ทันทีที่หวังเจียงหลิวจากไป เย่ซิง กล่าวอย่างเคร่งขรึม ซู่กั๋วกง ท่านต้องระวังตัวในอนาคต กองกำลังหลักในดินแดนทิศใต้นั้นไม่ได้ดีอย่างที่คิด"
โจวเย่ ไม่มีความกลัวบนใบหน้าของเขา และพูดด้วยการเยาะเย้ยเล็กน้อย "ข้ากลัวว่าพวกเขาจะไม่กล้า และข้ายากให้พวกเขาลงมือมาก
หัวใจของเย่ซิง และหยานเซียงตกตะลึง ผู้สนุนเื้ัเขาเป็ใครที่ทำให้โจวเย่มั่นใจขนาดนี้?
พี่เย่ ท่านวางแผนที่จะช่วย นิกายนภา์จริงๆ หรือ? ท่านไม่กลัวว่านิกายนภา์ จะหักหลังท่านเหรอ?” เถียนซีเว่ย ถามอย่างกังวล
ข้าก็ไม่สามารถรู้ได้ แต่นิกายนภา์ไม่กล้าทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน” โจวเย่มีความมั่นใจมาก
ซีเว่ย เ้าช่างไม่ฉลาดซะเลย !" เถียนซาน จ้องมองไปที่เถียนซีเว่ยและกล่าวว่า เ้านิกายนภา์ เป็นักเล่นแร่แปรธาตุระดับที่สี่ เขาต้องพึ่งพาซู่กั๋วกงมากที่สุดหากเขา้ากำจัดพิษไฟ! มิฉะนั้น อาณาจักรการเล่นแร่แปรธาตุของเขาจะไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตนี้
ผู้นำซาน คราวนี้ที่ข้ามาที่นี่ ข้ามีอีกอย่างหนึ่งที่จะขอท่าน” โจวเย่มองไปที่เถียนซานแล้วพูด
ซู่กั๋วกง เกรงใจแล้ว เชิญท่านขอมาได้เลย
อีกสามวัน ข้าอยากจะพาซีเว่ยออกไปหาประสบการณ์” โจวเย่กล่าว
เถียนซาน ดีใจมากและตกลงโดยไม่พูดอะไรต่อสักคำ และขอบคุณโจวเย่ครั้งแล้วครั้งเล่า
เถียนซีเว่ย คืออนาคตของตระกูลเถียน ถ้าถูกปลูกฝังโดยโจวเย่ ความแข็งแกร่งของเธอต้องก้าวหน้าอย่างก้าวะโอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลเถียน ก็จะสามารถเติบโตได้ช้าๆ โดยอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างโจวเย่ และหากโจวเย่และเถียนซีเว่ยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ่งกัน เถียนซานจะไม่ขัดขวางสิ่งนี้แน่นอน เพราะมันจะเป็ประโยชน์ต่อตระกูลเถียนในอนาคตเป็อย่างมาก
ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทำไมเขาจะไม่ตกลงล่ะ?
สามวันถัดมา โจวเย่ พักอยู่ที่ตระกูลเถียนและฝึกฝนในเวลากลางคืน ในระหว่างสามวันที่ผ่านมา เขาสั่งให้เถียนซีเว่ยฝึกฝนดาบ แม้ว่าจะเป็ทักษะดาบที่สืบทอดมาจากเทพธิดา แต่ภายใต้การแนะของโจวเย่ ที่ชี้แนะส่วนบกพร่องของทักษะดาบของเทพธิดา เถียนซีเว่ยก็เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น
สิ่งนี้ทำให้ เถียนซีเว่ยตกตะลึง มันน่ากลัวกว่าทักษะดาบที่เทพธิดามอบให้เป็อย่างมาก
ทักษะดาบของเทพธิดาคืออะไร? มันจะเทียบได้กับประสบการและความรู้ของเทพปีศาจได้เช่นไร?
ด้วยความทรงจำของเทพปีศาจ และประสบการณ์อันยาวนาน โจวเย่สามารถเห็นข้อบกพร่องของทักษะดาบเทพธิดาได้อย่างรวดเร็ว
นอกเหนือจากการให้คำแนะนำแล้ว โจวเย่ยังส่งต่อทักษะก้าวย่างหมาป่าอสูร และทักษะการต่อสู้ของเขาอีกด้วย
สามวันผ่านไปในพริบตา ในวันที่สาม หวังเจียงหลิว ได้ส่งแกนสัตว์อสูรจิ้งจอกระดับที่สามและเืมาเป็จำนวนสามชุดพอดี
โจวเย่ที่อยู่ในห้อง นำไป๋ิออกมาและมอบแกนสัตว์อสูรจิ้งจอกระดับที่สามและเืใหมันกินหนึ่งชุด
หลังจากที่ไป๋ิ กลืนแกนสัตว์อสูรจิ้งจอกระดับสามและเื ไป๋ิมันก็เข้าสู่สภาวะหลับไหลทันที ทั่วร่างของไป๋ิในขณะนี้ปกคลุมไปด้วยแสงสีทอง
โจวเย่ ตกตะลึงมากไม่ว่าเขาจะปลุกอย่างไร ไป๋ิก็ไม่ตื่น
โจวเย่ ที่ตกตลึงได้ตรวจสอบความทรงจำของเทพปีศาจทันที และความปิติยินดีก็ปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของเขา สัตว์อสูรที่เข้าสู่สภาวะหลับไหลเช่นนี้คือวิวัฒนาการของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ โจวเย่ไม่ทราบถึงต้นกำเนิดของไป๋ิและเขาไม่รู้ว่าไป๋ิเป็สัตว์อสูรศักดิสิทธ์
การวิวัฒนาการสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ คือการวิวัฒนาการเป็มนุษย์ และต้องใช้เวลาในการวิวัฒนาการถึงครึ่งปี เมื่อมันวิวัฒนาการเป็มนุษย์ได้สำเร็จ ความแข็งแกร่งของมันจะก้าวเข้าสู้อาณาจักรยอดยุทธ์ทันที
โจวเย่มีความยินดีอย่างมาก หากอีกครึ่งปีไป๋ิวิวัฒนาการเป็มนุษย์ได้สำเร็จและความแข็งแกร่งของไป๋ิก้าวเข้าสู้อาณาจักรยอดยุทธ์ เขาไม่จำเป็ต้องกลัวนิกายเมฆา์อีกต่อไป และเขาสามารถทำลายตระกูลฮั่นและตระกูลกู่ได้ทุกเมื่อ
แต่ใน่เวลานี้ โจวเย่จะขาดไพ่ลับของเขาในการปกป้องตัวเขาเอง
หลังจากนำไป๋ิใส่เข้าไปในกระเป๋าสัตว์อสูร โจวเย่ก็ออกจากห้อง พาเถียนซีเว่ยออกจากตระกูลเถียน ในการออกเดินทางครั้งนี้เถียนซีเว่ยได้พา หรงหรง สาวรับใช้คนสนิทของเธอไปด้วย หรงหรงเป็สาวรับใช้คนสนิทของเถียนซีเว่ย และมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับที่สี่ของอาณาจักรคุรุยุทธ์ เธอมีอายุสิบเก้าปีซึ่งเธอมีอายุมากกว่าเถียนซีเว่ยสามปี
พี่เย่ เราจะไปฝึกฝนที่ไหน? ไปที่ดินแดนทิศตะวันตกไหม?” เถียนซีเว่ย ถามอย่างตื่นเต้นหลังจากออกจากตระกูลเถียน
โจวเย่พูดอย่างสบายๆ เราจะฝึกฝนในดินแดนทิศใต้นี่เเหละ !
ดินแดนทิศใต้นี่เหรอ ?” เถียนซีเว่ยผงะและถามว่า แล้วที่ไหนล่ะ ?
มีคนตามมา ซีเว่ย หรงหรง พวกเ้าออกไปนอกเมืองก่อน เดินต่อไป อย่าหันหลังกลับมา ข้าจะตามพวกเ้าไปทีหลัง โจวเย่ขมวดคิ้วทันที ราวกับว่าเขาสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง และเขากระซิบ
เถียนซีเว่ย และหรงหรง เดินออกจากเมืองโดยไม่หันกลับมา แสร้งทำเป็ว่าไม่รู้อะไร
มีคนจับตาดูพวกเรา พวกเขากล้าหาญมาก พวกเขากำลังวางแผนที่จะจัดการการกับซู่กั๋วกงเหรอ?” หรงหรง ขมวดคิ้ว
พี่หรงหรง ข้ากลัวว่าพวกเขา้าติดตามเรา และหาโอกาสที่จะฆ่าพี่เย่ตอนออกจากนอกเมือง เถียนซีเว่ยกระซิบ
โจวเย่ เดินไปอีกถนนหนึ่ง จากนั้นเดินเข้าไปในตรอก จากนั้นก็เคลื่อนตัวออกไปทันที
โจวเย่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อผู้ติดตามตามมาถึงก็ไม่พบเจอโจวเย่แล้ว
พวกเ้ากล้ามาก อยากจัดการกับข้าหรอ ? ข้าจะเล่นกับพวกเ้าช้า ๆ ถ้ามีตัวแรกก็จะมีตัวที่สอง” โจวเย่เยาะเย้ยอยู่ในใจพร้อมยกยิ้มที่มุมปาก
เมื่อสิ้นคำพูด ร่างของโจวเย่ก็หายไป
หลังจากนั้นไม่นาน โจวเย่ก็ได้ปรากฏตัวอีกครั้ง ที่นอกเมืองแล้ว
เมื่อเขาออกมานอกเมือง โจวเย่ก็มองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง
ช่างเป็ลมหายใจที่แข็งแกร่งจริงๆ! ดูเหมือนว่าผู้คนจำนวนมากกำลังรอให้ข้าออกจากเมือง! ” โจวเย่ขมวดคิ้ว เขารู้สึกว่ามีสายตาของผู้คนมากมายจับจ้องมาที่เขา
โจวเย่รู้สึกเหมือนถูกงูพิษจ้องมองเขาอึดอัดมาก
เฮอะ! คิดว่าจะจัดการกับข้าหลังจากข้าออกจากเมืองได้จริงเหรอ? พวกเ้าประเมินข้าต่ำเกินไป!” โจวเย่เยาะเย้ยและกระพริบไปมาอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้ ที่ประตูเมือง ชายคนหนึ่งในวัยสามสิบต้นๆ ปรากฏตัวขึ้
น มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลา สวมชุดผ้าสีดำ ผ้าคลุมไหล่ยาว ขมวดคิ้ว และเปล่งรัศมีอันทรงพลังออกมา
