ในเวลานี้บรรยากาศราวกับหยุดลงแล้ว ทั้งห้องทำงานเงียบสงบ
สักพักใหญ่ ไป๋เหวินหลิงปล่อยมือที่กอดซูฮ่าวไว้แน่น บนใบหน้าน้อยๆ ที่มีน้ำตาแดงระเรื่อ ในเวลานี้แววตามีอาการเขินอาย
เธอชำเลืองมองซูฮ่าว พบว่าเขาไม่มีอะไรผิดปกติ ก็เลยอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจแล้ว
กลับเป็กู้เพ่ยหลิงที่รู้สึกอึดอัดทันที
ใครจะคิดว่า พอตนเองเข้ามา ก็จะพบกับฉากที่เร่าร้อนเช่นนี้?
“เลขาฯ กู้ คุณเพิ่งพูดว่าคนของกลุ่มบริษัทเทียนเฉินมาที่บริษัทของพวกเราหรือ?” ซูฮ่าวหรี่ตาพลางถาม
หรือว่าหลังจากที่หวางเฉิงเทียนถูกตนเองทรมานแล้วก็ไม่พอใจ จึงหาคนมาหาถึงที่เพื่อ้าทำลายบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวโดยเฉพาะ?
แต่ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจเขาแวบเดียวก็หายไป อย่างไรหวางเฉิงเทียนก็คือหมากของตระกูลมู่หรง เขาจะกล้ามองข้ามคำสั่งของตระกูลมู่หรงหรือ
“พวกเขาพูดว่า้าพบท่านประธานเพื่อเจรจา ราวกับว่า้าร่วมงานกับบริษัทของพวกเรา ในขณะเดียวกันก็อยากจะขอโทษท่าน” กู้เพ่ยหลิงตอบตามความจริง
ซูฮ่าวฟังแล้ว เหมือนจะเข้าใจอะไรแล้ว
เห็นได้ชัดว่าเ้าหวางเฉิงเทียนคนนี้กลัวว่าตนเองยังจะโมโห ดังนั้นก็เลยหาคนมามอบสวัสดิการโดยเฉพาะ เพื่อให้ตนเองหายโมโห
ด้านหนึ่งไป๋เหวินหลิงถาม แต่แววตากลับไม่เข้าใจ
ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ที่ศาลาซวีสุ่ยหลาน ท่าทางของหวางเฉิงเทียนคืออยากฆ่าซูฮ่าวให้ตาย และทำลายบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวชัดๆ แต่ทำไมตอนนี้กลับส่งคนมาขอโทษและเจรจาร่วมงานแล้ว?
ยิ่งไปกว่านั้น ซูฮ่าวกลับมาอย่างปลอดภัย ก็น่าแปลกมาก
อย่างไรด้วยความโเี้อำมหิตของหวางเฉิงเทียน ซูฮ่าวพูดจาโอหังต่อหน้าเขาอย่างนั้น เขาก็ปล่อยซูฮ่าวไม่ได้จึงจะถูก
เช่นนี้ทุกอย่างนี้น่าจะหนีไม่พ้นซูฮ่าวแล้ว
เธอคิดๆ อยู่ก็มองซูฮ่าว ในดวงตามีแววตาที่สืบสาวราวเื่ถึงแก่นแท้อย่างดุเดือด
“ซูฮ่าว หรือว่าพวกเขามาเพราะนาย?”
เสียงดังมา กู้เพ่ยหลิงก็มองซูฮ่าว มีสายตาที่ซักถามเหมือนกัน
ซูฮ่าวฝืนยิ้ม และเล่าเื่ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ไป๋เหวินหลิงออกไปจากศาลาซวีสุ่ยหลานแล้ว แต่สถานะของมู่หรงฉินกลับถูกเขาปกปิดไว้แล้ว แต่เปลี่ยนเป็คนใหญ่คนโตที่มีเื่ขอร้องเขาและมีอำนาจที่แน่นอนคนหนึ่ง
“เป็อย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะหวางเฉิงเทียนถึงปล่อยตัวนายแล้ว” ไป๋เหวินหลิงฟังจบแล้วก็เข้าใจทันที
ในดวงตาของกู้เพ่ยหลิงกลับระแวง หวางเฉิงเทียนคือเ้าพ่อมาเฟียของฉวนโจว คนที่ทำให้เขาเห็นแก่หน้าได้ เกรงว่าจะมีแค่ตระกูลมู่หรงแล้ว
หรือว่า คนที่ออกหน้าช่วยซูฮ่าวคนนั้นจะมาจากตระกูลมู่หรง?
“พวกเราลงไปดูก่อนเถอะ กลุ่มบริษัทเทียนเฉินในฐานะกลุ่มบริษัทอันดับหนึ่งของฉวนโจว ได้ร่วมงานกับพวกเขา สำหรับบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวแล้วก็ถือว่าคือโอกาสอย่างหนึ่ง” บางทีซูฮ่าวอาจจะรู้สึกถึงสายตาที่ระแวงของกู้เพ่ยหลิง ก็เลยเปลี่ยนหัวข้อสนทนาแล้ว
ไป๋เหวินหลิงพยักหน้าแล้วก็เดินออกจากห้องทำงานทันที
ซูฮ่าวกับกู้เพ่ยหลิงตามอยู่ด้านหลัง และลงลิฟต์มาถึงที่ห้องโถงของบริษัทแล้ว
พอเห็นไป๋เหวินหลิงลงมา โฮวหลงรีบพุ่งเข้าไปทันที “คุณไป๋ ตอนเช้าวันนี้ที่ศาลาซวีสุ่ยหลานก็ขอโทษจริงๆ ครับ ผมคนนี้ดื่มเหล้าแล้วก็เสียสติ พูดคำพูดที่ไม่น่าฟัง ขอโทษจริงๆ ครับ”
เขาพูดๆ อยู่ก็ให้ผู้ช่วยส่งกุญแจรถมาให้หนึ่งดอก
“คุณไป๋ เพื่อแสดงความขอโทษ นี่คือกุญแจรถลัมโบร์กีนี เรเบนตัน ยังขอให้คุณรับไว้”
ไป๋เหวินหลิงใ กู้เพ่ยหลิงที่อยู่ข้างๆ ยิ่งดวงตาหดลง
รถลัมโบร์กีนี เรเบนตัน คือรถสปอร์ตราคาหลายสิบล้าน ปริมาณการผลิตทั้งโลกมีแค่ยี่สิบเอ็ดคัน ตกอยู่ในมือของคนใหญ่คนโตต่างๆ ตอนนี้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้แล้ว เคยมีคนใหญ่คนโตท่านหนึ่งล้มละลายขายรถ ในงานประมูลก็ประมูลออกไปในราคาสูงนับร้อยล้าน
โฮวหลงคนนี้คิดไม่ถึงว่าจะเอารถหรูที่หายากมาเป็ของชดเชย ก็ยอมสละเกินไปแล้ว?
ซูฮ่าวที่อยู่ด้านหลังผู้หญิงสองคนพยักหน้าเล็กน้อย และเผยรอยยิ้มที่พึงพอใจแล้ว “คุณโฮวฟุ่มเฟือยอย่างนี้ ก็เห็นได้ว่ามีท่าทางที่จริงใจ เหวินหลิงรับไว้เถอะ”
โฮวหลงดีใจมาก และรีบมองไป๋เหวินหลิง
“เช่นนั้นก็ขอบคุณของขวัญชิ้นใหญ่ของคุณโฮวแล้ว” ไป๋เหวินหลิงกลอกตาไปมา แต่ก็ไม่ลังเล และรับกุญแจมาแล้ว
โฮวหลงเห็นว่าไป๋เหวินหลิงรับกุญแจรถหรูแล้ว ในที่สุดก็ยกก้อนหินออกจากอกแล้ว
ก่อนที่จะมาหวางเฉิงเทียนก็เตือนเขาซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า หากไม่มีทางได้รับการให้อภัยจากไป๋เหวินหลิง เช่นนั้นเขาก็จะมีจุดจบที่ถูกโยนลงทะเลเป็อาหารปลา
ด้วยอำนาจของหวางเฉิงเทียน พูดว่าเอาเขาไปเป็อาหารปลา นั่นก็คือไปเป็อาหารปลาจริงๆ
เพื่อรักษาชีวิต เขาฝืนยอมตัดใจ มอบรถลัมโบร์กีนี เรเบนตันออกไปแล้ว
ถึงแม้ขาดรถสปอร์ตคันนี้ไปแล้ว ก็จะขาดเวทีโอ้อวดไปมาก แต่เทียบกับชีวิตแล้ว รถสปอร์ตเห็นได้ชัดว่าไม่มีค่าพอที่จะพูดถึง
ผู้หญิงที่สวยหยาดเยิ้มของหวางเฉิงเทียนที่อยู่ข้างๆ เห็นโฮวหลงมอบของขวัญเสร็จแล้ว ก็เดินเข้ามาด้านหน้าและมอบการ์ดให้หนึ่งใบทันที
ด้านข้างกับ้าการ์ดล้วนฝังขอบทอง อีกด้านยังมีเพชร 0.2 กะรัตฝังอยู่ตรงกลางการ์ดดำ
“คุณไป๋ ได้ยินว่า่สองสามวันก่อนบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวเงินทุนถูกโจรกรรม นี่คือการ์ดประธานสีดำที่ซีอีโอของกลุ่มบริษัทเทียนเฉินมอบให้คุณ ด้านเงินทุนหากขาดแคลน ก็ใช้การ์ดนี้ถอนเงินได้”
พอการ์ดนี้ออกมา กู้เพ่ยหลิงที่อยู่ข้างๆ ตะลึงจนตาค้าง ในดวงตาเต็มไปด้วยอาการเหลือเชื่อ
การ์ดประธานสีดำของกลุ่มบริษัทเทียนเฉิน ลูกค้าที่ภายนอกมีทรัพย์สินมหาศาล มียอดใช้จ่ายมหาศาล หาก้าได้การ์ดนี้ ก็ต้องให้ซีอีโอของกลุ่มบริษัทเทียนเฉินเชื้อเชิญเอง
การ์ดใบนี้ไม่มียอดใช้จ่าย คนที่ถือการ์ดก็ซื้อสินค้าใดๆ ในฉวนโจวได้ เครื่องประดับหลักล้าน รถสปอร์ตหรูสิบล้าน โดยเฉพาะเครื่องบินส่วนตัวที่ราคานับร้อยล้าน ก็ล้วนอยู่ในความสามารถในการซื้อของบัตรเครดิตใบนี้
ในขณะเดียวกัน บริการใดๆ ของกลุ่มบริษัทเทียนเฉินล้วนจะสนับสนุนให้ผู้ถือบัตรฟรี รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวและวันหยุดพักผ่อน สมาชิกเครื่องบินส่วนตัวและเ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
พูดไปแล้วก็คือได้บัตรนี้แล้ว ก็เท่ากับมีความมั่งคั่งระดับพันล้านขึ้นไป ก็เท่ากับคือ SVIP ของกลุ่มบริษัทเทียนเฉิน
ไป๋เหวินหลิงก็ตื่นตระหนกใ เธอจำได้รางๆ ว่าการ์ดประธานสีดำของกลุ่มบริษัทเทียนเฉินจนตอนนี้ก็แจกไปแค่สิบใบ ทุกๆ ใบล้วนคือบุคคลที่มีอำนาจสูงมาก เล่ากันว่าแม้แต่นายอำเภอฉวนโจวก็ล้วนไม่มีคุณสมบัติได้การ์ดใบนี้
แต่อย่างไรก็คิดไม่ถึงว่า หวางเฉิงเทียนจะมอบการ์ดใบนี้ให้กับเธอ
นี่ก็ไม่ใช่ว่าเธอยังมีค่าพอที่จะให้เขาให้ความสำคัญมากกว่านายอำเภอฉวนโจวหรือ?
แต่เธอกับหวางเฉิงเทียนมีวาสนาพบกันแค่หนึ่งครั้ง โดยเฉพาะยังเกิดเื่ที่ไม่ดีอีก อีกฝ่ายก็ไม่มีเหตุผลที่จะมอบการ์ดที่มีมูลค่าคู่บ้านคู่เมืองระดับนี้ให้เธอ
เธอนึกถึงซูฮ่าวแล้ว
เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้ซูฮ่าวเคยพูดว่า มีคนใหญ่คนโตที่มีอำนาจสูงเสียดฟ้าท่านหนึ่งมีเื่ขอร้องเขา คิดดูแล้วคนใหญ่คนโตท่านนี้ก็คือคนที่หวางเฉิงเทียนก็ล้วนแหย่ไม่ได้ ดังนั้นก็เลยให้โฮวหลงกับผู้หญิงสวยหยาดเยิ้มส่งของขวัญมา เห็นได้ชัดว่าก็เพื่อระงับความไม่พอใจของซูฮ่าวกับคนใหญ่คนโตท่านนั้น
เธอครุ่นคิดสักหน่อยก็คิดว่าความเป็ไปได้นี้มีมาก เธออดไม่ได้ที่จะมองซูฮ่าว ในดวงตามีความซับซ้อน
บุญคุณที่เธอติดคู่หมั้นคนนี้ เหมือนจะยิ่งมากขึ้นทุกทีแล้ว
“เ้าหวางเฉิงเทียนคนนั้น กลับเข้าใจหลักการมาก” ซูฮ่าวกลับไม่สังเกตสายตาซับซ้อนที่ไป๋เหวินหลิงมองมา แค่พยักหน้าอยู่ในใจ เห็นได้ชัดว่าเขาก็รู้ว่าการ์ดใบนี้มีความหมายแฝงอะไร
เขาไม่ลังเล ยื่นมือออกมาก่อน และรับการ์ดแทนไป๋เหวินหลิง เขาฉีกยิ้มให้ผู้หญิงสวยหยาดเยิ้มเล็กน้อย “ขอบคุณของขวัญของพี่เทียนแทนผมด้วย”
“มิกล้าค่ะ คุณซูคือัในคน คุณไป๋คือหงส์ในคน การ์ดนี้มอบให้กับทั้งสองท่าน ก็ดีที่สุด” ผู้หญิงที่สวยหยาดเยิ้มรีบส่ายหน้าโบกมือ และพูดประจบอย่างเกรงใจ
เธอพูดๆ อยู่ก็ส่งสายตาให้หัวหน้าฝ่ายของกลุ่มบริษัทเทียนเฉินที่อยู่ข้างๆ สองสามคน
พวกเขาเข้าใจทันที ผู้ชายที่สวมชุดสูทสีขาวคนหนึ่งในนี้เข้ามาด้านหน้า ใบหน้ามีรอยยิ้มแบบมืออาชีพพลางพูดว่า “คุณไป๋ ก็ได้ยินมานานแล้วว่าบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวของคุณเป็ผู้นำในสายงานผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผมคือหัวหน้าฝ่ายของกลุ่มบริษัทเทียนเฉิน เฉินเฉา กลุ่มบริษัทของผมคืออันดับหนึ่งของฉวนโจวในด้านการจำหน่ายบนวีแชต อยากจะคุยกับคุณไป๋เกี่ยวกับการร่วมงานด้านการจำหน่ายบนวีแชต”
“คือหัวหน้าเฉินนี่เอง ก็ได้ยินชื่อเสียงของคุณมานานแล้ว” ไป๋เหวินหลิงใ
กลุ่มบริษัทเทียนเฉินดังไปทั่วฉวนโจวภายในเวลาสั้นๆ แค่สองปี ก็หนีไม่พ้นการโฆษณาด้านการจำหน่ายบนวีแชต คนคนนี้คือคนบ้างาน เพื่องานก็ไม่นอนหลับสามวันสามคืนได้ เฉลียวฉลาด ความคิดมักจะแปลกใหม่ และยืนอยู่ในจุดที่สูงมากของอนาคต คือยอดฝีมือทางธุรกิจที่มีชื่อเสียงของฉวนโจว
“แค่ชื่อเท่านั้น” เฉินเฉาทำมือคารวะอย่างมีมารยาท
หัวหน้าฝ่ายอีกสองสามท่านเห็นอย่างนี้แล้วก็เข้ามาแนะนำตนเอง ทุกๆ คนล้วนคือยอดฝีมือที่นำวงการธุรกิจด้านหนึ่ง กู้เพ่ยหลิงยืนอยู่อีกด้านอย่างไม่พูดแทรก
ถึงความรู้และประสบการณ์ด้านธุรกิจของเธอจะไม่ด้อยไปกว่าคนสองสามคนนี้ แต่พูดถึงผลงานกับชื่อเสียง เทียบกับพวกเขาแล้วก็ต่างกันไม่ใช่แค่นิดหน่อย
“ทุกท่าน ห้องโถงหนวกหูเกินไป ยืนคุยเื่ร่วมงานกันก็ไม่ค่อยเหมาะสม ไปคุยกันที่ห้องประธานเถอะครับ” ซูฮ่าวกวาดตามองโดยรอบแล้ว เห็นว่าคนที่มุงดูยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยพูดแนะนำ
คำพูดเขาพูดออกมา แน่นอนว่าไม่มีคนคัดค้าน
คนกลุ่มหนึ่งขึ้นลิฟต์ไปยังห้องทำงานของประธานแล้ว
………………..
บ้านเดี่ยวหมายเลขเจ็ด คฤหาสน์น้ำเขียว ฉวนโจว
คฤหาสน์น้ำเขียว ตั้งอยู่ในทำเลที่มีลมพัดน้ำไหลของฉวนโจว “ชีพจรั” หันหน้าไปทางทิศเหนือ มีูเาซีชานที่ทิศตะวันตกฤดูใบไม้ผลิออกดอกฤดูใบไม้ร่วงออกผล วัฒนธรรมเข้มข้น ทิศเหนือติดกับเขตชมวิวป่าของประเทศชาติกับเขตอนุรักษ์วัตถุทางประวัติศาสตร์ ทิศตะวันออกเฉียงใต้คือย่านธุรกิจของฉวนโจวที่รวมคนมีความสามารถไว้มากมาย ติดแม่น้ำ แม่น้ำกับเขื่อนอยู่ตรงข้ามกันไกลๆ ตำแหน่งภูมิศาสตร์ที่ล้อมรอบด้วยูเาแม่น้ำได้รับการรับรองจากฟ้าดิน คือโครงการบ้านเดี่ยวระดับสูงที่แพงที่สุดของฉวนโจว
เวลานี้ในห้องนอนใหญ่ของบ้านเดี่ยวหมายเลขเจ็ด ผู้ชายหนึ่งคนผู้หญิงหนึ่งคนกำลังพัวพันกันอยู่บนเตียง เสียงหายใจดังขึ้นต่อเนื่อง ในบรรยากาศตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายที่ทำให้หน้าแดง
สักพักใหญ่ ทั้งสองคนก็เสร็จกิจวัตร
หลินอีหลุนจุดบุหรี่หนึ่งมวน หยิบสัญญาออกมาจากในลิ้นชัก และโยนให้ฝ่ายหญิงที่เปลือยกาย
“นี่คือข้อมูลที่บริษัทหลินชื่อสนับสนุนให้เธอ นำมันไป จะกลายเป็ดาราระดับสองก็ไม่ใช่ปัญหา”
ผู้หญิงที่มีรูปร่างเซ็กซี่ชำเลืองมองสัญญา ในดวงตาเห็นได้ชัดว่าเร่าร้อน แต่ไม่นานก็ถูกระงับไว้แล้ว
“คุณชายหลิน ได้ยินว่าคุณยังไม่มีแฟน จะพิจารณาฉันสักหน่อยไหม … ”
เธอพูดๆ อยู่ก็กัดริมฝีปากเบาๆ ดวงตาสวยหยาดเยิ้ม ร่างกายค่อยๆ ติดกับตัวของหลินอีหลุน ราวกับอยากเอาทั้งตัวให้หลินอีหลุน
“ผู้หญิงอย่างเธอ ก็คู่ควรกับฉันได้หรือ?” หลินอีหลุนสูบบุหรี่ และพูดด้วยสายตาที่เยือกเย็นว่า “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้เื่ของเธอ ได้สัญญาแล้วก็ไปให้พ้น!”
ผู้หญิงรูปร่างเซ็กซี่มองสายตาที่มืดสลัวและเยือกเย็นของหลินอีหลุนแล้วก็ตัวสั่น และรีบลุกขึ้น เธอใช้เสื้อผ้าที่บางมากปกปิดเรือนร่างที่ร้อนแรงไว้ หลังจากนั้นก็ออกจากบ้านเดี่ยวไปอย่างผิดหวัง
หลินอีหลุนมองผู้หญิงที่ออกไปแล้วก็พ่นควันบุหรี่ออกมา และแสยะยิ้มมุมปากอย่างดูถูก
“กริ๊งๆ !”
เวลานี้เสียงของโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอย่างกะทันหัน มือซ้ายของหลินอีหลุนคีบบุหรี่ มือขวารับสายโทรศัพท์แล้ว
“ฮัลโหล มีเื่อะไร?”
ทางนั้นมีเสียงของกู้เพ่ยหลิงดังมา “คุณชายหลิน ซูฮ่าวยังไม่ตาย”
“อะไรนะ?!” คำพูดเมื่อพูดออกมาทำให้หลินอีหลุนนั่งตัวตรงทันที
หวางเฉิงเทียนโเี้อำมหิต คิดไม่ถึงว่าจะปล่อยซูฮ่าวแล้ว?
“เป็อย่างนี้ … ” กู้เพ่ยหลิงเล่าเื่ราวส่วนใหญ่แล้ว
หลังจากที่หลินอีหลุนฟังจบแล้ว สีหน้าก็บูดบึ้งทันที
“คนที่ออกหน้าให้ซูฮ่าวคนนั้น รู้ไหมว่าคือใคร?”
กู้เพ่ยหลิงส่ายหน้า “ไม่ชัดเจน แต่มองจากการกระทำที่หวางเฉิงเทียนส่งคนมาขอโทษขอโพยแล้ว ก็มีที่มาไม่น้อย”
“ฉันรู้แล้ว จับตาดูต่อไป มีข่าวก็รายงานในทันที” หลินอีหลุนวางสาย ในสายตาหวาดระแวง
ในฉวนโจวคนที่ทำให้หวางเฉิงเทียนก้มหัวให้ได้ ก็ล้วนนับได้
คือใคร ถึงทำให้หวางเฉิงเทียนหวาดกลัวอย่างนี้?
“แต่ไม่เป็ไร คนที่อาศัยน้ำใจกินข้าว ในที่สุดก็คือโคลนที่ก่อเป็กำแพงไม่ได้ ในเมื่อนาย้าสู้ตายเพื่อรักษาบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว เช่นนั้นฉันก็จะเปลี่ยนเป้าหมาย บีบให้นายออกไปจากบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว!” หลินอีหลุนหรี่ตา และขยี้ดับบุหรี่ ในสายตามีความเยือกเย็น
เขาคิดแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา และกดโทรศัพท์แล้ว …
