เมื่อเกิดเื่นี้ขึ้นทุกคนต่างพากันแตกซ่านกันไปคนละทิศคนละทาง หวางซื่อกับเจียงซื่อรีบวิ่งกลับบ้าน พร้อมกับไหว้วานให้คนแถวนั้นช่วยตามหมอมาให้ พวกนางมิรู้ว่างูตัวนั้นมีพิษหรือไม่ หากมีพิษต้องแย่แน่
ทุกคนมัวแต่ตื่นใกับงูจึงไม่ทันมีใครสังเกตเห็นอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่ในตะกร้าของเ้าหก หากแต่กู้เอ้อร์หลางซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลกลับมองเห็นอย่างชัดเจน สิ่งนี้ทำเอาเขาถึงกับตาโตด้วยความตกตะลึง
เขาตาฝาดหรืออย่างไร ในตะกร้าใช่หลินจือหรือไม่?
มิน่าใช่ เมื่อครู่เ้าหกบอกเองนี่ว่าไปเก็บเห็ดมา เช่นนั้นน่าจะเป็เห็ดที่มีลักษณะคล้ายหลินจือมากกว่า
กู้เอ้อร์หลางโยนทิ้งข้อสงสัยในสิ่งของที่อยู่ในตะกร้าของเ้าหกออกจากสมอง เขายังคงจดจำเื่ที่ท่านพี่ไหว้วานมาได้ ทว่าด้วยความที่ไม่อยากให้เ้าหกกลับไปบ้านสกุลกู้ เลยคิดจะใช้โอกาสนี้พูดยั่วยุให้อีกฝ่ายย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านสกุลหยวน
“เ้าหก เ้าต้องให้นางชดใช้งูเขียวที่หามาให้จงได้ หากนางมิยอมชดใช้ก็ต้องตามไปทวงถามถึงบ้าน ต้องทวงจนกว่าจะยอมใช้คืน!” เขาเดินเข้าไปใกล้ พูดใส่ไฟข้างหู
เ้าหกหันไปมองกู้เอ้อร์หลาง ทำตาปริบๆ อย่างไม่สนใจก่อนจะวิ่งไปที่บ้านสกุลกู้
ไอ้หยา นางลืมพี่ชายไปเสียสนิท นางต้องรีบเอาหลินจือไปป้อนให้พี่ชาย!
“นี่ เ้าไปผิดทางแล้ว นี่มันทางไปบ้านข้า มิใช่บ้านสกุลหยวน!” กู้เอ้อร์หลางะโลั่นพลางวิ่งตาม
ทว่าเ้าหกหาได้สนใจอีกฝ่ายไม่ นางวิ่งเข้าไปในห้องทิศตะวันตกของบ้านสกุลกู้อย่างรวดเร็ว “พี่ชาย ข้าให้ท่าน!”
กู้อวี้ที่นอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงหันไปมองเ้าหกที่จู่ๆ ก็บุกเข้ามาในห้อง ประหนึ่งโจรบุกมาหมายจะปล้นสวาทก็ไม่ปาน ภาพที่เห็นคืออีกฝ่ายผมเผ้ายุ่งเหยิง ทั้งยังมีเศษหญ้าอยู่เต็มไปหมด ผมที่เมื่อเช้ามัดเป็จุกกลมๆ สองจุก ในเวลานี้คลายออก ทั้งยังหลุดลุ่ยไม่เป็ทรง ใบหน้าก็สกปรกมอมแมม เนื้อตัว และเสื้อผ้าเลอะดิน ส่วนรองเท้า…
แม้แต่ถุงเท้าก็มิรู้ว่าหายไปที่ใด จึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงรองเท้าเลย
ภายในใจของกู้อวี้เพลานี้รู้สึกหนักอึ้งจนแทบจะหายใจไม่ออก เขามองเ้าหกที่ทั้งใบหน้าและเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยเศษฝุ่นดินั้แ่หัวจดเท้า หากแววตากับเปล่งเป็ประกายประหนึ่งดวงดาราบนท้องฟ้า ถึงกับสามารถมองเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในแววตาของอีกฝ่ายได้ ขณะที่ในมือน้อยนั้นชูหลินจือสีแดงยื่นให้เขา
ทันใดนั้นเองใจของเขาก็พลันอ่อนยวบ
กู้อวี้ยื่นมือไปดึงเศษหญ้าที่ติดผมของนางออก กว่าจะได้สติกลับคืนเศษหญ้าที่เคยติดเต็มหัวของเด็กหญิงก็ออกจนหมดจดแล้ว เขาบอกกับตัวเองในใจว่า เขามิได้ทำสิ่งใดผิดเสียหน่อย แค่ดึงเศษหญ้าออกให้เท่านั้น ไม่ถือว่าเสียมารยาทหรือทำผิดทำนองคลองธรรมใด
“เ้าไปเอามันมาจากที่ใด” กู้อวี้ไม่เคยเห็นหลินจือ แต่ด้วยภายในบ้านมีตำราเกี่ยวกับการแพทย์ ซึ่งในนั้นมีภาพวาดของหลินจือ เขาเคยเห็นภาพหลินจือจากตำรานั้น ทำให้รู้ว่าสิ่งที่เ้าหกยื่นมาตรงหน้าเขาคือหลินจือ
“ข้าเก็บมาจากบนต้นไม้” เ้าหกเอียงคอตอบประหนึ่งว่ามันมิใช่เื่แปลกใหม่แต่อย่างใด
“ข้าให้ท่าน ท่านรีบกินเร็วเข้า!”
กู้อวี้ส่ายหน้า “ของสิ่งนี้เป็ของดี สามารถนำไปขายได้หลายตำลึง เ้าเก็บเอาไว้เถิด” ไหนเลยที่เขาจะกล้าเอาเปรียบเด็กหญิงผู้หนึ่งได้ อีกประการคือหากนำไปขาย เ้าสิ่งนี้สามารถเปลี่ยนแปลงฐานะของบ้านรองสกุลหยวนได้เลยทีเดียว ถึงยามนั้นชีวิตความเป็อยู่ของบ้านรองก็จะได้ดีขึ้นเสียที
“ท่านรีบกินเถิด” เ้าหกเร่งเร้าก่อนจะเกลี้ยกล่อมต่อ “พี่ชายเป็เด็กดีต้องเชื่อฟังข้า หากพี่ชายกิน ข้าจะซื้อลูกอมให้ ข้ามีเงินเยอะมาก!”
“แย่แล้ว! เ้าหกกำลังบังคับให้ท่านพี่กินเห็ดอะไรก็ไม่รู้เข้าไป!” กู้เอ้อร์หลางเห็นท่าไม่ดีรีบหมุนกายวิ่งไปรายงานท่านพ่อท่านแม่กู้ ทั้งสองรักท่านพี่เป็ที่สุด หากรู้ว่าเ้าหกบังคับให้เขากินอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าเช่นนี้เข้าไป จะต้องไล่เ้าหกออกจากบ้านเป็แน่! กู้เอ้อร์หลางคิดพลางวิ่งไปตามบิดามารดา
ครั้นกู้ซิ่วไฉกับกู่ซื่อได้ทราบเื่ราวทั้งหมดจากบุตรชายก็รีบรุดไปยังห้องของกู้อวี้ในทันที ทว่าพอเห็นชัดว่าสิ่งที่เ้าหกจ่ออยู่ที่ปากของกู้อวี้คือสิ่งใด ทั้งสองถึงกับสีหน้าแปรเปลี่ยนโดยพลัน
กู้เอ้อร์หลางหันไปมองน้องชายทั้งสองด้วยใบหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง บนหน้าผากราวกับมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า ‘คราวนี้นางแม่เสือต้องถูกท่านพ่อท่านแม่ไล่ไปเป็แน่!’
กู้ซานหลางและกู้ซื่อหลางมองผู้เป็พี่ชายอย่างเลื่อมใส บนใบหน้าเขียนไว้ชัดเจนว่า ‘ท่านพี่ช่างเก่งกาจเหลือเกิน!’
“นี่…นี่มันหลินจือมิใช่หรือ!” กู้ซิ่วไฉกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อย “เ้าหก เ้าไปเอามาจากที่ใด!”
“ข้าเก็บมาจากในป่า” เ้าหกกล่าวตอบอีกครา
กู่ซื่ออุ้มเ้าหกขึ้นมาอย่างไม่รังเกียจแม้เนื้อตัวจะสกปรกมอมแมม “เ้าหก นับจากนี้ห้ามขึ้นไปบนเขาอีกนะรู้ไหม ที่นั่นมีทั้งเสือทั้งหมาป่า เกิดพวกมันกินเ้าเข้าไปจะทำอย่างไร”
“ท่านแม่ เสือบนูเาไม่กินคนเ้าค่ะ” เ้าหกตระหนักดีว่าบนูเาลูกนั้นคือถิ่นของเสี่ยวไป๋ ไม่มีเสือตัวอื่นอาศัยอยู่อีก เสี่ยวไป๋ไม่ชอบกินคน มันรังเกียจว่าเนื้อคนเหนียว อีกทั้งรสชาติก็ไม่อร่อย อย่าถามว่าเหตุใดนางถึงทราบ เอาเป็ว่านางทราบดีก็แล้วกัน
“ส่วนหมาป่า หากมันคิดจะกินข้า ข้าก็จะตีมันให้ตาย!”
เป็สตรีต้องไม่เกรงกลัวสิ่งใด มิฉะนั้นจะปกป้องบุรุษที่ชอบได้อย่างไร
“จะอย่างไรก็ช่าง หลังจากนี้แม่ขอสั่งห้ามเ้ามิให้ขึ้นไปบนเขาอีก” เมื่อกู่ซื่อเห็นว่าไม่อาจพูดด้วยเหตุผลได้จึงเปลี่ยนเป็ออกคำสั่งแทน
เ้าหกมิได้รับปาก กลับเปลี่ยนไปพูดเื่อื่นอย่างมีไหวพริบแทน “ท่านพ่อท่านแม่ ข้ายังเก็บหัวไชเท้ามาอีกสิบหัวด้วย” เ้าหกดิ้นลงจากอ้อมกอดของกู่ซื่อ เอาหลินจือไปยัดใส่ในมือกู้อวี้ จากนั้นจึงเทของที่อยู่ในตะกร้าออกมา
ครั้นของในตะกร้าถูกเทออกมาจนหมด ทุกคนถึงได้พบว่ามีทั้งโสมและหลินจือ
กู้อวี้ “…”
กู้ซิ่วไฉ “…”
กู่ซื่อ “…”
สามพี่น้องกู้ “…”
“เ้ารอง เ้ารีบไปตามท่านอารองหยวนกับท่านอาสะใภ้รองมาเร็วเข้า บอกว่าที่นี่เกิดเื่ ้าให้พวกเขารีบมาช่วย” กู้ซิ่วไฉผงะนิ่งอยู่นานกว่าจะหาเสียงของตนเองเจอ “แล้วพวกเ้าสามคนก็ต้องจดจำไว้ให้ดี เื่ในวันนี้ห้ามพูดออกไปเป็อันขาด หากคนอื่นรู้ต้องพากันมาที่นี่เพื่อแย่งไปแน่!”
“ขอรับ” ทั้งสามคนพยักหน้าพร้อมรับคำอย่างพร้อมเพรียง
“เ้ารอง ท่านพ่อให้เ้ารีบไปตามคนมามิใช่หรือ เหตุใดถึงยังนิ่งอยู่อีก รีบไปเร็วเข้า!” กู่ซื่อกล่าวเร่งเมื่อเห็นบุตรชายคนรองยังคงยืนนิ่ง
กู้เอ้อร์หลาง “…” เหตุใดต้องเป็ข้าด้วย กู้ซีคิดด้วยสีหน้าคล้ายคนจะร้องไห้
เ้าหกไม่ได้สนใจสีหน้าตื่นใของทุกคนเลยแม้แต่น้อย กลับเล่าเื่ตอนเก็บหัวไชเท้าให้ฟังอย่างทอดถอนใจ “หากข้ามีนิ้วมากกว่านี้ก็คงดี
“เพราะเหตุใด” กู้อวี้เอ่ยถามอย่างสงสัย
เ้าหกยื่นนิ้วมือกลมป้อมทั้งสิบออกมา “ก็เพราะมันนับได้แค่นี้น่ะสิ หากมีนิ้วเพิ่มขึ้นมา ข้าก็จะนับได้เยอะกว่านี้ จะได้เก็บหัวไชเท้าได้มากกว่านี้”
กู้อวี้รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันใด พร้อมกับเอ่ยถามตนเองในใจ ‘เหตุใดเขาถึงได้ถามคำถามเมื่อครู่นี้ออกไปนะ’ จากนั้นยื่นมือของตนเองออกไปวางข้างๆ มือของเ้าหก
เ้าหกมองนิ้วมือเรียวยาว ฝ่ามือ และหลังมือขาวสะอาดสะอ้านของพี่ชาย ก่อนจะเลื่อนสายตามายังมือของตนเองที่ทั้งกระดำกระด่างสกปรกมอมแมม
“เดี๋ยวข้าสอนให้” กู้อวี้ชี้ที่เส้นข้อของแต่ละนิ้วพร้อมกับสอนเ้าหกนับเลข นิ้วมือทั้งสิบนิ้วของคนเราสามารถนับได้ถึงเลขสามสิบ
สอนเพียงไม่นานเ้าหกผู้ฉลาดเฉลียวก็เข้าใจ ดวงตาเบิกโตด้วยความชื่นชม “พี่ชายฉลาดเหลือเกิน ไม่เหมือนท่านพ่อของข้าที่นับได้เพียงแค่เลขสิบเท่านั้น”
“เ้าก็ฉลาดเช่นกัน” กู้อวี้กล่าวคำ นิ่งมองใบหน้ามอมแมมของเ้าหกอยู่ชั่วครู่ถึงค่อยเอ่ยว่า “หลังจากนี้่เวลากลางวันข้าสอนหนังสือให้เ้าดีหรือไม่” เขาคิดจะใช้ข้ออ้างนี้รั้งให้นางอยู่ที่บ้านจะได้ไม่แอบวิ่งขึ้นเขาไปเล่นอีก บนเขามันอันตราย
กู้ซิ่วไฉกับกู่ซื่อหันมองหน้ากันพร้อมกับส่ายศีรษะ เวลานี้ใช่เวลามาสอนนับเลขที่ใดกัน ควรต้องพูดเื่โสมและหลินจือมิใช่หรือ ทว่าเห็นเด็กทั้งสองเข้ากันได้ดีเช่นนี้ พวกเขาก็อดมีความสุขไม่ได้
“เ้าหก แม่พาเ้าไปอาบน้ำก่อนดีหรือไม่” กู่ซื่ออุ้มเ้าหกขึ้นมา ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ซึ่งเ้าหกยังไม่วายหันไปกำชับกับกู้อวี้ “พี่ชาย รีบกินนะ”
“ฉินเจียกง ฉินเจียมู่ เกิดเื่อันใดขึ้นหรือ” ไม่นานต่อมาหยวนเหล่าเอ้อร์กับจ้าวซื่อก็รีบมาที่บ้านสกุลกู้ด้วยสีหน้าตื่นใ เพิ่งจะถามจบ สายตาเลื่อนไปเห็นของที่กองอยู่บนพื้น
สีหน้าหยวนเหล่าเอ้อร์แปรเปลี่ยนเป็ผิดหวัง เขาก็ให้นึกว่าเกิดเื่ใหญ่อันใดขึ้นเสียอีก ที่แท้เ้าหกไปเก็บเห็ดและหัวไชเท้าบนเขามาอีกแล้วนี่เอง
“เห็ดพวกนี้รสชาติไม่อร่อยเอาเสียเลย ทั้งยังเคี้ยวยาก หัวไชเท้าจากในป่าพวกนี้ก็แข็งมาก กัดทีเืกำเดาแทบจะไหลออกมา พวกท่านอย่าได้หลงเชื่อเ้าหกกินพวกมันเข้าไปเล่า มีแต่นางเท่านั้นที่กินของพวกนี้เข้าไปโดยที่ไม่เป็อะไร แต่พวกเราไม่เหมือนนาง”
