แท้จริงแล้วคือการนำค่ายกลเจ็ดพิสดารที่เน้นการจำกัดพื้นที่และกักขังศัตรูเป็หลัก มาจับคู่กับค่ายกลดาบสามภพที่เน้นการโจมตี
ความคิดนี้ไม่เลว แต่ค่ายเจ็ดพิสดารนี้เหมาะสำหรับการกักขังศัตรูที่มีพลังเหนือกว่าผู้ใช้ค่ายกลไม่มากนัก ด้วยพลังของทั้งเจ็ดคนนี้ หาก้ากักขังงูหลามไฟลายเมฆที่อยู่ระดับสามแล้ว คงจะเป็เื่ยาก
แต่แินี้ใช้การได้อยู่!
จำกัดพื้นที่ก่อน! แล้วค่อยเชือด!
แผนการที่เป็ไปได้ผุดขึ้นมาในหัวของเซียวหลิงอวิ๋น!
...
ติงชิ่งรู้สึกราวกับว่าหัวของตัวเองคงถูกประตูหนีบแน่ๆ ถึงได้ทำอะไรไร้ความคิดอย่างการพาเหล่าศิษย์น้องมาเจรจาขอความร่วมมือกับคนผู้นี้เมื่อสามวันก่อน จากนั้นก็ให้แสดงวิชาประจำตัวของตัวเองออกมาทีละคน แล้วก็ให้รำกระบวนท่าแบบเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ใช่แล้ว ตัวเขารำกระบวนท่าแบบเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนั้นมานานแล้ว
ประเด็นคือกระบวนดาบนี้ทั้งไม่พิสดารและรวดเร็วอะไรเลย! ซึ่งในกระบวนดาบทั้งเจ็ดที่เขาฝึกมา กระบวนดาบนี้เป็กระบวนที่เขาไม่ให้ความสำคัญมากที่สุด
แต่กลับเป็กระบวนท่าที่เซียวหลิงอวิ๋นเลือก ทั้งๆ ที่ตัวเขาเองก็ดูถูกท่านี้และแทบไม่ได้ฝึกฝนเลย
ใน่สามวันที่ผ่านมานี้ ติงชิ่งก็ได้แต่รำกระบวนท่านี้ซ้ำๆ อยู่ตลอด
ถ้าไม่ใช่เพราะมีศิษย์น้องอีกสองคนและสมาชิกอีกสามคนของอีกฝ่ายที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันแล้ว ติงชิ่งก็คงจะล้มเลิกและไม่ทำต่อ
ซึ่งนอกเหนือจากพวกติงชิ่งแล้ว ถังเซียวและอีกห้าคนที่เหลือต่างก็ฝึกฝนแยกกัน ส่วนเซียวหลิงอวิ๋นกับฉินหรูเยียนเองก็ฝึกฝนแยกกันเช่นกัน ส่วนที่เหลือจะฝึกฝนร่วมกันกลุ่มละสามคน
ฉินหรูเยียนนอกจากจะใช้ค้อนทุบพื้นทรายแข็งๆ จนกลายเป็หลุมขนาดใหญ่ในวันที่สองแล้ว ่เวลาที่เหลือนางก็มักจะอยู่คนเดียว แล้วจับค้อนสีดำเล็กๆ ในมือควงเล่น
ค้อนสีดำในมือเล็กๆ ของนางค่อยๆ ขยายใหญ่ บางทีก็เล็กลงไม่ตายตัว เมื่อติงชิ่งและต่งเย่าเหลือบมองเป็ครั้งคราว หัวใจของพวกเขาก็เต้นแรงขึ้น
พวกเขายังไม่เคยเห็นใครที่ฝึกหลอมิญญาอาวุธเช่นนี้มาก่อน
ส่วนเซียวหลิงอวิ๋นก็เดินไปเดินมาตลอดสามวันที่ผ่านมานี้เพื่อสังเกตสถานการณ์การฝึกฝนของทุกคน และตัวเขาจะคอยแก้ไขให้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งสิ่งที่ทำให้ติงชิ่งและคนอื่นๆ ใคือ นอกจากเซียวหลิงอวิ๋นจะทำการแก้ไขท่าทางการฝึกวิชาของพวกเขาแล้ว ใน่เวลาที่เหลือ สองมือของเขาจะมีแสงสว่างไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา
บางครั้งก็เป็เปลวไฟ บางครั้งก็เป็หยดน้ำ บางครั้งก็เป็โล่ดิน บางครั้งก็เป็ลมหมุน และบางครั้งก็เป็แสงสีทอง!
แม้แต่ธาตุเดียวกันก็ไม่เหมือนกัน อย่างเช่น ไฟ ตอนแรกอาจเป็เปลวไฟที่ลุกโชน จากนั้นเปลวไฟก็กลายเป็มีดไฟเล็กๆ จากนั้นก็กลายเป็ดาบไฟ จากนั้นก็กลายเป็หอกไฟ แล้วก็กลายเป็วงแหวนไฟ สรุปคือเป็รูปร่างของอาวุธิญญาต่างๆ ที่พอจะนึกภาพออกได้ปรากฏอยู่ในมือของคนผู้นี้
ช่างเปิดหูเปิดตาจริงๆ มีวิธีการฝึกฝนวิชาิญญาแบบนี้ด้วย
หลังจากนั้นก็มีคนพยายามเลียนแบบบ้าง ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถทำได้อย่างคล่องแคล่วและลื่นไหลเหมือนอย่างเซียวหลิงอวิ๋น แต่ก็ได้ประโยชน์จากการฝึกฝนนี้ ทั้งยังได้ผลดีมาก
ส่งผลให้ใน่เวลาต่อมา ทั้งค่ายกลางทะเลทรายนี้ เมื่อถึงเวลาพักผ่อนก็จะมีแสงสีต่างๆ ปรากฏขึ้นบนมือของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียร ราวกับมีดอกไม้ไฟบานสะพรั่งอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง
เช้าวันที่สี่
เสียงที่กังวานของเซียวหลิงอวิ๋นดังขึ้น “ทุกคนคงจะเบื่อที่จะฝึกท่าเดิมๆ ซ้ำๆ ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้แล้วใช่หรือไม่ ในวันนี้ทุกคนจะได้เห็นถึงพลังของกระบวนท่าที่ดูธรรมดาพวกนี้แล้ว!”
...
ค่ายกลดาบสามภพ อธิบายง่ายๆ คือ ค่ายกลที่แต่ละคนจะต้องยืนอยู่คนละภพได้แก่ ์ นรก และมนุษย์
ค่ายกลดาบลูกศรสามภพของเซียวหลิงอวิ๋นที่ดัดแปลงมาจากค่ายกลดาบสามภพนี้ เน้นไปที่ความสำคัญในการร่วมมือกัน โดยรวมพลังดาบของทั้งสามคนเข้าไว้ด้วยกัน
หาก้ารวมพลังเข้าด้วยกันแล้ว กระบวนท่าที่ซับซ้อนเกินไปกลับจะทำให้ประสานงานกันได้ยาก ในขณะที่กระบวนท่าที่ธรรมดาและตรงไปตรงมาจะประสานพลังเข้าด้วยกันได้ง่ายกว่า!
ผลลัพธ์นี้ปรากฏให้เห็นอย่างรวดเร็ว
ติงชิ่งและศิษย์น้องอีกสองคนของเขา เนื่องจากแต่ละคนได้ฝึกฝนกระบวนท่าเดียวกันซ้ำๆ เป็เวลาสามวันก่อนหน้านี้ ดังนั้นเมื่อทั้งสามคนประสานงานกัน หลังจากใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม พวกเขาก็สามารถรวมพลังดาบทั้งสามเข้าด้วยกันได้สำเร็จในเบื้องต้น!
อย่างไรก็ตาม ยังมีคนที่เก่งกว่าอีก
ความเร็วในการประสานงานของถังเซียว เฉียนหม่านควง และหยวนอิ่งนั้นรวดเร็วกว่าพวกติงชิ่ง
พวกถังเซียวทั้งสามคนเชื่อฟังในคำพูดของเซียวหลิงอวิ๋นราวกับเป็ประกาษิต ั้แ่ที่ได้รับกระบวนท่าที่เซียวหลิงอวิ๋นสั่งให้ฝึกฝนมา พวกเขาก็ฝึกฝนกันอย่างหนักหน่วงทั้งกลางวันกลางคืน ไม่ว่าจะเป็ระดับความตั้งใจหรือความทุ่มเทก็ล้วนเหนือกว่าพวกติงชิ่งนัก
ดังนั้นเมื่อทั้งสามคนมาประสานงานกัน พวกเขาก็ประสานงานกันได้สำเร็จภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วถ้วยชาเท่านั้น
ถังเซียวอยู่ด้านหน้า เฉียนหม่านควงอยู่ด้านหลังซ้าย หยวนอิ่งอยู่ด้านหลังขวา ทั้งสามคนรวมตัวกันเป็รูปสามเหลี่ยม “ฟิ่ว” แล้วทั้งสามคนก็พุ่งขึ้นหน้าไปพร้อมกัน
“แกร๊ง!” ดาบิญญาทั้งสามเล่มถูกชักออกมาพร้อมกัน จนกลายเป็เสียงเดียว
การเคลื่อนไหวของทั้งสามคนราวกับเป็หนึ่งเดียว!
พลังิญญาในกายของทั้งสามคนไหลเวียนด้วยความเร็วสูง เฉียนหม่านควงและหยวนอิ่งเพ่งสมาธิอยู่กับถังเซียวที่อยู่ด้านหน้าทั้งหมด
“ฆ่า!” เสียงะโดังขึ้น
ดาบอัคคีเมฆาในมือของถังเซียวฟาดฟันออกไปอย่างรุนแรง ภายใต้การนำของพลัง และในขณะเดียวกัน เฉียนหม่านควงและหยวนอิ่งต่างก็ฟาดฟันดาบิญญาในมือออกไปเช่นกัน
พลังดาบทั้งสามที่พลิ้วไหวในอากาศประสานงานกันได้อย่างน่าประหลาดกลายเป็พลังดาบขนาดั์ยาวสี่จั้ง พุ่งทะยานลงมาพร้อมกับเสียงแหวกผ่านสายลม
‘ตูม!’
เกิดเสียงดังสนั่น ทั้งทรายและฝุ่นฟุ้งกระจายไปหมด
เศษหินที่กระเด็นมาจากการะเิถาโถมเข้าใส่โล่พลังิญญาที่ทุกคนรีบปล่อยออกมาจากในระยะห่างหกสิบหมี่ ทำให้โล่เกิดการสั่นะเือย่างรุนแรง
เพียงแค่เศษหินที่กระเด็นมาก็มีพลังมากขนาดนี้ ทั้งหลินอิ๋ง เจียงอิ่ง และถานหย่าต่างก็ใ!
จนเมื่อฝุ่นที่ฟุ้งกระจายหายไป หลุมขนาดั์ยาวสิบสองจั้ง กว้างหนึ่งจั้งครึ่ง และลึกสองจั้งก็ปรากฏต่อหน้าทุกคน
เมื่อเห็นหลุมขนาดใหญ่นี้ นอกจากเซียวหลิงอวิ๋นแล้ว ทุกคนต่างก็พากันใ แม้แต่ฉินหรูเยียนเองก็ยังชูแม่โป้งให้กับพวกถังเซียวทั้งสามหลังจากตรวจสอบหลุมั์นั้นอย่างถี่ถ้วน
ส่วนถังเซียว เฉียนหม่านควง และหยวนอิ่งผู้ลงมือต่างก็อ้าปากค้าง มองไปที่หลุมขนาดั์ตรงหน้า ใบหน้าของทั้งสามคนเต็มไปด้วยความอ้ำอึ้งและคาดไม่ถึง น่ะ...นี่ฝีมือพวกเราจริงๆ หรือ? เป็ไปได้อย่างไรที่จะมีพลังมหาศาลถึงขนาดนี้?
ทั้งพลังและความลึกนี้ ลึกกว่าหลุมที่ศิษย์พี่หญิงหรูเยียนใช้ค้อนสีดำทุบเมื่อไม่กี่วันก่อนถึงสองฉื่อ ยาวกว่าหกจั้ง
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง เซียวหลิงอวิ๋นก็พูดขึ้นว่า “อืม การใช้ครั้งแรกประสบความสำเร็จดี สามารถดึงพลังของค่ายกลดาบลูกศรสามภพออกมาได้ถึงห้าส่วนแล้ว ถือว่าไม่เลว ฝึกฝนอีกสักสองวัน พลังน่าจะเพิ่มขึ้นเป็สักหกถึงเจ็ดส่วนได้!”
“อึก!” เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้น พลังอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ กลับเป็แค่ห้าส่วนของพลังค่ายกลนี้เท่านั้น...
ในอีกสองวันข้างหน้า ไม่ต้องให้เซียวหลิงอวิ๋นคอยกำกับและเฝ้าดูแล้ว ทุกคนต่างก็พยายามฝึกกันอย่างสุดความสามารถ
“ตูม ตูม ตูม!” หลุมขนาดั์ที่ลึกและกว้างกว่าเดิมก็ค่อยๆ ขยายออกไปเรื่อยๆ
จนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ติงชิ่งและพรรคพวกก็มาอยู่ที่นี่ได้เป็วันที่เจ็ด
“เอาล่ะ ไปกันเถอะ ไปเผชิญกับเ้างูหลามไฟลายเมฆตัวนั้นกัน!” เมื่อเซียวหลิงอวิ๋นสั่ง เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรทั้งยี่สิบคนก็มุ่งหน้าไปยังทะเลสาบพร้อมกัน!
