ไม่มีใครคาดคิดว่าจู่ๆ ท่านชายซูจะลงไม้ลงมือขึ้นมา กูเฟยเยี่ยนใจนลืมที่จะหลบ
ทว่าจวินจิ่วเฉินดูเหมือนจะระมัดระวังตัวมาโดยตลอด ในขณะที่ท่านชายซูยกมือขึ้นมา เขาก็ตบลงไปบนโต๊ะอย่างรุนแรง แรงอันมหาศาลทำให้บัตรสีดำแผ่นนั้นที่วางอยู่บนโต๊ะหินทะยานขึ้นกลางอากาศพลันพุ่งไปที่ท่านชายซูอย่างรุนแรง
“ฉับ…”
ฟังจากเสียงที่เฉียบคมก็รับรู้ได้ว่าบัตรสีดำได้ตัดผ่านข้อมือของท่านชายซูแล้ว
ใน่เวลานั้นมือของท่านชายซูก็ได้หยุดอยู่ตรงหน้าของกูเฟยเยี่ยน ชั่วพริบตาเดียวเืสดๆ ก็ไหลรินออกมาจากข้อมือของเขา
“อ้าก…”
ท่านชายซูะโร้องโวยวายเสียงดัง ไม่นานเืบนข้อมือของเขาก็ได้พุ่งทะลักออกมามากมาย เมื่อกูเฟยเยี่ยนได้สติกลับมาก็ได้รีบหลบหลีกไป นางเกือบจะโดนเืสดๆ นั้นกระเด็นเข้าให้แล้ว หานอวี๋เอ๋อร์และผู้ดูแลกงก็ได้หลบไปอยู่ไกลๆ เช่นกัน
ท่านชายซูกดไปที่าแเพื่อห้ามเื แต่เขาสังเกตเห็นว่ามือของตนเองไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แล้ว อย่างไม่ต้องสงสัย เส้นเอ็นข้อมือของเขาได้ถูกตัดขาดออกไปแล้ว
เมื่อเห็นเช่นนี้ ทุกคนที่ตกตะลึงอยู่แล้วก็ตื่นใมากขึ้นไปอีก
แววตาโกรธจัดของท่านชายซูจ้องมองไปที่จวินจิ่วเฉินแล้วพูดอย่างแค้นเคือง “เ้าเป็ใครกันแน่ เ้ากล้าดียังไงมาทำร้ายข้า! ”
ขณะนี้เองจวินจิ่วเฉินก็ได้ลุกขึ้นยืน ั์ตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย ใบหน้าเ็าประดุจน้ำแข็ง ชายหนุ่มไม่พูดไม่จาเดินเข้ามาทีละก้าว เขาก้าวเดินไปพร้อมกับยกมือขึ้นมา จากนั้นบัตรสีดำที่ตกอยู่บนพื้นก็ได้ลอยกลับมาอยู่ในมือของเขา
ดูเหมือนว่าเขา้าดำเนินการต่อ!
“เ้า เ้า ฝากไว้ก่อนเถอะ เปิ่นกงจื่อ เปิ่นกงจื่อ…”
ท่านชายซูไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก เขารีบหันหนีออกไปอย่างรวดเร็ว หานอวี๋เอ๋อร์ไม่ได้ไล่ตามไป นางยังคงตกตะลึงตาค้างไม่ได้สติอยู่นาน หญิงสาวรับรู้ดีว่าจิ้งหวางมีความชำนาญในการต่อสู้เป็อย่างยิ่ง แต่คิดไม่ถึงว่าจะยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ สิ่งที่นางคิดไม่ถึงอีกอย่างก็คือการที่จิ้งหวางลงมือรุนแรงขนาดนี้! เขาทำลายมือของท่านชายซูเชียวนะ!
เมื่อสักครู่นี้นางแนะนำตัวไว้ชัดเจนว่าเขาคือคนของตระกูลซูแห่งแดนตะวันออก จิ้งหวางก็น่าจะรู้ดีว่าท่านชายซูเป็สมาชิกของตระกูลซูที่ร่ำรวยที่สุดแห่งอาณาจักรว่านจิ้น และน่าจะคาดเดาได้ว่าเขาคือบุตรชายภรรยาเอกตระกูลซู!
การที่ท่านชายซูลงไม้ลงมือก่อนแน่นอนว่าเป็เื่ที่ไม่ถูกต้อง ทว่าจิ้งหวางก็ไม่ถึงขนาดต้องสนใจผลที่จะตามมาและสร้างความบาดหมางต่อตระกูลซู?
จิ้งหวางทำไปเพื่อแสดงอานุภาพของตนเองหรือเพื่อ…กูเฟยเยี่ยน?
ในขณะนี้กูเฟยเยี่ยนคล้ายกับเป็บุคคลที่ชื่นชอบจวินจิ่วเฉินตัวน้อยไปแล้ว ความสนใจของนางทั้งหมดล้วนตกไปอยู่ที่จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ย
นางมองไปที่จวินจิ่วเฉินแล้วใช้มือกุมไปที่ปากอย่างคาดไม่ถึง ดวงตาที่สดใสเปล่งประกายของนางเต็มไปด้วยความหลงใหลและนับถือศรัทธา!
การกระทำของจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยเมื่อสักครู่นี้เรียกได้ว่าหล่อเหลาเอาการ! เขามีทั้งความสง่างาม ความสูงศักดิ์ อีกทั้งความโเี้! บัญชีความแค้นเมื่อสักครู่นี่ในตอนนี้ล้วนถูกล้างแค้นไปเรียบร้อยแล้ว พวกเขาไม่จำเป็ต้องไปสกัดกั้นคนที่หน้าประตูเขาอีกแล้ว
เมื่อมีความแค้นแล้ว ล้างแค้นทันทีสะใจกว่าการจดจำความแค้นเอาไว้จริงๆ
กูเฟยเยี่ยนมีความชัดเจนอยู่ภายในใจ ตนเองเป็เพียงหญิงรับใช้ของจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ย นางต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขา คนอื่นรังแกนางเท่ากับการตบลงไปที่หน้าของจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ย ดังนั้นอันที่จริงแล้วจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยไม่ได้ล้างแค้นแทนนางทั้งหมด
แต่ต่อให้เป็เช่นนี้นางก็ยังคงมีความสุขที่ได้รับความเมตตาจากเขา นางมีความรู้สึกถึงภาพลวงตาว่าได้รับการปกป้อง
จวินจิ่วเฉินไม่ได้วางแผนที่จะไล่ตามท่านชายซู
เขายื่นบัตรสีดำไปให้ผู้ดูแลกงเพื่อให้ผู้ดูแลกงไปลงบันทึก เดิมทีผู้ดูแลกงก็อกสั่นขวัญแขวนอยู่แล้ว และทันทีที่เขาได้เห็นรอยเืบนบัตรเขาก็ยิ่งหวาดกลัวเข้าไปอีก เขาคาดเดาตัวตนของจวินจิ่วเฉินได้ในระดับหนึ่งแล้ว เพียงแต่ไม่กล้าทำการตรวจสอบ เขาทราบดีว่าบุคคลที่บัตรสีดำนั้นไม่ใช่คนที่ตนเองจะสร้างความบาดหมางได้
เขาพูดโดยไม่ลังเล “ท่านชายเฉิน นี่เป็เื่เข้าใจผิดกัน! ราคาประมูลก็ ช่างมันเถอะ ราคารางวัลนั้น…ท่านตัดสินใจได้ด้วยตนเอง”
จวินจิ่วเฉินก็ไม่มีความเกรงใจ เขาตอบเพียงแค่ “อืม” เท่านั้น เื่นี้เดิมทีก็ควรจะเป็เช่นนี้ หากไม่ใช่เป็เพราะว่าเขาไม่้าแพร่กระจายเื่ราวของจิ้งจอกเฒ่าออกไป เขาจะยอมให้ผู้ดูแลกงที่เป็เพียงคนเฝ้าประตูมาพัวพันได้อย่างไร?
เขามองไปที่รอยเืบนบัตรสีดำแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย
เมื่อเห็นเช่นนี้หานอวี๋เอ๋อร์จึงได้รีบนำผ้าเช็ดหน้าออกมาเพื่อที่จะช่วยเขาเช็ด ทว่าหานอวี๋เอ๋อร์ยังไม่ทันได้ เอ่ยอะไรออกมาจวินจิ่วเฉินก็ได้ยื่นบัตรสีดำไปทางกูเฟยเยี่ยนแล้ว หลังจากที่กูเฟยเยี่ยนได้สติกลับมานางก็รีบก้าวเท้าพรวดพราดตรงมารับบัตรสีดำไปเช็ดถูอย่างละเอียดรอบคอบ
ผ่านไปครู่หนึ่งนางก็ได้ใช้มือทั้งสองข้างยื่นบัตรสีดำไปให้เขา “ท่านชาย สะอาดแล้ว”
นางมีความสุขมากจริงๆ แม้ว่าจะเป็การสบตาเขาในระยะประชิดเพียงนี้ นางก็ยังคงอดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ได้ ดวงตางดงามคู่นั้นของนางหยีดั่งพระจันทร์เสี้ยวถึงสองดวง ภายในดวงตาที่เปล่งประกายเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความหลงใหล ความสุข ความภาคภูมิใจ และความดีใจ แสงแวววาวที่ทอออกมานั้นราวกับไม่มีทางมืดมนไปตลอดกาล
ท่าทางของนางเช่นนี้ดูโง่งมมาก แต่ก็แฝงไปด้วยความน่ารักเช่นกัน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จวินจิ่วเฉินถูกกูเฟยเยี่ยนจ้องมองมาขนาดนี้ เขามองออกว่าดวงตาของกูเฟยเยี่ยนในครั้งนี้มีความกระตือรือร้นมากกว่าครั้งไหนๆ
เขาควรที่จะเกิดความไม่พอใจชัดๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าทำไมเขากลับจับพลัดจับผลูทำตัวไม่ถูก เขารับบัตรสีดำกลับแล้วหันหลังใส่กูเฟยเยี่ยนอย่างรวดเร็ว จากนั้นคิ้วของเขาก็ขมวดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
กูเฟยเยี่ยนไม่ได้ผิดหวัง ตรงกันข้ามนางมีความอิ่มอกอิ่มใจ แล้วก้มหน้าก้มตาพับผ้าเช็ดหน้า
นางไม่เคยคาดหวังว่าเขาจะตอบสนองกลับ การที่มีความสุขอยู่คนเดียวมันก็จะไม่มีทางเกิดความผิดหวัง
อย่างไรก็ตามหานอวี๋เอ๋อร์ที่เห็นถึงฉากนี้เกิดความไม่พอใจเป็อย่างยิ่ง
นางคิดว่าต่อให้กูเฟยเยี่ยนเฉลียวฉลาดมากกว่านี้แล้วอย่างไร? แม้แต่ความโปรดปรานและความรังเกียจของเขากูเฟยเยี่ยนก็ไม่รับรู้ อย่างนี้จะสามารถอยู่เคียงข้างจิ้งหวางได้นานแค่ไหนกัน?
สิ่งที่จิ้งหวางเกลียดที่สุดก็คือการถูกหญิงสาวจ้องมองเช่นนี้ เมื่อสักครู่นี้กูเฟยเยี่ยนได้กระทำลงไปแล้ว จากท่าทางของนางอย่าว่าแต่ทำให้จิ้งหวางชื่นชอบเลย แม้แต่การเป็หญิงรับใช้ก็ไม่ผ่านเกณฑ์!
ภายในใจของหานอวี๋เอ๋อร์ไม่มีข้อสงสัยแล้ว นางคิดว่าการที่จิ้งหวางได้ทำร้ายท่านชายซูจะต้องเป็เพราะโกรธที่เขาได้ยั่วยุอย่างแน่นอน จิ้งหวางไม่ได้ล้างแค้นให้กูเฟยเยี่ยน การที่จิ้งหวางมีข้อยกเว้นสำหรับกูเฟยเยี่ยนจะต้องเป็เพราะนางมีผลประโยชน์อย่างแน่นอน!
หานอวี๋เอ๋อร์แอบดีใจอยู่เงียบๆ หลังจากที่ได้ไตร่ตรองอย่างละเอียดแล้วก็นึกได้ว่าตนเองควรที่จะพูดอะไรออกมาเสียหน่อย เพราะนางมาพร้อมกับท่านชายซู นางคิดว่าตนเองต้องหาคำพูดดีๆ มากล่าวลา คำพูดนั้นต้องไม่แสดงออกว่าตนเองได้ซ้ำเติมท่านชายซูและต้องไม่แสดงออกว่าตนเองยังเข้าข้างท่านชายซูอีก นางต้องทำให้ตนเองดูเหมือนตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและต้องมีจุดยืนของตนเอง ด้วยวิธีนี้ถึงจะทำให้จิ้งหวางเข้าใจการกระทำของนางเมื่อสักครู่นี้
หานอวี๋เอ๋อร์ยังคงครุ่นคิดวางแผนอย่างหนัก ทางด้านของกูเฟยเยี่ยนนั้นได้เดินอ้อมไปหยุดอยู่หน้าจวินจิ่วเฉินแล้วเอ่ยด้วยความจริงจัง “ท่านชาย พวกเรารีบส่งใบประกาศรางวัลกันเถอะ”
จวินจิ่วเฉินเหลือบมองผ้าเช็ดหน้าที่ถูกพับเรียบร้อยแล้วบนมือนางจากนั้นเอ่ยด้วยความไม่พอใจ “ไม่รังเกียจความสกปรก? ”
กูเฟยเยี่ยนเขินอาย “นู๋ปี้ นู๋ปี้ซ่อนคราบเืไว้ด้านใน กลับไปค่อยซัก ซักแล้วก็…”
นางยังพูดไม่จบจวินจิ่วเฉินก็ได้ขัดจังหวะขึ้นมา “ทิ้งซะ”
กูเฟยเยี่ยนค่อนข้างลำบากใจ ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้แพงมากเลยนะ! นางลังเลอยู่นานถึงจะซื้อมันมา
จวินจิ่วเฉินเร่งรัดอย่างไม่มีความอดทน “ทิ้งซะ! วันนี้ไม่ได้ทำให้เปิ่นกงจื่อขายหน้า เมื่อกลับไปแล้วเงินที่เหลือหลายหมื่นเหรียญทองล้วนยกให้เ้า”
อะไรนะ?
กูเฟยเยี่ยนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็เกิดความดีอกดีใจ!
สายตาของนางที่มองไปที่จวินจิ่วเฉินเปลี่ยนกลับมาเป็ความหลงใหลและความนับถือศรัทธาอีกครั้ง เพียงแต่ว่าในครั้งนี้นางไม่ได้หลงใหลนานนัก ไม่ช้าหญิงสาวก็ได้โน้มตัวแสดงความขอบคุณแล้วเดินไปทิ้งผ้าเช็ดหน้าที่ด้านข้างอย่างรวดเร็ว
ความสุขมาอย่างกะทันหันอีกแล้ว!
ด้านข้าง อย่าว่าแต่หานอวี๋เอ๋อร์เลย แม้กระทั่งผู้ดูแลกงยังมองกูเฟยเยี่ยนด้วยแววตาอิจฉาริษยา!
แต่ไหนแต่ไรมาหานอวี๋เอ๋อร์ไม่เคยเปิดเผยความริษยาบนใบหน้า แต่ในครั้งนี้นางไม่เพียงแต่จะมีความริษยาแล้ว มือทั้งสองข้างของนางก็ได้กำแน่นอีกด้วย นางไม่เข้าใจความคิดของจิ้งหวาง และนางก็ไม่เชื่อด้วยว่าจิ้งหวางไม่ได้รักและทะนุถนอมกูเฟยเยี่ยน
กูเฟยเยี่ยนกับจวินจิ่วเฉิน้าออกใบประกาศรางวัล ดังนั้นหานอวี๋เอ๋อร์จึงต้องหลบหลีกไป นางไม่ยอมแพ้และตัดสินใจจะรอที่เชิงเขา…