หวังเยวี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเบาราวกระซิบ “ไม่มี”
ฟังจบ หลี่ชิงชิงก็ยืนยันความเป็ไปได้ที่สอง นั่นก็คือร่างกายของโจวทงมีปัญหา
เมื่อนึกถึงคำพูดของหลิวซื่อที่บอกว่า หวังเยวี่ยถูกครอบครัวสกุลโจวกลั่นแกล้งเพียงเพราะนางมิอาจตั้งครรภ์ ทว่าสาเหตุกลับมิได้อยู่ที่ตัวหวังเยวี่ยแต่เป็เพราะตัวโจวทงเอง วินาทีนั้นในใจของหลี่ชิงชิงก็ร้อนลวกไปด้วยโทสะ ทว่าอย่างไรก็ตาม เื่นี้ใหญ่เกินไป อีกทั้งยังยากเกินจะคาดถึง และเพื่อยืนยันการวินิจฉัย นางจึงจำเป็ต้องตรวจสอบร่างกายอย่างละเอียดต่อไป
หวังเยวี่ยรู้สึกเ็ปบริเวณด้านล่าง แต่ก่อนยามที่นางร่วมรักกับโจวทง บางครั้งโจวทงก็ใช้นิ้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังเคยใช้ตะเกียบแหย่ไปยังบริเวณนั้น เพียงแต่เมื่อใดก็ตามที่หวังเยวี่ยเริ่มกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป นางก็จะเริ่มปฏิเสธทันที และโจวทงก็ทำได้เพียงหยุดทุกการกระทำทั้งหมดเอาไว้
หลี่ชิงชิงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง “รู้สึกเจ็บแล้วใช่หรือไม่?”
“ใช่” หวังเยวี่ยรู้สึกกระดากอายเกินกว่าจะบอกหลี่ชิงชิงว่า โจวทงเคยใช้นิ้วและตะเกียบแหย่ไปยังบริเวณนั้นของนาง
หลี่ชิงชิงกดเสียงต่ำถามต่อ “ทุกคราวพวกท่านใช้เวลาร่วมรักกันนานหรือไม่?”
หวังเยวี่ยยากจะเอ่ยปากตอบ หลังจากผ่านไปชั่วครู่ นางก็เอ่ยเสียงเบา “เื่นี้ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกัน”
หลี่ชิงชิงพยายามกดเพลิงโทสะที่อยู่ในใจลงไป “สั้นยิ่ง!”
ตอนนี้เองหวังเยวี่ยถึงได้ถามกลับด้วยความประหลาดใจ “เ้ารู้ได้อย่างไร?”
“เช่นนั้นก็แสดงว่าถูกต้อง ใช่หรือไม่?”
“ใช่ โจวทงบอกว่าบุรุษอื่นก็เป็เช่นนี้เหมือนกัน เขาบอกว่าตัวเขาเองนับว่านานกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ” ต่อให้ตีหวังเยวี่ยจนตาย นางก็ไม่กล้าเอ่ยถามว่าแล้วหวังเฮ่าใช้เวลานานหรือไม่
หลี่ชิงชิงเอ่ยถามด้วยสีหน้าบึ้งตึง “พี่สาว ท่านยังจำคืนเข้าหอวันแรกได้หรือไม่ ยามนั้นท่านมีเืออกหรือไม่?”
“เืออก เือันใดออก?”
“ก่อนที่ท่านจะออกเรือน ท่านแม่มิได้บอกท่านเลยหรือ นี่มันเื่พื้นฐานที่สุดเลยนะเ้าคะ” ในใจของหลี่ชิงชิงถอนหายใจยาว นิสัยของหลิวซื่อเปิดเผยตรงไปตรงมาถึงขนาดนั้น ทว่ากลับไม่สอนเื่ความรู้พื้นฐานทางด้านสรีระให้หวังเยวี่ย นี่แสดงให้เห็นว่าคนในแคว้นต้าถังนั้นยังโลกทัศน์คับแคบ หากเอ่ยให้ไม่น่าฟังก็คือโง่เง่า!
โชคดีที่คนที่หวังเยวี่ยพบคือนาง มิเช่นนั้นนางก็คงจะถูกโจวทงปิดหูปิดตาให้อยู่ในกะลาไปตลอดชีวิต!
ชั่วขณะนั้นเอง นางก็ให้ความรู้ทางด้านสรีรวิทยาขั้นพื้นฐานแก่หวังเยวี่ย
หวังเยวี่ยตกตะลึง หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน นางก็หวนนึกย้อนอย่างละเอียด วันนั้นนางไม่ได้ดื่มสุรา หาได้นอนหลับสนิทไม่ โจวทงทรมานนางอยู่นาน ร่างกายของนางอึดอัดไม่สบายเป็อย่างยิ่ง ทว่านางไม่มีเืออก
“ข้าไม่มีเืออก”
หลี่ชิงชิงโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ ยิ่งคิดถึงโจวทงที่หน้าด้านไร้ยางอายอย่างถึงที่สุดแล้ว นางก็ยิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธหนัก “หากข้าเอ่ยว่าสามีสารเลวสมควรตายของท่านนั้นไร้สมรรถภาพทางเพศ เขามิอาจทำให้สตรีคนใดตั้งครรภ์ได้ หลายปีที่ผ่านมาที่ท่านมิอาจตั้งครรภ์ เดิมทีล้วนมิใช่ความผิดของท่าน แต่เป็ความรับผิดชอบทั้งหมดของเขา ท่านจะเชื่อข้าหรือไม่?”
หวังเยวี่ยอุทานด้วยความใ “ว่าอย่างไรนะ?”
หลี่ชิงชิงเอ่ยวาจาที่หากมิทำให้คนตื่นใ แม้นตายนางก็ไม่คิดหยุดพัก “ข้าจะบอกให้ท่านฟังอีกครั้ง ั้แ่ที่ท่านออกเรือนมานานหลายปีจนถึงตอนนี้ ท่านยังเป็สตรีที่ยังบริสุทธิ์อยู่ เยื่อพรหมจรรย์ของท่านยังอยู่ ท่านยังเป็สาวแรกรุ่นที่ยังไม่ผ่านมือชายใด ท่านเชื่อข้าหรือไม่เ้าคะ?”
หวังเยวี่ยใเกินกว่าจะหาสิ่งใดมาเปรียบ ชั่วขณะนั้นสติของนางหลุดลอย แม้แต่ถ้อยคำผรุสวาทหลังจากนั้นที่หลี่ชิงชิงมีต่อโจวทงก็ไม่เข้าหูนางด้วยซ้ำ
หลี่ชิงชิงเอ่ยด้วยความโกรธ “พี่สาว ไม่ว่าอย่างไรโจวทงจะต้องรู้ทุกอย่างแน่ ทว่าเขากลับจงใจโกหกท่าน ท่านมิอาจอยู่ร่วมกับคนสารเลวเช่นนี้ต่อไปได้ สักวันท่านจะต้องถูกโจวทงกับมารดาของเขาทรมานจนตายแน่!”
เห็นได้ชัดว่าหวังเยวี่ยไร้การตอบสนอง ดวงตาของนางสับสน เอาแต่พึมพำว่า “ในเมื่อเขาไร้สมรรถภาพทางเพศ แล้วเหตุใดเขาถึงยังคิดจะรับอนุภรรยาอยู่อีกเล่า?”
“อะไรนะ? โจวทงยังคิดจะรับอนุภรรยาอีกหรือ? เขาที่เป็เพียงช่างไม้คนหนึ่ง ยังคิดจะรับอนุภรรยา?” หลี่ชิงชิงโมโหจนอยากจะทุบกำแพง ยิ่งเห็นหวังเยวี่ยมิได้ร่ำไห้มิได้โกรธเกลียด ในใจนางก็ยิ่งร้อนรน นางเอ่ยว่า “พี่สาว ท่านรีบไปบอกท่านแม่เร็วเข้า ให้ท่านแม่คืนความยุติธรรมให้ท่าน!”
หวังเยวี่ยเอ่ยอย่างกระวนกระวายใจทันที “มิได้ อย่าบอกท่านแม่นะ อย่าให้ท่านแม่ต้องเสียใจเพราะเื่ข้า”
หลี่ชิงชิงเลิกเรียวคิ้วก่อนเอ่ยว่า “ข้าคิดว่าท่านเป็คนฉลาดมาตลอด แต่ที่แท้ท่านก็โง่เง่าเช่นนี้เอง ท่านคิดว่าการที่โจวทงทำเื่แย่ๆ ต่อท่าน มารดาของโจวทงทำเื่เลวร้ายต่อท่าน ท่านแม่จะไม่รู้ไม่เห็นหรือ ท่านแม่เสียใจเพราะเื่ของท่านมานานหลายปีแล้วเ้าค่ะ
โจวทงไร้สมรรถภาพทางเพศ ตัวเขาเองย่อมรู้ดี ทว่าเขากลับโยนให้ท่านเป็คนแบกรับชื่อเสียงฉาวโฉ่ที่มิอาจตั้งครรภ์ได้ไว้คนเดียว ปล่อยให้มารดาของเขากลั่นแกล้งรังแกท่าน ท่านแม่ลำบากมามากเพียงใดกว่าจะเลี้ยงท่านจนเติบใหญ่ได้ขนาดนี้ หรือท่านจะยืนยิ่งๆ ปล่อยให้พวกเขาสองแม่ลูกทรมานท่านจนตาย? หากท่านยังใช้ชีวิตอยู่กับโจวทงต่ออีกสักวัน เช่นนั้นท่านแม่คงได้โกรธท่านจนกระอักเืตายแล้วจริงๆ!”
หวังเยวี่ยได้สติตื่นจากความสับสนด้วยคำพูดเหล่านี้ นางเอ่ยเสียงหลง “ข้าเลอะเลือนแล้ว เป็ข้าที่โง่เอง”
หลี่ชิงชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงฟึดฟัด “คิดถึงวันคืนยามที่ท่านอาศัยอยู่ในบ้านท่านแม่ และคิดถึงวันเวลาที่ท่านใช้ยามอยู่ในบ้านสกุลโจว แล้วตัดสินใจด้วยตัวเองเถิดเ้าค่ะ”
หวังเยวี่ยนึกย้อนไปยังวันคืนที่นางแต่งเข้าสกุลโจว ทุกรายละเอียด ทุกเื่ราวเล็กๆ น้อยๆ
สกุลโจวใช้วิชาช่างไม้หาเลี้ยงชีพ รายได้ย่อมดีกว่าการทำไร่ทำนา ทว่าหลายปีที่ผ่านมากลับไม่เคยให้เงินนางเลยแม้แต่แดงเดียว
ครอบครัวสกุลโจวมีที่นาดีสามหมู่ ที่นาเลวสองหมู่ และพื้นที่ปลูกผักอีกหนึ่งหมู่ ทุกครั้งเมื่อถึงฤดูทำไร่ทำนา โจวทงจะออกเดินทางไกลโดยอ้างว่าจะไปทำเครื่องเรือนให้กับตระกูลคหบดี ส่วนไห่ซื่อที่ปกติแม้แต่การกวาดพื้นยังไม่ทำ เสื้อผ้ายังไม่ซัก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่การทำไร่ทำนาเลย
ดังนั้นพื้นที่ไร่นาทั้งหมดของตระกูลโจวจึงมีเพียงหวังเยวี่ยคนเดียวที่ลงแรง
นอกจากนี้งานบ้านทั้งหมดในตระกูลโจวก็ยังเป็หวังเยวี่ยที่รับผิดชอบ ต่อให้วันนั้นนางจะเพิ่งเสร็จงานจากในไร่ เหนื่อยสายตัวแทบขาดก็ยังต้องลุกมาหุงหาอาหารอยู่ดี
มีครั้งหนึ่งที่นางมีระดู ทว่านางก็ยังต้องลงนาเพื่อเก็บเกี่ยว ยามกลับมาถึงบ้านนางเหนื่อยมากจนแทบลืมตาไม่ขึ้น จึงได้แต่ดื่มน้ำแล้วเข้านอนไป ไห่ซื่อที่ออกจากบ้านไปคุยเล่นกับเหล่าชาวบ้านกลับมาพบว่าบนโต๊ะไม่มีข้าว ก็ทิ้งตัวดิ้นบนพื้นหาว่านางเป็แม่ไก่ไม่ออกไข่อีกทั้งยังอกตัญญู
หลังจากที่โจวทงกลับมา ไห่ซื่อก็นำเื่ทุกอย่างไปฟ้องโจวทง โจวทงจึงด่าหวังเยวี่ยไปอีกหนึ่งรอบ
ลูกสะใภ้สกุลโจวบ้านอื่นที่อยู่ในหมูบ้านเฟิงก็ใช้ชีวิตอย่างลำบากเช่นกัน ทว่าสามีของพวกนางดีต่อนาง หลังจากทำงานได้เงินก็นำมาจับจ่ายให้ภรรยา งานในไร่นาก็ทำด้วยกัน แล้วยังดีต่อครอบครัวบ้านเดิมของภรรยาด้วย
หวังเยวี่ยถูกรังแกและได้รับความอยุติธรรมมากมายนับไม่ถ้วนในบ้านสกุลโจว เพียงแต่นางเป็คนเลือกการแต่งงานครั้งนี้ด้วยตัวเอง ครานั้นที่หลิวซื่อห้ามปราม นางก็ไม่ฟัง นางจึงไม่มีหน้าจะกลับไปฟ้องบ้านเดิม
นอกจากนี้หวังเยวี่ยยังมิอาจตั้งครรภ์ได้อีก คนในสกุลโจวล้วนเอ่ยว่าการที่โจวทงไม่หย่านางก็ถือว่าเห็นแก่นางมากแล้ว
ความผิดที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ เหมือนกับูเาที่กดทับหวังเยวี่ยมานานหลายปี บังคับให้นางต้องอดทนกล้ำกลืนความยากลำบากที่ได้รับในบ้านตระกูลโจว
หลี่ชิงชิงทอดสายตามองหวังเยวี่ยที่น้ำตาไหลอาบเต็มใบหน้า เป็อีกครั้งที่ในใจของนางรู้สึกสงสารยิ่ง
เดิมทีโลกนี้ก็หาได้ยุติธรรมกับสตรี
หวังเยวี่ยวิ่งไล่ตามความรัก ผู้ใดจะคิดว่าโจวทงจะเป็คนที่น่ารังเกียจและไร้ยางอายอย่างไร้ขอบเขตถึงเพียงนั้น เขาใช้ประโยชน์จากความรักที่หวังเยวี่ยมีให้ ผูกมัดให้หวังเยวี่ยแต่งงานกับเขา หลังจากนั้นก็ปล่อยให้หวังเยวี่ยแบกรับชื่อเสียงเลวทรามที่มิอาจมีบุตรได้ อีกทั้งยังใช้แรงงานหวังเยวี่ยราวกับวัวควาย ยามนี้ยังคิดจะรับอนุภรรยาอีก พวกเขาคิดจะเหยียบย่ำหวังเยวี่ยให้จมอยู่แทบเท้าโดยสมบูรณ์
หลังจากที่หลี่ชิงชิงครุ่นคิดเื่เหล่านี้จบ นางก็คิดถึงวันคืนในอนาคตหลังจากที่หวังเฮ่ากลับมา หวังเยวี่ยต้องบอกเื่ที่นางตรวจร่างกายให้หวังเยวี่ยจนพบว่าโจวทงไร้สมรรถภาพทางเพศให้หวังเฮ่าฟังแน่
พึงรู้ไว้ว่าหวังเฮ่ากับนางยังมิเคยร่วมเตียงกันเลย และนี่คือแคว้นต้าถังในระบบสังคมศักดินา นางคือสตรีเพิ่งพ้นวัยปักปิ่นที่ยังไม่เคยผ่านมือชายใด ทว่ากลับรู้เื่โรคตรงส่วนนั้นของบุรุษ หวังเฮ่าจะคิดว่านางไม่รักนวลสงวนตัวหรือไม่?
หลังจากคิดอีกหนึ่งตลบ นางทำเช่นนี้ก็เพื่อช่วยหวังเยวี่ย อีกประการต่อให้เป็เพียงคนไข้ธรรมดา นางก็ต้องบอกความจริง
นางหาเงินเพื่อใช้จ่ายร่วมกับตระกูลหวัง สร้างบ้านอิฐให้ตระกูลหวัง รักษาอาการเจ็บป่วยให้คนในตระกูลหวัง หากหวังเฮ่าสงสัยนางและทำร้ายจิตใจนาง นางก็ไม่ขอใช้ชีวิตร่วมกับหวังเฮ่าเช่นกัน
ในชีวิตก่อนนางเป็ทหาร แบ่งแยกบุญคุณความแค้นได้ชัดเจนยิ่ง
หวังเฮ่าซึ่งกำลังคะนึงหาภรรยาอยู่ในค่ายทหาร ไม่รู้เลยว่าอารมณ์ของภรรยานั้นกำลังแปรเปลี่ยนราวพายุหมุน
หวังเยวี่ยน้ำตาไหลอาบหน้า นางนั่งบนเตียง ร่ำไห้เสียงสะอื้น “หากข้าบอกความจริงกับท่านแม่ ท่านแม่จะทำอย่างไร?”
หลี่ชิงชิงถอนหายใจยาว “ท่านแม่อาบน้ำร้อนมาก่อนพวกเรามากนัก ท่านแม่จะต้องคิดหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับพี่แน่นอนเ้าค่ะ”
“ตกลง ข้าจะไปหาท่านแม่” หวังเยวี่ยเอ่ยในใจ ท่านแม่ไม่เห็นด้วยที่นางจะแต่งงานกับโจวทง แต่นางยืนกรานที่จะแต่งงานกับเขา ผลสุดท้ายกลายเป็นางที่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ คราวนี้นางจะเชื่อฟังคำกล่าวของท่านแม่แน่นอน
