พฤทธิ์เดินทางมาถึงแล้ว อาหารไทยหาทานยากบนโต๊ะที่รังสรรค์ออกมาอย่างประณีตมีควันลอยกรุ่นเพิ่งออกจากเตาทุกจาน การมาของเขาไม่ได้ทำให้บรรยากาศกร่อย ไร้สีสัน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างธรรมชาติ เปรมาไม่ได้แสดงท่าทางเกร็ง หรือประหม่าแต่อย่างใด ยิ้มแย้ม หัวเราะ และกล้าคุยเหมือนเดิม เรียกว่าความเ็าไม่มีผลกระทบ เื่นี้จะมองว่าไม่แปลกเลยก็พูดได้ไม่เต็มปากแต่อย่าพูดถึงเลยดีกว่า คุณหญิงนฤดียิ้มพึงใจตลอดพฤกษ์จึงอดปากพูดไม่ได้ว่ามองจากดาวอังคารก็รู้ว่ามารดามีความสุขขนาดไหน
“ตอนหนูไอรีนมาแม่ให้คนขับรถของเราไปรับที่งานอีเว้นท์ ตอนกลับลูกไปส่งน้องหน่อยนะตาเมฆ ถ้าแม่ไปส่งเองน้องน่าจะต้องรอนาน เพราะแม่จะให้ตาหมอกเขาพาแวะไปหาน้าจินดาที่บ้านหน่อย น้าจินดาจะเอาขนมที่ซื้อมาฝากจากฮอกไกโดให้แม่ น้องจะได้ไม่ต้องโทร. เรียกคนให้มารับให้วุ่นวายด้วย”
คุณหญิงนฤดีจัดแจงเสร็จ เพราะมีแผนการในใจ ไม่รู้ผลลัพธ์จะออกมาเช่นไรเหมือนกันแต่ขอให้ได้ลองก่อน หนูไอรีนของเธอตอนนี้โสดแล้ว ประกาศออกสื่อชัดเจนว่าแฟนที่ดีคือแฟนใหม่เท่านั้น คนเก่าคิดง้อก็หมดสิทธิ์แล้ว มองมาที่ตาเมฆ ลูกชายจอมเ็าคนนี้ก็โสดสนิทเช่นกัน พอเห็นเด็ก ๆ ได้มานั่งคู่กันใจของผู้สูงวัยก็ไม่อาจสงบได้เลย ถ้าได้ก็ดี ไม่ได้ก็ถือว่าไร้วาสนาต่อกัน
“ไม่รบกวนคุณพฤทธิ์ดีกว่าค่ะคุณป้า” เปรมารีบปฏิเสธความหวังดีของคุณหญิงเพราะไม่้าสร้างความลำบากใจให้ใคร โดยเฉพาะชายหนุ่มผู้เป็เ้าของใบหน้าไร้ความรู้สึกที่นั่งอยู่ข้างกายเธอเนี่ย เขาน่าจะอึดอัดกับคำสั่งของมารดาตัวเอง
พฤกษ์เป็คนหัวไวมากคนหนึ่ง จึงรู้เจตนาของได้มารดาในแวบเดียว แผนการแบบนี้ใช้มาเท่าไรแล้วลูก ๆ ทุกคนรู้ดี ที่ว่านัดกับคุณน้าจินดา เพื่อนรักท่านคงเป็นัดทิพย์แล้ว ในเื่ของฝากน่ะน่าจะมีจริง เพราะคุณน้าไปเที่ยวญี่ปุ่นมาครึ่งเดือน แต่ไม่น่าใช่วันนี้ที่นัดกันแน่ ๆ และเขาเลือกที่จะเงียบ ไม่ออกความคิดเห็น ได้แต่หลิ่วตามองใบหน้าสงบเยือกเย็นของพี่ชายอย่างสนุกนสนาน เมื่อวานเย็นทำเป็ไม่สนใจ บอกไม่ว่าง
วันนี้คนไม่ว่างมาเฉยเลย จะรอดูเลยว่างานนี้จะตอบรับหรือปฏิเสธกับคำขอของคุณแม่ ถึงจะมีแนวโน้มไม่ตอบตกลงสูงแต่มันก็ไม่เสมอไป ครั้งนี้อาจพยักหน้าตกลงง่าย ๆ ก็ได้
พฤทธิ์ตักอาหารทานช้า ๆ ปรายตามองไปทางน้องชายที่เอาแต่จ้อง และยิ้มเหมือนคนโรคจิต เอื้อมมือตักอาหารใส่จานข้าวให้มารดากับหญิงสาวข้างกายเหมือนเป็เื่ปกติ คราวนี้คนที่ได้รับการเทคแคร์จากคนใหญ่คนโตไม่ได้ใเหมือนครั้งแรกแล้ว เพราะเขาตักให้ทานหลายรอบแล้ว แค่พูดคำว่าขอบคุณค่ะเสียงนุ่มนิ่มและอ่อนหวาน ราวเป็คนละคนกับหญิงปากร้ายในคืนนั้น
คุณหญิงนฤดีพอใจมากที่ลูกชายรู้จักดูแลแขกคนพิเศษด้วยตัวเองโดยไม่ต้องให้แม่เอ่ยปากบอกให้ทำ ถึงจะบริการแบบเงียบ ๆ ไม่หือไม่อืออะไรก็พอจะมองข้ามไปได้ เพราะแค่นี้ก็ถือว่าเป็สัญญาณที่ดีมาก ๆ แล้ว แต่ที่ยังขัดใจมากก็คือเื่ที่วานให้ไปส่งน้อง จะเอายังไงก็ไม่พูดจาให้รู้เื่ทีเดียว
แต่ดูไปดูมาจะว่าไปสถานการณ์ตอนนี้ก็เหมือนได้ดูตัวเองตอนสมัยที่สามีจีบ่แรก ๆ รายนั้นก็พูดน้อย เอาแต่เขิน เอาแต่อาย ส่วนลูกชายนั้นดู ไม่ออกเลยว่าอายหรือเปล่า แต่นิ่งกว่าพ่อน่ะแน่นอน เดาใจยากกว่าด้วย
“ไม่รบกวนพี่เขาหรอกลูก ใช่ไหมตาเมฆ”
“ครับ”
นางร้ายสาวมองคนรับปากมารดาพลางอมยิ้มมุมปาก ปฏิเสธไปแล้วรอบหนึ่ง จะพูดอีกรอบก็กลัวจะทำให้คุณหญิงนฤดีท่านเสียความตั้งใจ ในเมื่อคนที่จะต้องไปส่งเขาตอบรับ ไม่มีปฏิกิริยาอะไรที่แสดงให้เห็นว่าไม่เต็มใจ เธอก็ควรรับไมตรีนั้นไว้ แล้วตอบแทนด้วยการตักหมูชะพวงใส่จานให้เขาบ้าง เหมือนไม่ค่อยสนใจแต่เธอก็คอยสังเกตเขาอยู่ตลอด
“ฉันไม่เห็นว่าคุณตักจานนี้ทานเลยค่ะ” อาหารทุกจานบนโต๊ะคือสิ่งที่ทุกคนทานได้ เป็ความใส่ใจกันและกันที่น่าประทับใจมาก ๆ ทีนี้ก็ลุ้นเลยว่าจะถูกเขี่ยไปไว้ข้างจานหรือเปล่า แล้วไม่รู้คิดไปเองไหมที่รู้สึกว่าเขาคล้ายจะแกล้ง ริมฝีปากอวบอิ่มพลันมุ่ยเล็ก ๆ และก่อนที่มันจะคว่ำทำขายหน้า รอยยิ้มก็จุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็ว เดิมพันนี้ไม่เสียแรงที่กล้าวัดดวง
เขาทาน!
ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางามงอนพลันเปล่งประกาย
พฤทธิ์เคี้ยวหมูชะพวงที่เปรมาตักให้ด้วยสีหน้าปกติ แต่ภายใต้ใบหน้าเ็าเหมือนฉาบน้ำแข็งนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าเขากำลังลอบยิ้ม คุณหญิงนฤดีที่คอยจับตามองการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความดีใจ
อาจมองว่าเธอเป็คุณแม่ที่ช่างเล่นใหญ่เสียจริง ก็ท้าให้ลองมาเป็แม่ของลูกชายที่วัน ๆ บ้าทำแต่งาน ไม่สนใจสิ่งสวยงามดูบ้าง แล้วจะรู้ว่ามันน่าอัดอั้นตันใจมากแค่ไหน ที่บ้านก็ไม่ได้เดือดร้อน เื่เงินแต่เ้าลูกคนนี้ทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำเหมือนติดหนี้ที่ทำชดใช้เท่าไรก็ไม่มีวันหมด เธอกับพ่อสามีจึงมักเป็กังวลมาตลอดว่าเ้าตัวดีคนนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปหาสะใภ้เข้าบ้าน หาได้แล้วจะทนนิสัยแข็ง ๆ ได้หรือเปล่าอีก ถ้าเชียร์ให้ลูกสะใภ้เป็หนูไอรีนได้เธอจะมีความสุขมาก
พฤกษ์วางช้อน กลอกตามองบน กอดอกทำหน้าเซ็ง บ่นด้วยเสียงน้อยอกน้อยใจเกินเื่ว่า “มีแค่ผมสินะที่ไม่มีใครสนใจดูแล” แต่การแสดงนี้มีหรือที่คนเป็พี่จะมองไม่ออก แวบหนึ่งที่เห็นสายตาตักเตือนของพฤทธิ์
คนเป็มารดาได้ยินจึงพูดมาประโยคหนึ่งว่า “อยากมีคนดูแลก็ต้องหาแฟนนะจ๊ะ” พาดพิงไปถึงลูกชายคนโตด้วย แต่ดูจากท่าทีวันนี้คนที่เป็ห่วง และทำให้อัดอั้นตันใจที่สุดว่าจะครองตัวเป็โสดไปตลอดชีวิตอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว ทุกทีพ่อเ้าประคุณเขาทำเหมือนผู้หญิงทุกคนที่ไม่ใช่คนในครอบครัวคือของน่ากลัวที่เข้าใกล้เกินระยะที่กำหนดไม่ได้ วันนี้ไม่ได้บังคับให้มาทานข้าวกับหนูไอรีนด้วยซ้ำแต่ก็ยอมมาง่าย ๆ
เปรมาถามเอาใจคนโสดเหมือนกันอย่างใจดีว่า “คุณหมอกอยากทานอะไรคะ เดี๋ยวฉันตักให้คุณเอง จะได้ไม่ต้องนั่งน้อยใจใคร” กลั้วหัวเราะ เธอรู้สึกว่าพฤกษ์นิสัยไม่เลวเลย คุยสนุกและเป็กันเอง การได้รู้จักเขาในอีกระดับหนึ่งถือว่าเป็เื่ที่ดีเลย ถ้ามีคนรู้ว่าเธอได้นั่งทานข้าวกับบิ๊กบอสของทีเอ็มเคถึงสามคน ไม่ต้องพูดเลยว่าจะมีคนอิจฉามากเท่าไร แต่เธอก็ไม่คิดจะนำไปอวดใครอยู่แล้ว นอกเสียจากว่าจะรู้กันเอง
“กิน”
ทว่าสาวงามขวัญใจมารดายังไม่ทันได้เอื้อมมือขาวเรียวตักอาหารเอาใจ พฤกษ์ยังไม่ทันจะพูดออกมาว่าอยากทานอะไรในจำนวนเมนูมากมายบนโต๊ะที่เขาก็มีส่วนร่วมเลือกมาด้วยหลายอย่าง เพราะมัวแต่ทำหน้าลิงโลด ยักคิ้วแกล้งแหย่พี่ชายหน้านิ่งแต่กลับบริการสาวอย่างเป็ธรรมชาติซะงั้น ทั้งที่ปกติแทบวิ่งหนีพวกเธอราวหนีพวกฝูงซอมบี้คลั่ง จู่ ๆ อาหารที่ไม่ได้ร้องขอก็มาวางแหมะอยู่ขอบจาน เหมือนกองอะไรสักอย่าง เอาช้อนเขี่ย ๆ ดู มีแต่กากสมุนไพรที่กินไม่ได้ หาเนื้อไม่เจอเลยเถอะ
“กินสิ”
“พี่เมฆจะให้ผมกินอะไร”
น้ำเสียงและแววตาพี่ชายเขาโคตรกดดันเลย ถามไปแล้วพฤกษ์ก็ส่งเสียงจิ๊ขัดใจในลำคอ เอาส้อมเขี่ยอีกที ใบมะกรูด ตะไคร้ แล้วไอ้ที่หั่นเป็แว่น ๆ นี่เขาเรียกว่าอะไรนะ ข่าหรือเปล่า เขาไม่กินจริงหรอกถึงมันจะกินได้ก็เถอะ กับน้องนุ่งไม่เห็นอ่อนโยนเหมือนตักให้สาวเลย มโนธรรม และความยุติธรรมไม่มีเลย
“ใจร้ายกับน้องตลอด”
“งานที่ฉันสั่ง”
“หยุดเลยพี่เมฆ ตอนนี้ผมไม่คุยเื่งานกับพี่”
“ฉันเห็นว่าปากแกว่าง”
“ไม่ว่างแล้ว ผมจะกินข้าวต่อ”
“ก็แค่นั้น”
เปรมายิ้มขำ
“ไม่ต้องตักให้หมอนั่นแล้ว คุณทานของคุณเถอะ”
หญิงสาวชะงัก ไม่จำเป็ต้องเชื่อฟังเลย แต่มือดันเบี่ยงมาทางจานของท่านประธานหนุ่มรูปงามแทน “คุณทานไหมคะ?” แต่เดี๋ยวเขาจะคิดรังเกียจหรือเปล่าเนี่ย เมื่อกี้จะตักให้น้องแล้วเอามาให้เขาแทน ปากก็ดันไวเกิน ความไม่สบายใจเกาะกินเล็กน้อยก่อนจะถูกทลายลงด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“อืม”
เปรมาฉีกยิ้ม “ทานให้อร่อยนะคะ”
พฤกษ์ร้องเหอะ ทำหน้าเหลือเชื่อ พึมพำว่า “ตัดหน้าเห็น ๆ” เมื่อกี้มันจะอยู่ในจานเขาแล้วเชียว แล้วตอนนี้เป็ไงล่ะ เข้าไปอยู่ในปากหนัก ๆ ของคนบางคนแล้ว อาการออกขนาดนี้นอกจากครองใจคุณหญิงนฤดีแล้ว ตอนนี้เดาว่าอาจจะต้องใจลูกชายคนโตของคุณหญิงแล้วด้วย
พฤกษ์คิดอย่างครึ้มอกครึ้มใจ เปรมาก็โสดสนิทแล้วด้วยประกาศออกสื่อชัดเจนว่าไม่เอาแล้วอดีตคู่หมั้น ยังไงก็ไม่รีเทิร์นเด็ดขาด ถ้าจีบตอนนี้เลยก็ไม่ผิด แต่ตะติดไหมนี่สิที่ยังน่ากังวล เพราะพี่เมฆค่อนข้างแข็งทื่อ
ประหยัดคำพูดเหมือนช่วยชาติประหยัดไฟ สาวจะชอบไหม
“อยากสั่งของหวานมาทานไหม?”
เฮ้ย!
กำลังคิดเพลิน ๆ พฤกษ์อึ้งต่อ มองหน้ามารดาตาปริบ ๆ
ชวนสาวกินของหวานก็มา
“คุณจะทานด้วยไหมคะ?” เปรมาช้อนตามอง ยิ้มธรรมชาติ
“ไม่ครับ”
เปรมาพยักหน้ารับทราบ คุณพฤทธิ์เขาสุภาพกับเธอตลอดเลยถึงจะเ็าไปบ้างแต่ไม่มีอะไรแย่เลย เข้าใจได้ว่าผู้ชายกับของหวานไม่ใช่ของคู่กัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหมารวมว่าทุกคนที่ไม่ชอบ พ่อเลี้ยงบดินทร์แล้วหนึ่ง คุณพ่อเธอชอบทานขนมหวาน ยกเว้นเค้กทานได้แต่ไม่ชอบ
“คุณป้ากับคุณหมอกทานของหวานไหมคะ?”
“เอาสิจ๊ะ ร้านนี้ของหวานอร่อย ป้าชอบ”
“ผมไม่เอา อาหารวันนี้ผมว่ามันหวานพอแล้ว”
“พรุ่งนี้ฉันจะให้ชรัณนัดหมอให้แก”
“ผมไม่ได้ป่วย พี่เมฆจะให้ผมไปหาหมอทำไม?”
“ต่อมรับรสแกน่าจะมีปัญหา” พฤทธิ์พูดเสียงเรียบ
พฤกษ์หัวเราะท่าทางยียวน “ไม่น่าจะใช่ผมนะครับ ผมว่าคนที่มีปัญหาน่าจะเป็พี่มากกว่า ต้องไปโรงพยาบาลเช็คหัวใจดี ๆ ว่าตอนนี้มันยังปกติเหมือนเดิมหรือเปล่า ผมไปเป็เพื่อนได้นะถ้าพี่ไม่อยากไปคนเดียว” เขาทำตัวเป็น้องชายที่ดีสมควรได้รับคำชื่นชมแต่สิ่งที่ได้คือสายตาดูถูก
“ฉันจำเป็ต้องพึ่งแกั้แ่เมื่อไร”
คนเป็น้องยอมไม่ได้ “พี่พูดงี้ไม่ได้นะ ที่พี่มาวันนี้ก็เพราะ”
“หุบปาก!”
“อ้อ โอเค ๆ” พฤกษ์ยอมเชื่อฟังแต่แววตากลับไม่ฟังเลย
“พี่น้องบ้านนี้เขาเป็กันอย่างนี้แหละจ้ะ เห็นว่าโตกันขนาดนี้แล้วนะแต่ยังชอบแหย่กันเหมือนเด็กตลอด หนูอย่าถือสาพี่เขานะโดยเฉพาะพี่เมฆ รายนี้พูดน้อยเหมือนพ่อเขา นิสัยถอดแบบกันมาเป๊ะ ส่วนตาหมอกกับน้ำค้าง สองคนนี้ได้ป้ามาเต็ม ๆ” พรรณนาราลูกสาวคนเล็กตอนนี้กำลังเรียนปริญญาโทอยู่ที่อเมริกา พอจบปริญญาตรีปุ๊บก็ต่อเลย เมื่อเดือนก่อนเพิ่งบินไปหา เพราะทนเสียงออดอ้อนบ่นว่าคิดถึงพ่อกับแม่ไม่ไหว
สำหรับเปรมาแล้ว จะพูดเยอะ หรือน้อยไม่ใช่เื่ที่ต้องใส่ใจ แค่ให้เขาเป็ผู้ฟังที่ดีก็พอ ดูอย่างอดีตคู่หมั้นเธอ ปากหวานปานน้ำผึ้งแต่จิตใจชั่วร้าย ดำมืดยิ่งกว่าถ่านก้อนดำ ๆ เสียอีก ล่าสุดคุณนายบุษบา มารดาของณัฐดนัยก็ให้คนสนิทโทร. มาหาผู้จัดการเธอ ฝากบอกให้เธอติดต่อกลับด่วน ครอบครัวนั้นโทร. หาเธอสายตรงไม่ได้แล้วเพราะเธอบล็อกทุกช่องทางการติดต่อั้แ่คืนที่เกิดเื่ ส่วนของหมั้นจะถูกส่งคืนทันทีที่พ่อเลี้ยงบดินทร์เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ
คุณพ่อกำชับไว้ว่าเขาจะเป็คนนำไปส่งคืนด้วยตัวเอง ไม่ต้องให้ทนายไป ความจริงไม่คืนก็ได้ เพราะถ้าว่ากันตามหลักกฎหมายเธอก็ชนะใส ๆ ฝ่ายที่ทำผิดไม่มีสิทธิ์เรียกคืน แต่ทางเธอสะดวกใจกว่าที่จะไม่เก็บเอาไว้ สตางค์เดียวก็ไม่อยากได้
“คุณป้ามีลูกชายที่เก่งมาก ๆ เลยค่ะ คุณพฤทธิ์เขาเก่งจริง ๆ” เปรมาก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้พูดขึ้นมาเหมือนกัน แล้วไม่นึกเสียใจภายหลังด้วย เธอชมเขาจากใจไม่มีเสแสร้ง ยิ่งมองเขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามี ผู้ชายคนนี้ล้วนดีไปหมด บุคลิกเอย การวางตัวเอย ไม่มีอะไรค้านสายตาเลยแม้แต่น้อย มันจึงไม่แปลกที่หญิงสาวทั้งหลายปรารถนาอยากจะหัวใจของเขา
ความจริงใจที่ถ่ายทอดออกมาจากดวงตากลมโตของเธอ พฤทธิ์มองเห็น แต่เขาไม่มีคำพูดอะไรมอบให้ นอกจากรอยยิ้มจาง ๆ แค่นี้ก็ทำเอานางร้ายสาวหน้าสวยอึ้งงัน มันจะมีกี่คนเชียวที่เขายิ้มให้คิดอย่างปลาบปลื้มแล้วก็ยิ้มหวานคืนกลับให้ พฤกษ์กับมารดาแลกเปลี่ยนสายตากันแล้วหันไปยิ้มคนละทาง และคิดเห็นตรงกันว่า กามเทพควรทำงานอย่างขยันขันแข็งได้แล้ว
