จากนั้นบทสนทนาระหว่างฉันกับคุณหมอโฮชิก็เต็มไปด้วยการไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบตามประสาคนเคยรู้จักกัน และแม้ว่าจะมีหลายครั้งที่ทางคุณหมอถามถึงเหตุผลที่ฉันมาถึงที่นี่ แต่เป็ฉันเองที่เลือกจะเลี่ยงตอบความจริงออกไป นอกจากบอกว่าฉัน้าพาคุณพ่อมาพักผ่อนหาอากาศบริสุทธิ์เพื่อฟื้นฟูร่างกายเท่านั้น และสาเหตุที่เลือกที่นี่ก็เพราะเป็บ้านของพี่นิดอดีตแม่บ้านของฉันนั่นเอง
ส่วนคุณหมอโฮชิเองแม้ว่าตัวเขาจะพอมองออกว่าหญิงสาวมีเื่ปิดบังเขาอยู่ แต่ด้วยมารยาทและความสนิทที่ไม่ได้มากไปกว่าอดีตคนไข้นั้นจึงทำให้เขาได้แต่เก็บงำความอยากรู้เอาไว้ แม้ว่าตัวเองจะพอรู้เื่ราวของหญิงสาวมาบ้างพอควรก็ตาม
“อ่ะ...เกือบลืมไปเลยค่ะ คุณหมอโฮชิ้าอะไรนะคะพอดีมัวแต่ดีใจที่ได้เจอคุณหมอเลยลืมไปเลย”
ฉันทักเขาขึ้นมาก่อนด้วยเห็นว่าการพูดคุยของเราก็นานพอควรแล้ว และอีกอย่างตอนนี้คุณหมอก็มาด้วยสถานะของลูกค้าโรงแรมฉันจะมัวมานั่งเสียมารยาทพูดคุยนานไม่ได้
“อ่ะ...อ๋อ...พอดีผมมาเอาคีย์การ์ดลิฟต์น่ะครับ”
คุณหมออ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ตอบ
“เอ๊ะ...!! คีย์การ์ดลิฟต์หรอคะ”
ฉันที่พอจะคุ้น ๆ ว่าคุณเชนผู้จัดการเหมือนจะบอกว่าในคืนนี้จะมีแขกวีไอพีมารับคีย์การ์ดลิฟต์ที่มีเฉพาะชั้นเพนท์เฮ้าส์้าสุดเท่านั้น และด้วยคำพูดของคุณหมอเมื่อรวมเข้ากับสิ่งที่ฉันได้รับคำสั่งมาก็ทำให้ฉันรีบกุลีกุจอไปหยิบให้ทันที
“อ่ะ...นี่ค่ะ...คีย์การ์ด”
และในขณะที่ฉันกำลังจะยื่นการ์ดแข็งในมือส่งไปให้คนตรงหน้า แต่ทว่า...ในเสี้ยววินาทีนั้นฉันก็เลือกที่จะดึงการ์ดใบนั้นกลับมาก่อน
“เดี๋ยวก่อนค่ะถึงจะเป็คุณหมอโฮชิที่ใจดีกับลูกจัน แต่ด้วยระเบียบการเข้าพักของโรงแรมลูกจันคงต้องรบกวนขอเอกสารเพื่อบันทึกการเข้าพักด้วยค่ะ”
ฉันสวมบทบาทของพนักงานต้อนรับทันที เพื่อไม่ให้มีความผิดพลาดจนตัวเองต้องมาซวยทีหลัง
“ฮ่าๆๆ ผมดูไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลยหรอครับ” (^-^)
น้ำเสียงรื่นหูอดหัวเราะหญิงสาวตรงหน้าที่มีทีท่าหวาดระแวงไม่ได้
“อุ้ย...!! ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ แต่ลูกจันต้องทำตามหน้าที่หวังว่าคุณหมอจะไม่เข้าใจผิดและโกรธเคืองลูกจันเลยนะคะ” (^-^)
หญิงสาวสีหน้าพลันสลดลงทันทีเพราะกลัวผู้มีพระคุณตรงหน้าจะเข้าใจผิด
“ฮ่าๆๆ โอเคครับโอเค ไม่ต้องทำหน้าเศร้าขนาดนั้นก็ได้ครับ ผมรู้สึกผิดไปหมดแล้วเนี่ย อ่ะ...นี่ครับเอกสารของผม”
คุณหมอหนุ่มอดหัวเราะให้กับท่าทางของหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้ ก่อนที่เขาจะยื่นบัตรแข็งหลักฐานที่เป็ดั่งเอกสารชี้ว่าตัวตนของเขาเป็ใครยื่นไปให้กับหญิงสาว...
และทันทีที่ฉันรับบัตรแข็งอันเป็เอกสารชี้ตัวตนของเขาขึ้นมาดูเพื่อจะทำการบันทึกข้อมูล รายละเอียดต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่บนบัตรก็ทำให้ฉันถึงกับเบิกตากว้างหายง่วงกันเลยทีเดียว
“โฮชิโนะ ยา..มา..ซู...มิ”
“เอ๊ะ...!! ยามาซูมิ...นี่มันคุ้น ๆ นะ”
ฉันพึมพำกับตัวเองเบา ๆ แต่เพราะความเงียบสงัดเลยทำให้เสียงนั้นเล็ดลอดจนคนตรงหน้าได้ยิน
“คุ้นหรอครับ” (^-^)
“ค่ะ...คุ้นมาก...เหมือนกับ??” (O_O) ?
“เหมือนกับอะไรหรอครับ”
“มะ...เหมือนกับ...”
และในขณะที่ฉันกำลังมึนงงสับสน สายตาที่พลันเหลือบไปเห็นโลโก้ของโรงแรมก็ทำให้ดวงตาที่กลมโตอยู่แล้วยิ่งเบิกกว้างด้วยอาการช็อกใทันที
“นะ...นี่นามสกุลของคุณหมอ มะ...เหมือนกับชื่อของโรงแรมเลยนี่ค่ะ” (OoO)
ดวงตาเบิกกว้างด้วยความใอีกทั้งท่าทีที่ฉันแสดงออกทำให้คนที่เห็นอดขำออกมาไม่ได้
“ฮ่าๆๆ แล้วคุณลูกจันคิดว่าไงล่ะครับ”
และด้วยอากัปกิริยาของคนตรงหน้าที่ส่งมาเหมือนกับว่าสิ่งที่ฉันคิดนั้นถูกต้องแล้ว ฉับพลันปฏิกิริยาของฉันก็ตอบสนองต่อความจริงที่ได้รับรู้ทันที
“อ่ะ...เอาคืนไปเลยค่ะท่านประธาน ได้โปรดยกโทษยกอภัยให้ดิฉันด้วยนะคะ”
สรรพนามที่เปลี่ยนไปในทันทีที่ได้รู้ความจริงพร้อมกับตัวที่โค้งโยกศีรษะรัว ยิ่งส่งให้คนตัวโตขำตัวโยนจนท้องแข็ง
“ฮ่าๆๆๆ คุณลูกจันตลกจังเลยครับ ฮ่าๆๆๆ”
“งือออออ ~~ ท่านประธานอย่าล้อเล่นเลยนะคะ ดิฉันขอโทษนะคะที่เสียมารยาท พะ...พอดีดิฉันไม่ทราบมาก่อนว่า...เออ...ท่านเป็เ้าของโรงแรมค่ะ”
ฉันรีบขอโทษขอโพยด้วยกลัวว่าตัวเองจะตกงาน อีกทั้งว่าก่อนหน้านี้ด้วยความดีใจที่ได้เจอคนรู้จักก็ไม่รู้ว่าตัวเองได้เผลอพูดอะไรน่าอายออกไปบ้างก็ไม่รู้
“ฮ่าๆๆ คุณลูกจันพูดกับผมเหมือนเดิมก็ได้ครับมาท่านประธงประธานอะไรกันตลกชะมัด” (^-^)
ใบหน้าหล่อสะอาดยังคงแย้มยิ้มพร้อมกับหัวเราะรัวไม่หยุด เขาที่ไม่ได้ถือยศถืออย่างอะไรแม้ว่าจะไม่ผิดที่โรงแรมนี้คือหนึ่งในธุรกิจของครอบครัวเขา เพียงแต่จะมาเรียกเขาว่าท่านประธานในเวลานี้คงจะเร็วเกินไป
“อย่าล้อดิฉันเล่นเลยนะคะ ดิฉันต้องขออภัยจริง ๆ”
ดวงหน้าเนียนที่ซีดอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับร่างเล็กที่โค้งปลก ๆ ไม่หยุดยิ่งทำให้คนตัวโตอยากแกล้ง
“แล้วถ้าผมไม่ให้อภัยล่ะครับ”
ใบหน้าคมหล่อเหลาแต่มีกลิ่นอายของลูกครึ่งญี่ปุ่นอมยิ้มก่อนจะพูดจนหญิงสาวที่ใจเสียอยู่แล้วยิ่งไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามอง
“อะ...เออ...ถ้าอย่างนั้นดิฉันพอจะทำอะไรให้ท่านประธานหายขุ่นเคืองได้บ้างคะ ถ้าไม่เกินความสามารถของดิฉัน ดิฉันยินดีที่จะทำค่ะ ขอเพียงท่านประธานอย่าได้ไล่ดิฉันออกจากงานเลยนะคะ”
แววตากลมใสสั่นระริกเพราะรู้สึกหวั่นในใจ ขอเพียงถ้าไม่เป็การเหยียบย่ำศักดิ์ศรีกันเกินไปฉันเองก็ยินดีทำเพราะฉันยังไม่พร้อมที่จะเสียงานที่ได้มาอย่างยากลำบากในวันนี้
และด้วยท่าทางของหญิงสาวที่แสดงออกไปก็ได้ทำให้คนที่อยากจะแกล้งรู้สึกสงสารจับใจ เขาที่เห็นสภาพหญิงสาวแล้วอดคิดไม่ได้ว่าที่ผ่านมาหญิงสาวตรงหน้าต้องเจอกับอะไรมาบ้าง และมันต้องเ็ปมากแค่ไหนที่ทำให้เธอหวาดกลัวต่อการใช้ชีวิตได้ถึงขนาดนี้
“คุณลูกจันครับ ผมขอโทษนะครับผมแค่ล้อเล่น ผมไม่ได้โกรธเคืองคุณจริง ๆ”
น้ำเสียงสลดเฉลยความในใจของตัวเองออกไปเพียงเพื่อหวังว่าหญิงสาวจะรู้สึกสบายใจขึ้น
“ทะ...ท่านประธานจะไม่ไล่ดิฉันออกใช่ไหมคะ” (>_<)
ดวงหน้าสวยเงยขึ้นมองไปยังคนตรงหน้าด้วยดวงตารื้น ก่อนที่น้ำเสียงสั่นเครือจะเอ่ยถามออกไปเพื่อให้แน่ใจ
“จริงครับ อีกอย่างคุณลูกจันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ทำไมผมต้องไล่คุณออกด้วยล่ะครับ” (^-^)
คนตัวโตย้ำอีกครั้งด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“กะ...ก็ก่อนหน้านี้ดิฉันพูดคุยเป็กันเองกับท่านประธาน”
“ก็คุณลูกจันไม่รู้สถานะผมนี่ครับ อีกอย่างผมเองก็เป็คนเริ่มคุยเล่นกับคุณลูกจันก่อนทั้ง ๆ ที่ผมก็เห็นว่าคุณลูกจันอยู่ในยูนิฟอร์มพนักงานเป็พนักงานของโรงแรม เพราะฉะนั้นถ้าจะผิดก็คงผิดที่ผมเอง คุณลูกจันอย่าโทษตัวเองเลยนะครับ” (^-^)
คนพูดที่อธิบายเพื่อให้คนมีกังวลได้เข้าใจ และมันก็ได้ผลเมื่อคนฟังได้ฟังแล้วก็รู้สบายใจมากขึ้น
“ขะ...ขอบคุณนะคะท่านที่ไม่ถือสาดิฉัน”
ฉันโค้งตัวให้กับผู้ชายตรงหน้าอีกครั้งด้วยความรู้สึกขอบคุณและตื้นตันใจ ก่อนที่ประโยคถัดมาจะทำให้ความกังวลในใจที่เพิ่งคลายไปเปลี่ยนมาเป็ใแทน...
