ท่ามกลางเสียงร้องด้วยความเ็ปของคริสโตเฟอร์ ไอแซคหันความสนใจไปยังนักสืบหนุ่มที่อยู่ข้างหลัง
"ฮฺเรโอดา!" คลื่นกระแทกถูกปลดปล่อยออกมา
ชาร์ลส์ะโหลบเอาตัวรอดได้อย่างหวุดหวิด แต่ยังไม่ทันจะตั้งหลัก ไอแซคก็มาปรากฏตรงหน้าเขา ยกเท้าถีบกลางลำตัว ส่งร่างของชาร์ลส์กระเด็นไปกระแทกกำแพง พร้อมกับหยิบโซ่ตรวนออกมา ปามันไปที่กำแพง
ปลายด้านหนึ่งของโซ่ทะลุผ่านเข้าไปในกำแพงราวกับเป็เนื้อเดียวกัน เหลือเพียงห่วงตรวนสองวงห้อยลงมา จากนั้นไอแซคก็คว้าข้อมือทั้งสองข้างของชาร์ลส์ล็อกเข้ากับห่วงตรวนในทันที ทุกการกระทำั้แ่ต้นจนจบนั้น ช่างรวดเร็วและชำนาญอย่างยิ่ง
"ช่วยอยู่นิ่งๆ ไปก่อน"
เสียงนาฬิกาลูกตุ้มดังขึ้นอีกครั้ง ไอแซคหันขวับไปทางต้นเสียง
"ฮฺเรโอดา!" คาถาดังขึ้น คราวนี้เป้าหมายคือนาฬิกาลูกตุ้มตรงมุมห้อง
นาฬิกาะเิแตกกระจาย เศษไม้และซากชิ้นส่วนกลไกกระจัดกระจาย นาฬิกาที่เคยตั้งตระหงาด ตอนนี้กลายเป็เพียงชิ้นส่วนไร้ค่า
"รำคาญ"
จากนั้นเขาก็หันความสนใจไปยังคริสโตเฟอร์ที่นอนร้องครวญครางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงและแหบแห้ง เขาสะบัดมือเศษผ้าม่านผืนใหญ่ชุมน้ำมันออกมาอีกผืน คลุมไปบนร่างของชายผู้ที่เขาแค้นเคืองที่สุดในชีวิต เขาพยายามไม่ให้ผ้าผืนนั้นไปถูกเปลวไฟที่กำลังลุกโชนบนขาของคริสโตเฟอร์
"นูร์ คัลลา!"
เปลวไฟลุกโชนขึ้นบนร่างของคริสโตเฟอร์ เสียงกรีดร้องที่แหบแห้งกลับดังขึ้นอีกครั้งด้วยความเ็ปทรมาน ขณะที่ไฟค่อยๆ เผาผลาญร่างกายของเขา แต่แปลกที่ไฟนั้นไม่ลามไปที่โต๊ะหรือสิ่งของรอบข้าง มันเผาไหม้เฉพาะร่างของคริสโตเฟอร์เท่านั้น
ไอแซคละสายตาจากร่างที่กำลังถูกเผา เริ่มค้นห้องอย่างเป็ระบบ เขาเคลื่อนไหวด้วยความชำนาญ ราวกับรู้ว่าต้องหาอะไร และรู้ว่ามันซ่อนอยู่ที่ไหน
ชาร์ลส์ที่ถูกล่ามติดกำแพงมองการกระทำของไอแซคด้วยความสงสัย ถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์คับขัน
"กำลังทำอะไร?"
แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ ไอแซคยังคงค้นห้องอย่างเป็ระบบ ไม่แยแสต่อคำถามของชาร์ลส์ เสียงกรีดร้องของคริสโตเฟอร์เบาลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียงเสียงครางแ่
ชาร์ลส์พยายามหาทางสนทนา หวังว่าจะถ่วงเวลาให้มีคนสังเกตเห็นความผิดปกติ แม้จะรู้ว่าเป็ความหวังที่ริบหรี่ แต่เขาก็ต้องลอง
"วางแผนมานานเท่าไหร่แล้ว? ั้แ่ในป่า? เหตุะเิในงานเลี้ยง? หรือั้แ่โรแลนด์ตาย?"
ครั้งนี้ไอแซคชะงักมือที่กำลังค้นลิ้นชักเล็กน้อย ก่อนจะทำเป็ไม่สนใจและจัดการธุระของตนเองต่อ ชาร์ลส์รู้ว่าเขาสะกิดโดนประเด็นสำคัญเข้าแล้ว
"การตายของโรแลนด์เป็ฝีมือแกใช่ไหม?" ชาร์ลส์ถามต่อ น้ำเสียงมั่นใจขึ้น "นั่นล่ะ ต้องเริ่มั้แ่ตอนนั้นอยู่แล้ว... ถ้าเป็ก่อนหน้านั้น แกจะได้ประโยชน์อะไรล่ะที่ปล่อยให้โรแลนด์กับไมเคิลถูกองค์กรแปลอักษรตามล่า? แกจะได้ประโยชน์อะไรที่ให้องค์กรแปลอักษรถูกหน่วยพิเศษทำลา-"
ชาร์ลส์หยุดพูดกะทันหัน ดวงตาเบิกกว้างเมื่อความคิดบางอย่างผุดขึ้นในหัว บางสิ่งที่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน
"นอกจากว่า..." เขาพึมพำ เสียงแ่เบาแต่เต็มไปด้วยความตระหนักรู้
ไอแซคละมือจากการค้นห้อง หันมามองชาร์ลส์ด้วยความสนใจ "เหมือนนึกอะไรออก... ลองพูดให้ฉันฟังหน่อย"
เมื่อชาร์ลส์ยังคงนิ่งเงียบ ไอแซคก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า "จะยอมพูดออกมาดีๆ หรือจะให้ใช้กำลังง้างปากนั้นพูด?"
ชาร์ลส์กลืนน้ำลาย ก่อนจะเริ่มพูด "แผนของแกน่าจะเริ่มขึ้นั้แ่แรก... แกปล่อยข่าวให้องค์กรแปลอักษรั้แ่ตอนนั้น แต่กลุ่มพวกนั้นที่ได้ชื่อว่าเป็องค์กรลับแบบนั้น ไม่น่าจะไว้ใจใครง่ายๆ เพราะแบบนั้นแกต้องมีความเกี่ยวข้องกับพวกเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง..."
"แต่นั่นไม่สำคัญ เพราะสุดท้ายแกก็ทรยศพวกเขาอยู่ดี และเป้าหมายของแกคือการโยกย้ายกำลังคนส่วนใหญ่ของหน่วยพิเศษออกจากศูนย์ใหญ่ ให้ไปทุ่มกำลังโจมตีองค์กรแปลอักษร..."
ไอแซคยืนฟังอย่างสนใจ ขณะที่ชาร์ลส์พูดต่อ "เมื่อกำลังพลส่วนใหญ่ไม่อยู่ที่ศูนย์ใหญ่แล้ว จึงเป็โอกาสให้แกเล็ดลอดเข้าไปได้... ส่วนเหตุผลที่ทำแบบนั้นก็คงเป็ ขโมยของบางอย่าง เช่น อุปกรณ์และยาวิเศษ อย่างยาสลบที่แกใช้ในป่า หรือที่ใช้กับผู้หญิงคนนั้น..."
ชาร์ลส์เหลือบมองร่างของฟีโอน่าที่นอนสลบ "หลังจบการปราบปรามองค์กรแปลอักษร มีรายงานว่ายาวิเศษและวัตถุดิบบางส่วนหายไป โดยไม่มีประวัติการเบิก... แกต้องขโมยมันเพราะไม่ได้เป็ผู้ยกระดับตัวตนของทางการ ไม่ได้รับการแจกจ่ายยาระงับ..." เขาหยุดครู่หนึ่ง "และถ้าจะให้เดา... สูตรผลิตยาระงับแกก็น่าจะรู้แล้ว"
ไอแซคที่ได้ฟังก็อดชื่นชมไม่ได้ "โหเก่งนี่ที่สันนิษฐานได้ขนาดนี้"
"แกวางแผนไว้ดีและแยบยลมาก แต่ระหว่างนั้นก็ยังมีบางอย่างที่ผิดแผน" ชาร์ลส์กล่าว
"มันคืออะไรล่ะ" ไอแซคถาม
"ตัวของฉันไง"
"เดาได้ถูก ใช่แกเป็ตัวที่ทำให้ผิดแผน คดีก่อนหน้านี้ที่แกสืบได้ มันทำให้พวกทหารพิทักษ์เมืองกรูกันไปป้วนเปี้ยนที่บ้านเด็กกำพร้า แถวใกล้ๆ ที่ซ่อนของพวกองค์กร… ถึงอย่างนั้นก็ยังอยู่ในขอบเขตที่รับมือได้และยังสามารถดำเนินตามแผนไปได้ต่อ" ไอแซคยอมรับ
"ถ้าอย่างนั้นอีกเื่หนึ่งที่สงสัยก็กระจ่าง" ชาร์ลส์กล่าว
"เื่อะไรล่ะ"
"ก็ในตอนที่ฉันกลับไปหาครอบครัวของไมเคิล สมาชิกคนหนึ่งขององค์กรแปลอักษรพยายามจะลักพาตัวฉัน ตรงนี้แหละที่ฉันสงสัยมาตลอด"
"องค์กรลับที่เพิ่งจะย้ายที่ซ่อนเพราะแค่มีทหารพิทักษ์เมืองไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น องค์กรที่ระวังตัวขนาดนั้น ต่อให้ลูกน้องจะไม่ค่อยฉลาดสักเท่าไหร่ แต่หัวหน้าก็น่าจะเป็คนที่ระแวงพอตัว เพราะงั้นน่าจะกำชับสมาชิกขององค์กรว่าให้ระวังทุกการกระทำ"
"แต่ชายคนนั้นกลับรีบร้อนที่จะจับตัวฉันไป ถึงแม้ว่าจะดูยังไงฉันก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยพิเศษชัดเจน ั้แ่กลับมาจากเขตเมืองเก่าในครั้งที่ไปตามหาไมเคิลตอนแรก ถึงต่อให้ไม่มีข้อมูลก็น่าจะจับต้นชนปลายได้คร่าวๆ เพราะอย่างนั้นสิ่งที่สมเหตุสมผลคือชายคนนั้นจะต้องไม่ลงมือเพราะมันเสี่ยงเกินไป แต่ไม่เลย ชายคนนั้นเลือกที่จะลงมือ"
"จึงทำให้ฉันคิดได้ว่า มันไม่สมเหตุสมผล" ชาร์ลส์กล่าวต่อ "จนทำให้ฉันคิดว่าการกระทำของชายคนนั้นน่าจะถูกผลักดันอย่างลับๆ ด้วยปัจจัยบางอย่าง และเมื่อฉันกลายเป็ผู้ยกระดับตัวตนยิ่งทำให้ฉันสงสัยใน่สุดท้ายที่ชายคนนั้นพยายามจะหนี ลูกศรสองดอกนั้นไม่น่าทำอะไรเขาได้ มันควรทะลุผ่านไปเหมือนที่พลังของแกทำได้ แต่มันกลับสามารถทำอันตรายเขาได้"
ชาร์ลส์หรี่ตามองไอแซค "ซึ่งพลังพวกนั้นเหมือนกับของแกแม้จะดูอ่อนแอกว่า แต่ถึงยังไงประเภทพลังของแกก็ไม่น่าจะไปแทรกแซงพลังของผู้ชายคนนั้นได้จากเท่าที่ฉันสังเกตมา… ยกเว้นจะใช้อุปกรณ์พิเศษหรือวัตถุต้องสาป หรือไม่ได้ลงมือเพียงคนเดียว…"
ไอแซคนิ่งเงียบไม่ได้ตอบคำถามของชาร์ลส์ เขาไม่ได้ปฏิเสธหรือเห็นด้วย แต่การนิ่งเงียบสำหรับชาร์ลส์แล้วมันถือว่าเป็การโน้มเอียงไปทางคำตอบว่า "ใช่" เสียมากกว่า
ชาร์ลส์เริ่มรู้สึกว่าเขากำลังเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ
ไอแซคก้าวเข้ามาใกล้ชาร์ลส์ "เล่าต่อไปสิ" ไอแซคเอ่ย น้ำเสียงสนใจ
"หลังจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างหน่วยพิเศษกับองค์กรแปลอักษรจบลง พวกแกจึงเริ่มแผนขั้นต่อไป ในงานเลี้ยงคืนนั้น…"
"พลังของแก ไอแซค... หนึ่งในนั้นน่าจะเป็พลังเคลื่อนย้ายไปที่ไหนก็ได้ตาม้า เฮนรี่น่าจะถูกแกฝังปรสิตตอนแยกตัวไปเข้าห้องน้ำในงานเลี้ยง"
ชาร์ลส์ครุ่นคิดสักพัก "เหตุผลที่ลงมือตอนนั้น ฉันคิดได้สองข้อ หนึ่งเพื่อแก้แค้น และสองใช้เฮนรี่เป็เครื่องมือฆ่าคริสโตเฟอร์ โดยฝังปรสิตไว้ในตัว แต่แผนก็ล้มเหลว... หรือจะพูดว่าล้มเหลวครึ่งเดียวก็ได้ เพราะเฮนรี่ถูกจัดการไปแล้วจากปรสิตนั่น"
"หลังจากคืนนั้นแกก็ไปจัดการโรแลนด์ต่อ" ชาร์ลส์สรุป
ไอแซคส่ายหน้า "เื่นี้นายเดาผิดนะนักสืบ ฉันไม่ได้เป็คนฆ่าโรแลนด์"
ชาร์ลส์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำ "ถ้าเช่นนั้น... ฝีมือคริสโตเฟอร์?"
ไอแซคพยักหน้ารับ ชาร์ลส์จึงวิเคราะห์ต่อ "ถ้าอย่างนั้น โรแลนด์ก็ถูกฆ่าปิดปากสินะ แต่เขาจะทำได้ยังไง? ั้แ่เกิดเหตุในงานเลี้ยง เขาน่าจะอยู่ในการดูแลของหน่วยพิเศษอย่างใกล้ชิด การจะทำอะไรหรือติดต่อใครก็ต้องผ่านตาหน่วยพิเศษ ถ้ามีอะไรน่าสงสัยหน่วยพิเศษก็ไม่น่าจะปล่อยผ่าน... เว้นแต่..."
ชาร์ลส์เบิกตากว้างเมื่อนึกขึ้นได้ "ยาวิเศษแยกร่าง! ฉะนั้นถ้าจะพูดให้ถูก คนที่ไปฆ่าโรแลนด์คือคริสโตเฟอร์อีกคนหนึ่ง เป็ร่างแยกจากยาวิเศษ"
"ถูกต้อง" ไอแซคยืนยัน "ฉะนั้นการตายของโรแลนด์จึงไม่เกี่ยวกับฉัน"
"แต่กับไมเคิลเกี่ยวแน่นอน ในป่านั้นแกฆ่าเขา จากนั้นก็ซ่อนศพ แล้วฝังตัวเองเข้าไปในร่างฉัน" ชาร์ลส์วิเคราะห์ "ตำแหน่งของคริสโตเฟอร์เรียกได้ว่ามีอำนาจมาก การมีสายข่าวนั้นเป็เื่ปกติ ในตอนนั้นโบสถ์ที่เป็สถานวิจัยถูกเผา ฉันที่เป็คนบุกเข้าไปจึงเป็คนที่น่าสงสัยมากที่สุด"
"เมื่อกลับมาถึงเมืองหลวง ยังไงเขาก็ต้องส่งคนมาดักรอฉัน และพาฉันไปเพื่อสอบถามที่อยู่ของไมเคิล โดยขอให้พาไปดีๆ หรือถ้าไม่ได้ต้องใช้กำลัง นั่นจึงเป็โอกาสของแกที่ฝังอยู่ในตัวฉันได้เข้าถึงเป้าหมาย จนกระทั่งเหตุการณ์ต่างๆ ดำเนินมาจนถึงตอนนี้"
"ผิดไปนิดหน่อย" ไอแซคแย้ง "จะให้ถูกคือฉันจงใจไว้ชีวิตคนของคริสโตเฟอร์ในป่านั้น เพื่อที่จะให้มาแจ้งข่าว"
เมื่อพูดจบ เขาเปิดกลไกบางอย่าง ทำให้ปรากฏช่องเสียบรูปร่างคล้ายหัวแหวนขึ้นมาที่ผนังด้านหลัง
