โอสถบำรุงพลังที่เพิ่งก่อตัวเสร็จสมบูรณ์ลอยอยู่กลางเตาหลอมยาขนาดใหญ่ ลู่เต้าที่อยู่้ามองเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของโอสถแล้วใคร่ครวญ ‘ที่แท้โอสถที่ได้จากการหลอมมนุษย์มีลักษณะเช่นนี้นี่เอง’
ในที่สุดโอสถที่หูต้าเซียนเฝ้ารอคอยก็สำเร็จ เขารีบเปิดประตูกลตรงก้นเตาหลอมยาอย่างกระวนกระวาย แล้วใช้ฝ่ามือดูดโอสถสีแดงเข้มที่เปล่งประกายออกมา
แม้โอสถบำรุงพลังจะมีขนาดเท่าลูกตาั แต่เม็ดเล็กๆ เพียงเม็ดเดียวนี้กลับรวบรวมแก่นแท้ของสมุนไพรมากมายไว้ในตัวเอง
ร่างกายของหูต้าเซียนสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่ ความยินดีปรากฏชัดบนใบหน้า เขาอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วห้องหิน
“ฮ่าๆๆๆ” เขาร้องอย่างบ้าคลั่ง “จินเลี่ยง รีบลงมา! อาจารย์สำเร็จแล้ว!”
จินเลี่ยงตัวจริงที่เป็จุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวหายตัวไปแล้ว ลู่เต้าไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเปิดโปง เขาจึงปีนลงมาจากชั้นวาง แล้วเดินไปข้างหน้าหูต้าเซียน แสร้งทำเป็แสดงความยินดี “ศิษย์ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์ที่หลอมโอสถสำเร็จ”
“ดูให้ดี! วันนี้อาจารย์จะกลับไปสู่ระดับกลางขั้นสี่ดารา!” หูต้าเซียนนั่งขัดสมาธิ วางโอสถบำรุงพลังลงในปากแล้วกัด เคี้ยวกลืนลงคอ
โอสถบำรุงพลังไม่ทำให้เขาผิดหวัง หลังจากทานเข้าไปแล้ว โอสถก็กลายเป็กระแสความอบอุ่นไหลไปยังหน้าอกที่เคยถูกศพั์ในสุสานชกเข้าอย่างจังเมื่อครั้งก่อน มันค่อยๆ ซ่อมแซมเส้นลมปราณที่ถูกทำลายอย่างรวดเร็ว
เพียงพริบตาเดียว หูต้าเซียนก็รู้สึกว่าการหายใจคล่องขึ้น ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยพลังที่ใช้ไม่มีวันหมด ผมและเคราที่เคยเป็สีเทาก็กลายเป็สีดำสนิท ตาเฒ่าแลดูอ่อนเยาว์ลงมาก
ใบหน้าเหยียดยิ้มพอใจยิ่ง เขาเอ่ยด้วยความตื่นเต้น “สิบกว่าปีแล้ว! ข้ารอวันนี้มานานสิบกว่าปีแล้ว!”
ลู่เต้าไม่พูดไม่จา เพียงยืนมองดูอยู่ด้านข้างอย่างเงียบๆ
เมื่อเวลาผ่านไป หูต้าเซียนก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ กระแสความอบอุ่นในร่างกายไม่ลดลงเลย แถมยังร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ร้อนราวกับถูกไฟเผา
“เกิดอะไรขึ้น” รอยยิ้มของเขาค่อยๆ หายไป กลายเป็สีหน้าคร่ำเครียด
หูต้าเซียนรีบสำรวจร่างกายตนเอง ถึงได้พบว่ามีพิษบางอย่างปะปนอยู่ในโอสถบำรุงพลัง พิษนั้นกลายเป็ไอสีม่วงดำไหลเวียนอยู่ทั่วร่าง
“นี่มันพิษนี่!” หูต้าเซียนรีบควบคุมพลังิญญาเพื่อระงับไอพิษสีม่วงดำ ป้องกันไม่ให้พิษแพร่กระจาย เขาคิดในใจ ‘พิษในร่างกายศิษย์สำนักพิษน่าจะถูกขจัดออกไปหมดแล้วมิใช่หรือ ทำไมถึงมีพิษอยู่ในโอสถบำรุงพลังได้ เว้นแต่...’
ทันใดนั้น ดวงตาคมกริบของเขาหันไปจ้องจินเลี่ยงศิษย์ของตนอย่างไม่ลดละ ก่อนจะเอ่ยถาม “เ้าหนู! เ้าใส่สิ่งใดลงไปในเตาหลอมยาหรือ”
ที่แท้เมื่อครู่ตอนที่หูต้าเซียนเผลอ ระหว่างที่โอสถกำลังก่อตัว ลู่เต้าแอบใส่ลูกกวาดิญญาั์ลงไปในเตาหลอมยา
เมื่อลูกกวาดิญญาั์โดนน้ำก็ละลายกลายเป็ส่วนหนึ่งของโอสถบำรุงพลัง เมื่อลู่เต้าเห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไป ก็เดาว่าลูกกวาดเริ่มออกฤทธิ์แล้ว หูต้าเซียนพยายามอย่างเต็มที่เพื่อระงับพิษ
“คนชั่วร้ายเช่นเ้า ข้าจะปล่อยให้เ้าฟื้นฟูร่างกายเพื่อไปทำร้ายผู้คนได้อย่างไร”
ลู่เต้าไม่แสร้งทำเป็จินเลี่ยงอีกต่อไป เขาถอดหน้ากากออกเผยโฉมหน้าแท้จริงให้ประจักษ์
เมื่อเห็นว่าใบหน้าของศิษย์เปลี่ยนจากจินเลี่ยงเป็ลู่เต้า หูต้าเซียนก็คิดไม่ทัน เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “นะ...นี่มันเื่อะไรกัน เ้าตายไปแล้วไม่ใช่หรือ แล้วจินเลี่ยงเล่า”
มุมปากลู่เต้าเหยียดขึ้นเล็กน้อย เขายิ้มอย่างใจเย็น “เขาอยู่ที่ใด เ้าเองก็น่าจะรู้ดีที่สุด”
“ข้า...รู้ดีที่สุดกระนั้นหรือ” หูต้าเซียนยังคงไม่เข้าใจ
ลู่เต้าตบหน้าท้องตัวเองพลางกล่าว “เ้าเพิ่งจะทานเขาเข้าไปไม่ใช่หรือ”
หูต้าเซียนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ภาพที่เขาไม่ได้ตรวจสอบใบหน้าของศพผุดขึ้นมาในหัว เขาร้อง “อ้า” ออกมา แล้วก็ะโด้วยความโกรธแค้น “บัดซบ! ข้าตั้งใจจะรอให้เขาเลื่อนขั้นเป็สองดาราแล้วค่อยเอามาปรุงโอสถ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เต้าก็ขนลุกเกรียวคิดในใจ ‘คนชั่วช่างไร้หัวใจ แม้แต่ศิษย์รักก็ยังมองเป็เพียงสมุนไพรหลอมยา’
เื่สำคัญสองเื่ถูกลู่เต้าขัดขวางไว้ ใบหน้าของหูต้าเซียนค่อยๆ แดงก่ำ เส้นเืที่ขมับเต้นตุบๆ ด้วยความเดือดดาล เขาเหยียดกรงเล็บออกไปหาลู่เต้า ฟันกระทบดังกรอด “ข้าจะฆ่าเ้า!”
ลู่เต้าไม่คิดว่าอีกฝ่ายไม่เพียงแต่จะระงับพิษของลูกกวาดิญญาั์ได้ แต่ยังมีพลังเหลือเฟือในการควบคุมพลังิญญามาต่อสู้กับเขาอีก แม้หูต้าเซียนจะโดนพิษ แต่เขาก็ยังคงเป็ผู้ฝึกตนระดับกลาง หากเขาเอาจริง ลู่เต้าก็ไม่มีทางชนะได้เลย
“ข้ากับเ้ามิได้มีเวรมีกรรมต่อกัน! เหตุใดเ้าจึงขัดขวางข้าครั้งแล้วครั้งเล่า!” หูต้าเซียนคำรามลั่น กรงเล็บกวาดออกเป็ฝ่ามือดูดิญญา พลังดึงดูดอันมหาศาลฉุดกระชากลากลู่เต้าเข้าหาตาเฒ่า
ลู่เต้าวิ่งอลวนไปทั่วห้องปรุงยา เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฝ่ามือดูดิญญาคว้าตัว หูต้าเซียนที่มากประสบการณ์ใช้ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องมองช่องว่างระหว่างการเคลื่อนไหวของลู่เต้า กรงเล็บตะปบออกไปดุจเหยี่ยวโฉบจับกระต่าย จนคว้าตัวลู่เต้าเอาไว้ได้
‘แย่แล้ว!’ ลู่เต้ามิอาจหลุดพ้นจากแรงดึงดูดได้ เขาจึงออกแรงสุดกำลังจับโต๊ะหินข้างๆ เอาไว้ แต่วิธีนี้ก็แค่ยืดเวลาออกไปได้เล็กน้อยเท่านั้น
นิ้วมือที่จับโต๊ะค่อยๆ คลายออกทีละนิ้ว เพราะพละกำลังเริ่มถดถอยลง
ด้ามเหล็กกล้าของไม้ปัดรังควานหูต้าเซียนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เพียงแค่ลู่เต้าถูกดึงเข้ามาใกล้ ก็จะฟาดลงไปอย่างแรงจนสมองกระจาย
เมื่อหูต้าเซียนคิดว่าตัวเองทำสำเร็จด้วยความยินดี ทันใดนั้นบรรดาตุ๊กตากระดาษก็ผลักประตูเข้ามา พวกนางที่มีร่างกายเบาดุจขนนกถูกฝ่ามือดูดดึงเข้าไปหาหูต้าเซียน และบดบังทัศนวิสัยตาเฒ่าไว้มิด
เหล่าตุ๊กตากระดาษเข้ามาปิดบังทัศนียภาพ หูต้าเซียนรู้สึกว่าเบื้องหน้ามืดมิดลงต้องวางมือออกไปปัดออก ฝ่ามือดูดิญญาที่ใช้กับลู่เต้าจึงหยุดชะงักลง
เมื่อหูต้าเซียนรู้ว่าเป็ตุ๊กตากระดาษที่ขัดขวางก็กล่าวด้วยความโมโห “ดี ดีนัก! แม้แต่พวกเ้าก็คิดจะขัดขืนข้าเช่นนั้นหรือ!”
หูต้าเซียนผู้เดือดดาลเบิกตากว้าง คว้าตุ๊กตากระดาษตัวหนึ่งเดินไปที่เตายา แล้วะโใส่ตุ๊กตากระดาษตัวอื่นๆ “ผู้ใดขัดขืนข้า จุดจบจะเป็เช่นนี้!”
ว่าแล้วก็โยนตุ๊กตากระดาษเข้าไปในกองไฟ เสียงร้องโหยหวนที่ถูกเปลวเพลิงเผาไหม้ดังอยู่ครามครัน
หูต้าเซียนคิดว่าวิธีนี้จะสามารถข่มขู่ตุ๊กตากระดาษตัวอื่นๆ ที่กระด้างกระเดื่องได้ แต่ใครจะคิดว่าเมื่อเชือดไก่ให้ลิงดูแล้ว พวกมันกลับไม่กลัวแม้แต่น้อย พวกนางกอดความตั้งใจแน่วแน่ที่จะพลีชีพจับหูต้าเซียนเอาไว้แน่น
ภายในห้องปรุงยาดังขึ้นด้วยเสียงใสกระจ่างของสตรีนางหนึ่งที่กำลังกล่าวกับตุ๊กตากระดาษทุกตัว “พี่น้องทั้งหลาย! คนพาลผู้นี้ทำร้ายพวกเราจนเป็เช่นนี้เพียงสนองตัณหาของตัวเอง! เพื่อที่จะล้างแค้นให้กับพวกเรา ต่อให้ร่างกายนี้เป็เพียงกระดาษ ก็มิอาจยอมได้! จงเอาคืนคนพาลผู้นี้! จงลุกโชนขึ้นเถิด!”
การกระทำอันกล้าหาญของตุ๊กตากระดาษไม่เพียงแต่จุดไฟเผาตัวเอง แต่ยังจุดไฟแห่งความโกรธแค้นให้กับตุ๊กตากระดาษตัวอื่นๆ ให้ลุกขึ้นต่อต้าน แม้ร่างของพวกนางจะถูกไฟเผาจนเกือบตาย พวกนางก็จะไม่ยอมแพ้
ตุ๊กตากระดาษตัวแรกทนความร้อนแรงของเปลวเพลิงไม่ไหว จึงกลายเป็เถ้าถ่านไปแล้ว แต่เปลวเพลิงบนร่างของนางกลับลามไปยังตุ๊กตากระดาษตัวอื่นๆ ทุกตัวตัดสินใจที่จะฮึดสู้ พวกนางถูกจุดไฟเผาร่างทีละตัว ก่อนจะพุ่งเข้าหาหูต้าเซียน เพียงครู่เดียว ร่างของหูต้าเซียนก็จมหายไปในเปลวเพลิงโดยสิ้นเชิง
ภาพของตุ๊กตากระดาษที่ยอมพลีชีพนั้นช่างน่าเศร้าสลด พวกนางไร้พลังต่อต้าน จึงทำได้เพียงเผาตัวเองเพื่อให้ตายตกไปตามกันกับศัตรูเท่านั้น
ลู่เต้าที่เห็นภาพนั้นพลันรู้สึกปวดร้าวในอก เขาโพล่งออกมาด้วยความไม่ยินยอม “ไม่!!!”
‘ข้าสัญญาว่าจะช่วยพวกนาง แต่พวกนางกลับต้องตายเพื่อช่วยข้า’ น้ำตาของลู่เต้าเอ่อคลอเบ้า คราวนี้แม้แต่เปลวเพลิงในใจของเขาก็ถูกตุ๊กตากระดาษจุด ทะเลิญญาค่อยๆ ร้อนขึ้น
เมื่อเปลวเพลิงดับลง หูต้าเซียนที่ไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อยสะบัดไม้ปัดรังควานปัดเถ้าถ่านที่ยังอุ่นอยู่บนร่างออก ก่อนปรามาสดูแคลน “ตุ๊กตากระดาษที่พุ่งเข้าหาเพลิง ก็ไม่ต่างอะไรกับผีเสื้อกลางคืนที่บินเข้ากองไฟ”
