หลังจากได้ยินคำพูดของเหลยิ หลินซือฉิงก็รู้สถานการณ์ปัจจุบันในทะเลตะวันออกแล้ว
ยามรุ่งสาง ในที่สุดเกาะูเาน้ำแข็งก็หยุดขยายตัว แม้แต่พายุฝนและฟ้าแลบเหนือผิวทะเลก็ค่อยๆ สงบลง แต่ลึกลงไปในทะเล กระแสคลื่นยังคงปั่นป่วนรุนแรงทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นต่อเนื่อง
เหลยินำทีมสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติหลายคนไปยังขอบป้อมปราการน้ำแข็ง แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าทั่วทั้งเกาะถูกครอบด้วยโดมน้ำแข็ง เป็ไปไม่ได้เลยที่จะขึ้นเกาะ พวกเขาตระหนักได้ว่าเกาะูเาน้ำแข็งนี้ไม่ใช่เพียงเกาะธรรมดาทั่วไป ไม่มีใครรู้ว่าโดมน้ำแข็งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีสิ่งใดอยู่ข้างใน
หลังจากลองสำรวจเบื้องต้น พวกเขาพบว่าโดมน้ำแข็งนี้หนาหลายสิบเมตร แม้แต่จรวด RPG ของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติก็ไม่อาจเจาะทะลวงชั้นน้ำแข็งนี้ได้ หลังจากสำรวจอยู่ครู่หนึ่ง เหลยิวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดก่อนตัดสินใจใช้ขีปนาวุธพิสัยไกล!
การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังการวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน และได้รับความเห็นชอบจากเ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพแล้ว เหตุผลสำคัญก็คือพวกเขาต้องหาทางรู้ความลับในเกาะแห่งนี้ให้ได้เร็วที่สุด
แม้ตอนนี้จะยังไม่รู้อะไรมากนัก แต่เรือดำน้ำล่องหนมุ่งตรงมาจากอเมริกาด้วยความเร็วสูงแล้ว หากอีกฝ่ายมาถึงที่นี่และยิงตอร์ปิโดตลอดจนอาวุธทำลายล้างต่างๆ ใส่เกาะนี้ ประเทศจีนอาจต้องเผชิญกับการสูญเสียครั้งใหญ่
ขีปนาวุธพิสัยไกลถูกยิงมาจากเรือ Destroyer ด้วยความเร็วสูงหลังจากการคำนวณอย่างแม่นยำ มันพุ่งปะทะส่วนที่บางที่สุดของโดมน้ำแข็ง และะเิอย่างรุนแรงจนเกิดเป็รูโหว่ขนาดใหญ่ แต่หลังจากนั้น ทุกคนก็ต้องพบกับปรากฏการณ์ที่น่าใ โดมน้ำแข็งเริ่มฟื้นฟูตัวเองด้วยความเร็วสูงจากภายในสู่ภายนอก แม้การะเิจากขีปนาวุธจะก่อให้เกิดหลุมลึกกว่าสิบเมตร แต่มันก็ถูกฟื้นฟูจนกลับสู่สภาพเดิมได้ในไม่ช้า ขีปนาวุธพิสัยไกลของพวกเขาจึงไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
ไม่ว่าสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติหรือทางกองทัพ พวกเขาต่างตกตะลึงไปพักใหญ่
ปราการน้ำแข็งนี้สามารถฟื้นฟูตัวเองได้โดยอัตโนมัติ แล้วแบบนี้พวกเขาจะเจาะเข้าไปได้อย่างไร? อาวุธเบาก็ไม่อาจทำลายได้ อาวุธหนักก็ไม่อาจเจาะทะลวงได้นาน หากต้องยิงอาวุธที่รุนแรงกว่านั้นก็ต้องใช้ต้นทุนมหาศาล
“ใช่แล้ว” หลินซือฉิงลังเลครู่หนึ่ง แต่ในที่สุดก็เอ่ยปาก “อาเหลยคะ ชายสวมหน้ากากก่อนหน้านี้… เอ่อ… เขาเป็คนที่ช่วยชีวิตหนูไว้ เขาคือเย่เฟิง... ถ้าอาเหลยได้เจอเขาก็อย่าสร้างความลำบากให้เขาเลยนะคะ”
“ฮ่าๆ” น้ำเสียงเจือหัวเราะของเหลยิดังมาจากปลายสาย “คุณหนูพูดเหมือนกับว่าเ้าหนุ่มคนนั้นจะมาถึงที่นี่ได้อย่างงั้นแหละ แต่ต่อให้มาถึงที่นี่ได้จริง เขาก็ไม่มีทางเจาะกำแพงน้ำแข็งเข้าไปได้อยู่แล้ว ไม่มีใครสามารถเข้าไปในนั้นได้...”
“เขาอาจจะทำได้ก็ได้นะคะ”
หลินซือฉิงนึกถึงภาพแผ่นหลังของเย่เฟิง จึงเผลอตอบด้วยคำพูดที่ดูประหลาดโดยไม่ทันคิด
“ฮ่าๆ ตลกแล้ว” เหลยิหัวเราะแล้วเลิกสนใจเื่นี้ “ก็น่าจะอย่างนั้น งั้นอาขอวางสายก่อนนะ อาต้องไปพูดคุยอีกหน่อย”
“ค่ะ”
หลินซือฉิงพยักหน้าแล้ววางสาย จากนั้นนั่งใจลอยอยู่บนเตียงนอนพักหนึ่ง หญิงสาวตัดสินใจลุกขึ้นไปอาบน้ำ แต่ก็ไม่อาจลบภาพเย่เฟิงออกไปจากใจได้เสียที
…………
ในห้องถัดจากห้องของหลินซือฉิง ในที่สุดเซียวฉี่ก็ตื่นขึ้นมาหลังจากหมดสติไปนาน าแของะุยาสลบบนร่างหญิงสาวเล็กน้อยมาก หากทิ้งไว้สักพัก าแจะจางหายไปเอง
“ที่นี่ที่ไหนเนี่ย?”
เซียวฉี่ตื่นขึ้นมาและมองไปรอบๆ อย่างตื่นกลัว เธอพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในโรงแรม ความทรงจำสุดท้ายก่อนสลบไปก็คือภาพที่ตนกำลังวิ่งไปหาชายสวมหน้ากากโม่จิ่วเกอ แล้วเธอมาอยู่ที่โรงแรมนี้ได้อย่างไร?
แย่แล้ว เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
เซียวฉี่รีบตรวจสอบร่างกายตัวเองั้แ่หัวจรดเท้า ทันใดนั้นใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็ซีดเผือด ใครเป็คนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ?
เซียวฉี่นิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นหันมองไปทางห้องน้ำ และรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังอาบน้ำอยู่ ยิ่งทำให้เธอร้อนใจเข้าไปใหญ่ คนที่อยู่ในห้องน้ำเป็ใครกันแน่?
ไม่นานนัก หลังจากเสียงการไหลของน้ำในห้องน้ำหยุดลง ร่างอันงดงามของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งห่อหุ้มด้วยผ้าเช็ดตัวก็เดินออกมา
“อ้าว ยัยฉี ตื่นแล้วเหรอ?”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสาวสวยคนนี้ก็คือเซียวเยว่ เธอถามด้วยรอยยิ้ม
“พี่นี่เอง! เฮ้อ ใหมด”
เซียวฉี่รู้สึกโล่งใจ ในเมื่อเป็พี่สาวของเธอเอง งั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไรแล้ว
“อ้อ ใช่สิ ฉันมีเื่จะบอกเธอ” เซียวเยว่เดินมาหน้ากระจกเพื่อใช้ไดร์เป่าผม หญิงสาวกล่าวต่อ “ชายสวมหน้ากากคนนั้นก็คือเย่เฟิงที่เป็คู่หมั้นของหลินซือฉิง เธอคงอกหักแล้วล่ะ”
สำหรับเซียวฉี่ คำพูดของเซียวเยว่ราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางใจ
อะไรนะ? ชายสวมหน้ากากก็คือเย่เฟิงที่เป็คู่หมั้นของซือฉิง นักเรียนมัธยมปลายคนนั้นเนี่ยนะ? หลังการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขากำลังจะกลายเป็รุ่นน้องของเธอในมหาวิทยาลัย…
ชายสวมหน้ากากคือเย่เฟิงจริงๆ น่ะหรอ?
หัวใจของเซียวฉี่เหมือนถูกบีบรัด ขณะที่ใบหน้าของเธอยังเต็มไปด้วยความใ
ถ้าเป็แบบนี้ เธอก็ไม่มีทางแล้วน่ะสิ
หญิงสาวยอมรับกับตัวเองว่าเธอชอบเขาคนนั้นจริงๆ แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจคว้าเขามาเป็คนรักได้อีกแล้ว...
“แล้วอีกเื่ หลังจากจบเื่นี้แล้ว พี่จะกลับไปเยี่ยนจิง”
เซียวเยว่กล่าวเนิบนาบขณะเป่าผมตัวเอง น้ำเสียงของเธอฟังดูลุ่มลึกมาก
“พี่จะกลับไปจริงเหรอ? เยี่ยมไปเลย”
เมื่อเซียวฉี่ได้ยินดังนั้น สีหน้าของเธอพลันร่าเริงขึ้น
“หวังว่าพวกเราคงจะไม่เจอผู้ชายที่น่ารังเกียจคนนั้นอีก” น้ำเสียงของเซียวเยว่แฝงความเหนื่อยใจ แต่หญิงสาวไม่รู้เลยว่า บุคคลที่เธอกำลังพูดถึงก็อาศัยอยู่ที่เมืองเยี่ยนจิงเช่นกัน
หวังเส้าตงที่มากับเธอถูกปลาฉลามลากลงน้ำไปแล้ว ต่อให้อธิบายเป็ร้อยครั้งก็คงไม่มีใครเชื่อคำพูดของเธอแน่ หากไม่กลับไปที่เยี่ยนจิง ก็มีโอกาสสูงมากที่จะถูกคนตระกูลหวังตามล่า ตราบใดที่กลับตระกูลเซียวในเมืองเยี่ยนจิง เธอก็ไม่จำเป็ต้องเกรงกลัวคนตระกูลหวังอีกต่อไป
…………
ในห้องพักผู้ป่วยที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง บรรยากาศในห้องอึมครึมมาก
หน้าประตูห้องมีทหารจากสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติพร้อมอาวุธครบมือสองนายยืนอยู่ พวกเขาจับจ้องผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างขึงขัง ขณะที่ในห้องผู้ป่วย เ้าหน้าที่ท้องถิ่นระดับสูงหลายนายรวมตัวกันอยู่รอบเตียงผู้ป่วยและพากันมองชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความกังวล
ชายที่นอนอยู่บนเตียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากหลี่เฟิงซึ่งถูกเย่เฟิงตัดแขนออกไปข้างหนึ่ง!
ตอนนี้ หลังจากได้รับการผ่าตัดตลอดทั้งคืน แขนของเขาก็เชื่อมต่อกับหัวไหล่เหมือนเดิม แต่ยังต้องทำกายภาพบำบัดอีกนานกว่าจะกลับสู่สภาพปกติ
ในเวลานี้ หลี่เฟิงยืดแขนออกไปหยิบแว่นตาสีทองอันใหม่มาสวม ทำให้ดูเหมือนคนสุภาพเรียบร้อย แต่สีหน้าและแววตาของเขาดูแข็งกร้าวอย่างยิ่ง
ด้วยช่องทางการติดต่อของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ หลี่เฟิงจึงรู้สิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่างระหว่างที่ตัวเองหมดสติไป
“เอาโทรศัพท์มาให้ฉัน” น้ำเสียงของเขาราวกับแมงป่อง ทำให้ผู้คนโดยรอบรู้ว่าชายคนนี้อยู่ในอารมณ์ที่พร้อมจะคว่ำโต๊ะได้ทันที
ภายใต้แว่นตาสีทอง แววตาของหลี่เฟิงฉาบไปด้วยความเกรี้ยวกราด
ไอ้พวกผู้ฝึกวรยุทธ์บัดซบทั้งหลาย!
เื่การสูญเสียอย่างใหญ่หลวงของสำนักหมัดเทวา ตลอดจนแขนข้างหนึ่งของหลงโม่หรานที่ถูกตัดออกไป เมื่อหลี่เฟิงได้ยินข่าวเหล่านี้ก็รู้สึกสาแก่ใจอย่างยิ่ง ถึงทั้งสองฝ่ายจะมีความแค้นต่อเย่เฟิง แต่หลี่เฟิงย่อมไม่มีทางยอมร่วมมือกับผู้ฝึกวรยุทธ์พวกนั้นแน่ เพราะสำหรับเขาแล้ว มันคือการดูถูกตัวเองอย่างที่สุด
พวกผู้ฝึกวรยุทธ์ทั้งหลาย ไม่ช้าก็เร็วพวกมันต้องถูกเขากำจัดทิ้งให้หมด!
หลี่เฟิงคิดอย่างบ้าคลั่งขณะร่างแผนการคร่าวๆ ในใจ ทันใดนั้น ความคิดที่จะใช้ะเิตอร์ปิโดเพื่อสังหารเย่เฟิงพลันผุดขึ้นมา