หลี่เยี่ยนฟางได้แต่นั่งเท้าแขนรอทั้งคู่อยู่ที่ศาลาริมสระ บุรุษหนึ่งเอ่ยทักขึ้นจากด้านหลังของเธอ น้ำเสียงทุ้มฟังดูคุ้นเคย ทันทีแววตาเรียวของเธอจับจ้องย่อมจดจำได้ กู่อี้หานเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ข้าง ๆ พร้อมยกรินน้ำชาก่อนจะกระดกรวดเดียวหมดทำเสียงอึกใหญ่ลงคอ เธอมองบุรุษตรงหน้าเขาคงไม่ชอบหน้าเธอจริง ๆ เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่แสดงกิริยาท่าทางหยาบคายเช่นนี้ออกมาต่อหน้าเธอแน่ ๆ
หลี่เยี่ยนฟางมองดูท่าทางเขาอย่างเงียบ ๆ ไม่เอ่ยพูดใด ๆ ออกมาทำให้กู่อี้หานรู้สึกอายท่าทางตนเองเขายกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากเล็กน้อยเพราะปกติแล้วเขาเป็บุรุษที่วางตัวดีเสมอมา แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกขัดเคืองที่นางไม่ลุกโวยวายเหมือนเช่นทุกครั้งจึงอยากที่จะเย้าแหย่นาง ท่าทางของนางในเพลานี้ดูสงบนิ่งคาดเดายากยิ่งทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าความเงียบสงบนั้นนางจะวางแผนทำร้ายอันเอ๋อร์ของเขาอย่างไรบ้าง
“เ้ามองดูพวกเขาแล้วเห็นว่าเป็เช่นไรบ้าง” กู่อี้หานแกล้งถามขณะที่มองไปยังกู่อี้เฉินและเหลียงหนิงอันยืนคุยกันอยู่ไม่ไกลนัก
“แล้วกู่ซื่อจือละเพคะ รู้สึกเยี่ยงไร” หลี่เยี่ยนฟางแกล้งถามกลับ เพราะเธอรู้ดีว่ากู่อี้หานแอบรักนางเอกอย่างหมดใจ แต่ด้วยความที่เป็พระรองสุดแสนประเสริฐเขาเลยเลือกที่จะถอยออกมาอย่างเงียบ ๆ ตามตำราพระรอง
“เ้า!!” กู่อี้หานสบถเสียงใ
“ทำไม...กู่ซื่อจื่อรู้สึกเช่นไรหม่อมฉันก็รู้สึกเช่นนั้นแหละ” เธอตอบแบบให้เขาคิดคำตอบนั้นเอง ถึงแม้คำตอบจะเป็อย่างไร มันก็คือคำตอบของเขาเพียงแต่ผู้เดียว เธอยกยิ้มก่อนจะยกรินน้ำชาขึ้นชิมราวผู้ชนะ เหลียงหนิงเดินมายังศาลาที่คนทั้งคู่นั่งอยู่
“คาราวะกู่ซื่อจื่อ” นางยอบกายอย่างอ่อนหวาน ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มบาง ๆ ให้กับเขา
“อันเอ๋อร์นั่งก่อน ไท่จื่อท่านไม่ต้องรีบร้อนองครักษ์ในที่นี้ล้วนเป็ของท่าน” กู่อี้หานกล่าวเชิญเหลียงหนิงอันนั่งลงข้าง ๆ ก่อนจะหันไปบอกผู้เป็น้องชาย กู่อี้เฉินออกคำสั่งกับเหล่าองครักษ์ค่อยคุ้มกันมิให้ผู้ใดเข้ามาในสวนอุทยานนี้
“คุณหนูเหลียงเหตุใดเ้าต้องคอยมายืนรอหลังวังเช่นนี้ สู่เ้าไม่มาวังหลวงพร้อมข้าเสียหล่ะ” หลี่เยี่ยนฟางเสนอแนวทางพร้อมกับยกยิ้มเล็กน้อย หากแต่ใบหน้าท่าทางของนางกลับสร้างความไม่พอใจให้กับกู่อี้หานที่ฟัง
“เ้ากำลังคิดจะทำอะไรเยี่ยงฟาง”
“หม่อมฉันเพียงแต่อยากมีเพื่อนมาตำหนักไท่จื่อ หม่อมฉันต้องนั่งรอไท่จื่อขณะที่พระองค์อ่านตำรา หม่อมฉันเหงาก็เท่านั้นเพคะ” เธอตอบตามความเป็จริง ‘ไม่รู้ว่าหลี่เยี่ยนฟางทนได้อย่างไรที่ต้องนั่งรอ คนที่เขาไม่ได้ใส่ใจตัวเองเลย’
“ข้ามากับท่านได้จริงหรือคุณหนูหลี่”
“ได้ซิคราวหน้า ข้าจะให้พ่อบ้านจางส่งรถม้าไปรับท่านที่จวน”
“ขอบคุณคุณหนูหลี่” เหลียงหนิงอันเหยียดยิ้มเล็กน้อย แววตาดูใสราวลูกกวางน้อย หลี่เยี่ยนฟางมองรอยยิ้มนั้นก็อดยิ้มตามไม่ได้
‘อย่างน้อยเธอก็หาโอกาสให้พระนางได้อยู่ใกล้กันมากขึ้น เหลือแค่ตามสืบผู้ที่คิดก่อการกบฎ’ หลี่เยี่ยนฟางตั้งใจที่จะให้พระนางรีบแต่งงานกันและช่วยจับอัครมหาเสนาบดีเฉิงเซินโยวที่เป็ตัวร้ายบงการก่อการกบฎ แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานเธอไม่สามารถกล่าวว่าได้
“ไม่เป็ไร ข้าเองก็ผิดมีตาหามีแววไม่” เธอแสดงความจริงใจต่อเหลียงหนิงอัน ‘ฉันจะต้องรอดพ้นชะตาของหลี่เยี่ยนฟางให้ได้’ เหลียงหนิงอันยกยิ้มบาง ๆ
“ม่ะ...ข้ารินน้ำชาให้เ้าถือว่าไถ่โทษล่ะกัน” หลี่เยี่ยนฟางยกกาน้ำชาขึ้นด้วยสองมือ เหลียงหนิงอันยกถ้วยชาตนรับ น้ำชาค่อย ๆ รินอย่างนุ่มนวล หากแต่บุรุษหนึ่งปรากฏตัวขึ้นร่างกายของเธอเหมือนตอบสนองอัตโนมัติ ร่างหลี่เยี่ยนฟางสั่นเทาราวกับหวาดกลัวทันทีที่สายตาเธอเหลือบมองเห็นบุรุษหนึ่งที่ยืนคุยกับทหารที่อยู่ไม่ไกลจากศาลาที่พัก น้ำชาเทล้นจนรด มือเรียว เหลียงหนิงอันร้องขึ้นทำให้เธอได้สติหันกลับมามอง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ช่วย กู่อี้หานสะบัดแขนเธอออก แรงผลักทำให้ร่างบางล้มลงพร้อม ๆ กับกาน้ำชาที่แตกกระเด็นจนบาดเข้าที่มือเธอทันที กู่อี้หาน พิศมองมือเรียวขาวของเหลียงหนิงอันที่แดงเพราะความร้อนจากน้ำชา แต่ฝ่ามือเธอกลับถูกบาดเป็แผลลึก หลี่เยี่ยนฟางลุกขึ้นยืน กู่อี้เฉินมองเห็นรีบเดินเข้ามาดูจับยกมือเหลียงหนิงอันที่กำลังแดงฉ่าขึ้นมาดู
“อันเอ๋อร์ข้าจะพาเ้าไปทายาเสียก่อน” กู่อี้เฉินประคองร่างบางกลับเข้าตำหนัก ทางด้านกู่อี้หานเหมือนเพิ่งจะนึกได้เขาหันกลับมามองที่หลี่เยี่ยนฟาง หยดเืหลายหยดที่พื้นแม้นางจากซ่อนมือไว้ด้านหลังเขาก็รู้ได้ว่านางได้รับาเ็ตอนที่เขาผลักนางออก
“เยี่ยนฟางเ้า...” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยเสียงแ่
“หม่อมฉันนึกได้ว่ามีธุระ หม่อมฉันทูลลา” เอ่ยจบเธอรีบเดินออกมาให้ไวที่สุด ในความคิดตอนนี้เธอมีเพียงบุรุษที่มาใหม่ เธอมั่นใจว่าเขากำลังมองมาที่เธอเป็แน่ แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าเพราะอะไรร่างกายของ หลี่เยี่ยนฟางถึงได้มีปฏิกิริยาหวาดกลัวบุคคลคนนั้น
หลี่เยี่ยนฟางพยายามเรียบเรียงตัวละครต่าง ๆ ในนิยายที่เคยอ่านผ่านตามา ว่าใครกันที่ทำให้หลี่เยี่ยนฟางหวาดกลัวได้ราวกับลูกนก เธอมั่นใจว่าบุรุษผู้นี้อาจเป็หนึ่งในเนื้อหาหลัก ‘ร่างกายหลี่เยี่ยนฟางถึงกับออกอาการหวาดกลัว แสดงว่าบุคคลนั้นย่อมน่ากลัวกว่า’ หลี่เยี่ยนฟางได้รับาเ็ทำให้เธอไม่ต้องเข้าวังหลวงไปเป็เพื่อนคุย องค์รัชทายาท เธอให้เวลาทั้งหมดไปกับการเขียนเื่ราวต่าง ๆ ที่พอจดจำได้ลงแผ่นกระดาษหนา ๆ ก่อนจะเก็บซ่อนไว้เป็อย่างดีทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก
“คุณหนูเ้าคะ..เจียลู่เ้าค่ะ”
“เข้ามา....มีอะไรหรอ....แล้วนั่น?” หลี่เยี่ยนฟางมองกระปุกกระเบื้องเล็ก ๆ ในมือสาวใช้อย่างสงสัย เพราะในจวนแม่ทัพไม่มีกระปุกกระเบื้องเนื้อดีอย่างนี้เป็แน่
“กู่ซื่อจื่อฝากยานี้มาให้เ้าค่ะ”
‘ตบหัวแล้วลูบหลังฉันรึไง’ หลี่เยี่ยนฟางไม่ตอบ แต่ก็ไม่ได้ห้ามที่สาวใช้จะป้ายยาลงปากแผลให้เธอ เนื้อยาชั้นดีเนื้อเย็นช่วยคลายความเจ็บลงได้รวดเร็ว เธอหรี่ตามองอย่างพึงพอใจ
“คุณหนูเ้าคะ..นี่ก็เกือบเจ็ดวันเข้าไปแล้วคุณหนูไม่อยากเข้าวังไปพบไท่จื่อหรือเ้าคะ” เจียลู่ลูบยาพรางเอ่ยถามนาง
“ไม่หลอก...น่าเบื่อนะซิไม่ว่า เ้ารู้ไหมไท่จื่อทึ่มนั่นนอกจากจะไม่อารมณ์ขันแล้วเอาแต่นั่งอ่านตำราน่าเบื่อ ไหนยังจะให้ข้าไปเป็ไม้กันสุนัขอีกเวลาที่แอบไปพบคุณหนูเหลียงนั่น”
“ตายแล้ว!! คุณหนูยอมได้เยี่ยงไรเ้าคะ”
“เอาเถอะๆๆ ข้าถือว่าเพราะพวกเขาเป็คู่ที่เหมาะสมแล้วข้าก็จะไม่ขัดขวางความรักของพวกเขา”
“ได้อย่างไรเ้าคะ ท่านราชครูอบรมสั่งสอนคุณหนูมาแต่ยังเยาว์เพื่อให้คุณหนูเพียบพร้อมที่จะเคียงข้างเป็พระชายาไท่จื่อเชียวนะเ้าคะ”
“จิ๊ จิ๊ จิ๊ เ้าอย่าเอ่ยไป เ้านะไม่รู้อะไร” หลี่เยี่ยนฟางคลิ๊กลิ้นอย่างเ้าเล่ห์ เพราะเธอรู้เนื้อเื่ของนิยายเล่มนี้ดีไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ต้องวิ่งวุ่นแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ที่หลี่เยี่ยนฟางคนเดิมได้ทำไว้
“......” เจียลู่
“แผลข้าก็ดีขึ้นมาก สู่เราออกไปเที่ยวชมตลาดกันเสียหน่อยไม่ดีหรอกหรือ”
“แต่...”
“ไม่ต้องแต่...บอกพ่อบ้านจางเตรียมรถม้าไว้ให้ข้าด้วยเ้าไม่ไปก็เื่ของเ้า” หลี่เยี่ยนฟางสะบัดตัวลุกอย่างี้เี
