“พี่นวลไม่รับออฟครับเสี่ย”
เด็กเสริฟตอบตามที่รู้ เสี่ยคนนี้เป็ลูกค้าหน้าใหม่ เพิ่งมาที่ร้านครั้งแรก แต่ท่าทางเงินหนา ใจกล้าถึงลูกถึงคน
“ฉันยอมจ่าย... เท่าไรเท่ากัน”
เสี่ยหื่นยังไม่ละความพยายาม
“งั้นผมจะลองถามพี่นวลอีกทีนะครับเสี่ย”
เจอพ่อบุญทุ่มแบบนี้ เด็กเสริฟจึงไม่อยากขัด เพราะคำว่า ‘ลูกค้าคือพระเ้า’ คือนโยบายหลักของร้าน
ในเวลาต่อมา
“พี่นวล”
เด็กเสริฟคนเดินเข้ามาใกล้แพรนวลที่กำลังจะกลับบ้าน หลังจากหมดคิวร้องเพลง หล่อนเดินออกมาทางประตูหลังแล้ววกกลับมาที่หน้าร้าน
“มีอะไร”
แพรนวลถาม
“ไอ้เสี่ยอ้วนๆ นั่นจะออฟพี่นวล”
เด็กเสริฟบอกพลางทำปากยื่นไปยังเสี่ยร่างอ้วนกลม หัวล้านเหม่ง ใส่เสื้อเชิ้ตลายสีน้ำตาลขาว ที่คอวาบวับไปด้วยสร้อยทองเส้นโต
“ช่างเถอะ... ขอบใจที่อุตส่าห์มาบอก... ก็รู้นี่นาว่าพี่ไม่ขาย”
พูดจบแพรนวลก็เดินจากมา บังเอิญเจมส์เห็นตอนที่เด็กเสริฟยืนคุยกับนวล พอหล่อนเดินมาถึงตรงที่เขายืนสูบบุหรี่รออยู่... เจมส์ก็รีบถาม
“มีอะไรนวล”
“ลูกค้าจะออฟนวลค่ะ”
หญิงสาวบอกตามตรง แม้จะคบกันได้ไม่นาน แต่นวลก็ไม่เคยโกหกเจมส์
“ว่าแล้วเชียว... ขืนทำงานที่นี่ต่อไปนวลคงเสร็จไอ้พวกเสี่ยหื่นเข้าสักวัน”
เสียงของเจมส์บอกความหึงหวง
“นวลจะระวังตัวค่ะ”
หล่อนเดินเกาะแขนชายหนุ่มมาจนถึงรถมินิออสตินสีดำเลื่อมที่จอดเอาไว้หน้าร้าน
“ผมไม่อยากให้นวลทำงานที่นี่”
เสียงของเจมส์บอกความเป็ห่วง
“ได้ยังไง... นวลต้องทำงานค่ะ”
“นวลไปอยู่กับผมนะ”
เจมส์บอกในสิ่งที่ตัวเองครุ่นคิดมาทั้งคืน
“ไปอยู่ที่ไหนคะ?”
นวลไม่ได้คาดหวังกับความสัมพันธ์ในครั้งนี้ แต่ก็รู้ว่าเจมส์จริงจัง
“ที่เชียงราย... ไปอยู่ในไร่กับผม... พ่อเลี้ยงผมชื่อ ‘คมน์’ ทำไร่องุ่นอยู่ที่นั่น”
เจมส์เอ่ยถึงพ่อเลี้ยงคนนี้ให้ฟังบ่อยๆ ชื่อของ ‘คมน์’ ลอยเข้ามาในหูของแพรนวลบ่อยครั้ง
“จะให้นวลไปในฐานะอะไรคะ?”
หล่อนมองหน้าเขา
“ในฐานะภรรยาผม... นวลแต่งงานกับผมนะ”
เจมส์ตัดสินใจขอ... นวลใ
“เจมส์... พูดเล่นหรือเปล่า?”
สายตาจับจ้องใบหน้าชายหนุ่ม มองลึกเข้าไปในดวงตา ราวกับว่ามีคำตอบอยู่ในนั้น
“เื่นี้สำคัญเกินกว่าจะเอามาพูดเล่น... แต่งงานกับผมนะครับ”
สุ้มเสียงจริงจัง นวลไม่ตอบ แต่โผเข้ากอดร่างผอมสูงของชายหนุ่มเอาไว้แน่น ดีใจจนหยาดน้ำตาซึมออกมาเปียกชุ่มไหล่ของเขา
“จะแต่งงานกับผู้หญิงที่มีแต่ตัวอย่างนวล... คุณแน่ใจนะคะ... ว่าคุณพ่อของคุณจะไม่มีปัญหากับเื่ของเรา”
