บทที่ 140 คุณชายซ่ง
ทันทีที่ฉินเหยียนเจินเห็นลู่อวี่ ก็รู้สึกดีใจเป็อย่างมาก ดวงตาที่ฉายแววดีใจ ไม่ว่าอย่างไรก็ปกปิดไว้ไม่อยู่ รู้ทันทีเลยว่าการมาถึงของลู่อวี่จะแก้ปัญหาอายุขัยที่ใกล้หมดของอาจารย์ได้ด้วย เพียงฐานะนายน้อยของตระกูลลู่ และเป็อัจฉริยะในการปรุงโอสถ ยาชิง์เม็ดหนึ่งนั้นดูเหมือนจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว
แต่สีหน้าท่าทีเช่นนี้ของนางเมื่อตกอยู่ในสายตาของชายหนุ่มที่อยู่ด้านล่าง อยู่ๆ เขาก็รู้หนักอึ้งภายในใจ และมีใบหน้าที่บึ้งตึงขึ้นมาทันที ฉินเหยียนเจินไม่เคยยอมรับน้ำใจจากเขามาก่อนเลย ต่อให้หมั้นหมายกันอยู่ก็ไม่เกิดประโยชน์ เขามีความสงสัยมานานแล้ว ตอนนี้เมื่อได้มาเห็นเหตุการณ์ตรงหน้านี้ จะไม่ให้เขาคิดไปเป็อื่นหรืออย่างไร สายตาที่มองลู่อวี่จึงไม่เป็มิตรอะไรอยู่แล้ว ถึงกับมีแววตาอาฆาตพยาบาทอีกด้วย เห็นได้ชัดว่าทั้งอิจฉาและแค้นเคือง จนแทบทนไม่ได้ที่จะสังหารบุรุษที่อยู่ๆ ก็โผล่มาผู้นี้
ตอนนี้เขายังพบว่าไม่ว่าจะเป็หน้าตา หรือความสง่างาม บุรุษผู้นี้ก็อยู่เหนือเขาจริงๆ ฉินเหยียนเจินไม่แม้แต่จะเหลียวแลเขาก็ว่าเ็ปแล้ว เห็นได้ชัดว่ามีรักครั้งใหม่แน่แล้วถึงได้ทำเช่นนี้
“คุณชายลู่ เ้ามาแล้วเหตุใดไม่บอกสักคำ ข้าจะได้ให้เหยียนเจินออกไปต้อนรับ เสียมารยาทแล้ว เชิญนั่งเร็ว!” ฉินเหยียนเจินยืนขึ้น และเดินเข้าไปต้อนรับ และพาลู่อวี่ไปที่ที่นั่งด้วยตัวเอง หลังจากลู่อวี่นั่งลงเรียบร้อยแล้ว นางถึงจะกลับมาที่ที่นั่งของตัวเอง
คุณชายอวี่? ลู่อวี่ตกตะลึงไปเล็กน้อย เมื่อเห็นฉินเหยียนเจินขยิบตาใส่ ก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นได้ชัดว่าไม่อยากให้ศิษย์พี่ซ่งที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าตัวเองคนนั้นรู้ตัวตนของเขา
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าฉินเหยียนเจินมาไม้ไหน เขาก็ี้เีเกินกว่าที่จะไปคิดถึงมัน เพียงพยักหน้าให้ และพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า “มารยาทอะไรกัน ไม่ต้องเก็บเอามาใส่ใจ!”
“เจาหยาง ยังไม่ทักทายคุณชายอีก เรียกพี่อวี่!” ฉินเหยียนเจิน เพิ่งจะนั่งลงก็ลากเอาเด็กผู้ชายที่อยู่ด้านข้างมาแนะนำให้ลู่อวี่ “นี่คือน้องชายของข้า ฉินเจาหยาง เขากำลังฝึกฝนบำเพ็ญเพียรได้ไม่นาน มีนิสัยเก็บตัว ให้คุณชายได้เห็นอะไรน่าขายหน้าแล้ว!”
เด็กผู้ชายฉินเจาหยางมีนิสัยชอบเก็บตัวจริง แต่ก็พูดเสียงเบาออกมาทันทีว่า “สวัสดีพี่อวี่!” จากนั้นก็รีบหลบไปอยู่ด้านหลังพี่สาวทันที และมองมาที่เขาอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่กลับไม่กล้าพูดอะไรออกมา
ลู่อวี่มีหรือจะถือสา เขาเพียงหันไปพยักหน้าให้ฉินเจาหยางที่หลบอยู่ด้านหลังพี่สาวเท่านั้น
“คุณชายอวี่? ไม่ทราบว่าเป็คุณชายอวี่ของตระกูลใด? น้องเจิน เหตุใดไม่แนะนำให้ศิษย์พี่รู้จักเสียหน่อย นี่มันไม่ใช่วิธีการดูแลแขกที่ดีเลยนะ!” อยู่ๆ คนหน้าหนาก็เอ่ยปากถาม ด้วยน้ำเสียงหยอกล้อที่แฝงไปด้วยความประชดประชัน ดูไร้มารยาทสุดๆ
ฉินเหยียนเจินถึงกับแสดงสีหน้าไม่พอใจ เกือบลืมไปเลยว่ามีคนอยู่ตรงนี้ด้วย ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากพูดกลับได้ยินลู่อวี่พูดขึ้นมาว่า “คุณหนูฉินนี้คือยาอายุวัฒนะที่เ้า้า รีบนำไปให้หัวหน้าสำนักเถิด!”
ลู่อวี่ไม่แม้แต่จะสนใจผู้ที่อยู่ตรงข้ามเขา ดูเหมือนว่าจะเพิกเฉยต่อการมีอยู่ของอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง แต่กลับหยิบขวดเล็กๆ หนึ่งยื่นให้แทน และยิ่งทำให้ใบหน้าของศิษย์พี่ซ่งที่อยู่ตรงหน้าผู้นั้นยิ่งแย่ขึ้นไปใหญ่
“น้องเจิน นี่มันคืออะไร?” เมื่อศิษย์พี่ซ่งได้ยินว่าของสิ่งนี้มอบให้เ้าสำนักเป่ยเฉิน ก็มีความกระหายใคร่รู้ และรู้สึกโกรธจัด
ชายหนุ่มที่จู่ๆ ก็โผล่มาผู้นี้เป็ใครมาจากไหน แล้วเอายาอายุวัฒนะอะไรมาให้ อีกทั้งเกี่ยวข้องอะไรกับฉินเหยียนเจิน เขาในฐานะว่าที่ลูกเขยของสำนักเป่ยเฉินกลับไม่รู้อะไรเลย แล้วจะไม่ให้เขารู้สึกโกรธได้อย่างไร และยิ่งทำให้เขาโมโหเดือดดาลก็คือฉินเหยียนเจินทำราวกับไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อยนิด แล้วจะให้เขาเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ขุ่นเคืองใจของศิษย์พี่ซ่ง ฉินเหยียนเจินก็ทำหน้าบึ้งใส่ทันที เพราะเดิมทีนางก็ไม่พอใจกับการจับแต่งงานครั้งนี้ที่อาจารย์จัดหามาให้อยู่แล้ว หากอาจารย์ไม่ยืนกราน นางก็ไม่มีทางไว้หน้าซ่งอวี่หลานชายของประมุขตระกูลซ่งผู้นี้แน่ เวลานี้มาเจอหน้ากับลู่อวี่ ไม่ว่าจะเป็สถานะหรือพลังยุทธ์ของเขา เพียงยาชิง์น้อยที่เขานำมามอบให้ก็ทำเสียมารยาทต่อสำนักเป่ยเฉินมากที่สุด
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เหตุผลที่เขาและนางเต็มใจเสี่ยงชีวิตของตัวเองไปลักพาตัวนายน้อยของตระกูลลู่มา หนึ่งก็คือไม่อยากให้อาจารย์ตายจริงๆ และในขณะเดียวกันก็มีความคิดที่จะยกเลิกการหมั้นหมายแต่งงานของตระกูลซ่งผ่านเื่ยืดอายุขัยของอาจารย์ด้วย
“คุณชายซ่ง ไม่ว่ามันจะเป็ของอะไร มันก็ไม่เกี่ยวข้องกับเ้า ตัวตนของคุณชายอวี่สูงส่ง หากเขาไม่อนุญาตข้าก็เปิดเผยไม่ได้ หากไม่มีเื่อะไรแล้ว เชิญคุณชายซ่งกลับไปเถิด!”
ครั้งนี้ฉินเหยียนเจินพูดอย่างไม่เกรงใจ เดิมทีเมื่อครู่นี้นางยังอดทนและพูดอ้อมๆ กับคุณชายซ่งอยู่ แต่ตอนนี้ลู่อวี่นำยาชิง์น้อยมาให้ ชีวิตของอาจารย์ก็ถือว่ารักษาไว้ได้แล้ว จึงไม่จำเป็ต้องแสร้งแสดงความนอบน้อมและคล้อยตามคุณชายซ่งอีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นยังมีตระกูลลู่หนุนหลังอีก นับจากนี้สำนักเป่ยเฉินก็ถือว่ามีที่พึ่งพิงแล้ว ไม่จำเป็ต้องมองหน้าใครอีก สิ่งนั้นสร้างความมั่นใจได้มากพอ และทำให้นางไม่เห็นตระกูลซ่งอยู่ในสายตาอีกต่อไป
จะว่าฉินเหยียนเป็คนเลือกปฏิบัติไม่ได้ เพราะนี่คือความจริง หากก่อนหน้านี้นางและคุณชายซ่งรักกัน มันก็เป็อีกเื่หนึ่ง
คุณชายซ่งหน้าถอดสีไปเล็กน้อยเมื่อได้ยิน หากท่านปู่ไม่เตือนเขาก่อนว่าเื่นี้เกี่ยวข้องถึงผลประโยชน์ของตระกูลซ่ง เพียงหน้าตางดงามของฉินเหยียนเจินไม่อยู่ในสายตาของเขาแม้แต่น้อย สถานะนายน้อยคนต่อไปของตระกูลซ่งเช่นเขา สาวงามแบบไหนจะไม่้าตัวเขา มีหรือจะมาสนใจหลานสาวของตระกูลที่ตกต่ำเช่นนี้
“เชอะ ฐานะสูงส่งอะไรกัน เพียงคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท่าก็เท่านั้น ยังมียาอายุวัฒนะที่เขาเอามาให้ด้วย ก็เป็ของที่ไม่รู้ที่ไปที่มาเหมือนกัน หากเกิดปู่ฉินกินเข้าไปแล้ว ไม่เป็อะไรก็แล้วไป หากเกิดเื่ขึ้น เ้าคงไม่ทันแม้แต่จะเสียใจ ข้าว่ายืนยันตัวตนและยาอายุวัฒนะก่อนจะดีกว่า!” เมื่อคุณชายซ่งพูดจบก็ปรายตามองไปทางลู่อวี่ครู่หนึ่ง แล้วยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะ แม้ว่าตอนนี้จะทำอะไรเ้าไม่ได้ แต่ก็ไม่มีทางให้เ้าได้อยู่อย่างเป็สุขแน่ รอข้าออกจากที่ตรงนี้ก่อน ถึงเวลาตายของเ้าแน่!
ฉินเหยียนเจินคิดไม่ถึงว่าคุณชายซ่งจะเสียมารยาทถึงเพียงนี้ สิ่งนั้นทำให้นางถึงกับโกรธจนพูดไม่ออก
เมื่อศิษย์น้องรองจ้าวจือเจี๋ยเห็นว่าสถานการณ์ตึงเครียดแล้ว จึงลุกขึ้นพูดทันทีว่า “คุณชายซ่ง อย่าเพิ่งโกรธไปเลย! สิ่งที่คุณชายอวี่เอามาให้คือยาชิง์น้อย ไม่ใช่ของปลอมแน่นอน!”
ถึงแม้จ้าวจือเจี๋ยที่ปกติฉลาดมีไหวพริบจะรู้จักตัวตนของลู่อวี่ แต่ก็ไม่อยากให้ศิษย์น้องฉินเหยียนเจินหักหาญน้ำใจของตระกูลซ่งมากไป เพราะเขาไม่รู้เื่สัญญาที่ลู่อวี่เคยให้ไว้กับฉินเหยียนเจิน เช่นนั้นถึงได้พูดเื่นี้ออกมา แต่หากเขารู้คำสัญญาที่ลู่อวี่มีให้ เขาจะไม่ขัดจังหวะเลยในเวลานี้ และคงไม่เห็นคุณชายซ่งอยู่ในสายตาเช่นกัน
เพียงฉินเหยียนเจินวางแผนไว้ว่าจะรอจนกว่าอาจารย์ของนางกินยาชิง์น้อยก่อนแล้วถึงจะแจ้งเื่นี้ให้ทราบ ดังนั้นตอนนี้นอกจากนางแล้ว จึงไม่มีใครรู้เื่นี้
“อะไรนะ ยาชิง์น้อยหรือ?” คุณชายซ่งถึงกับทำหน้าตื่นตระหนกไปเลยทีเดียว เพราะใไม่น้อย คิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มที่ไม่สะดุดตาเลยที่อยู่ข้างกายผู้นี้ในเวลานี้จะมียาชิง์ยาอายุวัฒนะประเภทนี้ได้ แม้ว่ายาชิง์น้อยจะเป็ที่เล่าลือกันไปทั่วเทียนตู แต่ผู้ที่จะสามารถได้ยาชิง์น้อยมานั้นหากไม่ใช่โชคดีมากพอนำยาวิเศษที่ดีที่สุดแลกเปลี่ยนมาได้ ก็คงเป็ตระกูลใหญ่จริงๆ หรือเป็บุคคลสำคัญที่เป็ยอดฝีมือในสำนักหลัก แต่มันเป็ไปได้หรือที่จู่ๆ ชายหนุ่มที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อนจะนำยาชิง์น้อยเม็ดหนึ่งออกมาให้ได้?
สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ การมาปรากฏตัวของบุรุษผู้นี้และยาชิง์ที่เขาพกมาด้วยทำแผนการของตระกูลซ่งของพวกเขาพังหมด สิ่งนี้เขาไม่มีทางยอมแน่ เหตุใดตระกูลซ่งถึงยอมรับการหมั้นหมายนี้ นั้นก็เพราะว่าเ้าสำนักเป่ยเฉิน อวิ๋นหยางจือ ฉินอวิ๋นหยางใกล้สิ้นอายุขัย ร่างกายและิญญากำลังจะดับสูญ สำนักเป่ยเฉินก็จะกลายเป็ัขาดหัว จะแตกสามัคคีกัน หากเขาและฉินเหยียนเจินสามารถร่วมมือกันได้ เพียงคุณสมบัติและพร์ของเขา บวกกับการสนับสนุนของตระกูลซ่ง จะเข้าควบคุมสำนักเป่ยเฉินก็เป็เพียงเื่ที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
เพียงยอดฝีมือไม่กี่คนในตอนนี้ของสำนักเป่ยเฉิน ก็ไม่คุ้มค่าที่จะเอ่ยถึงเมื่ออยู่ต่อหน้าตระกูลซ่ง มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่เป็อุปสรรคคือเ้าสำนักเป่ยเฉิน อวิ๋นหยางจือ หากอวิ๋นหยางจือไม่ตาย ต่อให้ตระกูลซ่งจะมีอำนาจแข็งแกร่งเพียงไหน ก็ไม่สามารถรวมสำนักเป่ยเฉินเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งของกองกำลังตัวเองเห็นชอบด้วยเหตุผลได้ เพราะถึงอย่างไรอวิ๋นหยางจือและประมุขตระกูลซ่งก็เป็สหายคนสนิทกัน ซึ่งเื่มีผู้คนจำนวนมากที่รับรู้ หากตระกูลซ่งดันทุรังเข้าพิชิตสำนักเป่ยเฉินแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม หากเช่นนั้นก็หาข้อแก้ตัวไม่ได้นะสิ
สำหรับฉินเจาหยาง น้องชายของฉินเหยียนเจินที่เดิมทีจะมารับ่เป็เ้าสำนักเป่ยเฉินคนต่อไป ตระกูลซ่งนั้นมีวิธีที่จะสังหารทิ้งโดยไม่รู้เนื้อรู้อยู่แล้ว หรือบางทีก็ทำให้ร่างกายของเขาพิการเสีย ทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้เขาได้ฝึกตน ในสายตาของตระกูลซ่งแล้วมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย
ดังนั้นความเป็ความตายของอวิ๋นหยางจือ จึงเป็กุญแจสู่ความสำเร็จในแผนการของตระกูลซ่ง จะปล่อยให้ล้มเหลวไม่ได้ เช่นนั้นเวลานี้คุณชายซ่งจะทนยืนมองตาปริบๆ ให้ฉินเหยียนเจินนำยาอายุวัฒนะนี้ไปมอบให้ถึงมืออวิ๋นหยางจือได้อย่างไร
“ยาชิง์น้อยอะไรกัน ช่างน่าขันเสียงจริง ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าบุรุษผู้นี้ไม่ว่า ยาอายุวัฒนะก็กินกันง่ายๆ ได้ด้วยงั้นหรือ? ยาชิง์เป็ยาอายุวัฒนะที่ล้ำค่านัก อย่าว่าแต่สำนักเป่ยเฉินของพวกเ้าเลย ต่อให้ตระกูลซ่งของข้านำทรัพย์สมบัติที่มีทั้งหมดมาก็แลกยาชิง์สักเม็ดมาไม่ได้ แล้วเ้าหนุ่มนี้ถือสิทธิ์อะไรมากล่าวอ้างว่าเอามาให้แล้วจะเอามาให้ได้เลย คำถามง่ายๆ เช่นนี้ หรือว่าน้องเจินเ้ายังดูไม่ออก?” คุณชายซ่งร้องห้ามเสียงดัง
ฉินเหยียนเจินมีหรือจะหวั่นไหวกับคำพูดของคุณชายซ่ง แต่กลับยัดขวดเล็กๆ นั้นเข้าไปในมือน้องชาย จากนั้นก็หันไปพูดกับจ้าวจือเจี๋ยว่า “ศิษย์น้อง รบกวนเ้าคุ้มกันเจาหยางเดินทางไปหลังเขาเพื่อนำยาอายุวัฒนะไปให้อาจารย์ของข้าหน่อย!”
จ้าวจือเจี๋ยเวลานี้สังเกตเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของคุณชายซ่งแล้วก็แอบรู้สึกไม่สบายใจ และรู้ว่าตัวเองเหมือนจะพูดผิดไปบางอย่าง ดังนั้นก็ไม่คิดที่จะอยู่ต่อ แต่นำทางศิษย์น้องเล็กไปทางหลังเขาทันที
คุณชายซ่งนั่งไม่ติดแล้วเพราะหากยาอายุวัฒนะนี้ถูกนำไปส่ง แผนการของตระกูลซ่งก็จะถือว่าพังไปครึ่งหนึ่ง เช่นนั้นจึงไม่คำนึงถึงใบหน้าตัวเอง แต่หันไปส่งสัญญาณให้องครักษ์สองสามคนที่อยู่ด้านหลัง และพูดด้วยท่าทางที่น่าเกรงขาม “ไปเอายาอายุวัฒนะนั้นมา ของที่มีที่ไปที่มาไม่ชัดเจนเช่นนี้จะเอาไปให้ท่านปู่กินโดยพลการได้อย่างไร อย่างน้อยก็ต้องรอให้ข้าตรวจสอบดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ ต่อให้น้องเจินจะตำหนิข้า ข้าย่อมต้องทำเช่นนี้ เพราะนี่ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยชน์ของเ้าเองเท่านั้น แต่ทำเพื่อท่านปู่ฉินและทั้งสำนักเป่ยเฉินด้วย!”
ในขณะที่พูดก็หันไปมองลู่อวี่ด้วยสายตาที่เ็าเอาเื่ “สหายท่านนี้เวลานี้ควรจะแสดงตัวตนหน่อยหรือไม่? เพราะยาอายุวัฒนะปลอมเม็ดนั้นหลอกลวงความไว้วางใจและความรู้สึกดีของน้องเจิน เพื่อคิดฆ่าท่านปู่ฉินแล้ววางแผนมุ่งร้ายในทรัพย์สินของสำนักเป่ยเฉิน ช่างเป็แผนการที่ดีเสียจริงๆ แต่น่าเสียดาย แผนการตื้นๆ พวกนี้มันไม่ใช่วิธีการที่ฉลาดอะไรเมื่ออยู่ต่อหน้าข้า!”
ทุกคนต่างก็มีอารมณ์ความรู้สึก หากถูกกดดันหนัก ก็ะเิออกมาได้เช่นกัน ลู่อวี่ในฐานะนายน้อยตระกูลลู่ ถูกชายหนุ่มที่น่ารำคาญตรงหน้าผู้นี้ต่อว่าแล้วต่อว่าอีกว่า ‘ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า’ จนรู้สึกโมโหเดือดดาลแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเ้าหมอนี้มีความสัมพันธ์แบบไหนกับสำนักเป่ยเฉินและฉินเหยียนเจินกันแน่ จึงยังไม่ได้ลงมือในทันทีก็เท่านั้น
