาที่เสิ่นม่านมองดูเหอยวนยาง ในที่สุดก็แฝงด้วยความชื่นชม “ตกลง ตอนนี้เราไปที่ว่าการพร้อมกัน!”
หน้าประตูที่ว่าการ ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา
มีหญิงสาวสองคนสวมชุดธรรมดายืนอยู่นอกประตู หนึ่งในหญิงสาวพยักหน้าให้หญิงสาวอีกคน หญิงสาวผู้นั้นขบริมฝีปากล่าง จับไม้ตีกลองขึ้นมาและเริ่มตีกลองเสียงดัง
เสียงดังตุงๆ ดังขึ้น ไม่นานนัก หน้าประตูที่ว่าการก็มีมือปราบเรียงรายกันออกมาและล้อมทั้งสองคนไว้
หัวหน้ามือปราบเคยเห็นเสิ่นม่านหลายครั้ง พอเห็นนางเข้าก็ถึงกับตะลึง “แม่นางเสิ่น? เหตุใดถึงเป็พวกเ้าอีกแล้ว?”
เสิ่นม่านยิ้มขมขื่น “ใช่ พวกข้าอีกแล้ว”
“เ้าช่วยจับนักเลงอีกแล้วหรือ?”
ช่างเป็พลเมืองที่กระตือรือร้นเสียจริง? ไม่กี่วันก่อนเพิ่งปราบค่ายโจรสี่ั จากนั้นก็จัดการนักเลงสามคน จากความรวดเร็วของนาง อีกไม่กี่วัน คงปราบอำนาจชั่วร้ายในตำบลซวงเยี่ยนจนหมดได้เลยสินะ?
หารู้ไม่ว่าเสิ่นห่านกลับส่ายหน้า
“คิดอะไรอยู่? หากข้าเอาแต่วิ่งจับนักเลง แล้วพวกเ้าจะทำอะไร? เช่นนั้นที่ว่าการของพวกเ้าก็ต้องจ่ายเงินค่าแรงให้ข้าแล้วนะ”
เสิ่นม่านส่งสัญญาณผ่านสายตาให้เหอยวนยาง เหอยวนยางโยนไม้ตีกลองและเดินมาคุกเข่าลงกับพื้นดังตุบ
“ใต้เท้า พลเมืองหญิงผู้นี้ขอแจ้งความฟ้องเหอกว่างหลินผู้เป็ลุงเ้าค่ะ เขารังแกข้าซึ่งเป็ลูกกำพร้า ยึดครองบ้านและที่ดินของครอบครัวข้าไป ขอใต้เท้าได้โปรดให้ความเป็ธรรมกับข้าด้วย!”
คนที่ตีกลองร้องป่าวมีไม่น้อย แต่นี่เป็ครั้งแรกที่ฟ้องลุงของตนเอง
เพราะเห็นแก่หน้าเสิ่นม่าน พวกมือปราบจึงรีบเชิญทั้งสองเข้าไปห้องโถงใหญ่
จางหงอี้เพิ่งจัดการกับนักเลงไม่กี่คนนั้นเรียบร้อย ก็ได้ยินว่าเสิ่นม่านมาหาถึงที่อีกแล้ว จึงแข็งใจไปไต่สวนต่อ
พอไต่สวนก็ได้รู้ถึงประสบการณ์อันน่าโศกเศร้าที่เหอยวนยางได้เผชิญ
อิงตามกฎหมายของแคว้นฝูเหลียง ไม่ว่าจะเป็ที่นา บ้านเรือน หรือสมบัติใดๆ ของผู้ล่วงลับ หากไม่มีหลักฐานมาอ้างสิทธิ์ ทุกสิ่งย่อมตกทอดแก่บิดามารดาและบุตรที่เป็สายเืโดยตรงของผู้ล่วงลับ
หากไม่มีที่กล่าวมาข้างบน จึงจะพิจารณาให้พี่น้องรับสืบทอดต่อเป็ลำดับถัดไป
เหอซิ่วไฉมีบุตรีเพียงหนึ่งเดียว บิดามารดามาด่วนจากไป ย่อมสมควรให้เหอยวนยางสืบทอดมรดก
เหอกว่างหลินตั้งใจฮุบมรดกของน้องชายที่เก็บไว้ให้หลานสาว
นี่ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร เขาที่เป็นายอำเภอไม่จำเป็ต้องออกหน้าเอง จางหงอี้โยนป้ายให้มือปราบคนหนึ่ง
“เ้าตามพวกนางไปหมู่บ้านโม๋ผานและจัดการเื่นี้ หากเหอกว่างหลินไม่ยอมคืนของที่ควรเป็ของเหอยวนยางออกมา ก็จับตัวกลับมาที่ว่าการ”
“ขอรับ!”
่บ่ายคล้อย คนทั้งหมดมาถึงหมู่บ้านโม๋ผาน
เสิ่นม่านส่งเหอยวนยางไว้ที่หน้าประตู และบังคับเกวียนกลับไปเพื่อขนย้ายข้าวของลง
เกวียนยังต้องคืน ส่วนนางก็อาศัยโอกาสนี้เพื่อดูสิว่า เหอยวนยางจะสามารถลุกขึ้นยืนหยัดได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่
หลังจากนางจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ตอนที่ไปถึงบ้านสกุลเหอตรงทิศตะวันตกของหมู่บ้าน นางเห็นเหอกว่างหลินกำลังกระชากเหอยวนยางเข้ามาตบตี
มือปราบสองคนที่อยู่ด้านข้างช่วยกันแยกอย่างะร้อนใจ ถึงกับชักดาบข้างลำตัวออกมาพร้อมตวาดเสียงดัง
“หากพวกเ้ายังตอแยไม่เลิก อย่าโทษที่ดาบข้าไม่มีตา!” เมื่อชักดาบก็มีคนกลัว
คนทั้งหมดที่ยื้อยุดกันไปมา ขณะนี้ว่าง่ายขึ้นเยอะ สงบเสงี่ยมลงมาก
ถึงอย่างไรคนที่แย่งที่ดินของผู้อื่นย่อมเป็ฝ่ายเสียเปรียบอยู่แล้ว
มีเพียงภรรยาของเหอกว่างหลิน นางชี้หน้าเหอยวนยางและด่าอย่างโมโห
“นางเด็กไม่รักดี! ทำให้บิดาตัวเองตายแล้วยังนำภัยมาให้ครอบครัวเรา! นางเด็กกินบนเรือนขี้บนหลังคา เ้าแค่อยากหอบสมบัติเก่าของตระกูลเหอไปให้บ้านอื่น”
“อย่านึกว่าข้าไม่รู้ว่าเ้าคิดอะไรอยู่ ตอนนี้เ้าถูกพวกโจรย่ำยี กลัวว่าแต่งไปบ้านอื่นแล้วจะถูกดูิ่เหยียดหยาม จึงอยากนำสินเ้าสาวมากมายไปด้วย!”
“ถุย! ไม่ดูบ้างเลยว่าคู่ควรหรือไม่? หญิงชั้นต่ำอย่างเ้า คิดจะเอาบ้านกับที่ดินไปประเคนให้บ้านสามี!”
นางด่าอย่างหยาบคาย กระทั่งมือปราบที่มาช่วยผดุงธรรมก็ทนฟังต่อไม่ได้
“เ้าแย่งสมบัติของหลานสาวแล้วยังอ้างเหตุผลอีกหรือ? นี่คือสิ่งที่บิดาของนางเก็บไว้ให้นาง!”
“พวกเ้าแยกครอบครัวกับบ้านของเหอซิ่วไฉนานแล้ว ทางการมีบันทึกไว้ สมบัติส่วนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับครอบครัวเหอกว่างหลินแม้แต่น้อย พวกเ้ายังมีหน้ามาแย่งอีกหรือ?”
คำพูดเพียงไม่กี่คำก็ทำให้คนตระกูลเหอถึงกับหน้าแดง รอบข้างยังมีชาวบ้านมามุงดู อดไม่ได้ที่จะช่วยเหอยวนยางพูด
“ครอบครัวเหล่าเหอ ชัดเจนว่าพวกเ้ารังแกหลานสาวที่เป็เด็กกำพร้า อยากทรัพย์สินของนาง ตอนนี้กลับพูดจาหยาบคาย พวกเ้ายังเป็คนหรือไม่?”
“เราไม่ใช่คนหรือ?”
นางจี้เอามือเท้าสะเอวด่า “แล้วเหอยวนยางใช่คนหรือ? เพื่อให้ตนอยู่สุขสบาย ถึงกับคิดจะหอบสมบัติบิดาไปประเคนให้ผู้ชาย เหตุใดต้องให้สมบัติตระกูลเหอไปตกอยู่ในมือคนนอก?”
“เทียบกับยกให้คนนอก มิสู้เก็บไว้ให้คนตระกูลเหอเอง…”
“ใครบอกว่าข้าจะแต่งงาน?” เหอยวนยางที่นิ่งเงียบไม่ส่งเสียงมาโดยตลอด จู่ๆ ก็เปล่งเสียง
นางเงยหน้าขึ้น เปียผมสองข้างยุ่งเหยิง ใบหน้ามีรอยฝ่ามือ สภาพน่าสงสาร ทว่าแววตาคู่นั้นราวกับมีปีศาจสถิตอยู่
นางจี้เกิดความประหม่าและเอ่ยตะกุกตะกัก “เ้า… เ้าเป็สตรี จะไม่แต่งงานหรือ?”
“ข้าไม่แต่ง!”
เหอยวนยางปาดน้ำตาพร้อมเชิดหน้าขึ้นอย่างแน่วแน่
“วันนี้ขอเพื่อนบ้านทั้งหลายเป็พยาน ข้าเหอยวนยางขอไว้ทุกข์ให้บิดาตลอดชีวิต ชาตินี้จะไม่แต่งงาน แม้ตายก็จะอยู่เฝ้าสมบัติที่ท่านพ่อเก็บไว้ให้!”
เมื่อสิ้นเสียง คนรอบด้านถึงกับเงียบกริบ
ไว้ทุกข์ให้บิดาชั่วชีวิต นี่ต้องใจเด็ดถึงเพียงใด?
มีคนไม่น้อยที่ทนดูต่อไปไม่ไหว ออกมาช่วยผดุงธรรม
“น้องยวนยาง เ้าอายุยังน้อย เพิ่งจะสิบกว่าปี… แม้ว่าจะเคยถูกพาไปอยู่ค่ายโจร ก็สามารถแต่งไปไกลหน่อยได้ หาสามีที่ดีใช้ชีวิตด้วยกัน ไยจึงต้องไว้ทุกข์ตลอดชีวิตด้วย?”
เหอยวนยางเม้มปากแน่นไม่เอ่ยคำใด
นางจี้มองนางด้วยหางตาและด่าทอ “เสแสร้งอะไรกัน? แค่คำพูดไม่กี่คำ ใครพูดไม่เป็บ้าง? เ้าเคยได้ลิ้มลองรสชาติของผู้ชายมาแล้ว ยังจะไม่แต่งงานชั่วชีวิตได้หรือ? เพียงเพื่อมรดกเล็กน้อยของพ่อเ้า ไม่ต้องแสร้งทำตัวสูงส่งถึงเพียงนี้ก็ได้...”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง เหอยวนยางก็ส่งสายตาพิฆาตมา
นางเดินไปด้านนางจี้อย่างโมโหและคว้าแขนนาง แววตาเปี่ยมด้วยความเคียดแค้นชิงชัง “ข้ากล้าใช้ชีวิตของข้าสาบาน! หากข้าแต่งงานก็ขอให้ถูกฟ้าผ่าไม่ตายดี เ้าล่ะ? นางจี้ กล้าสาบานหรือไม่?”
“เ้ากล้าสาบานหรือไม่ว่าครอบครัวเ้าไม่เคยจ้องมรดกของพ่อข้าตาเป็มัน? หากพูดปด ขอให้ฟ้าผ่าตายทั้งครอบครัว! เ้ากล้าสาบานหรือไม่!”
-----
