เฟิ่งซื่อเอ่ยเสียงเบา “มีคนตายสามคนเชียวหรือ”
ในเวลานั้นข่าวที่นางได้ยินที่บ้านตระกูลหวังคือ หมู่บ้านหูมีคนตายสองคน เป็หลี่เจิ้งพ่อลูก
ยามนี้เสียชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งคน คนผู้นี้เป็หญิงชรา
คาดว่าหญิงชราคงถูกพิษตายก่อนที่จะส่งยาถอนพิษไป
หม่าชิงกล่าวเสียงต่ำว่า “ใช่ หากตายเพิ่มอีกสองคนก็จะกลายเป็คดีใหญ่ยิ่งนัก ต้องรายงานราชสํานักในวันนั้น”
เฟิ่งซื่อฟังอยู่นาน ยังไม่ได้ยินถึงฆาตกรที่เป็กุญแจสำคัญ จึงได้เอ่ยถาม “ฆาตกรเล่า จับฆาตกรได้หรือไม่?”
หม่าชิงเอ่ยด้วยท่าทางลึกลับ “ฆาตกรต้องเป็คนในหมู่บ้านแห่งนี้อย่างแน่นอน เ้าคิดว่าคนนอกหมู่บ้านจะรู้ว่าในหมู่บ้านมีบ่อน้ำสองแห่ง และน้ำดื่มของชาวบ้านส่วนใหญ่มาจากบ่อน้ำของบ้านหลี่เจิ้งหรือ?”
“ท่านกล่าวได้มีเหตุผล”
“ดังนั้นกองทัพจึงปิดล้อมหมู่บ้านหูเอาไว้เพื่อค้นหาฆาตกร”
เฟิ่งซื่อขมวดคิ้ว เอ่ยถาม “ฆาตกรไม่หนีหลังก่อเหตุหรือ? เขาไม่ใช่คนโง่เสียหน่อย?”
“บางคนมีความคิดแปลกๆ ไม่เหมือนกับคนปกติ”
“เฮ้อ นี่ต้องอาฆาตแค้นมากเพียงใด ถึงกับวางยาพิษในบ่อน้ำเพื่อทำร้ายคนทั้งหมู่บ้าน?”
“ไม่อาจรู้ได้” หม่าชิงหาวหนึ่งที เขาเดินทางไปกลับระยะทางร้อยกว่าลี้ทั้งวันทั้งคืน แค่ขี่ม้าก็ทําให้เขาเหนื่อยมากพอแล้ว ยังต้องสืบข่าว เหนื่อยกายเหนื่อยใจ โชคดีที่ได้ยินความหมายแฝงในคำพูดของนายทหารเ่าั้ว่า ทางการซาบซึ้งใจต่อหลี่ชิงชิงและเฟิ่งซื่อ และไม่มีความคิดที่จะใส่ร้ายพวกนาง
สิ่งที่เขา้าก็คือความปลอดภัย ครั้งนี้บรรลุเป้าหมายแล้ว จิตใจที่เคยกังวลก็สามารถผ่อนคลายได้แล้ว
เฟิ่งซื่อทอดถอนใจยาวหนึ่งเสียง “คดีนี้ไม่รู้ว่าจะคลี่คลายเมื่อใด หากยังไม่คลี่คลาย จิตใจข้าก็รู้สึกไม่สบายใจ”
“เ้ามิใช่คนในหมู่บ้านหู จะหวาดกลัวกังวลเื่ใดกัน” หม่าชิงปลอบใจเฟิ่งซื่ออีกครั้ง
“พอคิดว่าคนจำนวนมากเกือบถูกวางพิษจนตาย และฆาตกรยังคงลอยนวล จิตใจข้าก็ไม่สงบแล้วเ้าค่ะ”
ผ่านไปหนึ่งวัน ชาวเมืองเซียงก็ได้ยินเกี่ยวกับคดีที่ชาวบ้านหมู่บ้านหูถูกวางยาพิษหมู่ ยามนี้คนทั้งเมืองต่างเริ่มหวาดกลัวและเกิดความตึงเครียดขึ้นมา
ทางการได้ติดประกาศปลอบขวัญประชาชน ทว่าหากคดียังไม่คลี่คลาย เหล่าประชาชนก็ยังไม่สบายใจ
บ่อน้ำของโรงเตี๊ยม เหลาอาหาร หอคณิกา โรงพนัน และสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ได้เริ่มจัดคนออกลาดตระเวนทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อป้องกันคนร้ายมาวางยาพิษอย่างเข้มงวด
โชคดีที่สามวันต่อมาคดีวางยาพิษบ่อน้ำในหมู่บ้านหูก็ได้รับการคลี่คลาย สามารถจับฆาตกรได้แล้ว และได้ทำการตัดสินคดีที่อําเภอิเฉิง
ฆาตกรมีนามว่าหูเลี่ย เป็เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดปี เขาเคยเป็คนในวงศ์ตระกูลหูของหมู่บ้านหู
หงซื่อมารดาผู้ให้กำเนิดหูเลี่ยเป็สตรีจากหอคณิกา หลังจากเลิกทำอาชีพหญิงคณิกาก็แต่งงานกับบิดาของเขานามหูซื่อ
ดวงตาข้างซ้ายของหูซื่อบอดและพิการ ถูกชาวบ้านในหมู่บ้านดูถูกมาตลอดว่าหาภรรยาไม่ได้ ทำได้เพียงแต่งกับหงซื่อที่เคยเป็หญิงคณิกา
คนพิการแต่งงานกับอดีตหญิงคณิกา ผู้คนในรัศมีสิบกว่าลี้ต่างรู้เื่นี้ ยังเอาเื่นี้มาพูดกันอย่างขบขันว่าเป็จุดด่างพร้อยของวงศ์ตระกูลหู คนตระกูลหูเดิมทีก็ดูถูกหูซื่ออยู่แล้ว ครานี้จึงยิ่งดูถูกมากขึ้นไปอีก
มีอยู่ครั้งหนึ่ง หูซื่อขึ้นเขาไปตัดฟืนทว่าโชคไม่ดี ทำให้ตกลงไปในหุบเขาจนเสียชีวิต หงซื่อกลายเป็สตรีม่าย ต้องเลี้ยงดูหูเลี่ยที่มีอายุเพียงสามขวบกว่าคนเดียว
หญิงม่ายเป็ที่ดึงดูดของผู้คน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหญิงม่ายที่เคยเป็หญิงคณิกามาก่อน
หงซื่อได้รับสายตาเหยียดหยามมากมาย แต่เพื่อเลี้ยงดูหูเลี่ยให้เติบใหญ่นางจึงต้องอดทน ทว่ามีชายชั่วของตระกูลหูหลายคน อาศัยความเมามายปีนกําแพงเข้าไปในบ้านตอนกลางคืนแล้วข่มขืนนาง หลังจากนั้นก็โยนเงินหนึ่งถึงสองเหรียญทองแดงให้นาง ปฏิบัติต่อนางราวกับนางเป็โสเภณี หงซื่อทนไม่ไหวจึงไปร้องเรียนกับหลี่เจิ้ง ทว่ากลับถูกหลี่เจิ้งกล่าวหาว่านางไม่ปฏิบัติตามจารีตที่สตรีพึงมี ทำการล่อลวงบุรุษในหมู่บ้าน
เมื่อภรรยาของบุรุษเ่าั้รู้เื่เข้า พวกนางก็ไม่ไปจัดการกับบุรุษของตนเอง ทว่ารวมตัวกันมาตบตีหงซื่อ จับนางถอดเสื้อผ้าแล้วนำไปโยนไว้ที่ถนนสายหลัก
หงซื่อสิ้นหวังในทุกๆ สิ่ง นางส่งหูเลี่ยไปที่หอคณิกาและฝากฝังเขาไว้กับสหาย หลังจากนั้นก็ผูกคอตายด้วยเชือกหนึ่งเส้นใต้ต้นไม้ต้นใหญ่หน้าศาลบรรพชนตระกูลหู
ตอนที่หงซื่อตาย หูเลี่ยมีอายุเพียงห้าขวบ ทว่าเขาจําความได้แล้ว เื่ที่หงซื่อถูกข่มเหงอย่างอัปยศอดสู เขาล้วนจดจำได้ทั้งหมด
หลังจากหงซื่อตาย เพื่อปกปิดเื่นี้ หลี่เจิ้งของตระกูลหูตกลงกับคนในวงศ์ตระกูลให้เป็คำพูดเดียวกัน โกหกกับคนภายนอกว่าหงซื่อจมน้ำตาย ไม่รั้งรอให้คนจากหอคณิกาได้มารับศพหงซื่อ ทำการจุดไฟเผาร่างของนางไปเสียก่อน ต่อจากนั้นสิ่งที่ยิ่งน่ารังเกียจก็คือการยึดที่นาและบ้านที่หูเลี่ยสมควรได้รับทั้งหมดกลับคืนสู่วงศ์ตระกูล เหตุผลก็คือหูเลี่ยเป็ทาสแล้ว มีฐานะต่ำต้อย ไม่ใช่คนธรรมดา และยิ่งไม่ใช่คนในวงศ์ตระกูลหู
เดิมทีสหายของหงซื่อที่หอคณิกา้าฟ้องร้องตระกูลหูกับศาลาว่าการ ทว่าไร้ซึ่งหลักฐาน กอปรกับหูเลี่ยยังเด็กเพียงนี้ จึงกลัวว่าคนจากตระกูลหูจะมาฆ่าหูเลี่ย
หูเลี่ยใช้ชีวิตอยู่ที่หอคณิกาด้วยความเคียดแค้นมาเป็เวลาหลายปี ในระหว่างนี้เขาไม่เคยลืมเื่ที่จะแก้แค้น กระทั่งเขาได้พบกับพ่อค้าขายงูที่มาเที่ยวหญิงคณิกาเมื่อห้าปีก่อน
ลูกค้าผู้นี้ไม่ใช่คนท้องถิ่น แต่เป็พ่อค้าขายงูที่อยู่บนูเา ทุกครั้งที่มาเขาจะอยู่เพียงไม่กี่วัน ขายงูเสร็จแล้วก็กลับ กลางวันขายงู กลางคืนก็พักที่หอคณิกา
หูเลี่ยพยายามตีสนิทกับพ่อค้าขายงู เรียนรู้การสกัดพิษงูและแมงป่องจากผู้ติดตามของพ่อค้าขายงู จากนั้นก็ซื้องูพิษและแมงป่องเพื่อนำมาสกัดพิษ เขาใช้เวลาห้าปีในการรวบรวมพิษที่เพียงพอสำหรับวางยาพิษคนหลายร้อยคน
ใน่ห้าปีที่ผ่านมา เขาไปกราบไหว้บิดามารดาทีู่เาด้านหลังของหมู่บ้านหูทุกปี เขาเดินผ่านหมู่บ้านอย่างเป็ธรรมชาติ เดินผ่านถนนในหมู่บ้าน สังเกตตำแหน่งที่ตั้ง และจดจําว่าบ้านใดเลี้ยงสุนัขบ้าง
หลายวันก่อนฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ตอนกลางคืนเป็่เวลาที่ดีในการก่อเหตุ เขาจึงแอบเข้าไปในหมู่บ้านหู และใส่ยาพิษลงไปในบ่อน้ำของบ้านหลี่เจิ้ง
คนตระกูลหูส่วนใหญ่จะไปตักน้ำที่บ่อน้ำของบ้านหลี่เจิ้ง ส่วนคนต่างสกุลจะไปตักน้ำอีกบ่อ
เขาใส่พิษลงในบ่อน้ำเสร็จ ยังกลัวว่าพิษจะถูกเจือจางด้วยน้ำในบ่อจนอ่อนลง ทำให้หลี่เจิ้งตายไม่ได้ จึงแอบเข้าไปในบ้านของหลี่เจิ้ง แล้วล้างขวดบรรจุพิษในถังน้ำ
ด้วยเหตุนี้เอง เช้าวันรุ่งขึ้นที่หลี่เจิ้งพ่อลูกตื่นขึ้นมา พวกเขาใช้น้ำจากถังล้างหน้า ดื่มกิน พอเข้า่สายของวันนั้นก็ได้รับพิษจนตาย
ชาวบ้านในหมู่บ้านหูดื่มและใช้น้ำจากบ่อน้ำพิษ พิษออกฤทธิ์ช้ากว่าหลี่เจิ้งพ่อลูก และความรุนแรงของพิษก็ต่ำกว่ามาก มีเพียงหญิงชราหนึ่งคนที่เสียชีวิต ส่วนคนอื่นๆ ได้รับการช่วยเหลือจากยาถอนพิษของหลี่ชิงชิง
หลังจากที่หูเลี่ยก่อเหตุแล้วก็ไม่ได้รีบกลับไปที่หอคณิกา แต่รอข่าวอยู่ในป่าไม่ไกลจากหมู่บ้านหู
ตอนที่เ้าหน้าที่ของอําเภอิเฉิงมาถึงหมู่บ้านหู หูเลี่ยยังไม่ได้จากไป กระทั่งทหารจากกองทัพปรากฏตัวขึ้น หูเลี่ยจึงวิ่งกลับไปที่หอคณิกาด้วยความหวาดกลัว
ทางการทำการตรวจสอบคดี คราแรกตรวจสอบเฉพาะคนในหมู่บ้านหู ไม่ได้ตรวจสอบไปถึงหูเลี่ย และคนในหมู่บ้านหูก็ไม่ได้นึกถึงหูเลี่ยเลยด้วยซ้ำ
ที่หูเลี่ยโดนจับก็เป็เพราะถูกคนของหอคณิกานำความลับของเขามาบอกทางการ คนเฒ่าคนแก่หลายคนในหอคณิการู้เื่ที่หูเลี่ยซื้องูและแมงป่องกับพ่อค้างู คนเหล่านี้กลัวว่าวันหนึ่งหูเลี่ยจะคิดไม่ตก ใส่ยาพิษในบ่อน้ำของหอคณิกาเพื่อสังหารคนทั้งหมด พวกเขาจึงบอกความลับนี้กับทางการ
ทางการได้เข้าจับกุมหูเลี่ย ตรวจค้นสิ่งของที่ใช้ในการสกัดพิษงูและพิษแมงป่องจากห้องพักของเขา
หูเลี่ยรับสารภาพทุกสิ่งที่เขากระทำ หลังจากนั้นก็เล่าถึงเื่ราวอันโหดร้ายที่คนตระกูลหูข่มเหงหงซื่อจนตายในปีนั้น
ความจริงได้ถูกเปิดเผยออกมา
ในระหว่างการพิจารณาคดีที่อําเภอิเฉิง ประชาชนที่มาฟังการพิจารณาคดีที่ห้องโถงใหญ่ของศาลาว่าการล้วนตกตะลึง
“หูเลี่ยใส่ยาพิษลงในบ่อน้ำ มีโทษสมควรตาย ทว่าคนตระกูลหูข่มเหงหญิงม่าย ข่มเหงเด็กกำพร้าบิดาในตระกูล ก็ไม่ใ่ศ์ตระกูลที่ดีแต่อย่างใด!”
