เมื่อไป๋เสียตื่นขึ้น ก็กวาดตามองไปรอบๆ ห้องหลอมโอสถ ก่อนเอ่ยถาม “เ้าหนู ตอนที่ข้าหลับไปเกิดอะไรขึ้น”
ลู่เต้าเล่าเื่ราวทั้งหมดั้แ่เดินทางมาถึงเมืองเซียน รวมถึงความชั่วร้ายของสองอาจารย์ศิษย์หูต้าเซียนและจินเลี่ยง เมื่อไป๋เสียได้ยินว่าแม่นางน้อยเ่าั้ถูกนำไปปรุงเป็ยารักษาหูต้าเซียน สีหน้าของเขาก็มืดครึ้ม จิตสังหารพลุ่งพล่าน เพียงแค่ปรายตามอง หูต้าเซียนที่ตาแดงก่ำก็ถอยหลังไปสองก้าวติดๆ กัน
“บัดซบ หูต้าเซียนไร้มนุษยธรรม สมควรตายตกไปตามกัน” แต่ไป๋เสียครุ่นคิดว่าตนเองก็มีส่วนรับผิดชอบอยู่บ้าง หากตอนนั้นเขาฆ่าคนพรรคมารเสีย เด็กสาวสิบกว่าคนที่ถูกส่งขึ้นเขาก็คงไม่ต้องตายเปล่า
ไป๋เสียจ้องมองหูต้าเซียนด้วยั์ตาเคียดแค้น พลางเอ่ยกับลู่เต้าในใจ “เ้าหนู เ้าเข้าใจความหมายของการกำจัดคนชั่วให้สิ้นซากแล้วหรือยัง อย่าคิดว่าคนชั่วช้าเช่นนี้จะสำนึกผิด นี่เป็เพียงการให้โอกาสเขาฟื้นฟูพลัง และกลับมาอีกครั้งในวันข้างหน้า”
ลู่เต้าได้ฟังก็อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนคิดในใจ ‘ถึงจะพูดเช่นนั้น แต่เมื่อเ้าเป็คนพูดมันช่างรู้สึกแปลกๆ...’
เมื่อหูต้าเซียนเห็นว่าไป๋เสียควบคุมกระบี่บินได้ ก็รู้สึกหวาดหวั่นมากขึ้น การกระทำทุกอย่างของอีกฝ่ายล้วนกระตุ้นเส้นประสาทของเขาทั้งสิ้น
ไป๋เสียรู้ว่าวิชาฝ่ามือดูดกลืนมารต้องใช้มือเปล่าจึงจะใช้ได้ มือซ้ายเรียกกระบี่อสูรพุ่งเข้าโจมตี กระบวนท่าร้ายกาจและเฉียบคม พุ่งตรงไปยังจุดสำคัญต่างๆ ทั่วร่างของหูต้าเซียน
หูต้าเซียนไม่กล้ารับมือเปล่า จึงต้องหยิบอาวุธขึ้นมาปัดป้อง เขาโบกไม้ปัดรังควานขึ้นป้องกัน กระบี่และเส้นไหมปะทะกันอย่างต่อเนื่อง
เดิมทีหลังจากเขากินโอสถนิล พลังก็ควรจะเพิ่มขึ้นมาก แต่ระหว่างการต่อสู้กลับไม่ได้เปรียบไป๋เสียเลยสักนิด พลังกระบี่ไม่เพียงแต่แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แม้กระทั่งกระบวนท่าก็ยังพลิ้วไหวราวสายน้ำ คล่องแคล่วว่องไวดุจั เมื่อเทียบกับเมื่อครู่นี้แล้ว ช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว
‘เ้าผู้นี้เป็ใครกันแน่!?’ หูต้าเซียนถูกกดดันจนถอยร่นไม่หยุด
หลังจากทั้งสองฝ่ายผลัดกันโจมตีไปสิบกว่ากระบวนท่า เมื่อหูต้าเซียนเห็นว่าไม่อาจเอาชนะด้วยอาวุธได้ เขาสะบัดข้อมือ หยิบเข็มเงาออกมาจากแขนเสื้อ แล้วเตรียมจะปาไปที่เงาของไป๋เสีย
เมื่อไป๋เสียเห็นว่าอีกฝ่ายคิดจะเล่นลูกไม้อีกครั้ง เขาก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างเร็วรวด เงาของทั้งสองคนพลันซ้อนทับกัน
หูต้าเซียนใ เขากำเข็มเงินไว้ในมือไม่กล้าปาออกไป เกรงว่าจะถูกไป๋เสียดึงลงไปตรึงไว้กับพื้นจนขยับไม่ได้
‘มีช่องโหว่!’ ไป๋เสียพุ่งเข้าประชิดตัว ก่อนจะตวัดไม้ปัดรังควานกระเด็นออกไปด้วยกระบี่เพียงครั้งเดียว จากนั้นก็ยกขาขึ้นถีบเข้าที่ศีรษะหูต้าเซียนอย่างแรงเหมือนฟาดแส้
อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว แก้มขวาถูกถีบอย่างจัง ร่างปลิวกระแทกเข้ากับเตาโอสถขนาดใหญ่เสียงดังโครม
ศีรษะถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง เดิมทีหูต้าเซียนควรจะมึนงงและตาลาย แต่ในขณะนั้นเตาโอสถกำลังร้อนแผด เมื่อใบหน้าแนบเข้าไป เขาก็ร้องลั่นด้วยความเ็ปและพยายามถอยห่าง
ไป๋เสียก้าวเท้าเข้าไปข้างหน้า แล้วใช้หมัดกระแทกศีรษะหูต้าเซียนเข้ากับเตาโอสถอีกครั้ง อีกฝ่ายร้องโหยหวนไม่หยุด ิัถูกเหล็กดำร้อนแดงแนบจนส่งเสียงฉ่าๆ ส่งกลิ่นเนื้อย่างที่คุ้นเคยออกมา
เมื่อหูต้าเซียนดิ้นรนหลุดออกมาจากเตาโอสถ ลวดลายบนเตาโอสถก็ประทับลงบนใบหน้าเขาอย่างชัดเจน
“ข้าจะไม่มีวันไว้ชีวิตเ้า!!!” หูต้าเซียนะโก้องด้วยความเดือดดาล ดวงตาแดงก่ำ มือกุมใบหน้าเอาไว้
“ะโอะไรนักหนา เมื่อเทียบกับหญิงสาวที่ตายด้วยน้ำมือเ้าแล้ว นี่มันเื่เล็กน้อย!” ไป๋เสียเอ่ยเสียงเ็า
หูต้าเซียนรวบรวมพลังฝ่ามือิญญา ใช้แรงดูดคว้าเอาเตาโอสถขนาดใหญ่แล้วเหวี่ยงใส่ไป๋เสียอย่างแรง พร้ะโกนลั่น “ตายซะ!!!”
เตาโอสถหนักเป็พันจิน ลอยคว้างไปพร้อมกับลมกระโชกและความร้อนระอุ แต่ใช่ว่าไป๋เสียจะตื่นตระหนก เขาใช้ฝีเท้าพิสดารเคลื่อนร่างหลบอย่างเร็ว
เตาโอสถตกลงพื้น ก้อนหินและฝุ่นผงกระจายไปทั่ว
ในพริบตา แสงกระบี่พลันวาบวับ ไป๋เสียผู้ว่องไวมาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังหูต้าเซียน แสงกระบี่พาดผ่านตัดแขนซ้ายของหูต้าเซียนพร้อมแขนเสื้อดังฉับ เืพุ่งกระฉูดทันใด
หูต้าเซียนกัดฟันเก็บแขนที่ขาดกลับมาประกบเข้าที่เดิม ด้วยพลังของโอสถนิล แผลเริ่มสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาเชื่อมต่อแขนกลับเข้าไปใหม่
“อ้อ?” ไป๋เสียหรี่ตามองพลางเอ่ยด้วยความสนใจใคร่รู้ “แขนขาที่ขาดก็ต่อกลับได้ด้วยอย่างนั้นหรือ”
ไป๋เสียจ้องหูต้าเซียนพร้อมแสยะยิ้มเลศนัย “ไม่รู้ว่าถ้าหัวขาดจะต่อกลับได้หรือไม่ ก่อนที่เ้าจะเสียใจที่ได้เกิดเป็มนุษย์ ข้าก็ไม่ได้คิดจะปล่อยให้เ้าตายอย่างสงบหรอกนะ”
น้ำเสียงของอีกฝ่ายปราศจากความลังเล หูต้าเซียนได้ยินแล้วตัวสั่นพลางคิดในใจ ‘มันเอาจริง!’
หูต้าเซียนตาแดงก่ำเหงื่อเย็นไหลโซมกาย เขาหวาดกลัวจนร้องลั่นพร้อมกับพยายามวิ่งหนีออกจากห้องหลอมโอสถ ไป๋เสียะโตามหลังเขาไปเบาๆ กระบี่อสูรวาดผ่านลำคอเป็เส้นโค้งสีเงิน
บนลำคอหูต้าเซียนปรากฏเส้นสีดำขึ้นมาลอยๆ ก่อนจะมีหยดเืซึมออกมา เขารู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ จึงรู้ว่าเหตุการณ์ไม่สู้ดีนัก รีบยกมือขึ้นกุมศีรษะแน่นด้วยความกลัว เกรงว่าหากปล่อยมือออก ศีรษะจะหลุดออกจากบ่า
หูต้าเซียนยังคงพยายามหลบหนี ไป๋เสียแสยะยิ้มแล้วสะดุดขาอีกฝ่ายจนล้มลง เมื่อเขาล้มลงกับพื้น ศีรษะก็กลิ้งหลุดออกไปราวกับลูกบอล!
สมกับเป็นักพรตระดับสี่ดารา ถึงแม้จะเหลือเพียงศีรษะก็ยังไม่ตาย แข็งแกร่งยิ่งนัก ร่างกายที่ไร้ศีรษะเริ่มตามหาส่วนหัวด้วยอิทธิพลของโอสถนิล
“ตรงนี้! รีบมาเร็วเข้า!” ศีรษะของหูต้าเซียนร้องเรียก
ราวกับว่าร่างกายรับรู้ถึงเสียงเรียกของศีรษะ จึงคลานไปในทิศทางที่ถูกต้อง ไป๋เสียก็ไม่ได้ขัดขวาง ปล่อยให้ร่างกายเข้าใกล้ศีรษะ
เมื่อทั้งสองเกือบจะัักัน ไป๋เสียก็ใช้ปลายเท้าสะกิดเบาๆ ศีรษะของหูต้าเซียนก็กลิ้งออกห่างจนร่างกายต้องคลำหาอีกครั้ง
หลังจากเขากลั่นแกล้งเช่นนี้หลายครั้ง หูต้าเซียนก็สิ้นหวังโดยสิ้นเชิง เขาเข้าใจว่าตนเองไม่มีหวังที่จะฟื้นคืนชีพ แสงสีแดงก่ำในดวงตาค่อยๆ พร่ามัว ผมและเครากลายเป็สีขาวซีด ใบหน้าเหี่ยวย่นราวกับต้นไม้แห้ง
ร่างกายค่อยๆ หยุดนิ่ง กล้ามเนื้อทั่วร่างหดตัวเสมือนกิ่งไม้แห้งไร้ซึ่งชีวิตชีวา
หูต้าเซียนผู้เดินบนวิถีอธรรมก็ตายลงเช่นนี้นี่เอง
“หึ ตายเร็วเกินไป กลับเป็การปล่อยเขาไปเสียอย่างนั้น” ไป๋เสียเอ่ยด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนจะนำยันต์สีขาวออกมาผนึกิญญาของหูต้าเซียนไว้
เขานั่งยองๆ หาสิ่งของตามร่างของหูต้าเซียนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบขลุ่ยสีเขียวออกมาจากอกเสื้อ
ขลุ่ยสะกดมารคืออาวุธศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองสำคัญของผู้สืบทอดวิถีอสูร หลังจากไป๋เสียตรวจสอบว่ามันปลอดภัยดีแล้ว ก็เอ่ยด่าทันที “เ้าเด็กโง่! ขลุ่ยสะกดมารเป็ของที่มอบให้คนอื่นได้ง่ายๆ หรือ ข้าให้เ้าหาที่ปลอดภัยรอข้าตื่น แต่เ้ากลับเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตราย! หากข้าไม่ตื่นขึ้นมาทันเวลา เ้าคงตายไปแล้ว!”
ลู่เต้าพูดไม่ออก ก้มหน้ายอมรับโดยไม่โต้แย้งใดๆ
“แต่ว่า…” ไป๋เสียเดินไปที่ตู้ยาแล้วดมกลิ่นตามลิ้นชักทุกอัน ก่อนกล่าวว่า “ถึงเ้าจะโง่ แต่ก็โง่อย่างมีบุญวาสนา ดูเหมือนว่าตาเฒ่านั่นจะเก็บซ่อนสมุนไพรชั้นยอดไว้ที่นี่ไม่น้อย!”
เขาพลิกหาของในห้องหลอมโอสถ ก็พบสมุนไพรมากมายที่ไม่ได้ถูกนำไปใช้หลอมโอสถบำรุงพลัง ทั้งหมดถูกนำมากองรวมกันบนโต๊ะหิน
ลู่เต้ามองสมุนไพรที่กองพะเนินเหมือนูเาเล็กๆ แล้วถามด้วยความสงสัย “เ้าจะทำอะไร”
ไป๋เสียยิ้ม “หลอมโอสถ”
