สวี่รั่วโหรวรู้ว่าฉินเฟิงกำลังฝึกเธอแต่เธอเพิ่งโดนด่ามาในที่ทำงานและหวังเชาก็ให้งานเธอมากขึ้น เธอจึงกังวลแทบตายเธอไม่มีอารมณ์จะมาเล่นเกมอะไรอย่างนี้กับฉินเฟิง
“ฉินเฟิง ปล่อยฉัน คุณทำให้มือฉันเจ็บอยู่นะ!”
ฉินเฟิงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ทำงานเขาฉวยโอกาสสวี่รั่วโหรวขณะที่พยายามจะเปลี่ยนนิสัยอ่อนแอของเธอและจบภารกิจจึงเป็ธรรมดาที่เขาจะไม่ปล่อย
“หุบปาก ไม่ใช่แค่ฉันอยากจะให้แขนเธอเจ็บ ฉันก็อยากจะให้เธอเจ็บทั้งตัวถ้ากล้าขัดขืนหรือะโเรียกคน พ่อจะฆ่าเธอ!”
ฉินเฟิงระดมจูบไปยังใบหน้าของสวี่รั่วโหรวทันทีแล้วก็จูบที่คอ ไหปลาร้า แล้วก็หน้าอก
แม้ว่าจะมีชุดนอนขวางกั้นความนุ่มและความเด้งนี้ก็ยังชัดเจนมากเมื่อมันัักับปากของฉินเฟิง
สวี่รั่วโหรวกลัวมากจนเธอเริ่มร้องไห้เธอถูกหวังเชาด่าและถูกฉินเฟิงรังแก เธอจึงไม่รู้สึกอยากดิ้นเธอนอนลงบนเตียงอย่างหมดแรงและร้องไห้อย่างสิ้นหวัง
“แง!”
ฉินเฟิงกระหน่ำจูบจนเกือบลืมเจตนาในตอนแรกไปถ้าเสียงร้องไห้ของสวี่รั่วโหรวไม่ได้ชะงักเขาไว้เขาอาจจะทำเหตุการณ์นี้เป็ของจริง
“รั่วโหรว เกิดอะไรขึ้น?” ฉินเฟิงปล่อยแขนที่บางนุ่มของสวี่รั่วโหรวทันทีจุดที่เขาจับไว้ก่อนหน้านี้เป็สีแดง เขากอดเธอด้วยความปวดใจและเช็ดน้ำตาให้เธอ“อย่าร้องเลย ฉันฝึกเข้มอย่างที่บอกไปแล้วในที่ทำงานตอนเช้าไง เธอลืมแล้วเหรอ?”
สวี่รั่วโหรวทุบฉินเฟิงอย่างแรงหลายครั้งเพื่อระบายออกว่าเธอรู้สึกหดหู่แค่ไหนแล้วเธอก็โผเข้าอ้อมกอดของฉินเฟิงและร้องไห้เสียงดัง เธอร้องไห้มาห้านาทีเต็มหลังจากร้องเสร็จอารมณ์ของสวี่รั่วโหรวก็กลับมาปกติและดึงตัวเองออกจากอ้อมกอดของฉินเฟิงเธอเอียงหัวด้วยความเขินอายเล็กน้อยและบอก “ฉินเฟิง กลับไปเถอะ ฉันต้องทำงาน”
“รั่วโหรว มีคนรังแกเธออีกแล้วเหรอ?” สีหน้าของฉินเฟิงแปรเปลี่ยนเป็เ็าเขารู้ว่าสวี่รั่วโหรวเข้มแข็งมากเขามั่นใจว่าเธอไม่ได้ร้องไห้เพราะการที่เขาฝืนบังคับเธอก่อนหน้านี้
หัวใจของสวี่รั่วโหรวบีบรัดเล็กน้อยเธออยากจะบอกฉินเฟิงจริงๆ ว่าหวังเชารังแกเธอ เธอเกลียดคนน่ารังเกียจหวังเชานั่นแต่หลังจากลังเลไปสักพัก สวี่รั่วโหรวก็ยังกัดฟันและส่ายหัว “ฉินเฟิง ฉันไม่เป็ไรกลับไปเถอะ”
เมื่อเธอคิดว่าหวังเชาเองก็กำลังจับตาดูฉินเฟิงอยู่เหมือนกันเธอจึงรู้สึกหมดหนทาง สวี่รั่วโหรวไม่อยากก่อปัญหาให้เขาอีกแล้วเธอเข้าใจนิสัยของฉินเฟิง ถ้าเธอบอกเขาวันต่อมาฉินเฟิงคงจะไปที่ออฟฟิศเพื่อกระทืบหวังเชาอย่างทารุณและเขาก็จะโดนไล่ออกจากบริษัทแน่นอน
ในสายตาของสวี่รั่วโหรวเธอกับฉินเฟิงเป็คนน่าสงสารแม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในตำหนักฉินและทำงานให้กับหวงเจียกรุ๊ป พวกเขาก็เป็แค่ผู้ดูแลกับแม่บ้านตัวเล็กๆเส้นสายของพวกเขาไม่ดีอย่างที่ทุกคนคิดกัน
“งั้นพักผ่อนก่อนแล้วกัน อย่าโหมงานไปล่ะ แล้วก็ฝันดี”ฉินเฟิงลุกออกจากเตียงและเดินไปยังประตู เมื่อเขาถึงประตูเสียงอ่อนแรงของสวี่รั่วโหรวก็ดังออกมา
“ฉินเฟิง ต..ต่อไปอย่าทำกับฉันในที่ทำงานนะ ท..ทำงานของคุณไป…ฉันเพิ่งเรียนจบ ต้องขยันทำงานและหาเงิน ย..อย่ารบกวนฉันในที่ทำงานอีก!”
เมื่อสวี่รั่วโหรวกล่าวอย่างนี้เธอก็หันหน้าหนีและไม่กล้ามองฉินเฟิง น้ำตารวมตัวกันคลอเบ้าที่หางตาเธอรู้ว่าคำพูดเหล่านี้จะทำให้ฉินเฟิงโกรธแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่มีทางเลือกถ้าหวังเชาเห็นว่าฉินเฟิงอยู่ใกล้เธอเกินไป ทั้งเธอและฉินเฟิงอาจจะถูกไล่ออกเธอรู้สึกว่าฉินเฟิงเป็คนดีและไม่อยากทำร้ายเขา
“สวี่รั่วโหรว เธอหมายความว่ายังไง?” ฉินเฟิงหันไปทันทีและมองไปที่สวี่รั่วโหรวอย่างเ็าครั้งนี้เขาเคร่งเครียดจริงๆ
สวี่รั่วโหรวพยักหน้าและค่อยๆพูด “ร..เราไม่แม้แต่จะเป็แฟนกัน จ..จริงๆ แล้วฉันเกลียดคุณทุกครั้งที่คุณััต้นขาหรือหยิกแก้ม ฉันรู้สึกรังเกียจ…ฉินเฟิงอย่าบังคับฉันอีกเลย ถ้าคุณยังแตะต้องฉันในที่ทำงานอีกฉันจะย้ายออกจากตำหนักฉินและออกจากหวงเจียกรุ๊ป”
ฉินเฟิงไม่ได้พูดอะไรั์ตาของเขาเปลี่ยนเป็สีแดงฉานเขาปิดประตูห้องของสวี่รั่วโหรวอย่างรุนแรงและกลับห้องของตัวเอง
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉินเฟิงก็ยังไม่สงบลง เขาดูแลสวี่รั่วโหรวเหมือนครอบครัวตลอดเวลาเขาชอบเด็กสาวที่เชื่อฟังและละเอียดอ่อนคนนี้ ความสุขหนึ่งเดียวของเขาในที่ทำงานก็คือมีสวี่รั่วโหรวอยู่กับเขาเขาคิดว่าสวี่รั่วโหรวคล้ายกับหลินเป้ยเป้ยนิดหน่อยถึงขนาดตัดสินใจว่าหลังจากที่หลินเป้ยเป้ยตื่นขึ้นแล้วเขาจะพาหลินเป้ยเป้ยไปตำหนักฉินเพื่อไปเป็เพื่อนกับสวี่รั่วโหรวเขาคิดว่าพี่น้องสองสาวคงจะมีความสุขมากที่อยู่ด้วยกัน
เขาไม่นึกจริงๆว่าสวี่รั่วโหรวจะพูดอะไรอย่างนั้นตอนแรกเขาคิดว่าเขาฝึกสวี่รั่วโหรวก็เพื่อประโยชน์ของเธอเองเขาคิดวาสวี่รั่วโหรวเต็มใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ที่เป็ประโยชน์ต่อเธอฉินเฟิงคิดว่าเขานี่น่าตลกจริงๆ เขาไม่เคยฝืนผู้หญิงคนไหน ครั้งนี้ดูเหมือนว่าเขาจะต้องทำลายคติประจำใจให้แตกเป็เสี่ยงๆเพื่อเหตุผลบางอย่างที่ไม่อาจทราบได้
ติ๊ง!
เสียงเตือนQQดังออกมาจากโทรศัพท์ของฉินเฟิง ปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นและเห็นเบอร์ QQ ที่แอดเขาเมื่อสองครั้งก่อนเขากำลังจะบล็อกคนคนนั้น แต่ก็เห็นข้อความขอเป็เพื่อน
“นายน้อยฉิน คุณแอดฉันได้ไหมคะ?”
ฉินเฟิงงงเล็กน้อยสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้บล็อกคนคนนี้ แม้ทุกคนจะรู้จักชื่อของเขาในเว่ยเฉิงแต่จำนวนคนที่รู้ข้อมูลส่วนตัวอย่างเบอร์โทรศัพท์และ QQ นั้นนับได้แค่มือเดียว
“เธอเป็ใคร?” หลังจากแอดคนนี้เป็เพื่อนฉินเฟิงก็ถามตรงๆ
ในตอนนี้อพาร์ทเม้นท์ห้องเดี่ยวในเว่ยเฉิงหลี่อวี่เฉินเพิ่งอาบน้ำเสร็จและใส่ชุดคลุมนอนสีม่วงบางเบาเธอนอนบนเตียงอย่างสบายและเป่าผมของเธอที่เปียกขณะที่ลองส่งคำขอเป็เพื่อนให้กับนายน้อยฉิน
โทรศัพท์ของเธอดังขึ้นทันทีหลี่อวี่เฉินเห็นว่ามีคนยอมรับคำขอเป็เพื่อนของเธอเธอตื่นเต้นมากจนหยุดเป่าผมและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบทันที
“นายน้อยฉินคะ ฉันเป็แฟนคลับของคุณ”
เมื่อฉินเฟิงเห็นข้อความนี้เขาขมวดคิ้วและรีบตอบ “ฉันมีแฟนคลับเยอะแยะมากมายต่อแถวยาวกันเป็หางว่าวพวกเ้านายทุกคนในบริษัทก็เข้าหาฉัน ไปต่อแถวตัวเองซะ”
หลังจากที่กำลังส่งข้อความขาสวยๆ ของหลี่อวี่เฉินก็ลอยเข้ามาในหัวของเขา อย่างไรก็ตามเขาโม้ไปหน่อยในตอนแรกเ้านายในที่ทำงานของเขาไม่สนใจเขาเลยสักนิด
“นายน้อยฉิน ฉันสวยและขาฉันก็สวย ฉันขอแซงแถวได้ไหมคะ?” หลี่อวี่เฉินลังเลไปสักพักก่อนที่จะกัดฟันและส่งข้อความกำกวมนี้ไป
“เฮอะ มีแฟนคลับของฉันคนไหนบ้างที่ไม่สวย? ถ้าไม่มีรูปก็ไม่เชื่อ”
รูปถูกส่งมาไวมากฉินเฟิงสะดุ้งด้วยความใตอนแรกเขาจะล้อเล่นกับคนคนนั้นและคิดว่าจะขู่มันให้ไปหลังจากที่พูดเื่โชว์รูปแต่ใครจะรู้ว่ามันจะส่งมาจริงๆ?
และมันก็เป็รูปของขาคู่งามหยดย้อย
มันเป็แสงโทนอุ่นห้องเรียบง่ายและทันสมัย เตียงนอนใหญ่และสาวสวยกับรูปร่างที่น่าหลงใหลกำลังนอนอยู่บนเตียง สาวสวยใส่ชุดคลุมนอนสีม่วงเธอตั้งใจดึงคอเสื้อข้างหน้าลงมานิดหน่อยเพื่อโชว์หน้าอกและยกกระโปรงขึ้นเล็กน้อยรูปก็ถูกถ่ายจากข้างใต้ ทำให้ขายาวเรียบเนียนอันงดงามนั้นยาวมากขึ้นสายตาของฉินเฟิงเกาะติดภาพบนโทรศัพท์
“ขาสวยๆ พวกนี้...คุ้นตาจริงๆ!” หลังจากที่ชื่นชมขาสวย เขาพึมพำกับตัวเอง
เขารีบส่งข้อความตอบ“ไม่ๆ ใครจะรู้ล่ะ เธออาจจะโหลดรูปจากเน็ตมาก็ได้ เอางี้เป็ไงถือหนังสือที่มีปกสีแดง นั่งบนเตียงและถ่ายอีกรูป จำไว้ครั้งนี้เธอต้องโชว์หน้าด้วย”
“ถ้าเธอหน้าตาสวย ฉันจะพิจารณาให้แซงแถวได้!”
หลังจากที่เห็นข้อความของฉินเฟิงหลี่อวี่เฉินรู้สึกไม่ได้เตรียมใจ เธอรู้ว่าโอกาสมาถึงแล้ว แต่ถ้าเธอไม่ทำเธอก็จะทำลายความฝันของแม่ที่อยากให้เธอแต่งงานเข้าตระกูลที่ร่ำรวย
ในอายุของหลี่อวี่เฉินเธอไม่ได้อยากจะมีเื่ราวความรักอย่างในนิทานอีกแล้วและแน่นอนว่าเธอคงจะไม่กลับไปจินตนาการว่ามีเ้าชายขี่ม้าขาวมาปรากฏต่อหน้าของเธอความคิดของเธอง่ายมาก หาคนที่ดูแลเธอดีและเชื่อถือได้เพื่อแต่งงาน มีลูกและใช้เวลาที่เหลือกับเธอในชีวิต
ดังนั้นจริงๆแล้วหลี่อวี่เฉินจึงไม่ได้สนว่าเธอจะแต่งงานกับใครแม้ว่านายน้อยฉินจะชอบเธอและให้โอกาสเธอเพื่อเข้าสังคมไฮโซ เธอก็ไม่สน แต่ถ้าเธอสามารถทำให้แม่ของเธอมีความสุขและอุ่นใจหลี่อวี่เฉินก็จะทำให้ดีที่สุดเพื่อที่จะพยายามและไล่ตามมัน
เธอยืนขึ้นตรงหน้าต่างและมองไปยังวิวยามค่ำคืนอย่างเหม่อลอยสักพักแล้วเธอก็กัดฟัน ในเมื่อเธอมีโอกาสแล้ว เธอก็ต้องทุ่มทุกอย่างที่มีถ้านายน้อยฉินไม่ชอบเธอจริงๆเธอค่อยยอมแพ้แล้วไปต่อกับชีวิตที่ราบรื่นและมั่นคงของเธอ
ยังไงซะมันก็พอแล้วที่ได้พยายามอย่างดีที่สุด!
เธอปิดผ้าม่านปิดไฟบนหัว และเปิดโคมไฟสีเหลืองอุ่นสลัวๆ บนเตียงแล้วเธอก็ถอดสายชุดนอนสีม่วงของเธอและเผยไหล่ที่ขาวเนียนเหมือนหยกเธอจับชุดนอนของเธอและดึงมันเบาๆ เผยร่างกายยั่วยวนทั้งร่าง เธอสูดอากาศรอบตัวเธอ
หลี่อวี่เฉินโพสต์หลายท่าแต่ละรูปก็ทำให้เธอใ สุดท้ายแล้ว หลังจากที่เลือกมาครั้งแล้วครั้งเล่าเธอก็เลือกรูปที่ถ่ายเต็มตัวที่เธอใช้แขนปิดหน้าอก เธอกัดฟันและส่งมันไปให้ฉินเฟิง
ฉินเฟิงรอนานมากจนเกือบจะหลับเขามั่นใจแล้วว่าคนคนนี้ต้องเป็พวกต้มตุ๋นและโกรธจนอยากจะบล็อกหลี่อวี่เฉินแต่แล้วข้อความใหม่ก็ถูกส่งมาทันที
ฉินเฟิงเพิ่งเปิดรูปและปาโทรศัพท์ด้วยความใ
เขาคลานลงออกจากเตียงและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูใกล้ๆ
มันยังคงเป็ห้องเดิมไฟข้างบนถูกปิด และโคมไฟสีเหลืองสลัวถูกเปิดมีผู้หญิงคนเดิมและเรียวขาที่น่าหลงใหลเหมือนเดิมเธอถือหนังสือปกสีแดงอย่างที่ฉินเฟิงกล่าว แต่ครั้งนี้สาวสวยคนนี้ไม่ได้ใส่ชุด
